ปที่ 11 ฉบับที่ 129 ประจําเดือน กันยายน 2557
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
4 ลา คอมรฺ 5 ริมคลอง 6 รายงาน 7 อาหารกับสุขภาพ 8 สาระนารู 9 เรื่องเลาจาก สว. 10 แผนงานสรางเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย 13 พบหมอจินตนา 14 15 ทองโรค 17 ชวนคิด 20 รายงานพิเศษ เลิกบุหรี่ ทิ้งใหหมด
กินกระเทียมใหเปนยา
อุมบุญในมุมมองอิสลาม มะเฟอง
เมื่อเราดื่มนํ้านอย
มหาวิทยาลัยชีวิต กิจกรรม
ลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ
ภูมิปญญา “ปอเนาะ” ตนทุนของสังคมมุสลิม
NCDs ฆาตกรเงียบ วัฒนธรรมโตะจีน รูจัก “อีโบลา”
Design : Dolroheem
สุขภาพดี
เริ่มที่ตัวเรา
r.th มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) http://www.muslim4health.o
muslim4health
WWW.Muslim4health.or.th
สวนดอกไม้เมืองอาชิคางะ (หน้า 19) ปีที่ 11 ฉบับที่ 129 กันยายน 2557
บ้านเรามีเรื่องแปลกๆ ให้ขบคิดกัน เสมอ เช่น เมือ่ มีปญั หาต่างๆ เรามักจะชอบ แก้ทร่ี ะบบ เราไม่แก้ทต่ี น้ ตอ เพราะต้นตอของ ปัญหาก็คอื “คน” ไม่วา่ จะเป็ นเรื่องทุจริต วาง อ�านาจ อิทธิพล ทัง้ หลายทัง้ มวลล ้วนเกิดจาก คน แต่เราไม่แก้ทค่ี น กลับไปแก้ดว้ ยการออก กฎสารพัด เพือ่ หวังจะให้คนเกรงกลัว? ตัวอย่างเช่ น เราบอกคนไทยไม่มี ระเบียบ เราไม่ปลู กฝังระเบียบวินยั กลับ ปล่อยให้ “คน” มาขายของบนทางเท้า กีดขวาง การคมนาคม เราปล่อยให้ “คน” ข้ามถนน ตามใจชอบ เราปล่อยให้คนสูบบุหรี่ในสถาน ทีห่ า้ มสูบ เช่น ในมัสยิด ในอาคาร ฯลฯ ทัง้ ทีม่ กี ฎหมายห้ามไว้ แต่คนทีม่ หี น้าทีบ่ งั คับใช้ กฎหมาย ก็ไม่เข้าใจ ต้องรอนายสัง จึ ่ งจะขยับ ภาพที่นา� มาฝาก จะเห็นได้ว่าใต้สะพานคน ข้ามมีรวั้ สวยงามกัน้ เกาะกลางถนนไว้ยาวมาก ตัง้ แต่หน้าตลาดจตุจกั รมีนบุร ี มาถึงใต้สะพาน คนข้ามหน้าตลาด ท�าไมต้องมีรวั้ ยาวขนาดนี้ สาเหตุก็เพราะต้องการกัน้ ไม่ให้คนข้ามถนน สะเปะสะปะ ท�าให้กดี ขวางการจราจร ทางการ ก็เลยแก้ปญั หาง่ายๆ แต่น่าแปลกใจ ด้วยการ
สร้างรัว้ สวยงามขึ้นบนเกาะกลางถนน ยาวมา ใต้สะพานคนข้ามหน้าตลาด แต่สุดท้ายก็ยงั ไม่สามารถแก้ไขไม่ให้คนข้ามถนนนอกทาง ข้ามได้ เพราะผูค้ นยังขี้เกียจขึ้นสะพาน พา กันเดินข้ามใต้สะพานกันเป็ นจ�านวนมาก ไม่ ว่าจะเป็ นนักเรียนหรือพ่อค้าแม่ขาย หรือคน ทัว่ ไป ครัง้ หนึ่ง จราจรใจดีถงึ กับกัน้ รถให้เด็ก นักเรียนข้ามใต้สะพานลอย? สุ ด ท้า ย ทางการ จ� า ต้อ งเอา แบริเออร์ปูนมากัน้ ต่ อเพื่อไม่ให้คนข้ามได้ สะดวก?? ทุ ก วัน นี้ เหมื อ นกับ แก้ป ัญ หาได้ เพราะคนถูกบังคับให้ขา้ มถนนบนทางข้าม แต่วธิ นี ้ ีเป็ นตัวอย่างของการแก้ระบบ การน�า งบประมาณมาใช้โ ดยไม่ จ �า เป็ น ทัง้ ที่เ รา สามารถแก้ปญั หานี้ได้งา่ ยๆ เพียงให้ตา� รวจ ตัง้ โต๊ะปรับอาทิตย์ละครัง้ สองครัง้ เท่านี้คน ก็จา� ไม่อยากโดนปรับ อาย แถมยังได้เงิน เข้าหลวง จับปรับกันทุกอาทิตย์ ไม่นานคนก็ เข็ด และจะเข้าใจ ยอมอยู่ในระเบียบ แต่เรา
ไม่ทา� เราถนัดแก้ระบบ ด้วยการสร้างก�าแพง สร้างรัว้ กัน้ เหมือนกับฝึ กคน แต่ไม่ได้ฝึก ไม่ ได้ปล่อยให้คนรักระเบียบวินยั ..เสียดายงบ ประมาณทีเ่ สียไปโดยไม่จา� เป็ น?? ก็แปลว่าถ้าเราต้องการแก้ปญั หาไม่ ให้คนข้ามถนนสะเปะสะปะ ก็ตอ้ งหาท�ารัว้ ปูนกัน้ กันทัวประเทศ ทั ่ ง้ ทีม่ กี ฎหมายห้ามข้าม ถนนนอกทางข้าม แต่ไม่นา� มาบังคับใช้? อาจมีคา� ถาม “ถ้าเป็ นผูส้ ูงวัย” คงขึ้น สะพานไม่ไหว ไมเป็ นไร? ให้ขา้ มข้างล่าง แต่ ต้องข้ามตรงทางม้าลาย เพราะเราไม่ยดึ ระบบ แต่ไปยึดอะไร ไม่รู ้ หลงใหลได้ปลื้มกับค�าว่า “ท�าได้ตามใจ คือไทยแท้” มันก็เป็ นเช่นทีเ่ ห็นกันทุกวันนี้ คนทีม่ รี ะเบียบวินยั อยูท่ ไ่ี หนก็ทา� ได้ ดูคนญีป่ ่ นุ ไปดูบอลทีบ่ ราซิล เกมจบ ช่วยกัน เก็บขยะ ถ้าเป็ นบ้านเรา ขยะเต็มสนาม!!
วารสารสุขสาระ เปนจดหมายขาวรายเดือนของมูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) องคกรไมแสวงหาผลกําไร (Non-Profit Organization) จัดทําขึ้นเพื่อเผยแพรกิจกรรมของมูลนิธิ ที่ไดรับการสนับสนุนจากองคกร พันธมิตร และการบริจาคจากพี่นองมุสลิม และเพื่อใหผูอานไดรับประโยชน สูงสุด วารสารสุขสาระ ยังไดแทรกบทความและขาวสารที่เปนประโยชนตอสังคม ใหตระหนักถึงปญหาทางดานสุขภาวะ เพื่อจักไดเตรียมตัวปองกัน มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) มุงเนนในการสงเสริมและสนับสนุนการสรางจิตสํานึกในเรื่องของสุขภาวะและการพัฒนา มีเปาหมายที่จะ รวมพัฒนาสังคมมุสลิมไทยใหมีสุขภาวะที่ดี ทั้งทางกายและใจ ใหมีชีวิตอยูในสิ่งแวดลอมที่ดี ชุมชนมุสลิมสามารถเปนตัวอยางหรือตนแบบแกสังคม ไทย สนับสนุนและสงเสริมใหมุสลิมไทยมีความรูรอบดาน มีศักยภาพ สามารถดํารงชีวิตอยูในโลกที่กําลังเปลี่ยนแปลงไดอยางมีความสุข รวมสราง ความเขาใจอันดีระหวางสังคมมุสลิมและสังคมไทยทั่วไป ทั้งนี้การทํางานทั้งหมดของมูลนิธิฯ ใชหลักการของศาสนาอิสลามเปนทางนํา สํานักงานวารสารสุขสาระ – มูลนิธสิ รางสุขมุสลิมไทย (สสม.) เลขที่ 1 หมู 13 แขวง/เขตมีนบุรี กทม.10510 โทรศัพท 02-517-1309 พิมพที่ : บริษทั ออฟเซ็ท จํากัด เลขที่ 58/434 ซ.รามอินทรา 68 แขวง/เขต คันนายาว กรุงเทพฯ 10230 โทร. 02 918 0096 โทรสาร 02 918 0095 อีเมล offset321@gmail.com จดหมายขาววารสารสุขสาระ
3
ลา คอมรฺ
ฮากีม
เลิกบุหรี่ การเลิกบุหรี่ตอ้ งอาศัยก�าลังใจ ความเข้มแข็ง และตัง้ ใจจริง ถ้าคุณเป็ น ผู ห้ นึ่งที่คิดจะเลิกบุหรี่ เริ่มกันได้เลย วันไหนก็แลว้ แต่ ท่ีถือเป็ นวันดีสา� หรับ คุณ ..ไม่ตอ้ งคิดมาก เลิกกันวันนี้เลย เป็ นอย่างไร? อย่างไรก็ตาม ผูเ้ ขียนมีขอ้ แนะน�ามาให้คณ ุ ๆทีอ่ ยากเลิกบุหรีไ่ ด้ลอง ปฏิบตั ิ เพราะจะช่วยให้คุณไม่หวนกลับ ไปหาบุหรี่ “ฆาตกรเงียบ”อีกเลย อยากเลิกบุหรีผ่ ูร้ ูบ้ อกว่า อันดับแรก ให้ท้งิ บุหรี่ “ให้หมด” ห้ามซ่อน (เหมือนใคร บางคนทีเ่ คยซ่อนเงิน ไม่ให้คุณนายทีบ่ ้านเห็น) ต้องหัดมองบุหรี่เป็ นตัวท�าลาย ตัวเสนียด ตัว จัญไร คือพบเห็นเมื่อใด ต้องรีบโยนทิ้งให้ หมด ไม่เหลือสักมวนเดียว ข้อสอง ผูร้ ูบ้ อกว่า เมือ่ ทิ้งบุหรี่แล ้ว ก็อย่าลืมทิ้งเพือ่ นของบุหรี่ไปด้วย เพือ่ นบุหรี่ ทีว่ ่าก็คือทีเ่ ขีย่ บุหรี่ ทิ้งไปเถิดครับ ไม่ว่ามัน จะราคาแพงแสนแพงแค่ไหน อย่าเก็บไว้เป็ น เครือ่ งเตือนใจ เครือ่ งกระตุน้ ให้รูส้ กึ อยากบุหรี่ ขึ้นได้อกี ข้อสามอันนี้สา� คัญ..เปลีย่ นทรงผม ใหม่ หาเสื้อผ้าแนวใหม่ ข้อนี้ไม่มอี ะไรครับ นอกจากจะให้ดูวา่ เราเป็ นคนใหม่ทไ่ี ม่เอาบุหรี่ แล ้ว ปรับเปลีย่ นลุคส์ของตัวเองแล ้ว ต่อ ไปก็เป็ นปรับเปลีย่ นภูมทิ ศั น์ในบ้านบ้าง เริ่ม ต้นด้วยการท�าความสะอาดบ้าน ปรับเปลีย่ น มุมของเครือ่ งเรือนทัง้ หมด เสื้อผ้าทีย่ งั คงกลิน่
4
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
ทิ้งใหหมด
บุหรี่อยู่ก็เอาไปซักให้สะอาด ปราศจากกลิ่ น บุ ห รี่ อัน นี้ เ ป็ น เคล็ด ลับ ปกติ ค น สู บ บุ ห รี่ จ ะ ไม่ ไ ด้ก ลิ่น เหม็น ของบุ ห รี่ เ พราะ ความเคยชิน ต่อ เมื่อ เลิก แล ว้ รับ ประกันว่าคุณจะได้ กลิน่ เหม็นของบุหรี่ ทันที! ดื่ ม น�้ า ส ะ อ า ด ใ ห้ น�้ า สะอาดเข้า ไปช�า ระ คราบนิ โ คติ น ออก จากร่างกาย ข้อส�าคัญ ยังช่วยบรรเทาอาการอยากบุหรี่อกี ด้วย ต่อไปก็ลดการดืม่ กาแฟ ชา ให้ได้สกั ครึ่งหนึ่ง ของทีเ่ คยดืม่ เกือบลืมอีกข้อหนึ่ง คือ ออกก�าลัง กาย ไม่ตอ้ งหักโหมแบบ T25 นะครับ เอาแค่ ท�าให้ได้วนั ละครึ่งชัว่ โมง หรือออกวิง่ หลังละ หมาดซุบฮฺตอนเช้า ทุกวัน ร่างกายก็แข็งแรง จะช่วยให้เราออกห่างบุหรี่ได้เร็วขึ้น ..แล ้วก็อย่าลืมขอดุอาอฺให้เลิกบุหรี.่ . ขอให้มากๆ ข้อนี้ก็สา� คัญ หาเพื่อน หรือคนรู ้ ใจ ไว้เป็ นก�าลังใจ ให้คา� ปรึกษา หรือ หาแรง บันดาลใจอืน่ ๆ เช่น เลิกบุหรีเ่ พือ่ เธอ หรือ เลิก
