ปที่ 1 ฉบับที่ 3
เมษายน - มิถุนายน 2555
3
ประกันภัยนารู : กองทุนประกันวินาศภัย วิทยาศาสตร/เทคโนโลยี : อัศจรรยผลึกหิมะ รักลูกใหดี : เลี้ยงลูกดวยมือถือ ไอที : Viriyah Fan on Facebook
สงกรานต 2555 Free copy http://www.viriyah.co.th/m
V2 p1+52 (cover).indd 52-1
26/3/2012 11:05
บทบรรณาธิการ
วันครอบครัวไทย
วิ
ถีชีวิตสังคมไทยใหความสําคัญกับคําวา “ครอบครัว” มาก... การอยูร ว มกันเปนกลุม ใหญ เรียงลําดับตั้งแต ปู ยา ตา ยาย พอ แม ลูก หลาน เหลน โหลน ซึ่งอยูกันอยางมีความสุขภายในบานหลังเดียวกัน หรือบริเวณเดียวกัน แตดวยสถานะทางสังคม ภายใตภาวะเศรษฐกิจที่เรงรีบเพื่อดูแลปากทอง ทําใหตอง แยกจากครอบครัวใหญมาอาศัยอยูตามเมืองหลวง เพื่อใหสะดวกสบายตอการทํางาน โดยทิ้ง ผูแกเฒาใหอยูเฝาบาน เฝานา เฝาสวน แตกระนั้นเมื่อถึงเดือน “เมษายน” ทุกๆ คนที่ทิ้งบานมาประกอบอาชีพ ก็จะกลับบาน ไปรวมตัวเปนครอบครัวใหญที่อบอุนตามสถานะของแตละคน “วันครอบครัว” จึงเปนวันที่มีความสุข มีความอบอุน ซึ่งทุกคนรอคอยที่จะไดกลับไป พบกับผูที่เคารพรัก ดังนั้นเนื้อหาในเลมนี้จึงขอนําเสนอตัวอยางครอบครัวที่มีความสุขทุกวัน
ไมใชแควันครอบครัว !
(กานดา วัฒนายิ่งสมสุข)
วี แมกกาซีน วารสารราย 3 เดือน เจาของ : บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด กองบรรณาธิการ : ฝายสื่อสารองคกร บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด เลขที่ 121/28, 121/65 อาคารอารเอสทาวเวอร ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โทรศัพท 0-2641-3500 โทรสาร 0-2641-3900 จัดทําโดย : สํานักพิมพสารคดี (ในนามบริษัทวิริยะธุรกิจ จํากัด) แยกสี/เพลต : เอ็น. อาร. ฟลม โทร. 0-2215-7559 พิมพที่ : บริษัททวีวัฒนการพิมพ จํากัด โทร. 0-2720-5014
c V3 p2-7.indd 2-3
ภาพ ขอเขียน หรือบทความใน V magazine ขอสงวนสิทธิ์ตามกฎหมาย ทานที่นําไปตีพิมพ อางอิง หรือประโยชนอันใดในสิ่งพิมพอื่น กรุณาขออนุญาตลวงหนา
26/3/2012 11:10
สาระประกันภัย
วารสารราย 3 เดือน
เมษายน-มิถุนายน 2555
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
สารบัญ
05 08 16 19 20 22 26 27 28 31
32 34 37 38 40 42 45 47 48 49 V3 p2-7.indd 4-5
สาระประกันภัย
“CSR” กับ “วิริยะประกันภัย” ภารกิจเพื่อสังคมไทยยั่งยืน เรื่องจากปก สงกรานต “ความสุข” ในวันครอบครัวไทย เรื่องเกาเลาอดีต สงกรานต รอบรั้ววิริยะประกันภัย CSR จิตอาสา...ปรากฏการณในสังคมไทยยุคดิจิทัล สัมภาษณ แรงบันดาลใจผสมจินตนาการ
เคล็ดลับความสําเร็จของ โชค บูลกุล รูรักษสุขภาพ ทํานายสุขภาพป 2555 ไอที รอบรูขาวสารดานประกันภัยแบบทันสมัย กับ Viriyah Fan on Facebook รักลูกใหดี เลี้ยงลูกดวยมือถือ
ตลอดระยะเวลา 65 ปที่บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด
ไดใหบริการรับประกันวินาศภัยครบวงจร ดวยอุดมการณที่จะพัฒนา สรางสรรคการบริการดานตางๆ ใหสามารถสนองตอบตอความตองการของ ลูกคาอยางไมหยุดยั้ง พรอมกับการสงเสริมกิจกรรมเพื่อดูแลและตอบแทน สังคม โดยใหความชวยเหลือและสนับสนุนกิจกรรม ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยมาอยางตอเนื่อง ทั้งนี้เพื่อใหเปนไปตามนโยบายของบริษัทที่วา
“ความเปนธรรม คือ นโยบาย”
เยือนลานธรรม
คนหาใจตน พบความสงบเย็น ที่วัดสุนันทวนาราม
วิทยาศาสตร/เทคโนโลยี อัศจรรยผลึกหิมะ ทองเที่ยวกับวิริยะ พักรอนที่กระบี่
นอนชายหาดยํ่าเม็ดทรายใหหายเหนื่อย
วิริยะชวนชิม ลองใต หรอยจังฮู ! ที่เมืองกระบี่ ดวงชะตาราศี ศูนยซอมฯ สมปองการชาง ตักสิลา...ศูนยซอมมาตรฐาน
วิริยะประกันภัย ภาคตะวันออก
ประกันภัยนารู
กองทุนประกันวินาศภัย บัญชีอุนใจ...ผูเอาประกันภัย พอเพียงเพื่อแผนดินเกิด กรุงเทพฯ เบญจรัตนนคร (2) สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง วิถีความผูกพัน บนรากฐานแหงความพอเพียง ไขขอของใจปญหาประกันภัย CRM
กับ “วิริยะประกันภัย” ภารกิจเพื่อสังคมไทยที่ยั่งยืน
26/3/2012 11:11
“CSR” ภารกิจ เพื่อสังคมไทยที่ยังยืน
“วิริยะประกันภัย” จับมือหาภาคีเครือขาย จุดพลุโครงการขับเคลื่อน เศรษฐกิจพอเพียงฯ ในปที่ผานมาบริษัทฯ ไดเปดตัวโครงการขับเคลื่อน เศรษฐกิจพอเพียงภาคประชาชน โดยรวมกับภาคี เครือขาย ไดแก สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชนครินทร พิพิธภัณฑเมืองโบราณ มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และมูลนิธิเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งโครงการดังกลาวมีวัตถุประสงค เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดํารัสของ พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ใหเกิดผลสําเร็จทั่วทั้งแผนดิน ทั้งยังเปนการรณรงคปลูกจิตสํานึกเศรษฐกิจพอเพียงใหประชาชน ในชุมชนสามารถพึ่งตนเองดานความพอกิน พอใช พออยู และมี อากาศบริสุทธิ์ การฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติ ดิน นํ้า ปา รวมถึง การจัดการขยะ โดยดําเนินการดวยยุทธศาสตร “คืนชีวิตใหแผนดิน
บริษัท วิริยะประกันภัย จํากัด ตระหนักถึงความเปน สวนหนึ่งในสังคมไทยที่ตองรวมดูแลเอาใจใส และตอบแทนสังคม โดยใหความสําคัญกับเรื่องของ Corporate Social Responsibility : CSR หรือความรับผิดชอบของธุรกิจตอสังคมมาอยางตอเนื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวของกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเปนอยู ของคนในสังคม เพื่อสรางความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสนิ ดังนั้นจึงไดจัดใหมีการดําเนินกิจกรรมตางๆ เพื่อสังคมอยางตอ เนื่อง โดยใหการสนับสนุนและจัดกิจกรรมเพื่อสังคมทุกรูปแบบ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังไดรวมมือกับองคกรตางๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน สรางสรรคกิจกรรมและโครงการสาธารณประโยชน เพื่อสังคมอีกมากมาย โดยมุงหวังใหคนไทยมีระดับคุณภาพชีวิตที่ดี ยิ่งขึ้น พรอมๆ กับความเจริญกาวหนาและความยั่งยืนของสังคม แหงความเอื้อเฟอในรูปแบบของคนไทยสืบไป สําหรับโครงการที่บริษัทฯ ไดริเริ่มและดําเนินการตอเนื่อง มาจนถึงปจจุบันนั้นมีมากมายหลายโครงการ เชน โครงการ ก. ไกใสตู ซึ่งเปนโครงการที่สนับสนุนการเรียนรูของนักเรียน และเยาวชนในพื้นที่หางไกล หรือขาดแคลนทุนทรัพย ดวยการมอบ หนังสือดีมีสาระ ตลอดจนอุปกรณการเรียน การสอน อุปกรณกีฬา ควบคูกันไปดวย โดยดําเนินโครงการฯ ตอเนื่องมากวา 10 ปแลว นอกจากนี้ยังมีโครงการ เด็กรักอาน บานมีสุข, โครงการเยาวชนรูรอด ปลอดภัย, โครงการอบรม เสริมความรูใหแกผูขอรับ ใบอนุญาตขับรถยนต และ โครงการวิริยะลดความ เครียดบนถนน หรือ Traffy ศูนยขอมูลจราจรในมือคุณ ซึ่งเปนการรายงานสภาพการ จราจรผานโทรศัพทเคลื่อนที่ เปนตน
ดวยพลังเบญจภาคี” ซึ่งหนวยปฏิบัติการเศรษฐกิจพอเพียง ภาคประชาชนจะเคลื่อนงานเชิงรุกเขาสูหมูบาน และชุมชน เพื่อ อบรมหลักสูตร “เปลี่ยนวิธีคิด สูเศรษฐกิจพอเพียง” ระยะสั้น 2 วัน 1 คืน ดวยแนวทางการอบรมตามแบบ “เชาบรรยาย บายทํา คํ่าสรุป” เพื่อเปลี่ยนแนวคิดสู การทําสัมมาชีพ หลักสูตรการอบรมนี้ประกอบดวย 1. ฐานฅนรักแมธรณี และการจัดการขยะ ในครัวเรือน โดยในฐานนี้จะใหความรูและสอนวิธีการทําปุย นํ้าหมักชีวภาพ ปุยผง เพื่อใหเลิกใชพิษและสารเคมี เปนการสราง อาหารเพื่อสุขภาพ ปลอดสารพิษ 2. ฐานฅนมีนํ้ายา สอนวิธีทําของใชที่จําเปนในชีวิต
ทุมทุนประกอบ “รถโมบาย” ตั้งเปาเขาถึง ชุมชนทองถิ่น พรอมกันนี้บริษัทฯ ยังใหการสนับสนุนรถอบรม เคลื่อนที่ (Mobile Unit) จํานวนหนึ่งคัน โดยเปนรถหกลอ ออกแบบพิเศษใหพรอมสําหรับการใชงานอบรมเคลื่อนที่ ดานขาง รถยกเปดดวยระบบไฮดรอลิก เมื่อยกขึ้นจะพรอมเปนเวทีใหความรู ไดทันที ดานหนาเวทีประกอบดวยเครื่องเสียง และจอโทรทัศน ขนาด 40 นิ้ว ดานในรถแบงเปนหองอุปกรณควบคุมและหอง สํานักงานซึ่งประกอบดวยชุดอุปกรณสํานักงานเคลื่อนที่ เครื่องคอมพิวเตอรต้งั โตะหนึ่งเครื่อง คอมพิวเตอรโนตบุก หนึ่งเครื่อง พรอมพรินเตอร ระบบเครื่องเสียงและอุปกรณการอบรมแบบ เคลื่อนที่อีกหนึ่งชุด พรอมสําหรับการอบรม ณ ลานอเนกประสงค ของชุมชน ซึ่งสอดคลองกับระบบไฟฟาที่ไดออกแบบมาใหใชไดทั้ง ไฟฟากระแสสลับและกระแสตรงจึงสะดวกตอการปรับเปลี่ยนใหเขา กับไฟบาน ที่สําคัญรถอบรมเคลื่อนที่ยังพรอมสําหรับการติดตอ
06 V3 p2-7.indd 6-7
ประจําวันเพื่อลดรายจาย เชน นํ้ายาลางจานจากมะนาว ยาสระผม มะกรูด สบูจากสมุนไพรธรรมชาติ 3. ฐานฅนรักสุขภาพ ใหความรูพรอมสอนวิธีการ พึ่งพาตัวเองดานสุขภาพ ดวยการใชสมุนไพรใกลตัว รวมถึงวิธีการ ขับพิษออกจากรางกายดวยการขูดผิว (ทํากัวชา) การทํานํ้าดื่มจาก พืชสมุนไพรสีเขียว (คลอโรฟลล) 4. ฐานฅนรักษปา แนะนําวิธีการปลูกปาสามอยาง ประโยชนสี่อยาง ตามแนวพระราชดําริ เพื่อใหทุกครอบครัว โรงเรียน วัด และชุมชน รวมกันปลูกปาใหเกิด ปาพอกิน ปาพอใช ปาพออยู และปาพอรมเย็น สําหรับพื้นที่เปาหมายของโครงการฯ คือ ลุมนํ้าบางปะกง และสมุทรปราการ จํานวน 24 พื้นที่ ไดแก จ. ฉะเชิงเทรา จ. ปราจีนบุรี จ. สระแกว จ. นครนายก จ. ชลบุรี และ จ. สมุทรปราการ โดยแบงเปนตนนํ้า กลางนํ้า และปลายนํ้า
สื่อสารผานระบบวิทยุ ดวยการติดตั้งระบบสื่อสารผานวิทยุสื่อสาร ยานความถี่ราชการหนึ่งชุด พรอมชุดวิทยุลูกขายหาเครื่อง (วิทยุ เครื่องดํา) ระบบวิทยุสื่อสารยานความถี่ประชาชนหนึ่งชุด เครื่อง วิทยุลูกขายหาเครื่อง (วิทยุเครื่องแดง) ทําใหรถอบรมเคลื่อนที่ พรอมสําหรับการทํางานดานการใหขอมูล หรือแมกระทั่งนําไป ประยุกตใชเพื่อรับมือกับวิกฤตการณภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาก ในปจจุบัน อยางไรก็ตามภารกิจหลักของรถอบรมเคลื่อนที่ คือการ อบรมประชาชนใหมีความรูเทาทันการเปลี่ยนแปลง และเขาใจ ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนสามารถดําเนินการไดอยางเปน ขั้นเปนตอนเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต ภายในรถจึงไดออกแบบให สามารถเก็บชุดอุปกรณการอบรมและสื่อการสอนเพื่อปลุกจิตสํานึก สูวิถีชีวิตที่พอเพียง ซึ่งเปนพื้นฐานของสังคมไทยที่ถูกละเลย โดย
เชื่อมั่นวาดวยแนวทางการทํางานดังกลาวจะกอใหเกิดผลสําเร็จ และสงผลใหเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมไดจริง จากผลการดําเนินโครงการฯ ที่ผานมา แสดงใหเห็นถึง ความเขมแข็งของชุมชนนํารอง ที่รวมกลุมกันเรียนรู และรักษา สิ่งแวดลอม พรอมนอมนําแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงลงสูการ ปฏิบัติ โดยตระหนักถึงคุณคาและความภาคภูมิใจในทองถิ่น เพื่อให เปนหมูบานเศรษฐกิจพอเพียงตนแบบอยางยั่งยืน อีกทั้งรถอบรม เคลื่อนที่ยังชวยเสริมใหการขยายผลทฤษฎีของพระบาทสมเด็จ พระเจาอยูห วั ฯ ลงสูก ารปฏิบตั จิ ริงอยางเปนรูปธรรมมากยิ่งขึ้นดวย หลังจากดําเนินโครงการฯ ตามกรอบที่วางไวเรียบรอยแลว ผูดําเนินโครงการฯ มีแผนที่จะขยายผลสูลุมนํ้าเจาพระยา และลุมนํ้าทั้ง 25 ลุมนํ้าทั่วประเทศตอไป
.
07
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:11
เรื่อง
จาก
ปก
เรื่อง : ปณัสย์ พุ่มริ้ว ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์ วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
สงกรานต “ความสุข” ในวันครอบครัวไทย
วันสงกรานต์ก�าลังจะเวียนมาถึง... นอกจากเป็นวันที่ร้อนที่สุด มีเทศกาลสาดน�้า
สงกรานต์ โดยรากฐาน คือ “วันครอบครัว”
แต่ครั้งที่พิเศษที่สุดคือการเคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งดวง อาทิตย์อยู่ในต�าแหน่งสูงที่สุดในรอบปี เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” นับเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ เดิมธรรมเนียมการนับวันสงกรานต์เป็นของศาสนาพราหมณ์ ฮินดูในชมพูทวีป ต่อมาแพร่เข้าสู่ดินแดนอุษาคเนย์ตั้งแต่ พ.ศ. 1000 ลงมา ทั้งไทย ลาว พม่า เขมร ไปจนถึงสิบสองปันนา ต่างรับวัฒนธรรมการนับวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ดว้ ยกันทั้งสิ้น หาใช่วันปีใหม่ไทยอย่างที่หลายคนเข้าใจ แรกเริ่มรับธรรมเนียมนี้ เข้ามาทางราชส�านักก่อน พระมหากษัตริย์และข้าราชการจะท�าพิธี ถือน�้าพิพัฒน์สัตยา แจกเงินรายปีให้ข้าราชการ ต่อมาธรรมเนียม เผยแพร่ลงมาสู่ชาวบ้านทั่วไป โดยเปลี่ยนจากการนับวันขึ้น 1 ค�่า เดือนอ้าย มานับวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งอยู่ราว วันที่ 13-17 เมษายน ตามปฏิทินสากล ช่วงเวลานี้คนโบราณถือเป็นกาลแห่งการเฉลิมฉลอง เนื่องจากผูค้ นเว้นว่างจากงาน ญาติพ่นี อ้ งที่อยูต่ า่ งถิ่นกลับมารวมตัว มีประเพณีรดน�้าด�าหัว งานบุญ งานรื่นเริง ซึ่ง อ. ศรีศักร วัลลิโภดม