บุหรี่เพือ่ เจ้าหญิงตัวน้อยของ พ่อ หรือเลิกบุหรี่เพือ่ พ่อแม่ เป็ นต้น นี้ก็เกือบลืมไปเหมือนกัน ส�าหรับ มุส ลิม ผู ร้ ู ท้ างศาสนาทัว่ โลกลงความเห็น ว่า “บุหรี่” เป็ นทีต่ อ้ งห้าม เพราะบุหรี่ทา� ลาย ร่างกายของผูส้ ูบและคนใกลช้ ิด ...รับทราบ ข้อห้ามนี้กนั แล ้ว ก็เลิกได้เลยครับ ข้อมูล : facebook มูลนิธิหมอชาวบ้าน
ริมคลอง
สมุย
กิน
กระเทียม ใหเปน
“ ยา ” การกิ น กระเที ย มเป็ นยาต้อ งใช้ กระเทียมดิบ สดและใหม่ ไม่ควรเคี้ยวเพราะ จะร้อน หรือไม่ควรกลืนทัง้ กลีบ เพราะจะไม่ ได้ประโยชน์อะไรเลย กระเทียมมีสรรพคุณ เป็ นยา แต่ยงั มีผูน้ า� ไปใช้ไม่ถกู วิธ ี ตัว อย่ า งการน� า ไปใช้ป ระโยชน์ กระเทียมแก้ปวดฟัน ก็ให้นา� หัวกระเทียม 1 กลีบ ปอกเปลือกออกแล ้วน�ามาต�าจนละเอียด ขณะทีต่ า� ให้ใส่เหลือไปด้วยสักเล็กน้อย แล ้ว น�าไปพอกหรืออุดไว้บริเวณฟันทีป่ วด กระเทียม ช่วยรักษากลาก เกลื้อน ให้ใ ช้ใ บมีด ขู ด ผิว หนัง บริ เ วณที่เ ป็ น กลาก เกลื้อนจนมีเลือดซึมก่อน หลังจากนัน้ ให้น�าหัว กระเทียม 1 กลีบ ปอกเปลือก แล ้วใช้มดี ตัด ให้เป็ นแว่น จากนัน้ น�าไปทาถูบริเวณผิวหนังที่ เป็ นกลาก เกลื้อน วันละ 2-3 ครัง้ ประมาณ 1 สัปดาห์ อาการจะดีข้นึ จนหายไป กระเทียม บรรเทาอาการจุดเสียด แน่นเฟ้ อ ให้นา� หัวกระเทียม 5-7 กลีบ ปอก เปลือก น�ามาต�าให้ละเอียด แลว้ เติมน�า้ ส้ม สายชูลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ปรุงรสด้วย
กระเทีย มถือ เป็ น ยารัก ษาสิว จาก ธรรมชาติ ทีม่ ปี ระสิทธิภาพเป็ นอย่างมาก โดย ฝานกระเทียมสดบางๆ แลว้ น�ามาประคบลง บนสิวเบาๆ ทิ้งไว้สกั พัก แล ้วล ้างออกด้วยน�า้ สะอาด เท่านี้สวิ กวนใจก็จะอันตรธานหายไป อย่างแน่นอน กระเทียมช่วยป้ องกันและรักษาโรค หวัด ด้วยการหัน่ กระเทียมเป็ นแว่น แช่ในน�า้ ร้อนประมาณ 2-3 นาที แล ้วกรองเอากากออก จิบเป็ นชากระเทียมอุ่นๆ ก็ด ี หรือถ้าทนกลิน่ ไม่ไหว จะเติมน�า้ ผึ้งหรือน�า้ ขิงเข้าไปสักหน่อย ก็ไม่ผดิ กติกาใดๆ ข้อควรระวัง อย่ากินกระเทียมตอน ท้องว่าง เพราะจะระคายเคืองต่ อกระเพาะ ล�าไส้ ในกรณีตอ้ งการกินเป็ นประจ�า เพือ่ ช่วยป้ องกันเบาหวาน และขจัดพิษสารตะกัว่ ให้ใช้กระเทียมกลีบใหญ่ๆ เพียง 3 กลีบ ทุบ ให้แตก กลืนกับน�า้ อุ่น 1 แก้ว ทุกๆ เช้าหลัง ตื่นนอน น�า้ อุ่นจะช่วยไม่ให้เกิดการระคาย เคืองในกระเพาะ ส�า หรับ หญิง ที่ก �า ลัง ตัง้ ครรภ์ห รือ ให้นมบุตร ผูท้ ม่ี อี าการของเลือดหยุดไหลช้า รวมไปถึงผูท้ ใ่ี ช้ยาอืน่ ๆ เป็ นประจ�า เช่น ยา ปฏิชวี นะ ยาแอสไพริน ยาแก้อกั เสบ ยาต้าน ไวรัส ไม่ควรรับประทานกระเทียมในปริมาณ ทีม่ ากจนเกินไป เพราะอาจจะท�าให้เป็ นโทษต่อ ร่างกายได้ เห็น แล ว้ ว่ า กระเทีย มมีป ระโยชน์ จริงๆ รู อ้ ย่ างนี้แลว้ ใครที่ทนกลิ่นไม่ไหว อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องกลัน้ จมูกและหลับตา กินเข้าไป เพือ่ สุขภาพทีด่ ตี ่อไป
น�า้ ตาลหรือเกลือเล็กน้อย เพือ่ ให้รบั ประทาน ง่าย ใช้รบั ประทานหลังอาหาร กระเทียม บรรเทาโรคบิด น�าหัว กระเทียม 12-15 กลีบ ปอกเปลือก รับประ ทานดิบๆ วันละ 3 ครัง้ หลังอาหารอาจใช้ น�า้ ผึ้งหรือน�า้ ตาลอ้อย ช่วยกลบรสเผ็ดของ กระเทียมก็ได้ กระเทียม ช่วยรักษาแผลทีเ่ น่าเปื่ อย และเป็ นหนอง ให้นา� หัวกระเทียม 1 หัว มา ปอกเปลือกแล ้วต�าให้ละเอียด พอกบริเวณที่ เป็ นแผล โดยพอกทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที จึงเอาออกแล ้วท�าความสะอาดแผลหรือจะน�า กระเทียมทีต่ า� แล ้วไปแช่ในน�า้ อุน่ และปิ ดฝาทิ้ง เอาไว้ประมาณ 2-3 ชัว่ โมง จึงกรองเอาน�า้ มา ใช้ล ้างแผล ก็ได้ผลดีเช่นกัน กระเทียมช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตหรือเพือ่ รักษาโรคเส้นเลือด หัวใจและสมองตีบตัน ให้กินกระเทียมสดครัง้ ละ 5 กรัม โดยสับหรือบดตวงได้ราว 1 ช้อนชาพูน กิน พร้อมอาหารวันละ 3 เวลา กระเทียมช่วยแก้ปญั หาผมหลุดร่วง เพียงแค่ฝานกระเทียมเป็ นชิ้นบางๆ แล ้วน�ามา นวดศีรษะ หรือจะผสมลงในออยล์แล ้วน�ามา เว็บไซต์สารสนเทศสุขภาพไทย นวดศีรษะก็ได้เช่นกัน เพราะในกระเทียมมีอลั http://health.kapook.com/ ลิซนิ (allicin) และซัลเฟอร์ (sulfur) สูง ซึง่ มีประสิทธิภาพในการลดปัญหาผมหลุดร่วง นัน่ เอง (ข้อนี้คงต้องท�าในวันหยุด)
จดหมายขาววารสารสุขสาระ
5
รายงาน
อุมบุญ
ในมุมมองอิสลาม
จากกรณีอมุ ้ บุญทีก่ า� ลังโด่งดังอยู่ใน ขณะนี้ “สุขสาระ” ขอน�าบันทึกงานสัมมนา หะ ลาล หะรอม ทางการแพทย์ ครัง้ ที ่ 2 โดยแผน งานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย เมือ่ วันที ่ 16 กันยายน 2555 ในส่วนของภาวการณ์มบี ตุ ร ยาก โดยขอสรุปประเด็นหลักบางประการดัง ต่อไปนี้ ภาวการณ์มบี ุตรยาก คือ ภาวะที่ คู่ สมรสไม่สามารถตัง้ ครรภ์ได้หลังจากที่ได้ พยายามมีบตุ รมาแล ้วอย่างน้อย 1 ปี โดยที่ ไม่ ไ ด้คุ ม ก�า เนิ ด และมีเ พศสัม พัน ธ์อ ย่ า ง สม�า่ เสมอ ซึง่ สาเหตุจะมาจากฝ่ ายชาย ร้อย ละ 40 จากฝ่ ายหญิงร้อยละ 50 การรักษาภาวการณ์มบี ุตรยากโดย ใช้เ ทคโนโลยีช นั้ สู ง ช่ ว ยการเจริญ พัน ธุ ์น นั้ สามารถช่วยให้มโี อกาสตัง้ ครรภ์ได้แค่ ร้อยละ 20-30 ต่อรอบการท�าเท่านัน้ ซึง่ การท�าดังกล่าว จะต้องอาศัยความร่วมมือของคู่สมรส และที่ ส�าคัญต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง ทัง้ นี้ คู่สมรสต้อง ท�าความเข้าใจกระบวนการรักษา พร้อมทัง้ เผือ่ ใจยอมรับหากท�าแล ้วไม่ประสบผลส�าเร็จ กรณี ก ารตัง้ ครรภ์แ ทน หรือ การ อุม้ บุญ นัน้ เป็ นการน�าไข่และอสุจขิ องสามี ภรรยา มาผสมในหลอดแก้ว แล ้วน�าไปฝาก
6
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
ไว้กับผู ้หญิงคนอืน่ โดยผู ้หญิงทีจ่ ะมาตัง้ ครรภ์ แทนนัน้ จะต้องไม่ใช่บพุ การีหรือผูส้ บื สันดาน ของคู่สมรส และทีส่ า� คัญไข่ ต้องไม่ใช่ไข่ของ ผู ห้ ญิงที่จะมาตัง้ ครรภ์แทน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบนั การตัง้ ครรภ์แทน หรือการอุม้ บุญนัน้ กฎหมายของประเทศไทยยังไม่ยอมรับให้มี การตัง้ ครรภ์แทน ในมุมมองทางศาสนานัน้ ดร.วิสุทธิ� บินลาเต๊ะ ผูป้ ระสานงานส�านักจุฬาราชมนตรี ประจ�าภาคใต้ และ อาจารย์พเิ ศษมหาวิทยาลัย อิสลามยะลา ได้กรุณาอธิบาย โดยสรุปได้ดงั นี้ การที่สามีหรือภรรยาคู่ใดมีภาวการณ์มบี ุตร ยากนัน้ เป็ นก�าหนดจากอัลลอฮฺ(ซุบฮาฯ) หาก จะขอดุอาอฺ (ขอพร) ต่ออัลลอฮฺ (ซุบฮาฯ) และ พยายามทีจ่ ะใช้วธิ ที างการแพทย์เข้าช่วย เช่น การท�ากิฟ� ท์ จะได้หรือไม่นนั้ ศาสนาก�าหนด ว่า เด็กทีเ่ กิดมาต้องรูว้ า่ ใครเป็ นพ่อ ใครเป็ น แม่ของเด็ก และต้องเป็ นพ่อ แม่ ที่มาจาก การนิกะฮ์ถูกต้องตามหลักการของศาสนา หากสามี ภรรยา ทีน่ กิ ะฮ์ถกู ต้องตามหลักการ ศาสนา ต้องการท�ากิฟท์ ท�าเด็กหลอดแก้ว ถือว่าอนุ โลม เพราะการท�ากิฟ� ท์เป็ นการน�า เชื้ออสุจแิ ละไข่ของฝ่ ายหญิงใส่กลับเข้าไปใน มดลูกของภรรยาอีกครัง้ ส่วนการอุม้ บุญนัน้
ไม่สามารถท�าได้ เพราะผูห้ ญิงที่จะตัง้ ครรภ์ แทนนัน้ ไม่ใช่ภรรยาของผูช้ าย ทีผ่ ่านการนิ กะฮ์ถูกต้องตามหลักศาสนา หากให้ผูห้ ญิง อืน่ ตัง้ ครรภ์แทนก็เท่ากับเป็ นการท�าซินา ในกรณี ท่ใี ห้ภรรยาคนที่สอง (ที่นิ กะฮ์กนั ถูกต้องตามหลักการศาสนาอิสลาม) อุม้ บุญลูกของภรรยาคนทีห่ นึ่งนัน้ ส�านักกฎ หมายรอบีฎอฮฺแห่งโลกมุสลิม ประกาศเมือ่ ปี ค.ศ.1984 อนุ ญาตให้มกี ารตัง้ ครรภ์แทนได้ แต่เมือ่ ปี ค.ศ. 1985 ได้มกี ารเปลีย่ นแปลง