วันสงกรานต์ได้รับการประกาศให้เป็นวันครอบครัวมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2533 รัฐบาลสมัย พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ ต้องการ กระตุ้นเตือนให้ประชาชนเห็นถึงความส�าคัญของสถาบันครอบครัว จึงเลือกวันที่ 14 เมษายน ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ประชาชนได้ กลับไปอยู่บ้านพร้อมหน้า ประกาศให้เป็น “วันครอบครัว” บางเสียงในสภากาแฟนินทาว่า เป็นกลอุบายของ “น้าชาติ” ที่ใช้ สลายม็อบหน้าท�าเนียบฯ ให้กลับบ้านได้อย่างแยบยล แต่หากพลิกหน้าประวัติศาสตร์จะพบว่า วันสงกรานต์ ด�ารงสถานะวันครอบครัวโดยพฤตินัยมาเนิ่นนานแล้ว และคงด�ารง อยู่ต่อไป หากสายใยของครอบครัวไทยไม่ขาดสะบั้นไปก่อน ค�าว่า “สงกรานต์” เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “การย่างขึน้ ” วันสงกรานต์จึงหมายถึงวันที่ดวงอาทิตย์ย่างขึ้นราศีใหม่ แม้ตลอดปี จะมีสงกรานต์ถึง 12 ครั้งเนื่องจากดวงอาทิตย์เปลี่ยนราศีทุกเดือน
08 V3 p8-15.indd 8-9
ภาพ : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ยิ่งใหญ่ที่สุด มีการจับตาจ�านวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนมากสุด ไม่ควรลืมว่า วันสงกรานต์ ยังได้รับการประกาศให้เป็น “วันครอบครัว” เพราะเป็นเพียงไม่กี่วันในรอบปีที่สมาชิก กลับไปรวมกันพร้อมหน้า บ้านที่เคยเงียบเหงากลับมาคึกคักมีชีวิตชีวา ร่องรอยแห่ง ความสุขปรากฏขึ้นอีกครั้ง หากครอบครัวเป็นสิ่งส�าคัญล�าดับต้นๆ ในชีวิตมนุษย์ วันครอบครัว ก็นับเป็นวันส�าคัญที่สุดในรอบปีเช่นเดียวกัน V magazine ฉบับนี้จึงขอหลบม่านน�้า อากาศร้อน และกระแส ข่าวร้ายๆ เพื่อฉายภาพวันสงกรานต์ ในฐานะวันแห่งความสุข อบอุ่น ชุ่มฉ�่าใจ ที่ไม่ควร ปล่อยผ่านไปอย่างเปล่าเปลี่ยวด้วยประการทั้งปวง
ความไม่มั่นคงในใจ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ไม่ใช่เดรัจฉาน อยู่ โดดเดี่ยวไม่ได้ จึงต้องสร้างความรู้เพื่ออยู่ด้วยกันจึงจะอยู่รอด ดังนั้นจึงใช้เวลานี้เชื่อมความสัมพันธ์” มีสามสิ่งที่มนุษย์สัมพันธ์ด้วย ได้แก่ สิ่งเหนือธรรมชาติ ธรรมชาติ และกับมนุษย์ด้วยกันเอง ความสัมพันธ์อย่างแรกเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุม มนุษย์ จึงต้องสร้างความเชื่อขึ้นมายึดเหนี่ยว เราจึงไปท�าบุญที่วัด รดน�้า พระสงฆ์ ก่อพระเจดีย์ทราย เพื่อสร้างความเป็นมงคลในวันปีใหม่ มีผลต่อขวัญก�าลังใจ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม คือการท�าบ้านให้สะอาด สงบ เรียบร้อย เพื่อให้ จิตใจสบาย ท้ายสุดคือ ความสัมพันธ์ระหว่างคน กับคน ซึ่งสร้างเพื่อเกื้อหนุนกัน เป็นห่วงโซ่ ความสัมพันธ์ที่ส�าคัญสุด “วันสงกรานต์เป็นวันของครอบครัว
นักมานุษยวิทยา ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก -ประไพ วิริยะพันธุ์ วิเคราะห์ ว่า เป็นช่วงเวลาส�าคัญที่มนุษย์ใช้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ “สงกรานต์ เป็นประเพณีของการเปลี่ยนผ่าน คือเปลี่ยนจาก เวลาหนึ่งไปสู่อีกเวลาหนึ่ง เพราะฉะนั้นมันจึงสัมพันธ์กับความเป็น มนุษย์ พอเปลี่ยนจากเวลาหนึ่งไปอีกเวลาหนึ่ง มนุษย์จะเกิดความ ไม่มั่นคง เกิดความกลัวในอนาคต เพราะไม่รู้ว่าต้องเจออะไร การท�าประเพณีเพื่อสร้างก�าลังขวัญให้มั่นคง คุณต้องท�าสิ่งมงคล สงกรานต์ถึงมี 3 วัน เพราะเป็นสามขั้นตอนในการเตรียมใจให้ พร้อม วันมหาสงกรานต์ คือส่งของเก่า วันเนา คือช�าระ จิตใจให้บริสุทธิ์ สงบจิตใจ และวันเถลิงศก คือ ฉลองปีใหม่ “นอกจากนี้มันเป็นวันที่ร้อนที่สุด เพราะพระอาทิตย์อยู่สูงสุดบนหัวเราพอดี เมื่อเปลี่ยนผ่านแล้วจะคลายลง เข้าสู่ฤดูฝน ความร้อนกระทบกับความรู้สึกคน เป็น ความวุ่นวาย ความแห้งแล้ง ยิ่งส่งผลต่อ
09
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:25
เพราะคุณต้องสัมพันธ์กับคนใกล้ตัวก่อน ไม่ว่าปู่ย่าตายาย พ่อแม่ พี่น้อง แล้ววันนี้ยังเป็นวันที่เขาคาดคะเนว่า คนที่ไปท�างานที่อื่นต้อง มารวมตัวกัน เห็นหน้าค่าตากัน จึงเกิดการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทาง สังคม หนุ่มสาวมาพบกัน คนหลายชุมชนมาท�ากิจกรรมร่วมกัน มีความหมายร่วมกัน วัฒนธรรมต่างๆ เป็นสิ่งที่เขาผลิตขึ้นมารอง รับตรงนี้” จึงไม่ผิดหากกล่าวว่า โดยรากฐานวันสงกรานต์คือวัน ครอบครัวไทยนั่นเอง
ความสนุก และความสุข ในวันแห่งความเคารพ
ครอบครัว คือเบ้าหลอมส�าคัญที่ก�าหนดว่าคนคนหนึ่งจะ เติบโตมาเป็นเช่นไร เป็นสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดที่สุดของมนุษย์ คนโบราณอยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ เป็นสายใยเครือญาติใน ชุมชนเดียวกัน กิจกรรมที่นิยมท�าในวันสงกรานต์จึงมักเกี่ยวโยงกับ ครอบครัว โดยมีเบื้องหลังคือการปลูกฝังความเคารพนบน้อมเพื่อ ให้อยู่รวมกันอย่างราบรื่น ขณะเดียวกันเต็มไปด้วยสีสันความ สนุกสนาน ซึ่งเป็นการเชื่อมสัมพันธ์อีกทางหนึ่ง “ส. พลายน้อย” เขียนถึง “ความสุข” และ “ความสนุก” ใน วันสงกรานต์ ไว้ในหนังสือ ตรุษสงกรานต์ ว่า ช่วงนี้ถือเป็นเวลา ที่ทุกคนรอคอย เด็กๆ จะได้แต่งเสื้อผ้าใหม่ พี่น้องช่วยกันกวนข้าว เหนียวแดง กะละแม ซึ่งต้องอาศัยแรงคนหลายคน หนุ่มสาวมี โอกาสได้พบปะกัน ผู้เฒ่าผู้แก่ได้ผ้านุ่งใหม่จากลูกหลาน คนทั้งบ้าน ไปที่วัดสรงน�้าพระ ก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสะบ้า มอญซ่อนผ้า เล่น เจ้าเข้าทรง ฯลฯ เรียกว่าทุกคนมีประสบการณ์ร่วมด้วยกัน โดยมี ประเพณีส�าคัญ คือ การรดน�้าด�าหัว และการเล่นสาดน�้า “น�้าเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ เป็นเครื่องหมายของการชะล้างสิ่ง โสโครก น�า้ ที่ใช้ตอ้ งบริสทุ ธิ์ หรือเป็นมงคล เช่น น�า้ อบ น�้าส้มป่อย น�้าเหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ช่วยชะล้างสิ่ง ที่ไม่เป็นมงคล ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย น�้าส้มป่อยอาจหมาย ถึงการปล่อยสิ่งชั่วร้ายผ่านไป” “ถ้าเป็นคนระดับสูงกว่า อย่างพ่อแม่ปยู่ า่ ตายาย คุณต้องให้ความเคารพในภูมิปัญญา ต้องไปด�าหัว รดน�้าที่มือท่าน แสดงความคารวะ แต่ถ้าเป็นคู่เสมอ กัน อย่างเพื่อนฝูงพี่น้องก็สาดน�้าใส่กัน มันอยู่ด้วย จิตใจที่เป็นไมตรีต่อกัน” อ. ศรีศักรอธิบาย