อะหมัดซอและ ประกาศใหม่ ไม่อนุญาตให้มีการตัง้ ครรภ์แทน เนื่องจากอาจจะเกิดการสับสนว่าเด็กเป็ นลูก ของใครกันแน่ และแม้ว่ า ขณะนี้ วิ ท ยาการจะ ก้าวหน้าขึ้น สามารถพิสูจน์ได้กต็ าม แต่กย็ งั ไม่มกี ารเปลีย่ นแปลงประกาศแต่อย่างใด การรักษาภาวการณ์มีบุตรยากดัง กล่าวให้เลือกหมอทีเ่ ป็ นเพศเดียวกันศาสนา เดียวกันก่อน หากไม่มหี มอเพศเดียวกัน ก็ให้ พิจารณาหมอต่างเพศทีน่ บั ถือศาสนาเดียวกัน หากไม่มกี ็ให้หาหมอเพศเดียวกันต่างศาสนา กันก็ได้ หากไม่มกี ส็ ามารถพิจารณาหมอต่าง เพศต่ า งศาสนาเป็ น ล�า ดับ สุ ด ท้า ย ก็ ถือ ว่า ศาสนาอนุมตั ิ คุณผูอ้ ่านสามารถอ่านบทความโดย ละเอียดได้ทางวารสารสุขสาระ ฉบับเดือน พฤศจิกายน – ธันวาคม 2555 และ มกราคม 2556 หรือในเว็บไซต์ของมูลนิธ ิ www.muslim4health.or.th ค้นหา “หะลาล หะรอม ทางการแพทย์”
อาหารกับสุขภาพ
หนองจอก
มะเฟอง
มะเฟื อง (Star Fruit) มีช่ือทาง วิทยาศาสตร์วา่ Averrhoa Carambola หรือ ทางภาคใต้จะเรียกมะเฟื องว่า “เฟื อง” เฉยๆ โดยผลไม้ชนิดนี้เป็ นทีน่ ยิ มมากในแถบเอเชีย ตะวันออกรวมถึงบ้านเราด้วย ซึง่ ผลไม้ชนิด นี้มลี กั ษณะเป็ นทรงกระสวย เมือ่ หันเป็ ่ นแนว ขวางจะเป็ นรูปเหมือนดาวห้าแฉก สีผลเป็ น สีเขียว เมือ่ สุกจะเป็ นสีเหลือง ส่วน เรื่อง รสชาติจะออกเปรี้ยวแบบเฝื่ อนๆ โดยมีทงั้ รสเปรี้ยวและหวานทัง้ นี้ข้นึ อยู่กบั แต่ละสาย พันธุ ์ “มะเฟื อง” เป็ นผลไม้ทีม่ คี วามนิยม และมีโฆษณาสรรพคุณว่า สามารถลดน�า้ ตาล ได้ และดีต่อผู ป้ ่ วยเบาหวาน แต่ จากการ ทบทวนงานวิจยั ยังไม่พบงานวิจยั ทีส่ นับสนุน เรื่องดังกล่าวมากนัก โดยประโยชน์ของมะเฟื องในผล มะเฟื องสุกน�า้ หนัก 100 กรัม จะอุดมไป ด้วยคาร์โบไฮเดรตถึง 6.7 กรัม โปรตีน 1 กรัม ธาตุโพแทสเซียม 133 mg. วิตามินซี 35 mg. ธาตุฟอสฟอรัส 12 mg. ตามล�าดับ และนอกจากนี้ยงั ประกอบไปด้วย วิตามินบี5 วิตามินบี9 (หรือกรดโฟลิก) ธาตุสงั กะสี และ ไขมัน อีกด้วย พบว่ า มีข อ้ ควรระวัง ในการกิ น มะเฟื อง
1. ส�าหรับผู ้ทีร่ บั ประทานยาลดไขมัน ยาคลายเครียดอยู่ไม่ควรรับประทานมะเฟื อง เนื่องจากมะเฟื องมีฤทธิ�ไปต่อต้านการท�างาน ของตัวยา 2. ผู ป้ ่ วยโรคไต เพราะการกิ น มะเฟื องสามารถท�าให้เกิดอาการไตวาย และ ส่งผลกระทบต่อสมองท�าให้เกิดภาวะชักได้ เนื่องจากมะเฟื อง โดยเฉพาะมะเฟื องชนิด เปรี้ยว จะมีปริมาณกรดออกซาลิกมากกว่า มะเฟื องชนิดหวาน ซึง่ ในผูป้ ่ วยโรคไต โดย เฉพาะระยะ 4-5 ที่ตอ้ งฟอกไตแลว้ จะไม่ สามารถขับสารชนิดนี้ได้ ท�าให้แม้แต่การกิน เพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อสมองได้ ท�าให้ สะอึก ซึม และชัก ส่วนผูป้ ่ วยไตระยะปาน กลาง หากกินมากเกินไปก็ทา� ให้เกิดอาการได้ เช่นกัน และจะท�าให้ไตเสือ่ มลง นอกจากนี้ยงั มีงานวิจยั ในไต้หวัน ที่ทา� ในหนู ทดลองก็พบว่า “มะเฟื อง” ท�าให้ เกิดนิ่วในไต อย่างไรก็ตาม การรับประทาน มะเฟื องในคนทัว่ ไปสามารถท�าได้ แต่ ควร ระวังในผูป้ ่ วยไต และผูส้ ูงอายุ เพราะอาจมี โรคไต หรือความเสือ่ มของไตมากกว่าคนปกติ ข้อมูล http://frynn.com
หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ผูจ้ ดั การ 06/02/57
จดหมายขาววารสารสุขสาระ
7
สาระนารู
ราไว
เมื่อเรา
ดื่มนํ้า นอย?
“ร่ า งกายของเรา มีน�้า เป็ นส่ ว น ประกอบถึง 70%” น�า้ ในร่างกายแบ่งเป็ น 3 ส่วน คือ น�า้ ทีป่ ระกอบอยู่ในเซลล์ประมาณ 60% มีอยู่นอกเซลล์ประมาณ 30% และที่ อยู่ในเนื้อเยื่อ หรือเลือดอีก 10% เหตุน้ ีจงึ ท�าให้มนุษย์ตอ้ งการน�า้ ประมาณ 2–3 ลิตร ต่อวัน ในทางกลับกัน แต่ละวันร่างกายก็มี การขับน�า้ ออกในลักษณะของปัสสาวะ 0.5-2.3 ลิตร นอกจากนัน้ ยังมีการขับน�า้ ออกทางเหงือ่ อุจจาระ และลมหายใจ ทั้ ง นี้ การดื่ ม น�้ า ก็ ข้ ึ นอยู่ ก ั บ สิ่ ง แวดล ้อมรอบตัวในขณะนัน้ ด้วย เช่น อากาศ ที่รอ้ น และแห้ง ร่ างกายจะสู ญเสียน�า้ ทาง ผิวหนังและลมหายใจมากกว่าปกติ ดังนัน้ ผู ้ ทีอ่ ยูก่ ลางแจ้งและในห้องปรับอากาศทีเ่ ย็นจัด จะต้องการน�า้ มากกว่าคนทีอ่ ยู่ในทีร่ ่มหรือใน ห้องทีอ่ ่นุ สบาย หรือผูท้ อ่ี อกก�าลังกาย มีไข้ ท้องเสีย อาเจียนก็ควรดืม่ น�า้ เพือ่ ชดเชยการ สูญเสียน�า้ ด้วย ทัง้ นี้ ควรดืม่ น�า้ ทีละนิด แบบ จิบทีละ 2–3 อึก จิบบ่อยๆ ไปตลอดทัง้ วัน ซึง่ จะดีกว่าการดืม่ น�า้ ครัง้ ละมากๆ เพราะเป็ นการ เพิม่ ภาระให้กบั ระบบขับถ่าย อย่าง ไต ปอด ม้าม และระบบย่อยอาหาร อีกทัง้ ร่างกายจะ ดู ดซึมไม่ทนั และขับออกมา เป็ น ปัส สาวะ แม้ ดื่ ม น�้ า
8
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
เข้าไปมากก็ยงั รูส้ กึ หิวน�า้ อยู่บอ่ ยๆ จ�า นวนน�า้ ที่เ ราต้อ งการในแต่ ล ะ วันนัน้ จึงขึ้นอยู่กบั กิจกรรมในแต่ละวันของ แต่ละคน ควรดื่ม น�า้ ทัน ทีห ลัง จากตื่ น นอน โดยตอนเช้าควรดืม่ น�า้ อุ่นทันที 2 แก้ว เพือ่ ช่วยให้ขบั ถ่ายอุจจาระได้ด ี ดื่มน�า้ ทุกครัง้ ที่ รูส้ กึ กระหาย ไม่ควรดืม่ น�า้ เกินครึ่งแก้วก่อน รับประทานอาหาร 15 นาที และภายใน 40 นาทีหลังมื้ออาหาร เนื่องจากท�าให้นา�้ ย่อยเจือ จางลง ส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร ถ้าเราดืม่ น�า้ น้อย จะเป็ นสาเหตุหนึ่ง ที่ทา� ให้เลือดของเรามีความหนืดและข้นขึ้น ซึง่ มีผลกระทบโดยตรงต่อการไหลเวียนของ เลือดไปตามส่วนต่างๆ ในร่างกาย เมือ่ เป็ น แบบนี้นานวันเข้าจะท�าให้เกิดผลกระทบต่อ สุขภาพ เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลียเรื้อรัง มี เสียงในหู ความจ�าเสือ่ ม เป็ นต้น นอกจากนี้ ยังมีอาการทางตา เช่น มีเลือดคัง่ ทีต่ า สูญเสีย การมองเห็น รวมถึงมีผล กระทบต่อระบบ หัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงมีการอักเสบ เนื่องจากหลอดเลือดด�าอุดตัน แต่อาการที่ กล่าวจะรวมกับปัจจัยอืน่ ๆ เช่น ไขมันในเลือด สูง ดื่ ม น�้า น้อ ยก็ มี ส่ ว นให้เ กิ ด อ า ก า ร ท้ อ ง ผู ก
สาเหตุหลักๆ ก็คือ การขาดตัวกระตุน้ การ เคลือ่ นไหวของล�าไส้ กินอาหารทีข่ าดใยอาหาร หรือดืม่ น�า้ น้อย อุจจาระจึงแข็งและล�าอุจจาระ เล็ก ล�าไส้จงึ บีบตัวลดลงอุจจาระจึงเคลือ่ นตัว ได้ชา้ การรักษาทีส่ า� คัญ คือ การกินอาหารมี ใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆ และ ดืม่ น�า้ สะอาดอย่างพอเพียง หากปล่อยให้เกิด อาการท้องผูกเรื้อรังอาจก่ออาการล�าไส้อดุ ตัน เกิดมะเร็งล�าไส้ ได้ในทีส่ ุด ห ากร่ า งกายได้ร ั บ น�้ า ไม่ เ พี ย ง พอ จะท�าให้ไตไม่สามารถท�างานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เนื่องจากว่าไตต้องท�าหน้าที่ หลากหลาย ไม่ ว่ า จะเป็ น ก�า จัด สารพิษ ดู ด สารอาหารที่มีป ระโยชน์ก ลับ คื น เข้า สู่ ร่ างกาย ควบคุมระดับความเป็ นกรด ด่าง ของของเหลวในร่างกาย ก�าจัดของเสียส่วน เกินแลว้ ขับออกทางปัสสาวะ สร้างฮอร์โมน ที่เป็ นตัวกระตุน้ การสร้างเม็ดเลือดแดงและ วิตามินดี ฯลฯ เมือ่ ได้รบั น�า้ ไม่เพียงพอ ไตก็ จะไม่สามารถท�าหน้าทีด่ งั ทีก่ ล่าวได้ด ี จึงเสีย่ ง ต่อโรคต่างๆ โดยเฉพาะนิ่วในไต และย่อมส่ง ผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะ ตับทีต่ อ้ งมารับท�าหน้าทีแ่ ทน นอกจากนี้ การดื่มน�า้ น้อยยังเสีย่ ง ต่อโรคความดันโลหิตสูง ผิวพรรณไม่สดใส ตะคริว และโรคอ้วนอีกด้วย ทัง้ นี้ ส�าหรับคน ทีม่ โี รคประจ�าตัว เช่น โรคไต ทีม่ อี าการบวม น�า้ ต้องควบคุมปริมาณน�า้ ดืม่ ในแต่ละวันตาม ทีค่ ุณหมอก�าหนด ทีม� า www.thaihealth.or.th เดลินิวส์ http://www.bangkokbiznews.com/
เรื่องเลาจาก สว.