แพนคิดว่าครอบครัวเป็นสิ่งส�าคัญ การที่เราอยู่ด้วยกัน อาจไม่ได้หมายถึง ต้องมีทั้งพ่อแม่ลูก บางครอบครัวอาจมี ไม่ครบ แต่ต้องเป็นกลุ่มคนที่เราอยู่ด้วยแล้ว สบายใจ ไว้วางใจ ถ้าทุกคนมีใจเดียวกัน ก็เป็นครอบครัวที่อบอุ่นได้”
“วันนี้ยังเป็นวันแห่งการปลดปล่อย เพราะทั้งปีที่ผ่านมามัน เครียด มีการท�าอะไรแปลกๆ นอกจากสาดน�้ากัน ผู้ใหญ่ยังชอบ ท�าตัวเป็นเด็ก บางทีผู้ใหญ่ก็เล่นขี่ม้าส่งเมือง ปล่อยให้เด็กจับมัด เขียนหน้าเขียนตา มอมเหล้า อาจใช้เครื่องดื่มมึนเมาเป็นเครื่องสื่อ แต่เขาก็ท�าเป็นกาลเทศะ อยู่ในกรอบ ไม่เหมือนสมัยนี้มั่วไปหมด แล้วยังมานับว่าปีนี้ตายกี่คน มันไม่เป็นมงคลแล้ว” เป็นวันเดียวที่พระมหากษัตริย์ทรงอนุญาตให้ข้าราชบริพาร มาสาดน�้าใส่พระองค์ได้อย่างสนุกสนาน หากเป็นวันอื่นศีรษะอาจ หลุดจากบ่าได้ หนุ่มสาวอาจสาดน�้ากันไปสาดกันมาจนพบรักกัน เกิดเป็นครอบครัวใหม่ ...เรียกว่าสงกรานต์เป็นวันแห่งความกลม เกลียว ตั้งแต่ในระดับครอบครัวไปจนถึงสังคมใหญ่ แม้หลายสิ่งเลือนหายไปตามเวลา แต่สิ่งดีงามในวัน สงกรานต์ก็ยังคงเหลือไม่น้อย โดยเฉพาะการใช้เวลาอยู่กับ ครอบครัว วันนี้อาจเป็นโอกาสอันดีที่จะเริ่มต้น ขมวดสายใยความ รักให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น--อย่างน้อยก็ในบ้านของเราเอง
ครอบครัวตัวอย่าง วันสงกรานต์คือวันส�าคัญของครอบครัวดังที่กล่าวมา V magazine ฉบับนี้จึงขอยก “ครอบครัวตัวอย่าง” สองครอบครัว ที่อยู่ฉากหน้าในวงการบันเทิงและเป็นครอบครัวที่อบอุ่น มาเล่าถึง เรื่องราวบนโต๊ะกินข้าว เรื่องราวในวันสงกรานต์ และกลยุทธ์ในการ ร้อยหัวใจทุกดวงในบ้านให้เป็นหนึ่งเดียว
แพนเค้ก -เขมนิจ จามิกรณ์ : เราเติมเต็มกันและกัน หนึ่งในครอบครัวที่น่ารัก ไปไหนไปกันยกบ้าน โดยเฉพาะ งานช่วยเหลือสังคม คือครอบครัวของนักแสดงสาว แพนเค้ก - เขมนิจ จามิกรณ์ ในวันสงกรานต์ถือเป็นเวลาพิเศษของ ครอบครัว แพนเค้กจะไม่รับงานใดๆ และพาคุณพ่อ คุณแม่ น้องๆ น�าพวงมาลัยไปกราบรดน�้าด�าหัวคุณตา คุณยาย แบ่งปันความรักและความรู้สึกดีๆ ต่อกัน “แพนคิดว่าครอบครัวเป็นสิ่งส�าคัญ การที่เราอยู่ ด้วยกัน อาจไม่ได้หมายถึงต้องมีทั้งพ่อแม่ลูก บาง ครอบครัวอาจมีไม่ครบ แต่ต้องเป็นกลุ่มคนที่เราอยู่ด้วย แล้วสบายใจ ไว้วางใจ ถ้าทุกคนมีใจเดียวกันก็เป็น ครอบครัวที่อบอุ่นได้
11 V3 p8-15.indd 10-11
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:25
พีท ทองเจือ : ทุกวันของผมคือวันครอบครัว
12 V3 p8-15.indd 12-13
ภาพ : นาวี แสงวิฑูร
ในอดีต ภาพลักษณ์ของ พีท-ธนกณ ทองเจือ ค่อนไปทาง “แบดบอย” จนยากที่ใครจะเชื่อว่าเขาจะเป็น “แฟมิลีแมน” อย่างในวันนี้ได้ เขาเปรียบตัวเองเหมือนหนังสือที่เขียนจบบทเดิม ไปแล้ว และก�าลังเริ่มต้นบทใหม่ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง “ผมคิดว่าถ้าตัดสินใจจะมีครอบครัว มันควรเป็นการตัดสินใจ ครั้งสุดท้าย หากไม่มั่นใจก็ไม่ควรตัดสินใจเลย แต่ถ้าตัดสินใจแล้ว ควรไปให้สุดเส้นทาง ไม่ใช่วันหนึ่งบอกว่าไม่เอาแล้ว ขอเลิก ผมไม่ได้ว่าผิดนะ แต่ผมว่าคนแบบนั้นจิตใจไม่แข็งแกร่ง ใครบอกว่า เป็นคนแมนๆ แล้วต้องมีเมียหลายคน ผมว่าไม่ใช่ มันเป็นความ อ่อนแอของจิตใจมากกว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน การเลิกกันมันง่าย แต่ประคับประคองดูแลกันจนวันสุดท้าย มันยากกว่า” ชีวิตครอบครัวของพีทกับภรรยา เจง -วิไลลักษณ์ ทองเจือ ค่อนข้างราบรื่น เนื่องจากพีทไม่กินเหล้า ไม่สบู บุหรี่ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่เล่นการพนัน ไปไหนไปด้วยกัน และหากมีปัญหาจะคุยกันร่วม แก้ไข ที่ส�าคัญคือทั้งคู่รักลูกมาก และเลี้ยงลูกเองโดยไม่จ้าง พี่เลี้ยง ทุกวันพีทจะตื่นเช้ามาอาบน�้าแต่งตัวให้ลกู พาไปส่งที่โรงเรียน บางวันพาลูกมาที่กองถ่าย บางวันภรรยาก็พาลูกตามมาที่สนาม แข่งรถ เรียกได้ว่านอกจากงาน ชีวิตของเขาคือครอบครัวทั้งหมด-- ทุกวันคือวันครอบครัว ไม่เฉพาะวันสงกรานต์ “ความสุขของครอบครัวควรจะอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่วันหยุด ไม่ใช่รอวันนักขัตฤกษ์ ไม่ใช่รอน้องโตก่อน ความสุขต้องเป็นวินาทีนี้ ถ้ารอความสุข สถานการณ์ในวันข้างหน้าอาจไม่ใช่แล้วก็ได้ ส�าหรับ ครอบครัวผม การอยู่ด้วยกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด “ในวันสงกรานต์ปีนี้ผมขออวยพรให้ทุกครอบครัวมีความสุข อยากบอกว่าถ้าเอาเวลาไปท�าอะไรที่ไม่จ�าเป็นขอให้ทบทวนดูใหม่ เอาเวลาที่เหลือทุกๆ วัน มาดูแลคนในครอบครัวของเราดีกว่าน�าไป ใช้โดยเปล่าประโยชน์ เพื่อนก็ส�าคัญ แต่สุดท้ายคนที่อยู่กับเราทุกวัน คือครอบครัว ผู้ชายบางคนอาจจะไม่ชิน แต่ถ้าเป็นคนรักครอบครัว พูดแบบนี้คงเข้าใจ “ภรรยาและลูกให้ความสมบูรณ์ในชีวิตผม ถ้าผมคนเดียวคง มาไม่ได้ถึงขนาดนี้ บางคนบอกคนเดียวเงินน่าจะดีกว่า ผมว่าไม่จริง เลย ผมท�างานได้ดีขึ้นเพราะมีสิ่งที่เกื้อหนุนจิตใจ เวลาที่เราท�าอะไร เพื่อคนอื่นด้วย มันมีความสุขมากกว่า”