คนริมนํ้า
มหาวิทยาลัยชีวิต เมือ่ หยิบรูปเก่า ๆ สมัยทีย่ งั ท�างาน กับบริษทั ฝรัง่ เมือ่ 40 ปี ทแ่ี ล ้วขึ้นมาดู ท�าให้ นึกถึงชีวติ การท�างานในต�าแหน่งหน้าทีต่ ่าง ๆ ตลอดระยะเวลา 30 ปี เต็ม กับเพือ่ นร่วมงาน ทัง้ คนไทยและชาวต่างชาติ บวกกับลูกค้า ที่เป็ นคนไทยและคนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้ บริการอีกมากมาย ซึง่ แต่ละคนมีพ้นื ฐานการ ศึกษา ฐานะ และต�าแหน่งหน้าทีก่ ารงานทีแ่ ตก ต่างกัน หลายคนอาจคิดว่าการให้บริการกับ ผูท้ ม่ี ฐี านะไม่ด ี การศึกษาไม่สูงจะล�าบากหรือ คุยกันไม่รูเ้ รื่อง แต่ตรงกันข้าม บุคคลกลุม่ นี้ มีปญั หาน้อยมาก ขณะทีผ่ ูม้ กี ารศึกษาสูง มี ฐานะดี มีตา� แหน่งหน้าทีก่ ารงานสูงกลับเป็ น ผูท้ ม่ี ปี ญั หามากและให้บริการยากกว่า เช่น เดียวกัน หลายคนคิดว่าการให้บริการลูกค้า ฝรัง่ ต่างชาติจะยุ่งยาก แต่เอาเข้าจริงพวกนี้ กลับให้บริการง่ายกว่าลูกค้าทีเ่ ป็ นคนไทยมาก เพราะลูกค้าต่างชาติไม่ตอ้ งการอะไรมาก ขอ เพียงตรงต่อเวลา และปฏิบตั ไิ ปตามกฎกติกา
ทีร่ ะบุไว้เท่านัน้ การท�างานกับบริษทั ฝรัง่ โดยเฉพาะ กับชาวดัทช์ทา� ให้ได้รบั บทเรียนหลาย ๆ อย่าง เพราะชาวดัทช์เป็ นฝรัง่ ทีเ่ ป็ นนักค้าขาย มีการ ยืดหยุ่ น ไม่ยึดติดกับกฎระเบียบมากเกิน ไป แต่ก็ไม่ปล่อยให้ทา� อะไรตามใจชอบโดย ไม่ยดึ กฎเกณฑ์เลย และทีส่ า� คัญคือผลลัพธ์ (output) ต้องเป็ นไปตามเป้ าหมายทีก่ า� หนด ถ้า ไม่ เ ป็ น ไปตามเป้ าหมายต้อ งหาเหตุ ผ ล มาอธิบายให้ได้ ขณะเดียวกันก็ตอ้ งมีแผน น�าเสนอเพื่อให้ผลลัพธ์บรรลุถงึ เป้ าหมายที่ ก�าหนดไว้ในทีส่ ุด สิง่ ทีไ่ ด้รบั จากการท�างาน กับฝรัง่ นอกจากประสบการณ์ และความรูท้ ่ี ได้รบั จากการอบรมครัง้ แล ้วครัง้ เล่า คือความ รับผิดชอบ และการตรงต่อเวลา ฝรัง่ เกือบทุก ชาติจะถือว่าการตรงต่อเวลาเป็ นเรื่องส�าคัญ มาก อย่างไรก็ตาม ฝรัง่ ก็เป็ นคนมีเหตุมผี ล และยินดีท่จี ะรับฟังเหตุผลอย่างมีสติ แต่ท่ี ส�าคัญคือเมื่อผิดนัดไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ต้องแจ้งให้เขาทราบล่วงหน้าก่อนทุกครัง้ ถ้า ไม่มกี ารแจ้งล่วงหน้าจะโกรธมาก ซึง่ จะเห็น ได้จากบัตรเชิญไปงานเลี้ยงต่าง ๆ ด้านล่าง ของบัตรจะให้มกี ารตอบกลับว่าผูถ้ ูกเชิญจะ เข้าร่ วมงานได้หรือไม่ ถ้าไม่ตอบ กลับเขาถือว่าผูน้ นั้ ไม่
ประสงค์จะเข้าร่วมงาน ทัง้ นี้เพื่อสะดวกใน การเตรียมการในทุกเรื่องไม่วา่ จะเป็ นสถานที่ และอาหาร แต่ คนไทยไม่ว่าจะเป็ นไทยมุสลิม หรือไทยพุทธ จะไม่ค่อยให้ความส�าคัญกับ ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลา มักจะ คิดเสมอว่าตนเป็ นคนส�าคัญ ยังไงทุกคนต้อง รอตน หรือไม่กค็ ดิ ว่าตนไม่สา� คัญอะไรขาดตน ไปหนึ่งคนก็คงไม่ทา� ให้งานเสียหายอะไร ซึง่ ความคิดนี้ตรงข้ามกับพวกฝรัง่ พวกเขาจะ คิดว่าทุกคนเป็ นคนส�าคัญ การทีม่ าสายหรือ ไม่มาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เป็ นการ ไม่ให้เกียรติเขาและมองว่าเขาเป็ นคนไม่มคี ่า ในสายตาของคน ๆ นัน้ ซึง่ อาจน�าไปสู่ความ สัมพันธ์ท่เี สื่อมทรามลง ส�าหรับมุสลิมแลว้ ความรับผิดชอบและการตรงต่อเวลาน่าจะถือ เป็ นเรื่องส�าคัญกว่าฝรัง่ เพราะเรื่องนี้มรี ะบุใน คัมภีรอ์ ลั -กุรอาน บทอัล-บะกอเราะฮ์ โองการ ที ่ 177 ความว่า “หาใช่ ว่าคุ ณธรรมนัน� จะอยู่ ท�ีเจ้า ทัง� หลายเพียงแต่ หนั หน้าไปทางทิศตะวัน ออกและทิศตะวันตก (การละหมาด) หาใช่ ไม่ แต่อนั คุณธรรม (ที�เที�ยงแท้) นัน� ย่อม ได้แก่บุคคลที�ศรัทธามัน� ในอัลลอฮฺ (ซบ.) ใน วันสุดท้าย ในมลาอิกะฮ์ ในบรรดาคัมภีร ์ และบรรดานบีทงั� หลาย และเขาได้เอื�อเฟื� อ ทรัพย์สนิ โดยเสน่ หาของพวกเขาแก่บรรดา วงศ์ญาติ แก่ลูกกําพร้า แก่คนอนาถา แก่ผู ้ พลัดถิ�น แก่ผูข้ อ และในการปลดปล่อยทาส เป็ นอิสระ และเขาดํารงการละหมาด บริจาค ซะกาต และพวกเขาเป็ นผู ป้ ฏิบตั ิตนตาม สัญญาในยามเมื�อเขาให้สญั ญา (แก่ผูอ้ �ืน) และบรรดาผู ม้ ีขนั ติธรรม ทัง� ในยามขัดสน และเดือดร้อน พวกเขาเหล่านัน� ล้วนเป็ นผูม้ ี ความสัจจริง และพวกเขาเป็ นผูย้ าํ เกรงโดย แท้จริง”
จดหมายขาววารสารสุขสาระ
9
สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคกลาง ร่วม กับคณะกรรมการมัสยิดยามีอุลค็อยรียะห์ (บ้านครัว) และ ทีมเภสัชกรอาสาพาเลิกบุหรี่ จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมจัดโครงการเภสัชกรอาสาพาเลิกบุหรี่ใน ชุมชนบ้านครัว ณ ห้องโถงมัสยิดยามีอลุ ค็อย รียะห์ (บ้านครัว) เขตราชเทวี กทม. ทัง้ นี้ได้จดั ขึ้นในวันศุกร์ท ่ี 1 สิงหาคม และ วันศุกร์ท ่ี 8 สิงหาคม 2557 ตัง้ แต่เวลา 11.00 น.- 13.00 น. โดยมีผูส้ นใจและผู ท้ ่ีตอ้ งการเลิก บุหรี่ มารับฟังแนวทางในการเลิกบุหรี่อย่าง ถูกต้องตามหลักวิชาการ จากกลุ่มเภสัชกร อาสาพาเลิกบุหรี่ดว้ ยความสนใจ
วันที่ 3 สิงหาคม 2557 โรงเรียน ผูน้ า� สุขภาวะมุสลิมไทย จัดกิจกรรมรวมพล ผูน้ า� สุขภาวะภาคเหนือ ณ ห้องวัชระ โรงแรม เชียงใหม่รตั นโกสินทร์ โดยมีศษิ ย์เก่านักเรียน ผูน้ า� จากภาคเหนือทัง้ ชาย หญิง เข้าร่วมพบปะ แลกเปลีย่ นประสบการณ์การท�างาน แสดง ทัศนะในเรื่องการท�างานด้านสุขภาวะ การ ท�างานต่อต้านสิง่ มึนเมา ยาเสพติด และบุหรี่ โดยศิษย์เก่าในเขตภาคเหนือเกือบหกสิบคน พร้อมใจกันประกาศเจตนารมณ์ เพือ่ ด�าเนิน งานด้านสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง ของแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทยต่อ ไป โดยมี รศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน์ ผูจ้ ดั การแผนงานฯ เป็ นประธาน พร้อม ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการกลางอิสลามแห่ง ประเทศไทย ให้เกียรติ ร่วมสรุปผลงานของศิษย์เก่าโรงเรียนผูน้ า� และ นายธงชัย กันพันธ์ ผอ.รร.ผูน้ า� ฯ เป็ นผูป้ ระสานการจัดงาน
10
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
สสม.เปิ ดค่ายผูน้ า� ยุวชนสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย(ยุวชน สสม. ระดับอุดมศึกษา) ณ ศูนย์กฬี าทางน�า้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต�าบล คลองหนึ่ง อ�าเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที ่ 7-11 สิงหาคม 2557 โดยจัดให้มกี ารอบรมในหัวข้อเรื่อง สร้างผูน้ า� การเปลีย่ นแปลง ในระดับอุดมศึกษาทีพ่ ร้อมด้วยทักษะทางการคิด วิเคราะห์ และการวางแผนอย่างสร้างสรรค์ เพือ่ การพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคม อันจะก่อ ให้เกิดเครือข่ายเยาวชนทีพ่ ร้อมจะรับใช้สงั คม และประเทศชาติ ต่อไป
โรงเรีย นผู น้ �า สุ ข ภาวะมุส ลิม ไทย เปิ ดโครงการอบรม CEO ชุมชน รุ่นทดลอง หลักสูตร สองรอบ โดยรอบแรกได้ จัดขึ้นเมือ่ วันที ่ 8-12 สิงหาคม 2557 และรอบทีส่ องในวันที ่ 22-26 สิงหาคม 2557 ณ ทรัพย์เจริญกรีนแลนด์ รีสอร์ท หนองจอก กทม. โครงการ CEO ชุ ม ชน นี้ มี วัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจอันดี ต่อ การด�า เนิ น ชี วิต การอยู่ ร่ ว มกัน บนความ หลากหลายในสัง คมพหุว ฒั นธรรม สร้า ง กระบวนการเรียนรู ้ รูจ้ กั เทคนิคการน�าเสนอ มีการสือ่ สารทีถ่ กู ต้อง สร้างความเข้าใจ รวม ทัง้ รูจ้ กั เรียนรูก้ ารป้ องกันระงับความขัดแย้ง โดยสันติวธิ ี จากนัน้ จะมีการปรับปรุงหลักสูตร ตามข้อเสนอของผูเ้ ข้าอบรมรุ่นทดลอง เพือ่ ให้ เกิดประโยชน์ต่อผูร้ ่วมสัมมนาอย่างแท้จริง หลักสูตร CEO ชุมชนนี้เป็ นหลักสูตร ทีต่ ่อยอดจากหลักสูตรทีห่ นึ่ง (โรงเรียนผูน้ า� เดิม) วิทยากรผูอ้ บรมรายวิชาเป็ นผูเ้ ชีย่ วชาญ แต่ละด้าน แต่ละวิชา เช่น วิชาการคิดเชิงระบบ การสร้างทีม ฯลฯ ซึง่ จะไม่เหมือน รร.ผูน้ า� จดหมายขาววารสารสุขสาระ
11
วันที ่ 18 สิงหาคม 2557 เวลา 10.00 น. นายฮาซัน หะยีมะเย็ง รองผูอ้ า� นวยการศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง นายธงชัย กันพันธ์ ผูอ้ า� นวยการโรงเรียนผูน้ า� สุขภาวะมุสลิมไทย นายแวยูโซะ แวหะยี ทีป่ รึกษาศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง นายดาวุด ทับอุไร เจ้าหน้าที่ ส�านักงานส่วนกลาง และทีมงานศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง เดินทางเข้าพบ นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี (สวมใส่เสื้อลาย) นายก อบจ.ปัตตานี เพือ่ น�าเสนอหลักสูตร CEO ชุมชน เชิญชวนให้ อบจ. ส่งเจ้าหน้าทีเ่ ข้าร่วมอบรม CEO ชุมชน ในโอกาสต่อไป
แผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย เพื่อการพัฒนา สํานักงานส่วนกลาง, โรงเรียนผูน้ ําสุขภาวะมุสลิมไทย, สือ� สร้างสุขมุสลิมไทย อาคารคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทรศัพท์ 02-2186193 โทรสาร 02-2186194 ศูนย์กจิ กรรมภาคเหนื อ อาคารโรงเรียนจิตรภักดี 80 ถ.หน้าวัดเกต ซ.1 ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053-247367 ศูนย์กจิ กรรมภาคอีสาน 707/25 หมู ่ 12 หมูบ่ า้ นโนนม่วง ซ.อิงมอ 2 ถนนโนนม่วง-มอขอ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 08-68513528 ศูนย์กจิ กรรมภาคกลาง อาคารมูลนิธเิ พือ่ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย 87/2 ถ.รามค�าแหง แขวง/เขตสวนหลวง กทม.10240
12
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
โทรศัพท์ 02-719-8721 โทรสาร 02-7198717 ศูนย์กจิ กรรมภาคใต้ตอนบน 91 หมู ่ ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84290 โทรศัพท์ 08-72730648 ศูนย์กจิ กรรมภาคใต้ตอนกลาง อาคารมัสยิดกลางประจ�าจังหวัดสงขลา ถ.ลพบุรรี าเมศวร์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทรศัพท์ 074-305375 ศูนย์กจิ กรรมภาคใต้ตอนล่าง อาคารวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 โทรศัพท์ 073-350266
พบหมอจินตนา
พ.ญ.จินตนา โยธาสมุทร
ลิ้นหัวใจไมตรัลตีบ จัสมินเป็ นหญิงอายุ 17 ปี เป็ นคน ผอมแห้ง มีอ าการหอบเหนื่ อ ยขณะออก ก�าลัง มีอาการไอและลุกขึ้นมาหอบเหนื่อยใน เวลากลางคืน แต่ยงั ไม่มไี อปนเลือด มานาน ประมาณ 1 เดือน แม่จึงพาไปพบแพทย์ เมื่อ แพทย์ไ ด้ซ กั ประวัติแ ละตรวจร่ า งกาย แล ้ว พบว่าเธอมีเท้าบวม หน้าแข้งบวม ตับโต ชีพจรค่อนข้างเบาไม่สม�า่ เสมอ (atrial fibrillation คล�าได้แรงกระแทกของหัวใจโตมา ทางด้านซ้าย คล�าได้ความสัน่ (thrill) บริเวณ หน้าอกด้านซ้าย ฟังได้เสียงฟู่กลางไดแอส โตล (mid diastolic rumbling murmur) บริเวณด้านซ้ายของกระดูกอกส่วนล่าง ได้ยนิ เสียงหนึ่งและการเปิ ดของลิ้นไมตรัล (opening snap) ชัดเจนบริเวณ ด้านซ้ายของกระดูกอกส่วนล่าง จากการตรวจ คลืน่ ไฟฟ้ าหัวใจ พบมีหวั ใจห้องบนซ้ายโต หัวใจห้องล่างขวาโต และหัวใจเต้น ผิดปกติชนิด (atrial fibrillation)
จากการตรวจภาพรัง สี ทรวงอก พบหัวใจห้อง บนซ้ายโต หัวใจห้องล่าง ขวาโต เห็นหลอดเลือด พัลโมนารี (pulmonary artery) ชัด เจน หลอด เลือ ดบริ เ วณขัว้ ปอดโตขึ้น และหลอดน�า้ เหลืองบริเวณชาย ปอดมีขนาดโตขึ้น จากการตรวจ ภาพเสียงสะท้อนหัวใจ echocardiography พบกลีบของลิ้นไมตรัลหนาตัว ขึ้น ซึง่ อาจเกิดจากหินปูนหรือพังผืดมาเกาะ ท�าให้มีการเคลื่อนไหวของลิ้นลดลงและมี หัวใจห้องบนซ้ายโต แพทย์อธิบายว่า “ลิ้นหัว ใจไมตรัลเป็ นลิ้นหัวใจที่กนั้ อยู่ระหว่างหัวใจ ห้องบนซ้ายและหัวใจห้องล่างซ้าย ท�าหน้าที่ เสมือนประตูปิดเปิ ดป้ องกันไม่ให้เลือดไหล ย้อนกลับจากหัวใจห้องล่างซ้าย กลับไปยังหัวใจห้องบน ซ้าย โรคลิ้นหัวใจ
พิการซึง่ เกิดขึ้นในภายหลัง มีสาเหตุมาจาก โรคไข้รูมาติกขณะอยู่ในวัยเด็ก จึงเกิดการ อักเสบของลิ้นหัวใจ ในกรณีของลูกคุณนัน้ อาจมีล้นิ หัวใจไมตรัลตีบ ซึง่ ปกติแล ้วมักไม่มี อาการ จนกว่ารูเปิ ดของลิ้นไมตรัลจะลดแคบ ลงกว่าปกติประมาณครึ่งหนึ่ง ท�าให้เลือดที่ ไหลเข้าหัวใจห้องล่างซ้ายไม่สะดวก ความดัน ในหัวใจห้องบนซ้ายจึงสูงขึ้น แต่จะต้องตรวจ ให้ละเอียดด้วยการสวนหัวใจและฉีดสารทึบ รังสีเข้าในหัวใจห้องล่างซ้าย ว่ามีล้นิ ไมตรัล รัว่ ร่วมด้วยหรือไม่” หลังจากสวนหัวใจและการฉีดสาร ทึบรังสี พบว่าจัสมินมีล้นิ ไมตรัลตีบอย่างเดียว ไม่มลี ้นิ ไมตรัลรัว่ ซึง่ แพทย์ได้ให้การรักษาทาง ยาไปก่อน โดยให้ยาควบคุมภาวะหัวใจเต้น ผิดจังหวะ ยารักษาภาวะหัวใจวาย ยาป้ องกัน โรคติดเชื้อ และยาละลายลิม่ เลือดเพือ่ ป้ องกัน การอุดตันของหลอดเลือด แนะน�าให้หลีก เลีย่ งอาหารเค็ม หลีกเลีย่ งการออกก�าลังเกิน ควร งดสูบบุหรี ่ และนัดตรวจติดตามดูเป็ นระ ยะๆ เพือ่ วางแผนการรักษาที่ได้ผลแน่ นอน ด้วยการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจหรือเปลีย่ นลิ้น หัวใจต่อไปในอนาคต จดหมายขาววารสารสุขสาระ
13
ภูมิปญญา “ปอเนาะ” ตนทุนของสังคมมุสลิม
จากรายงานวิจัย “ภูมิปญญาและทุนเดิมของปอเนาะ” ผศ.อับดุลรอชีด เจะมะ เรียบเรียงโดย อับบัส ยีรัน ปอเนาะถือเป็ นสถาบันการศึกษาของ ภาคองค์กรประชาชน โดยมีการร่วมมือของ บุคคล 3 ฝ่ ายด้วยกัน คือ ฝ่ ายโต๊ะครูหรือต่วน ฆูรู ฝ่ ายชาวบ้าน และฝ่ ายนักศึกษาทีม่ าศึกษา เล่าเรียน ซึง่ ถือเป็ นการรวมตัวของกลุม่ คนทีม่ ี ความศรัทธา ความเชื่อมันในศาสนาอิสลาม และมีจติ ส�านึกร่วมกัน มุง่ มันในสิ ่ ง่ เดียวเพือ่ ทีจ่ ะพัฒนาสังคมมุสลิมในชายแดนภาคใต้ให้ เกิดความเข็มแข็ง ระบบการเรียนการสอนแบบปอเนาะ ซึ่งจัดการเรียนการสอนทางศาสนาอิสลาม เพียงอย่างเดียว มีลกั ษณะเฉพาะที่เรียกว่า หะละเกาะฮฺ เป็ นการจัดให้นกั ศึกษา (โต๊ะ ปาเกร์) ได้นงั ่ รวมกันในลักษณะวงกลมใน ระหว่างทีม่ กี ารจัดการเรียนรูต้ ่อหน้าโต๊ะครู ซึ่งระบบการศึกษาปอเนาะดัง้ เดิม ประกอบด้วย ผูเ้ รียน ผูส้ อน ระบบการเรียน การสอน และการประเมินผล โครงสร้างของความเป็ นสถาบันการ ศึกษาปอเนาะประกอบด้วย บาลัย มัสยิด หรือ สุเหร่า ทีใ่ ช้สา� หรับการจัดการเรียนการ สอน ทีพ่ กั นักเรียนซึง่ มีการเรียกเป็ นชือ่ เฉพาะ ว่า “ปอเนาะ” บุคลากร ทีเ่ ป็ นผูส้ อน ซึง่ มีการ เรียกเป็ นชื่อเฉพาะว่า “โต๊ะฆู รู” เรียกเป็ น ภาษาไทยติดปากว่า “โต๊ะครู” และ “กือปาลอ
14
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
เตอลาเอาะฮ์” อาจจะเรียกเป็ นภาษาไทยว่า “ผู ้ ช่วยโต๊ะครู” ซึง่ มักเป็ นนักเรียนรุ่นพีท่ ไ่ี ด้รบั มอบหมายและความไว้วางใจจากโต๊ะครู ให้ ท�าหน้าทีช่ ่วยสอนนักเรียนรุ่นน้อง สถาบันศึกษาปอเนาะแต่ละแห่งจะมี การแต่งตัง้ ผูช้ ่วยโต๊ะครูหลายคน โต๊ะปาเกร์ มีทงั้ เพศชายและเพศหญิง และอาจจะมีผูท้ ่ี แต่งงานมีครอบครัว และมีอายุมากแล ้ว เป็ น ผูเ้ รียนก็ได้ สถาบันศึกษาปอเนาะใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้เป็ นสถาบันการศึกษาอิสลาม ที่เก่าแก่ท่สี ุด มีบทบาทมาตัง้ แต่อดีตจนถึง ปัจจุบนั นานกว่า 500 ปี มีทุนทางสังคม ปรากฏอยู่ในรู ปแบบต่ างๆ อย่างครบถ้วน ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน ทุนทางภูมปิ ญั ญา และทุนทีเ่ ป็ นทรัพยากรธรรมชาติ ภู มิ ป ัญ ญา และทุ น มนุ ษ ย์ข อง สถาบันศึกษาปอเนาะที่สา� คัญและได้รบั การ ยอมรับในฐานะนักปราชญ์ หรือ อุลามาอฺ มี ผลต่อแนวคิดการด�าเนินชีวติ ของคนในสังคม อย่างกว้างขวางไม่เฉพาะแต่พ้นื ทีใ่ น 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้เท่านัน้ แต่ได้สง่ ผลต่อแนวคิด และการด�าเนินชีวติ ของคนในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้โดยเฉพาะในหมู่คนที่ใช้ภาษามลายู ในประเทศต่างๆ เช่น มาเลเซีย อินโดเนเซีย