“ถึงแม้คนจะมองว่าเราเป็นครอบครัวที่ดีมาก แต่เราก็เป็น เหมือนครอบครัวทั่วไปที่มีครบทุกรสชาติ มีด้านที่เป็นทั้งบวกและ ลบ ทุกข์และสุข ขึ้นอยู่กับว่าเราจะอยู่กับมุมแบบนี้ของเราไปได้ ยังไง บางทีก็ต้องถอยบ้าง ยอมบ้าง ต้องเอาใจใส่ทุกๆ คนค่ะ” ความที่อายุต่างกันมาก ท�าให้ก่อนหน้านี้แพนเค้กไม่สนิทกับ น้อง ไม่ชอบให้น้องมายุ่งวุ่นวาย แต่พอต่างฝ่ายโตขึ้น มีเรื่องราว คุยกันได้มากขึ้น หญิงสาวพบว่าช่องว่างเหล่านั้นค่อยๆ หายไป “พอสนิทกันท�าให้เรารู้สึกว่าอยู่รวมกันดีกว่า เหมือนได้เติม เต็มซึ่งกันและกัน ตีกันบ้างทะเลาะกันบ้างแต่เหมือนเราไม่ได้อยู่ คนเดียว เราดูแลน้องแล้วน้องก็ดูแลเราด้วย น้องเข้าใจและรับฟัง เรา เป็นความรู้สึกที่มันเอื้อต่อกัน ถ้าใครสักคนมีปัญหา เราจะคุย กัน ช่วยกันแก้ โดยมีพ่อแม่คอยดูแล เราไม่ซ�้าเติมกัน ไม่มีใครชอบ หรอก การให้ก�าลังใจเป็นสิ่งที่ส�าคัญมากในครอบครัว แค่ยิ้ม ไม่ต้องมาท�าเสียง Angry Birds ใส่กันก็โอเคแล้วค่ะ (หัวเราะ)” “แม่วา่ มันคงมาจากพื้นฐานการเลี้ยงดูของเรา คือให้ความรัก ให้อิสระ และให้ความเข้าใจ ลูกจึงรักเรา สามีเราก็เป็นคนที่รัก ครอบครัวมาก วันหยุดหรือเทศกาลก็จะต้องมาเจอกัน สิ่งเหล่านี้ หล่อหลอมให้เราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น นอกจากนี้เราพยายาม ถ่ายทอดให้ลูกรู้ว่าต้องคืนกลับให้สังคม เราจะบอกลูกเสมอว่าต้อง มีเมตตาเสมอ พอเราพูดค�านี้ทุกอย่างมันเย็นหมด ลูกค่อยๆ ซึมซับ ไปด้วย มองน้อง มองหมา มองอะไรรอบตัว ก็ต้องเมตตา” แม่หน่อย-นวลนงค์ จามิกรณ์ เผยวิธีสร้างความสุขในบ้าน การปลูกฝังความรักนี่เองท�าให้ครอบครัวจามิกรณ์มักใช้เวลา ว่างไปแบ่งปันความรักด้วยการช่วยเหลือสังคม เช่น ถวายสังฆทาน เลี้ยงอาหาร และมอบของให้ผู้ด้อยโอกาส แม้ในวิกฤตอุทกภัยที่ ผ่านมา ครอบครัวนี้ก็ลุยน�้าไปช่วยเหลือเต็มที่ นอกจากนี้ยังมอบทุน การศึกษาให้เด็กนักเรียน ซึ่งไม่ใช่ทุนเรียนเก่ง แต่เป็นทุนให้นักเรียน ที่รักครอบครัวมากที่สุด “ส�าหรับเราครอบครัวเป็นสิ่งส�าคัญ เมื่อมีโอกาสคืนกลับให้ สังคม เราจึงพยายามบอกคนอื่นๆ เสมอว่า ลูกต้องรักครอบครัว ของลูกนะ ต้องเติมเต็มให้กันและกัน เพราะไม่มีใครรักลูก และจะ อยู่เคียงข้างลูกเท่ากับครอบครัวอีกแล้ว”
ความสุขของครอบครัวควรจะอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่วันหยุด ไม่ใช่รอวันนักขัตฤกษ์ ไม่ใช่รอน้องโตก่อน ความสุขต้องเป็นวินาทีนี้ ถ้ารอความสุข สถานการณ์ในวันข้างหน้าอาจ ไม่ใช่แล้วก็ได้ ส�าหรับครอบครัวผม การอยู่ด้วยกัน เป็นสิ่งที่ดีที่สุด” 13
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:25
วิธีการหา “ความสุขร่วมกัน” ที่ก�าลังเลือนหายไปนี้ นักเขียนหนุ่มพบว่า เราสามารถกลับไปเติมได้ที่ครอบครัวของเรา “ผมว่าบ้านมันสอนให้เราลดอัตตา สอนให้เราไม่ได้เป็นตัว เราเต็มๆ แต่ต้องลดตัวเองเพื่อคนอื่นบ้าง เอาวะวันนี้เราไม่ดูบอล ก็ได้ พี่สาวเราติดละคร เราไม่ได้มีความสุขเพราะเป็นเราร้อย เปอร์เซ็นต์ แต่มีความสุขเพราะคนที่เรารักมีความสุข ลดความสุข ของตัวเองลงแล้วเห็นความสุขของคนที่เรารัก ต้องเฉือนตัวเองลงบ้างเพื่อให้พื้นที่ความสุข แก่คนอื่น” แม้ครอบครัวจะเป็นสถานที่เติมเต็ม ความรัก ต่อเติมความสุข แต่ทุกวันนี้ โครงสร้างสังคมเปลี่ยนไป หนุ่มสาวออก มาใช้ชีวิตคนเดียวเพิ่มขึ้น มีอีกไม่น้อยต้อง ออกจากบ้านมาเรียนหนังสือ มาท�างานใน เมือง วันที่จะได้กลับมารวมกันพร้อมหน้า ทั้งครอบครัวจึงเหลือเฉพาะวันหยุดยาว ดังนั้นวันหยุดสงกรานต์จึงมีความหมายยิ่ง “ในวันที่คนเขามีความสุขกัน ทุกครอบครัว แฮปปี้ ถ้าเราไปเที่ยวกับเพื่อน ผมว่าพ่อแม่เราคงเหงากว่า เดิมหลายเท่า เวลาเราเหงาคนเดียวไม่เท่าไร แต่ถ้าเราเหงาแล้ว คนอื่นมีความสุข มันจะเพิ่มความเหงาให้เราเยอะ ดังนั้นในวัน สงกรานต์จึงเป็นวันที่เราน่าจะกลับไปหาครอบครัวมากที่สุด” นักเขียนหนุ่มทิ้งท้าย ...ในปีนี้ วันสงกรานต์ก�าลังเวียนมาอีกครั้ง ผู้คนมหาศาลคง ทะลักออกจากเมืองหลวงกลับสู่บ้านเกิดเช่นเดียวกับทุกปี แม้ต้อง ฝ่ากระแสผู้คนและสงครามการเล่นน�้าเพื่อกลับสู่บ้าน แต่แลกกับ การกลับไปหาคนที่เรารักและรักเรา เติมพลังชีวิตในบ้านที่คุ้นเคย รดน�้าด�าหัวผู้ใหญ่ที่เคารพ และเล่นน�้าอย่างสนุกกับคนที่เรา สบายใจด้วย น่าจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า
ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน : สงกรานต์-ครอบครัว เปลี่ยนไป ? ดูเหมือนว่าในปัจจุบันภาพของสงกรานต์จะกลายเป็น เทศกาลเล่นน�้าที่เอิกเกริก บ้างขนานนามให้เป็น “Water Festival” บวกด้วยกระแสส่งเสริมการท่องเที่ยวท�าให้ยิ่งทวีความ คึกคัก นอกจากถนนข้าวสาร ยังตามมาด้วยถนน ข้าวเหนียว ข้าวปุ้น ข้าวจี่ และสารพัดข้าวไปทั่ว ประเทศ นับเป็นมิติของสงกรานต์ยุคใหม่ จนมี ค�าถามว่า ท�าให้บทบาทวันครอบครัวลดน้อย ลงไปหรือไม่ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนหนุ่ม นามปากกา “นิ้วกลม” ตัวแทนของคนรุน่ ใหม่ มองว่ายังมีพื้นที่ของความรักอยู่ เพียงแต่ รูปแบบอาจเปลี่ยนไป แต่ที่แน่ๆ ภาพความ สนุกโดดเด่นเตะตามาก “ผมว่าสงกรานต์เป็นประเพณีที่ไม่หยุดนิ่ง จุดประสงค์อาจคงอยู่ แต่รูปแบบเปลี่ยนไป เมื่อก่อน คนไทยรดน�้าด�าหัว อาจเพราะชีวิตคนสมัยนั้นผูกพันกับน�้า อยู่ติดแม่น�้า แต่เดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยผูกพันกับน�้าแล้ว จนกระทั่งน�้ามา ผูกพันกับเราเอง (หัวเราะ) เราอาจไม่รดน�้าด�าหัว แต่ซื้อคริสปีครีม ไปทานกับคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ ถ้ายังมีความน่ารักของสงกรานต์แบบ เดิมอยู่ คือไปใช้เวลากับท่าน ร�าลึกบุญคุณ มีความกตัญญู ถ้ารดน�้า หายไปคงไม่น่าเสียดายเท่าไร “สงกรานต์ทุกวันนี้มีสองส่วน ส่วนแรกคือ ประเพณี เราได้ อยู่กับครอบครัว รดน�้าด�าหัวผู้ใหญ่ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงาม คนรุ่นใหม่มีไม่ น้อยที่ท�าแบบนั้น แต่ตอนเย็นเขาอาจไปเล่นประแป้งที่ถนนข้าวสาร ก็ได้ อีกส่วนคือความบันเทิงเลย จะบอกว่าหนีจากประเพณีโบราณ ไปเลยคงไม่ใช่ ต้องยอมรับว่าสงกรานต์ก็เป็นความสนุกอีกแบบหนึ่ง ด้วย เพียงแต่บางทีเราสนุกมาก สติก็หายไป อย่างกรณีสาวโชว์นม ปีที่แล้ว” อีกสิ่งที่เกิดขึ้นในสงกรานต์ยุคนี้คือ การสนุกแบบส่วนตัว โดยที่ไม่ได้คิดถึงคนอื่นหรือสังคมนัก “อย่างเช่นปิดซอยสาดน�้า ทั้งที่เขาไม่ได้อยากเล่นด้วย ใช้ปืน ที่แรงเกินไป สาดน�้าอย่างเอาเป็นเอาตาย หรือไปแต๊ะอั๋งจับโน่นนี่ คิดถึงใจเขาใจเราน้อยลง คิดแต่ใจเราอย่างเดียว เหมือนเราเอาตัว เองเป็นศูนย์กลางในการเล่นสนุกมากกว่าการ ‘มาเล่นสนุกด้วยกัน’ ทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่เราควรมีความสุขร่วมกันนะ”
บางที... วันหยุดยาวนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่มีความสุข ที่สุดของปีก็เป็นได้
.
14 V3 p8-15.indd 14-15
15
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:26
เรื่องเก่าเล่าอดีต เรื่อง : เอนก นาวิกมูล
หยิบหนังสือ ประเพณีสบิ สองเดือน และหนังสือ จดหมายเหตุ พระราชกิจรายวัน ที่รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งสองเรื่อง มาอ่าน จะพบว่าในสมัยรัชกาลที่ 4 วันขึ้น 1 ค�่าเดือน 5 ทรงจัด เลี้ยงโต๊ะอย่างฝรั่งบนพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ (เวลาเราไปดู พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท จะเห็นพระที่นั่งนี้อยู่บนก�าแพงแก้ว ทางขวา ข้างพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทที่เคยไว้พระบรมศพ) มีละครฟ้อนร�า และต่อมาทรงเชิญแขกฝรั่งด้วย สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะช่วงต้นๆ รัชกาล ทรงกล่าวว่า มีเลี้ยงปีใหม่ แจกขนม เล่นโยนน�้า เล่นกล เล่นละคร รับการ์ด แจกการ์ด (คือแจกบัตร ส.ค.ส. ซึ่งมีตัวอย่างของ พ.ศ. 2428-2429 ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติอยู่จ�านวนหนึ่ง) และแต่งชุดแฟนซีกัน สนุกสนาน ปีใหม่ พ.ศ. 2423 ทรงบันทึกว่ามีผู้น�าของมาถวายหลาย อย่าง เช่น เครื่องหิ้วท�าด้วยเขาโค, เก้าอี้, ขวดปักดอกไม้, ขวดหมึก แก้ว, กระดานหมากรุกจีน, สมุดรูป, ต้นไม้แขวนตุ๊กตา, หนังสือ ฯลฯ เชื่อว่าของเหล่านี้ต้องท�าอย่างประณีตงดงาม ความจริงถึง ไม่ใช่ของในราชส�านัก แม้ของที่คนมีฐานะหรือข้าราชการรับและ แจกในยุค 50-60 ปีกอ่ นก็ท�ากันได้สวยๆ แปลกๆ เสียแต่วา่ คนไทย ไม่ค่อยเก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ จึงกระจัดกระจายอยู่ตามบ้าน วัด วัง ไม่มากก็น้อย
นักปราชญ์ว่าสงกรานต์หมายถึงเทศกาลขึ้นปีใหม่เมื่อ
พระอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษ ส่วนรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ คนทั่วไปฟังเข้าใจยากเพราะเต็มไปด้วยศัพท์แปลกๆ และรู้แล้วก็ ไม่รู้จะเอาไปท�าอะไร ผู้เขียนสนใจสงกรานต์เฉพาะบางแง่ เช่น การขึ้นปีใหม่ใน ราชส�านัก, ปฏิทินสงกรานต์, เพลงพื้นบ้านที่เคยเล่นในช่วง สงกรานต์ และความพอเหมาะพอสมของประเพณี จะเก็บความมาเล่าแต่เพียงย่อๆ ว่า ก่อนเราจะขึ้นปีใหม่ แบบฝรั่งอย่างจริงจัง เราเคยขึ้นปีใหม่ช่วงเดือนเมษายนเป็นหลัก ดังสมัยรัชกาลที่ 5-8 เราขึ้นปีใหม่กันวันที่ 1 เมษายน เพิ่งมา เปลี่ยนเป็น 1 มกราคมก็เมื่อ พ.ศ. 2484 หรือเมื่อ 71 ปีมานี้เอง 01 02
สาธิตการเล่นเพลงพิษฐานในโบสถ์วัดท่าโพ ต. ท่าโพ อ. หนองขาหย่าง จ. อุทัยธานี เอนกถ่าย ส4กย2525 ซีดี 146-A-108 รดน�้าที่เท้าพระด้วยความเคารพ งานสงกรานต์ชาวบางขันหมาก อ. เมือง จ. ลพบุรี เอนกถ่าย SLC-0001-427
03 03 04
01
16 V3 p16-21.indd 16-17
02
ปฏิทินรูปขบวนแห่นางสงกรานต์ พ.ศ. 2469 ของบริษัทยาสูบนานยาง – เอนกถ่ายซีดี 539-021 ปฏิทินรูปขบวนแห่นางสงกรานต์ พ.ศ. 2496 ของบริษัทโอสถสภา (เต็กเฮงหยู) จ�ากัด เอนกถ่าย ซีดี 070-004
เมื่อจะขึ้นปีใหม่ ต้องมีการแจ้งเปลี่ยนปีนักษัตร แจ้งขึ้นแรม ก�าหนดการไหว้พระท�าบุญตามวัดส�าคัญ บอกวันหยุดประจ�าปี และ บอกเรื่องเสี่ยงทายน�้าท่าผลาหารต่างๆ ผู้ช�านาญการในเรื่องเหล่านี้ คือโหร มีหน้าที่ต้องท�าปฏิทินขึ้นมาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ปฏิทินสมัย 200-300 ปีก่อน ผู้เขียนเดาเอาว่าอาจเขียนลง สมุดข่อย ตัวปฏิทินแบบที่ว่า หากโหรเอามาจดเหตุการณ์ส�าคัญๆ เป็นหมายเหตุช่วยจ�าด้วยก็เรียกว่า “ปูมโหร” ถ้าไม่เขียนลงสมุดข่อยก็ต้องวาดลงบนผืนผ้าท�านองภาพ พระบฏ เคยเห็นภาพถ่ายเด็กๆ ยืนดูปฏิทินรูปนางสงกรานต์ แขวนหน้าประตูพระบรมมหาราชวัง อยู่ในอัลบัมหอสมุดด�ารง- ราชานุภาพเล่มหนึ่ง และเคยอ่านพบใครเขียนถึงปฏิทินแขวนหน้า พระบรมมหาราชวังแบบนี้ในที่ใดสักแห่ง แต่นึกไม่ออกว่าอ่านมา จากไหน
04
17
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:43
ถึง พ.ศ. 2385 (ปลายสมัยรัชกาลที่ 3) หมอบรัดเลย์พิมพ์ ปฏิทินออกมาเป็นครั้งแรกในประเทศสยาม เข้าใจว่าพิมพ์เป็นเล่มๆ แบบหนังสือ Bangkok calendar ที่มีเก็บในหอสมุดด�ารงราชานุภาพ จ�านวนหนึ่ง แต่มีให้เห็นเฉพาะยุค 2410 เท่านั้น สมัยรัชกาลที่ 5 คนไทยเริ่มพิมพ์ปฏิทินเป็นเล่มขายบ้าง ดังหนังสือปฏิทิน ร.ศ. 123 (พ.ศ. 2447) ที่ผู้เขียนมีในห้องสมุด ส่วนตัว เป็นของโรงพิมพ์วัดเกาะ สัมพันธวงศ์ หลังจากนั้นก็มี ปฏิทินเล่ม ทั้งเล็กทั้งใหญ่ ทั้งปฏิทินตั้งโต๊ะและปฏิทินแขวนอีก สารพัดแบบ วางจ�าหน่ายและแจกแถมลูกค้าที่มาอุดหนุนกิจการ แม้ปฏิทินที่ใช้ภาพสามมิติมาเป็นตัวฉากหลังก็ยังมีแจก แต่ปฏิทิน ที่วาดและพิมพ์ได้สวยมากคือปฏิทินสงกรานต์ยุค 2460-24702480-2490 นักวาดที่พอรู้จักชื่อ ได้แก่ ครูโพธิ์ ใจอ่อนน้อม, ครูอาด อ๊อดอ�าไพ อีกคนหนึ่งคือ ประสงค์ ปัทมานุช ซึ่งวาดปฏิทิน สงกรานต์ของธนาคารออมสินอยู่หลายปี เขียนมาถึงตอนนี้ผู้เขียนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเคยเขียนเรื่องปฏิทิน แบบต่างๆ ให้บริษัทแห่งหนึ่งคือไทยประกันชีวิตน�าไปพิมพ์ปฏิทิน แจกเมื่อ พ.ศ. 2537 ข้างในมีรูปปฏิทินเก่าที่ขออนุญาตถ่ายจาก พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ด้วยสองสามแบบ
ต่อไปเป็นเรื่องเพลงพื้นบ้านที่เคยร้องเล่นกันในช่วงสงกรานต์
อันเพลงพื้นบ้านนี้ ทางภาคกลางคิดเอาไว้ราวสิบกว่าท�านอง เช่น เพลงพวงมาลัย เพลงยั่ว เพลงระบ�าบ้านไร่ เพลงเข้าผี เพลงเหย่ย แต่เพลงที่ผู้เขียนเห็นว่าโรแมนติก คือเพลงพิษฐานซึ่งเพี้ยนมาจาก อธิษฐาน กับเพลงช้าเจ้าหงส์ เพลงพิษฐานเคยมีแถบพระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ อุทัยธานี เมื่อถึงหน้าสงกรานต์ ชายหญิงจะถือดอกไม้เข้าไปร้องเพลง โต้ตอบกันในโบสถ์ เป็นเพลงง่ายๆ สั้นๆ จ�าพวก “พิษฐานเอย มือหนึ่งถือพาน พานเอาดอกจ�าปี เกิดมาชาติใดแสนใดเอย ขอให้ลูกได้ไอ้ที่ดีๆ... (ลูกคู่รับ-พิษฐานวานไหว้ ขอให้ได้ดั่งใจพิษฐานเอย) แล้วก็เปลี่ยนชื่อดอกไม้และเปลี่ยนค�ารับข้างท้ายให้สัมผัสกับ ชื่อดอกไม้เท่านั้น ส่วนเพลงช้าหงส์ ได้พบแต่ที่บ้านศาลาลอย อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา ชายหญิงไปไกวชิงช้ากันใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วผลัดกันนั่ง ผลัดกันไกว ร้องโต้ตอบกัน นับเป็นภาพที่งดงาม สุดจะพรรณนา ภาพงามๆ เหล่านี้ปัจจุบันหาดูไม่ได้เสียแล้ว เพราะคนร้องล้มหายตายจากไปหมด น่าเสียดายเหลือเกิน
05
.