บรู ไนดารุสลาม ทางตอนใต้ของฟิ ลปิ ปิ นส์ ตลอดจนพม่าและกัมพูชา ดังจะเห็นได้จาก การน�าผลงานเขียนของบรรดาโต๊ะครูในอดีต ต�ารา หนังสือทัง้ ภาษามลายู ยาวี และภาษา อาหรับ ถู ก ไปใช้ใ นการเรี ย นการสอนด้า น ศาสนาอิสลามในชุมชนทัง้ การสอนในมัสยิด และการสอนในโรงเรีย น สอนในสถาบัน ศึกษาปอเนาะ ซึ่งมุสลิมส่วนใหญ่จะยึดน�า หลักการต่างๆ มาปฏิบตั ิ ใช้และยึดถือในการ ประกอบอิบาดะห์ (คุณความดี) ต่างๆ การ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตลอดจนการ ปฏิบตั ศิ าสนกิจในชีวติ ประจ�าวัน หรือการน�า เอาแบบอย่างการปฏิบตั ขิ องอุลามาอฺมาปฏิบตั ิ ใช้ เนื่องจากมีความเชือ่ ว่า อุลามาอฺเป็ นบุคคล ที่มคี วามรู ท้ างศาสนา และเป็ นผู ท้ ่ีสืบทอด มรดกจากกีตาบุลลอฮฺ (อัลกุรอาน) และสุน นะฮฺ (แบบฉบับ) ของท่านนบี ทีเ่ ป็ นมรดกอัน ล�า่ ค่าคู่ควรแก่การรักษาไว้ นอกจากนี้แล ้วยังพบว่า ในปัจจุบนั ยังมีผูน้ า� ทางศาสนาระดับสูงในประเทศไทยที่ เป็ นผลผลิตของสถาบันศึกษาปอเนาะในอดีต เช่น นายสวาสดิ� สุมาลยศักดิ� ซึ่งเป็ นอดีต จุฬาราชมนตรี และนายอาศิส พิทกั ษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีคนปัจจุบนั
ฮาบีบะฮ
NCDs ฆาตกรเงียบ เมือ่ ไม่นานมานี้ หลายท่านคงได้ชม โฆษณา เกี่ยวกับมหันตภัยร้ายจากกลุม่ โรค NCDs ทีเ่ กิดจากพฤติกรรมการใช้ชวี ติ ประจ�า วันอย่างเคยชินของมนุษย์ โรค NCDs คืออะไร เกิดจากอะไร และมีทม่ี า ทีไ่ ปอย่างไร ??? NCDs ย่อมาจาก Non Communicable Disease บางท่านอาจจะเคยได้ยนิ ในชือ่ โรคไม่ตดิ ต่อ หรือบางท่านอาจจะคุน้ ใน ชือ่ โรควิถชี วี ติ ซึง่ ถือเป็ นโรคชนิดทีไ่ ม่สามารถ แพร่กระจายโรคจากคนสูค่ นได้ โดยทัวไปอาจ ่ เรียกว่า กลุม่ โรคเรื้อรัง ซึง่ หมายถึงโรคทีเ่ กิด ต่อเนื่องยาวนาน และมีการด�าเนินของโรค เป็ นไปอย่างช้าๆ ซึง่ แตกต่างจากโรคติดเชื้อ ส่วนใหญ่ ทีม่ กั มีการด�าเนินโรคอย่างรวดเร็ว กลุม่ โรค NCDs ทีส่ า� คัญประกอบด้วย 4 กลุม่ ได้แก่ 1.กลุม่ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (รวมถึงโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง) 2.กลุม่ โรคเบาหวาน 3.กลุม่ โรคมะเร็ง และ4. กลุม่ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง (รวมถึง โรคปอดอุดกัน้ เรื้อรังและโรคหอบหืด) โดยทัวไปมั ่ กมีความเข้าใจกันว่าโรค NCDs เป็ นโรคของผูส้ ูงอายุ แต่จากข้อมูลพบ
ว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของการตายด้วยโรค NCDs พบว่าเป็ นการเสียชีวติ ก่อนอายุ 60 ปี โดยอาการของโรคทีเ่ กิดขึ้นตอนสูงอายุ มัก เกิดจากพฤติกรรมเสีย่ งสะสม ในช่วงวัยหนุ่ม สาว ได้แก่ การสูบบุหรี่ การขาดการออกก�าลัง กาย ทานอาหารทีไ่ ม่เหมาะสมหรืออาหารทีไ่ ม่ ดีต่อสุขภาพ รวมทัง้ ดืม่ แอลกอฮอล์มากไป จากผลการรายงานของ แผน ยุ ท ธศาสตร์สุ ข ภาพดี วิถีชี วิต ไทย พ.ศ. 2554 - 2563 ส�านักนโยบายและยุทธศาสตร์ ส�านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า 1. คนไทยประมาณร้อ ยละ 76 บริโภคผักและผลไม้นอ้ ยหรือต�า่ กว่าเกณฑ์ 2. คนไทยบริโภคน�า้ ตาลและเกลือ โซเดียม เพิม่ ขึ้นมากกว่าเกณฑ์ 3. ในปี พ.ศ. 2551 – 2552 คนไทยที่ มีอายุ 15 ปี ข้นึ ไป สูบบุหรี่ 12 ล ้านคน ดืม่ สุรา 23 ล ้านคน และในช่วงทศวรรษทีผ่ า่ นมา คนไทยบริโภคเครื่องดื่มทีม่ แี อลกอฮอล์และ สู บบุหรี่ท่เี ป็ นอันตรายต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น 2 เท่า 4. ในปี พ.ศ. 2551 – 2552 ภาวะ น�า้ หนักเกินและอ้วนของคนไทย ในเด็ก 1.6
ล ้านคน ผูใ้ หญ่ 17.6 ล ้านคน มีการใช้ยาลด ความอ้วนเพิม่ ขึ้น 5.5 เท่า ซึง่ เสีย่ งต่อการเกิด โรค NCDs อย่างมาก 5. ขาดการออกก�าลังกายอย่างเหมาะ สมและสม�า่ เสมอ จากรายงานการเสี ย ชี วิ ต ของ ประชากรโลกโดยองค์การอนามัยโลก ในปี ค.ศ.2008 (พ.ศ.2551) จากยอดผูเ้ สียชีวติ ทัง้ หมดในปี นนั้ 57 ล ้านคน ปรากฏว่า 36 ล ้าน คน หรือ 63% เกิดจากโรคทีไ่ ม่ตดิ ต่อ อันดับ หนึ่ง คือ โรคหลอดเลือดหัวใจ (48% หรือ 17.28 ล ้านคน) โรคมะเร็ง (21% หรือ 7.6 ล ้านคน) โรคระบบหายใจเรื้อรัง (12% หรือ 4.2 ล ้านคน) และโรคเบาหวาน (ทีเ่ ป็ นสาเหตุ โดยตรง 3.5% หรือ 1.3 ล ้านคน) นอกจากนี้ ประมาณ 80% ของยอดผูเ้ สียชีวติ ของโรคไม่ ติดต่อ หรือ 29 ล ้าน(จาก 36 ล ้าน) เกิดขึ้น ในประเทศที่มรี ายได้ตา� ่ หรือปานกลาง และ มากกว่า 9 ล ้านคนทีเ่ สียชีวติ จากโรคไม่ตดิ ต่อ มีอายุนอ้ ยกว่า 60 ปี (วัยท�างานหารายได้ให้ ครอบครัว) และ 90% ของผูเ้ สียชีวติ เหล่านี้ อยู่ในประเทศทีม่ รี ายได้ตา� ่ ถึงปานกลาง ส�าหรับประเทศไทย พบว่า กลุม่ โรค จดหมายขาววารสารสุขสาระ
15
ทองโรค
5 โรคทีก่ า� ลังคุกคามคนไทยอยู่อย่างรุนแรง และจ�านวนมากขึ้นตลอด ท�าให้คนไทยตาย ปี ละเกือบ 100,000 คน ป่ วยเข้านอนทีโ่ รง พยาบาลเพิม่ ขึ้นเกือบ 2 เท่า ในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะ 5 โรคทีส่ า� คัญ คือ มะเร็ง หลอด เลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสู ง ทัง้ นี้มผี ูเ้ สียชีวติ จากโรค ดังกล่าวมานี้ปีละ 97,900 คน โดย 2 ใน 3 มีอายุนอ้ ยกว่า 60 ปี และในรอบ 5 ปี ตัง้ แต่ พ.ศ. 2549 – 2553 มีผูป้ ่ วยจากโรค NCDs เข้ารักษาตัวทีโ่ รงพยาบาลสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า และจากการส�ารวจสภาวะสุขภาพคนไทยโดย การตรวจร่างกายครัง้ ที ่ 4 พ.ศ.2551 – 2552 ของสถาบันวิจยั ระบบสาธารณสุข พบว่าคน ไทยอายุ 15 ปี ข้นึ ไป เป็ นเบาหวาน ร้อยละ 6.9 หรือประมาณ 3 ล ้านคน และเป็ นความดัน โลหิตสูง ร้อยละ 21.4 หรือมากกว่า 10 ล ้าน คน ซึง่ ถือได้วา่ ทางรัฐต้องรับภาระค่าใช้จ่าย 2 โรคนี้ปีละ 126,859 ล ้านบาท และทีน่ ่าตกใจ พบว่าผูป้ ่ วยเบาหวาน จ�านวน 1 ใน 3 และผู ้ ป่ วยความดันโลหิตสูงร้อยละ 50 ไม่รูว้ า่ ตัวเอง ป่ วย ซึง่ กลุม่ นี้หากว่าไม่ได้รบั การดูแลรักษา จะเสีย่ งเกิดโรคแทรกซ้อนท�าให้เสียชีวติ ได้สูง ยัง มีก ารคาดการณ์ โ ดยองค์ก าร
16
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
อนามัยโลกว่า ใน พ.ศ. 2565 จะมีประชากร โลกเสียชีวติ อีก 25,000,000 คน มีจา� นวน 19,000,000 คน หรือร้อยละ 19 มีสาเหตุ จากโรค NCDs แม้วา่ ทางการแพทย์จะเจริญ ก้าวหน้าขึ้นตลอดเวลาก็ตาม
แม้วทิ ยาศาสตร์ทางการแพทย์ และเทคโนโลยีจะเจริญก้าวหน้าตลอด เวลา แต่ เรายังยึดรู ปแบบการดําเนิ น ชีวติ ทีเ� ราเคยปฏิบตั กิ นั มาจนเคยชิน จึง ไม่ใช่เรือ� งยากเลยทีจ� ะทําให้เกิดโรคร้าย แรงได้มากมาย ในขณะเดียวกันก็มวี ธิ ี
ป้ องกันและลดความเสีย� งทีท� าํ ได้ไม่ยาก เช่นกัน เพียงแค่ปรับเปลีย� นพฤติกรรม ในการดําเนินชีวติ ให้มคี วามสมดุล และ ออกกําลังกายอย่างสมําเสมอเท่ � านัน� เอง ข้อมูล http://edtech.ipst.ac.th http://www.naewna.com http://haamor.com http://www.thaihealth.or.th
ทวีศักดิ์ หมัดเนาะ
วัฒนธรรม โต ะ จี น กับความ ล ม เหลว
ของการสรางระบบงานที่ดีในสั ง คมมุ ส ลิ ม ในสัง คมมุส ลิม ตัง้ แต่ อ ดีต จนถึง ปัจจุบนั นิยมจัดงานออกร้านการกุศลเพื่อ หาเงินรายได้มาสนับสนุนกิจกรรมด้านศาสนา เช่น สนับสนุนการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม บ�ารุงมัสยิด หรือเพือ่ เป็ นเงินเดือนให้แก่ครู สอนกุรอานและฟัรดู อีน หรือเพื่อเป็ นกอง ทุ น ช่ ว ยเหลือ คนยากจนหรื อ ผู ป้ ระสบภัย พิบตั ิ นอกจากการจัดงานออกร้านการกุศล แลว้ ปัจจุบนั สังคมมุสลิมได้พฒั นารู ปแบบ การหารายได้เป็ นการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน ซึง่ สามารถประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายได้ แน่นอนกว่าการจัดงานออกร้านการกุศล ดู เหมือนสิ่งเหล่านี้เป็ นวัฒนธรรม การหารายได้ของสังคมมุสลิมอันเป็ นปกติ และเป็ นที่ยอมรับกันโดยทัว่ ไป แต่ หากจะ หยุดคิดสักนิดว่า อะไรทีท่ า� ให้สงั คมของเรา ต้องจัดงานหารายได้แบบนี้กนั ทุกระดับทุก องค์กรในประเทศ ตัง้ แต่คณะกรรมการกลาง อิสลามแห่งประเทศไทย ลงไปถึงชุมชนมัสยิด ท�ากันเป็ นแฟชัน่ หรือเพราะไม่มวี ธิ อี น่ื ทีด่ แี ละ สัมฤทธิ�ผลไปกว่านี้อกี แล ้ว ที่สา� คัญคือว่า การที่จะคิดค้นและ ลงมือท�ากิจกรรมอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่งให้ แก่สงั คม ควรจะคิดด้วยว่า กิจกรรมหรือสิง่ ทีท่ า� นัน้ เกิดความยัง่ ยืน (Sustainable) แค่ ไหน เพียงใด ถ้าท�าแล ้ว เดีย� วเงินก็หมด ต้อง