06
05 06
แต่งแฟนซีสมัยรัชกาลที่ 5 ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เอนกสแกน SLC-0001-286 หนังสือ ประติทิน ขึ้นรัตนโกสินทรศก 130 หรือขึ้น พ.ศ. 2454 ห้องสมุดเอนก นาวิกมูล สแกน ANP-0006-008
18 V3 p16-21.indd 18-19
รอบรั้ว วิร ประกันิยะภัย วิริยะประกันภัย ทําบุญครบรอบ 65 ป
บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากัด โดยคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วย พนักงาน ร่วมประกอบพิธีท�าบุญทางพระพุทธศาสนา พร้อมถวายภัตตาหาร เพลแด่พระภิกษุสงฆ์ เพือ่ ความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสด�าเนินงานครบ รอบ 65 ปี ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารอาร์เอสทาวเวอร์
คปภ. เยี่ยมชม 1557
นายตนุภัทร รัตนพูลชัย ผู้ช่วยเลขาธิการสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ส�านักงาน คปภ. และคณะ ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ 1557 เพือ่ ศึกษาถึงกระบวนการท�างานในอันทีจ่ ะน�าไปเป็นต้นแบบในการปรับปรุง “สายด่วนประกันภัย 1186” ให้มปี ระสิทธิภาพการบริการให้มากขึน้ โดย มีนายวิทยา ไชยสุกุมาร รองผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและผู้จัดการศูนย์ ลูกค้าสัมพันธ์ ให้การต้อนรับ
วิริยะประกันภัยครองแชมปรางวัล Thailand’s most admired brand 2012
บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากั ด ครองรางวัลอันดับ 1 Thailand’s most ad mired brand 2012+Why We Buy ? ของนิตยสาร BrandAge โดยได้รับการโหวตให้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งและเป็น “บริษัทประกัน ภัยทีม่ ีความน่าเชื่อถือสูงสุดแห่งปี 2012” ด้วยคะแนนน�าสูงสุดทัง้ ด้าน ความมั่นคง การบริการดี เคลมประกันง่าย มีกรมธรรม์ท่หี ลากหลาย มีเครือ ข่ายและสาขาให้บริการมาก
มอบทุนการศึกษาเยาวชนคนเกง คณิตศาสตร
คุณประสาน นิลมานัตต์ กรรมการรองกรรมการผูจ้ ดั การ บริษทั วิรยิ ะ ประกันภัย จ�ากัด เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลของสมาคมคณิตศาสตร์แห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมมอบโล่รางวัล เกียรติบัตร และ รางวัลทุนการศึกษาเยาวชนทัง้ ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่ชนะการสอบแข่งขันคณิตศาสตร์แห่งประเทศไทย ประจ�าปีการศึกษา 2554 ณ ห้องประชุมประไพ วิริยะพันธุ์ สาขาลุมพินี
มอบปอมตํารวจเขาทราย (สภ. วังขอนแดง)
นายจิตต์ ศิริกุล รองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากัด เป็นประธานในพิธีเปิดป้อมต�ารวจเขาทรายพร้อมส่งมอบ แก่สถานีต�ารวจภูธรวังขอนแดง เพื่อใช้เป็นจุดตรวจจับความเร็วช่วงทางลงเขา ปักธงชัย ตามโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุถนนสายกบินทร์บุรีนครราชสีมา (304) กม. 45-46 โดยมี พันต�ารวจเอก นพดล ศรส�าราญ รองผู้บังคับการต�ารวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้แทนรับมอบ
.
26/3/2012 11:43
CSR
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
จิอาต สา
ปรากฏการณ์ ใ นสั ง คมไทยยุ ค ดิ จิ ท ัล จากเหตุการณ์มหาอุทกภัยทีเ่ กิดขึน้ เมือ่ ปลายปีทีผ่ ่านมา
ส่งผลให้เกิดความเดือดร้อนและผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในหลายพืน้ ที ่ ทุกภูมิภาคทัว่ ประเทศ หากแต่ท่ามกลางพิบัติภัย ใหญ่หลวงนี้ได้น�ามาสู่การช่วยเหลือ ร่วมแรงร่วมใจของพีน่ ้อง ประชาชนคนไทยด้วยกัน และกลายเป็นปรากฏการณ์ทีส่ ร้าง ความประหลาดใจอย่างคาดไม่ถึงในสังคมยุคดิจิทัล นั่นก็คือความงดงามของจิตใจผู้คนทัง้ หลาย ทีท่ นไม่ได้ กับความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์ดว้ ยกัน โดยแต่ละคนพยายาม หาทางช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะทางไหนเท่าที่ท�าได้ ตั้งแต่การบริจาคทรัพย์ สิ่งของ หรือแม้แต่น�าตัวเองเข้าไป เป็น “อาสาสมัคร” ช่วยเหลือในทุกสิ่งอันเท่าที่ความสามารถของ ร่างกายและก�าลังจะท�าได้ กลายเป็นคลื่นมวลชน “จิตอาสา” และเป็นค�าพูดที่ได้รับการเอ่ยถึงมากที่สุดในช่วงเวลาวิกฤต
นั บ เป็ น ความงดงามทีห่ ลายคนนึ กว่ า มนุ ษ ย์ ยุคดิจิทัลนี้ไม่มีเหลือแล้ว !! 20 V3 p16-21.indd 20-21
“จิตอาสา” เป็นที่รู้จักและคุ้นหูคนไทย เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิได้ถาโถมเข้าถล่มและคร่าชีวิตผู้คน ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนทั่วทั้งประเทศ เพราะเกิด การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนเป็นจ�านวนมากในหกจังหวัด ภาคใต้ที่มีพื้นที่อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลอันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงา กระบี่ และ ภูเก็ต มีการสูญเสียมากที่สุด นับเป็นพิบัติภัยทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว โดยไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อน จึงไม่ได้มีการระมัดระวังและป้องกันไว้ ล่วงหน้า แต่กระนั้นเมื่อเกิดเหตุนับตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2547 ได้มีอาสาสมัครนับพันนับหมื่นหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนลงไปช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยสึนามิ และท�างานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ทั้งยังขยายเครือข่ายงานอาสาท�าดีเพื่อสังคมเป็นภาพที่ชัดเจน มากขึ้น และเพื่อเป็นการระลึกถึงความดีงามที่เกิดขึ้นจึงมีการก�าหนด ให้วันที่ 27 ธันวาคม ของทุกปีเป็น “วันจิตอาสา” เพื่อเตือนใจและส่งเสริมให้ทุกคนท�าดีต่อกัน ดังนั้น “จิตอาสา” หรือ “อาสาสมัคร” จึงหมายถึง การท�างาน เพื่อสังคมด้วยความสมัครใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ท�าด้วยจิตส�านึก ภายใต้จิตวิญญาณ โดยยึดหลักว่าเป็นสิ่งที่ควรกระท�าและเป็นความ รับผิดชอบต่อสังคมที่ไม่ใช่ภารกิจที่ต้องท�าตามหน้าที่หรือถูกบังคับ งานอาสาสมัครจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์ให้มีโอกาส ลงมือปฏิบัติด้วยพลังศรัทธาในการท�าความดีเพื่อผู้อื่น ตั้งแต่การ บริจาคเงิน สิ่งของ จนกระทั่งให้แรงงานแรงสมอง เพื่อช่วยให้ผู้อื่น หรือสังคมมีความสุขมากขึ้น อย่างไรก็ตามการให้หรือการเสียสละนี้สามารถท�าไปได้จนถึง การเสียสละความเป็นตัวตนหรืออัตตาของเราลงไปเรื่อยๆ บางองค์กร มีนโยบายเอื้อให้พนักงาน และผู้บริหารของตนท�างานอาสาช่วยเหลือ สังคมในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่อนุญาตให้พนักงานท�างานเป็นอาสาสมัครได้โดยไม่ถือ เป็นวันลา 10 วัน เหมือนกับทางภาคราชการที่ตอนนี้ก�าหนดออกมา เป็นกฎระเบียบชัดเจนถึงการให้ข้าราชการทุกภาคส่วนเข้าร่วมกิจกรรม สาธารณประโยชน์เพื่อสังคม ทั้งนี้การเป็น “จิตอาสา” ไม่ได้ยึดติดที่รูปแบบ อาศัยเห็น เป้าหมายร่วมกัน น�าความรู้ความสามารถมาลงมือปฏิบัติ ส่วนการ ประเมินผลนั้นก็วัดกันที่ความสุขของผู้เป็นจิตอาสา
บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากัด เล็งเห็นถึงความส�าคัญของ การด�าเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) โดยมุ่งเน้นการด�าเนินงานด้าน CSR ที่เกิดจากใจ จึงได้ส่งเสริมการปลูกจิตส�านึกที่ดีต่อสังคม ให้พนักงานภายในองค์กรได้มีส่วนร่วมในการด�าเนินโครงการหรือ กิจกรรม CSR มากยิ่งขึ้น ในโอกาสที่บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากัด ด�าเนินกิจการ ครบรอบ 65 ปี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และเพื่อให้พนักงาน ทุกคนได้ร่วมเฉลิมฉลอง บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการประกวดการเขียน แผนงานกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “วิริยะ 65 ปี รวมพลังความดี : คิดดี ท�าดี...เพื่อสังคม” ขึ้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้ผบู้ ริหาร พนักงานทุกระดับ ของบริษัทฯ ทั่วประเทศ เขียนโครงการเพื่อสังคม พร้อมสร้างสรรค์ กิจกรรม และแผนการปฏิบัติงานที่ต้องการให้เกิดขึ้นในท้องถิ่นของ ตนเองส่งเข้าประกวด ซึ่งโครงการที่ได้รับคัดเลือก ผู้น�าเสนอจะได้รับ โล่เกียรติยศและของที่ระลึก พร้อมงบสนับสนุนการด�าเนินโครงการ จากบริษัทฯ อย่างไรก็ตามโครงการฯ ที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือก และชนะการ ประกวดในครั้งนี้จะถือเป็นโครงการ CSR ที่เกิดจากมันสมองของ “เราชาววิริยะประกันภัย” อย่างแท้จริง และหากด�าเนินการปฏิบัติแล้ว เห็นผลก็จะเป็นโครงการต้นแบบที่ยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้เพื่อให้ผบู้ ริหารและพนักงานได้มสี ว่ นร่วมในกิจกรรม CSR มากยิ่งขึ้น จึงได้เตรียมการจัดตั้งกลุ่ม “วิริยะจิตอาสา” รวมพล คนคิดดี ท�าดี โดยสมาชิกกลุ่มจะได้รับข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม CSR ตลอดจนการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ในรูปแบบต่างๆ ที่บริษัทฯ จัดขึ้น เช่น กิจกรรมหนังสือพี่...เพื่อ ห้องสมุดของน้อง, กิจกรรม...นมนี้เพื่อน้อง, กิจกรรมวิริยะถักทอไออุ่น เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง, กิจกรรมคืนชีวิตทะเลไทย และอื่นๆ อีกมากมาย หลากหลายกิจกรรม เชื่อว่าจากนี้ไปคงจะได้เห็นพนักงานของ “วิริยะประกันภัย” ในรูปแบบของ “อาสาสมัคร” ที่พร้อมทุ่มเทกายและใจให้กับกิจกรรม สาธารณประโยชน์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนตลอดปี 2555 นี้
“สังคม” ยังต้องการคนยกมือขันอาสาอีกมาก... ดอกผลจึงจะผลิบานตามมา
.