ท�าใหม่ ท�าแล ้ว ท�าอีก จัดแล ้ว จัดอีก แสดงว่า กิจกรรมนัน้ ไม่ยงั ่ ยืน หรือไม่เสถียร (Stable) สังเกตได้จากการจัดงานครัง้ แรกอาจได้ราย ได้เยอะมาก แต่ถา้ จัดแบบเดิมๆ ถีๆ่ เป็ นระ ยะๆ แนวโน้มจะหารายได้ได้ลดน้อยลงเรือ่ ยๆ และถ้าไม่อยากให้รายได้ลดลง ผูจ้ ดั งานก็ตอ้ ง พลิกแพลงหากลยุทธ์ต่างๆที่มรี ูปแบบหลาก หลายจูงใจผูบ้ ริจาคมากขึ้น กล่าวโดยสรุปก็ คือ คนจัดงานยิง่ ต้องออกแรงและเหนื่อยยาก มากยิง่ ขึ้นเรื่อยๆไม่ส้นิ สุด นอกจากนัน้ ผูบ้ ริจาคเงินให้โต๊ะจีน หรือช่วยเงินออกร้านการกุศล ต้องถามตัว เองด้วยเหมือนกันว่าให้ดว้ ยความจ�าใจต้อง ให้ (เช่น ถูกบังคับให้จ่ายโต๊ะละ 3,500 บาท ทุกมัสยิด) หรือให้ดว้ ยความบริสุทธิ�ใจ เพราะ ผลบุญทีไ่ ด้รบั ย่อมแตกต่างกัน ถ้าจะกล่าวว่า วัฒนธรรมโต๊ะจีนและ วัฒนธรรมการจัดงานออกร้านการกุศล คือ เครื่องหมายแห่งความลม้ เหลวของการสร้าง ระบบงานทีด่ ี (System) ในสังคมมุสลิม ใช่ หรือไม่? ตั ว อย่ า งต่ อ ไปนี้ คื อ บทพิ สู จน์ สมมุตฐิ านข้างต้น ตัวอย่างที ่ 1 ครู สอนกุรอานและฟัรดู อีนในชุม ชนหนึ่งๆ ส่วนใหญ่ได้รบั เงินเดือนเพียงเดือน
ละ 3,000-5,000 บาท ท�าให้พวกเขาต้องไป ประกอบอาชีพเสริมอย่างอื่นเพื่อมาจุนเจือ ครอบครัว แม้อ าชีพ บางอย่ า งจะท�า ให้ล ด เกียรติภมู ศิ กั ดิ�ศรีความเป็ นครูลงไปก็ตาม เงินเดือนครูทไ่ี ด้รบั ส่วนใหญ่ได้มา จากการจัดงานโต๊ะจีนหรือจัดงานออกร้านการ กุศลปี ละ 1-2 ครัง้ ค�าถามคือ เพราะสังคม หรือชุมชนไม่ยอมรับให้มรี ะบบการจัดเก็บค่า เล่าเรียนทีด่ ใี ช่ไหม ชุมชนจึงต้องจัดงานการ กุศลหารายได้เป็ นเงินเดือนให้ครู ท�าไมผู ้ ปกครองนักเรียนจึงไม่ยอมจ่ายค่ าเล่าเรียน โดยตรง หรือถึงแม้จะมีระบบการจัดเก็บอยู่ บ้าง แต่ผูป้ กครองก็ไม่จ่ายหรือจ่ายไม่ครบ หรือผูบ้ ริหารจัดเก็บค่าเล่าเรียนต�า่ กว่าความ เป็ นจริงมาก แถมจ่ายให้ครู ก็แบบเสียมิได้ เพราะเราคุน้ เคยกับค�าว่าครูตอ้ งสอนหนังสือ เพือ่ เอาบุญมากกว่าเอาเงิน (จริงหรือ?) แล ้ว ท�า ไมเมื่อ ผู ป้ กครองซึ่ง เป็ น ผู ร้ บั ประโยชน์ โดยตรงจากการที่ลูกหลานของตัวเองได้รบั วิชาความรูจ้ งึ ไม่ยอมจ่ายค่าเล่าเรียนหรือจ่าย
จดหมายขาววารสารสุขสาระ
17
ต�า่ กว่าทีค่ วรจ่าย แต่กลับโยนภาระการจ่ายค่า เล่าเรียนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยของลูกหลาน ตนเองให้เป็ นภาระของคนอืน่ หรือสังคม (ท�า ให้ฟรั ดูอนี กลายเป็ นฟัรดูกฟิ ายะฮ์ ถูกต้องละ หรือ?) ท�าไมจึงยอมจ่ายค่าเล่าเรียนพิเศษ หรือค่าเล่าเรียนวิชาสามัญในระบบโรงเรียน ปกติโดยไม่บดิ พลิ้ว เพือ่ ให้ลูกหลานของตน ได้เล่าเรียนวิชาคณิ ตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ฯลฯ แต่กลับไม่คดิ จะจ่ายค่าเล่าเรียนในวิชา กุรอานและฟัรดูอนี ความรูว้ ชิ าคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มันส�าคัญกว่าวิชาทีส่ อนให้ลูก หลานไม่ตกนรกกระนัน้ หรือ? ตัวอย่างที ่ 2 มัสยิดหลายแห่งครอบครองที่ดิน วากัฟเป็ นจ�านวนมาก ผู บ้ ริจาคที่ดินวากัฟ บริจาคโดยมีวตั ถุประสงค์เพื่อให้มสั ยิดน�า ที่ดิน ที่ต นบริ จ าคไปบริ ห ารเพื่อ หารายได้ มาสนับสนุนกิจกรรมของมัสยิด ทัง้ ด้านการ ก่อสร้าง ต่อเติม บ�ารุงรักษา การจัดการศึกษา ศาสนา เป็ นต้น แต่ความเป็ นจริงทีพ่ บเห็นกัน โดยทัว่ ไปก็คือ มัสยิดยังต้องจัดงานหาราย ได้มาสนับสนุนกิจกรรมของมัสยิดอยู่เนืองๆ ทัง้ ๆ ทีท่ ด่ี นิ วากัฟทีค่ รอบครองอยู่นนั้ หากผู ้ บริหารมัสยิดจัดวางระบบการบริหารทรัพย์สนิ ที่ดนิ วากัฟให้มปี ระสิทธิภาพ การจัดงานหา รายได้อาจไม่มคี วามจ�าเป็ นเลย อะไรคือความ ล ้มเหลวของการจัดระบบการบริหารทรัพย์สนิ ทีด่ นิ วากัฟ 1. การคัดเลือกผูเ้ ช่า ไม่คา� นึงถึง คุณภาพและคุณธรรมทางศาสนาของผู เ้ ช่ า ท�าให้สงั คมในทีด่ นิ วากัฟ เต็มไปด้วยปัญหา สังคม ความยากจน ยาเสพติด สังคมมุสลิม ต้องทนเจ็บปวดกับความจริงทีก่ ล่าวว่า “มีโดม ทีไ่ หน มียาบ้าทีน่ นั ่ ” 2. อัต ราค่ า เช่ า ที่ดินวากัฟ ต�า่ กว่า ที่ควรจะเป็ น ท�าให้ผูเ้ ช่าไม่สา� นึกถึงบุญคุณ ความดีของเจ้าของทรัพย์ทใ่ี ห้โอกาสตนได้อยู่ ในที่ดนิ ผืนนี้ เพราะค่าเช่าถูกเสียจนเหมือน
18
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
ไม่มีค่าราคาอะไรเสีย เลย 3 . ต่ อ ใ ห้ อัต ราค่ า เช่ า ถู ก ขนาด ไหน แต่ ผู บ้ ริ ห ารก็ ไม่ ส ามารถจัด ระบบ การเก็ บ เงิน ที่ดีแ ละมี ประสิทธิภาพเพียงพอ ผลทีเ่ กิดขึ้นคือ จัดเก็บ ค่าเช่าได้ไม่ครบทุกราย ทัง้ ที่เก็บต�า่ กว่าที่ควรจะเป็ นอยู่ แลว้ ผู เ้ ช่ า หลายรายลืมนึกไปว่า ตนเองก�าลังกินนอนอยู่ บนทีด่ นิ ของอัลลอฮฺ แต่กลับทึกทักเอาเองว่า เป็ นสิทธิของตนที่จะอยู่บนที่ดนิ ผืนนี้โดยไม่ ต้องจ่ายค่าเช่าก็ได้ เพราะอัลลอฮฺให้ตนเกิด มาจน (?) ผูบ้ ริหารมัสยิดก็ไม่สามารถท�าอะไร ได้อย่างเด็ดขาดกับคนกลุม่ นี้ มัสยิดกลางใจ เมืองบางแห่ง ทีด่ นิ ราคาประเมินตารางวาละ 400,000 บาท แต่จดั เก็บค่าเช่าเดือนละ 150 บาทบนทีเ่ ช่าขนาด 30 ตารางวายังเก็บไม่ได้ ผิดทัง้ ส�านึกของคน ผิดทัง้ ระบบการบริหาร ทรัพย์สนิ 4. ผูบ้ ริหารทรัพย์สนิ มีส่วนได้เสีย ในทรัพย์ทบ่ี ริหารนัน้ (Conflict of interest) เช่น เป็ นผูเ้ ช่าเสียเอง หรือมีลูกหลานญาติโยม เป็ นผูเ้ ช่าในทีด่ นิ วากัฟ ลองคิดดูวา่ ถ้าเป็ นทีด่ นิ ของเอกชน จะเกิดปัญหาเหล่านี้ข้นึ ไหม? ตัวอย่างที ่ 3 องค์กรการกุศลทัว่ ไป เช่น มูลนิธิ ป่ อเต็ก ตึง� มูล นิ ธิร่ ว มกตัญ �ู องค์ก รสห ประชาติเพื่อการช่วยเหลือเด็กผูด้ อ้ ยโอกาส (UNICEF) องค์กรสหประชาชาติเพื่อการ ช่วยเหลือผูล้ ้ภี ยั (UNHCR) เราจะไม่มโี อกาส เห็นว่าองค์กรเหล่านี้จดั งานหารายได้เป็ นครัง้ คราวเป็ นระยะๆแบบที่สงั คมมุสลิมท�า แต่ เขาสามารถระดมเงินบริจาคได้ปีละนับสิบล ้าน ร้อยล ้านได้ทกุ ปี อย่างต่อเนื่องเพราะอะไร ถ้า ไม่ใช่เพราะเขามีระบบการบริหารการจัดเก็บ
เงินบริจาคทีม่ ปี ระสิทธิภาพ ถ้าสังคมมุสลิมต้องการเริ่มต้นจัด วางระบบการบริหารทรัพย์บริจาค (ซะกาต ซอ ดะเกาะฮ์ ทีด่ นิ วากัฟ และศาสนสมบัตอิ น่ื ๆ) ที่ มีประสิทธิภาพ ปัจจัยทีจ่ ะน�าไปสู่ความส�าเร็จ (Key Success Factors) อย่างน้อยทีส่ ุดจะ ต้องประกอบด้วยสิง่ ต่อไปนี้ 1. องค์กรบริหารต้องเป็ นทีย่ อมรับ เชื่อถือของสังคมทัง้ โดยกฎหมายและศาสนา (Credible Organization) 2. มี ผู บ้ ริ ห ารที่ มี ฝี มื อ ท�า หน้า ที่ บริหาร (Best people run the organization) 3. เรีย นรู แ้ นวการปฏิบ ตั ิท่ีดีจ าก องค์ก รอื่ น ที่ ป ระสบความส�า เร็ จ อยู่ แ ล ว้ (Learn the best practice from other) 4.ผูบ้ ริหารต้องมีความซือ่ สัตย์สจุ ริต (Honesty) โดยทีป่ จั จัยที ่ 1-3 สังคมอาจสร้าง ได้โดยไม่ยากเย็นนัก แต่ความซือ่ สัตย์สุจริต (Honesty) คือสิง่ ทีส่ ร้างได้ยากทีส่ ุด นอกจากการจัดงานเลี้ยงโต๊ะจีนและ จัดงานออกร้านการกุศล จะเป็ นเครื่องหมาย แห่งความลม้ เหลวของการสร้างระบบงานที่ ดีในสังคมมุสลิมดังทีก่ ล่าวข้างต้นแลว้ สิง่ ที่ พบเห็นอย่างหนึ่งในบรรยากาศของการจัดงาน ก็คือ มีการกินการดื่มหรือการใช้ทรัพยากร ของสัง คมกัน อย่ า งสิ้น เปลือ งเกิ น สมควร จนถึงขัน้ ทีอ่ าจเรียกได้วา่ ฟุ่มเฟื อยสุรุ่ยสุร่าย
(มุบรั ซิร) อัลลอฮฺ (ตะอาลา) ทรงตรัสว่า “และบรรดาผูท้ ่เี มือ่ พวกเขาใช้จ่าย พวกเขา ก็ไม่สุรุ่ยสุร่าย และไม่ตระหนี่ (*1*) และ ระหว่า งทัง้ สองสภาพนัน้ พวกเขาอยู่ ส าย กลาง” (ซูเราะฮ์อลั ฟุรกอน อายะฮ์ 67) (*1*) คือพวกเขามิได้เป็ นคนสุร่ยุ สุร่ายในการใช้จา่ ย เพือ่ การกินการดืม่ และการแต่งกาย และมิได้ เป็ นคนบกพร่องและหวงแหนจนกระทังกลาย ่ เป็ นคนตระหนี่ การกระท�าสิ่งใดที่ผิดต่อ หลักการของศาสนา สังคม จะคาดหวัง ผลบุ ญ กุ ศ ล (บารอกัต) จากการกระท�า สิง่ นัน้ ได้อย่างไร อ ย่ า ง ไ ร ก็ตาม การจัดงาน โต๊ะ จี น กับ การจัด งานออกร้านการกุศลหา ใช่ส่งิ เลวร้ายในสังคมเสีย ทัง้ หมดเลยทีเดียวก็หาไม่
ผลดีประการหนึ่งก็คอื การได้สร้างโอกาสหรือ บรรยากาศให้ผูค้ นในสังคมหรือชุมชนได้มา พบปะสังสรรกันหรือท�ากิจกรรมร่วมกันเพือ่ ความสนิ ท สนมและความสามัค คี ภ ายใน สังคมหรือชุมชนนัน้ แต่นนั ่ คือผลพลอยได้ ในเชิงสังคมจิตวิทยา แต่ในความเป็ นจริงก็ ยังคงปรากฏให้เห็นความแตกแยกสามัคคีใน ทุ ก สัง คม
ชุมชนของมุสลิมอยู่ดี
ชวนคิด
ดังนัน� การจัดงานเลี�ยงโต๊ะจีน กับการจัดงานออกร้านการกุศลจึงเป็ น คนละประเด็นกับการจัดระบบงานทีด� ี เพือ� การบริหารทรัพย์บริจาคและศาสน สมบัตทิ มี � ปี ระสิทธิภาพอย่างยังยื � นให้แก่ สังคมมุสลิมของเรา
ภาพปก สวนดอกไม้เมืองอาชิคางะ (Ashikaga) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ซง่ึ มีเชือ่ เสียง อีกแห่งหนึ่งของญี่ป่ ุ นส�าหรับชื่นชมความ สวยงามของดอกฟูจ ิ หรือ ดอกวิสทีเรีย ซึง่ จะ บานช่วงเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม ของทุกปี สวยงามและดูโรแมนติกมาก วิสทีเรีย เป็ นไม้เถาทีม่ กี ลิน่ หอมฟุ้ง มีถน่ิ ก�าเนิดในเอเชีย เช่นเกาหลี จีน ญี่ป่ ุน รวมถึงทางฝัง่ ตะวันออกของสหรัฐอเมริกา โดยวิสทีเรียมีประมาณสิบสายพันธ์ ดอกสี ขาว ชมพู ม่วงคราม รวมถึงพันธุไ์ ฮเบิรด์ สี แดง นอกจากนี้แลว้ ภายในสวยยังมีดอกไม้ และต้นไม้อน่ื ๆ ทีส่ วยงามไม่แพ้กนั อีกด้วย จดหมายขาววารสารสุขสาระ
19
รายงานพิเศษ “อีโบลา” เป็ นกลุมุ่ โรคไข้เลือดออก ชนิดหนึ่ง มีช่อื เรียกในภาษาอังกฤษว่า “ซาร์ อี อีไบลาไวรัส” (Zaire ebolavirus) ซึง่ เป็ น ชื่อทีต่ งั้ ขึ้นตามพื้นทีท่ พ่ี บว่ามีการระบาดของ โรคเป็ นครัง้ แรกในปี พ.ศ. 2519 คือใกล ้กับ ลุ่มแม่นำ�้ อีโบลา ในประเทศซาร์อี (ปัจจุบนั คือสาธารณรัฐคองโก) แต่อย่างไรก็ดี จนถึง ปัจจุบนั ยังไม่สามารถระบุแหล่งต้นตอของเชื้อ ได้อย่างแน่ชดั ไวรัสอีโบลา หรือ EBOV VP30 (Ebola Virus VP30) มีลกั ษณะเป็ นเส้นด้าย
ในกลุม่ ฟิ โลไวรัส เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80 นาโนเมตร ยาวได้มากถึง 1,400 นาโน เมตร แบ่งออกเป็ น 5 สายพันธุ ์ โดยสายพันธุ ์ ทีร่ า้ ยแรง ได้แก่ สายพันธุซ์ ูดาน สายพันธุซ์ าร์ อี และสายพันธุบ์ นั ดิบูเกียว อาการเป็ นอย่างไร - โรคอีโบลามี ระยะฟักตัว 2-21 วัน อาการของโรคมีความ ผันแปรและมักเกิดฉับพลัน อาการแรกเริ่ม ได้แก่ การมีไข้สูง (อย่างต�ำ ่ 38.8°C หรือ 102°F) ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกล ้ามเนื้อ ข้อและช่องท้องรุนแรง อ่อนเพลียอย่างหนัก
และวิงเวียนศีรษะ ในช่วงแรกๆ ที่เกิดการ ระบาดและยังไม่เป็ นทีร่ ูจ้ กั มากมักวินิจฉัยว่า เป็ นไข้มาลาเรีย ไข้ไทฟอยด์ ท้องร่วง ไข้หวัด ใหญ่ รวมทัง้ โรคอืน่ ๆ ทีเ่ กิดจากแบคทีเรียซึง่ มีอาการคล ้ายกันแต่ไม่รุนแรงถึงชีวติ อาการอาจร้ายแรงขึ้น เช่น ท้องร่วง อย่างแรง อุจจาระกลายเป็ นสีดำ� หรือแดงจัด อาเจียนเป็ นโลหิต ตาแดงจัด ความดันโลหิต ลดต�ำ่ กว่า 90/60 ไต ม้ามและตับได้รบั ความ เสียหาย มีผน่ื นู นแดง เลือดออกง่ายทัง้ ภายใน และภายนอกร่างกาย อัตราการตายสูงมากถึง
รู้จัก “อีโบลา” ระหว่าง 50% - 90% สาเหตุทต่ี ายเกิดจากขาด เลือด หรืออวัยวะวาย ระบาดได้อย่างไร - เชื้ออีโบลาไม่ ติดต่อกันทางอากาศ การระบาดของเชื้อไวรัส อีโบลาหรือโรคไข้เลือดอีโบลา แพร่เชื้อจากคน สูค่ น ผ่านทางการรับหรือสัมผัสของเหลวจาก ร่างกายผูต้ ิดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็ นเลือด น�ำ้ ลาย น�ำ้ มูก เหงือ่ สารคัดหลังต่ ่ าง ๆ ตลอดจนเชื้อ อสุจิ การระบาดของเชื้ออีโบลาในแถบ แอฟริ ก าระลอกล่ า สุ ด นี้ เริ่ ม ระบาดจาก บริเวณพื้นทีห่ ่างไกลในประเทศกินีเมือ่ เดือน มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนที่เชื้อจะแพร่กระจาย อย่างรวดเร็วจนถึงชายแดนของไลบีเรีย ตาม มาด้วยเซียร์ราลีโอน กินี และเข้าสู่ภาวะการ ระบาดอย่างหนักในช่วงเดือนมิถนุ ายน ทีผ่ า่ น มา ซึง่ โดยตลอด 2 เดือนนี้ มีผูเ้ สียชีวติ เพิม่ ขึ้นอย่างรวดเร็วจนแตะทีอ่ ย่างน้อย 660 คน แม้ว่าเจ้าหน้าทีไ่ ด้ใช้ความพยายามอย่างมาก
20
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
นาย ดีเอสไอ ในการป้ องกันและสกัดกัน้ เชื้อโรคไม่ให้แพร่ กระจายมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถยับยัง้ การ ระบาดของเชื้อได้เลย การรัก ษา- ในปัจ จุบ นั ยังคงไม่มี ทัง้ วัคซีนป้ องกันและยารักษาเชื้ออีโบลาโดย เฉพาะ ท�าได้เพียงรักษาไปตามอาการด้วยการ ให้นา�้ และเกลือแร่ทดแทน รวมทัง้ ให้ยาต้าน การแข็งตัวของเลือดในช่วงแรก เพือ่ ป้ องกัน เลือดจับเป็ นลิม่ ในหลอดเลือด จากนัน้ จึงให้ ยาช่วยการแข็งตัวของเลือดในระยะ ที่ผู ป้ ่ วยเริ่ม มี
2. ให้โรงพยาบาลทุกแห่ง เข้มงวด ต่ อ การรัก ษาผู ม้ ีอ าการต้อ งสงสัย โดยใช้ มาตรการเดียวกับการดูแลผูป้ ่ วยโรคติดต่อ ร้ายแรง เช่น ไข้หวัดนก ซาร์ส เป็ นต้น 3. ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตรียมความพร้อมห้องแล็บในการตรวจหา เชื้อ ซึง่ ไทยได้รบั ความร่วมมือจากสหรัฐฯ ใน การตรวจวิเคราะห์เชื้อไวรัสชนิดนี้ การป้ องกัน – 1. หลีกเลีย่ งการสัมผัสกับผูป้ ่ วย-แยกผูป้ ่ วย 2. แยกของใช้ส่วนตัว ไม่ให้ปนกัน 3. หลีกเลีย่ งสัมผัส สัตว์ตดิ เชื้อ หรือศพ ให้ ท�าการก�าจัด หรือฝังทันที 4. หลีกเลีย่ งการสัมผัสกับสัตว์ป่าทีน่ า� เข้ามา โดยไม่ผ่านการตรวจโรค 5 เลีย่ งการรับประทานอาหารจากเนื้อสัตว์ป่า ทีป่ ่ วยตายโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะ ลิง ค้างคาว รวมทัง้ เลีย่ งเมนู เปิ บพิสดารอืน่ ๆ 6. งดการเดินทางไปยังประเทศทีม่ กี ารระบาด สาธารณสุข ของโรค ซึง่ ขณะนี้กค็ อื ประเทศแถบแอฟริกา ได้ป ระกาศ 3 ตะวันตก มาตรการเฝ้ าระวังโรค 7. บุคลากรทางการแพทย์ สวมชุดป้ องกัน อีโบลามาแล ้ว ดังนี้ 1. ให้ส า� นัก ระบาดวิท ยาติด ตาม สถานการณ์ โ รคจากองค์ก ารอนามัย โลก ข้อมูล สาธารณสุขทุกจังหวัดเฝ้ าระวังผู ป้ ่ วย โดย กระปุกดอทคอม เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติและผูท้ ่เี ดินทาง ไทยวิกพิ เี ดีย มาจากประเทศทีม่ กี ารระบาดของโรค อาการเลือดออก เชื้อ อีโ บลา ในประเทศไทย- ใน ปัจจุบนั ยังคงไม่พบว่ามีผูป้ ่ วยติดเชื้ออีโบลา ในประเทศไทย และโอกาสทีเ่ ชื้อจะเข้ามาระ บาดในเอเชียนัน้ มีตา� ่ เพราะผูป้ ่ วยที่ติดเชื้อ แล ้วมักอยูใ่ นสภาพร่างกายอ่อนแอเกินกว่าจะ เดินทางได้ การแพร่ระบาดข้ามทวีปจึงเกิดขึ้น ได้นอ้ ย มาตรการเฝ้ าระวังเชื้ออีโบลา-แม้ ประเทศไทยจะมีความเสีย่ งในการพบเชื้อต�า่ แต่ ใ นเบื้อ งต้น กระทรวง
จดหมายขาววารสารสุขสาระ
21
22
มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)
อิ่มบุญ แถมไดสุขภาพ เพิ่มปลา ผัก ผลไม
เพ�อสุขภาพของผูรวมงานและตัวทานเอง ดวยความปรารถนาดีจาก
แผนงานสรางเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย
"กรุณาใหเกียรติบานของอัลลอฮฺ
ดวยการไมสูบบุหรี่"