21
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:43
เรื่อง : กนกวรรณ โสภณวัฒนวิจิตร
แรงบันดาลใจผสมจินตนาการ เคล็ดลับความสําเร็จของ
โชค บูลกุล
ยอนกลับไปสิบกวาปกอน หากเอยถึง “ฟารมโชคชัย” หลายคนคงคุนเคยกับผลิตภัณฑนมพรอมดื่ม กับสเตกรสชาติดีในชื่อ
โชคชัยสเตกเฮาส แตฟารมโชคชัยในวันนี้ทําใหผูคนนึกถึงภาพการเลือกซื้อผลิตภัณฑนมและไอศกรีมจากแบรนด “อืมม!…มิลค” หรือการทัวรฟารม ขี่มา ชมโชวการรีดนมวัว ฯลฯ กิจกรรมตาง ๆ เหลานี้คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายหลังที่คุณโชค บูลกุล เขาบริหารกิจการชวงป พ.ศ. 2537 ในภาวะที่ธุรกิจโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑนมประสบวิกฤตทางการตลาด และมีหนี้สินอีกหลาย รอยลานบาท ! ชวงเวลาเกือบ 2 ทศวรรษที่ผานมากับธุรกิจที่ขยายตัวออกเปนเจ็ดบริษัท ภายใตชื่อ กลุมบริษัทฟารมโชคชัย คงเปนบทพิสูจน ความสามารถของชายหนุมมาดคาวบอยคนนี้ไดอยางดี มาดูกันวาเขามีวิธีคิดอยางไรจึงสามารถพลิกธุรกิจใหกลับมารุงเรืองอีกครั้ง และอะไรคือแรงผลักดันสําคัญใหเขากาวมาจนถึงจุดนี้
✯✯✯ ขณะนี้มีธุรกิจด้ำนใดบ้ำง
กับการสอน องค์กรใดก็ตามที่สอนเป็น ความรู้ก็งอกเงย เพราะท�าให้ คุณต้องกลับไปทบทวนกระบวนการ พอองค์กรมีความรู้เข้ามาและ ความรู้ออกไป จึงก่อให้เกิดการหมุนเวียนการตื่นตัวในเรื่องการเอาใจ ใส่กับเรื่องความรู้ ทีนี้ความรู้ไปท�าอะไรต่อได้ เอาไปสอนได้ ไปให้ค�า ปรึกษาได้ มันก็แตกออกมา ธุรกิจของเราแตกมาจากจุดแข็งทั้งนั้น เลย
มีทั้งหมดเจ็ดบริษัท คือ กลุ่มที่ท�าธุรกิจด้านการเกษตร การปศุสัตว์ ก็คือฟาร์มโคนม ธุรกิจด้านการท�าอาหารสัตว์และ เวชภัณฑ์ ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและที่พัก ธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์นม และค้าปลีกภายใต้แบรนด์ อืมม !...มิลค์ ธุรกิจด้านภัตตาคาร คือ โชคชัยสเตกเฮาส์ ธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างโรงงานให้เช่า พื้นที่ และตัวสุดท้ายเป็นบริษทั ให้ค�าปรึกษาและถ่ายทอดประสบการณ์ เรียกว่าเป็นองค์กรจากดินสู่ภูมิปัญญา เราท�าตั้งแต่ธุรกิจเกษตรจนถึง ขายความรู้
เมื่อคุณโชคเข้ำมำได้วำงแผนกำรต่ำง ๆ ไว้อยู่แล้ว หรือมองล่วงหน้ำไว้หรือไม่
ผมโชคดีที่เข้ามาในช่วงเป็นหนี้มหาศาล และธุรกิจก�าลังปิดตัว ลง ผมมองว่าเป็นช่วงที่ดที ่สี ดุ ในขณะที่ทุกคนไม่ชอบวิกฤตแต่เราชอบ เพราะวิกฤตจะท�าให้เราเปลี่ยนแปลง และได้ท�าอะไรใหม่ๆ ถ้าไม่มี วิกฤต ก็ไม่ได้ของใหม่ เราอาจจะตกหลุมหรือติดกับดัก ที่เรียกว่า comfort zone มันดีอยู่แล้วอย่าไปเปลี่ยน แต่ท้ายที่สุดถึงจุดนึง เรานั่นแหละจะแพ้ทางตัวเองเพราะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น ประสบการณ์ชีวิตผม 20 กว่าปีในการท�างานก็จะมองหาตรงนี้ อาจเป็นอุปนิสัยของคนด้วย ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบแบบนี้ พอดี ผมชอบการเริ่มต้น มันท้าทาย เพราะถ้าท�าได้มันคือ “เรา” คือถ้า ของนั้นดีอยู่แล้ว ไม่แน่ใจว่าใช่เราหรือเปล่า แต่ช่วงวิกฤตนี้ใช่เรา แน่นอน เพราะว่ามันหมดหนทางอยูต่ อนนั้น ถ้าเราไม่เปลีย่ น เราไม่ท�า ไม่เหนื่อย ก็คงไม่ได้มา ผมชอบหยิบยกตัวอย่างนี้ในบทบาทของผมนะ ผมอาจไม่ใช่
องค์กรจำกดินสู่ปญญำมีคอนเซ็ปต์มีที่มำจำกอะไร
จริงๆ มันก็พัฒนามาจาก logic ของการท�าธุรกิจว่าบริษัทเรา มีอะไรเป็นจุดแข็ง แน่นอนว่าจุดแข็งของเราเป็นส่วนธุรกิจเกษตร พอไปได้ดีก็เริ่มกลับมาดูว่าอะไรเป็นปัจจัยส�าคัญที่ท�าให้ธุรกิจเกษตร ประสบความส�าเร็จ เช่น ความเอาใจใส่ มุ่งมั่น เป็นนักเกษตรที่มีจิต ของการให้บริการหรือเปล่า ตรงนี้ก็มาขยายเป็นเรื่องของการ ท่องเที่ยว ผนวกกับเรามีพื้นที่ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากกลับไปสู่ ธรรมชาติ สังคมวันนี้มองฟาร์มโชคชัยไม่ใช่แค่เพียงเราท�าอะไร แต่มองใน มุมว่าเราท�าอย่างไรให้มาถึงตรงนี้ ในมูลค่านี้มีประสบการณ์ที่เรามา แพ็กเกจใหม่เป็นเรื่องความรู้ ก็เลยต่อยอดมาถึงการขายความรู้ ผนวกกับการเป็นนโยบายบริษัทด้วยว่าเราอยากท�าธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
22 V3 p22-25.indd 22-23
‘
‘
สัมภาษณ
จินตนาการ สําคัญ ใช แตผมมองวา
inspiration is the most of all หมายถึงวา แรงบันดาลใจ ตางหาก ที่ทําใหเกิด จินตนาการ
26/3/2012 11:45
กำรสะสมวัตถุมงคลเป็นเรื่องกำรลงทุนหรือเป็นเรื่องศรัทธำ
เราจะมีความรอบรู้ เพราะเราจินตนาการได้ออกหมดเลยว่าที่ได้มา อย่างนี้มันต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง หลักการนี้เป็นหลักการ เดียวกัน เหมือนกับพวกเจ้าสัวเสื่อผืนหมอนใบจากเมืองจีนที่เขาไม่ได้ เรียนมา และท�าไมวันนี้เขามีธุรกิจหมื่นล้านแสนล้าน ผมเชื่อว่าหลัก การนี้คือจินตนาการภาพออก และรู้ด้วยการจินตนาการว่าไอ้นี่ประสบ ความส�าเร็จได้ต้องมีนี่ๆๆๆ ต้องสัมพันธ์กันอย่างไร จินตนาการออก ว่าอะไรจะต้องใช้กับอะไรและต้องใช้แค่ไหน กลับไปเรื่องพ่อครัวเมื่อกี้เหมือนกันเลย วิชาก็คือวัตถุดิบ อยู่ที่ ว่าคุณจะใช้ยังไง เพราะฉะนั้นผมอาจจะโชคดีตรงนี้ว่าพอดีไม่ใช่เป็น คนรักเรียน แต่อาจจะจินตนาการได้เก่ง
อย่างแรกเลยต้องเริ่มจากศรัทธา อาจด้วยนิสัยและวินัยของผม ด้วยว่าท�าอะไรต้องให้ถูกเจตนารมณ์ และวัตถุมงคลในอดีตไม่ได้สร้าง มาเพื่ออย่างนี้ อย่างเช่นถ้าเป็นหลวงปู่ทวดที่ผมมี ผมต้องไปถึงวัดให้ ได้ เพราะว่าเป็นการแสดงความจริงใจที่เราต้องไปให้ถึง เพื่ออย่าง น้อยๆ ก็ไปบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นั่นว่าเรามีวัตถุมงคล ไปถวายเงินหรือ อะไรก็ตามให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมหรือเจตนาแรกที่วัตถุมงคล ชิ้นนี้ออกมาจากวัดนั้นๆ ส่วนใหญ่แล้วเพื่อเป็นการบูรณะซ่อมแซมวัด เราก็ไปท�าให้มันถูกต้อง ผมจะถือเรื่องพวกนี้มาก เพียงแต่วันเวลาและ มูลค่าแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นผมมีวัตถุมงคลกี่ชิ้นต้องไปให้ถึงที่ อันนี้คือสิ่งที่ผมพยายามจะถ่ายทอดในหนังสือเล่มนี้ด้วยเพื่อให้ เห็นมุมใหม่ๆ คนเป็นซีอีโอต้องมีความน่าสนใจในเรื่องอื่นด้วย ไม่งั้นมันน่า เบื่อ วิธีการคิดของผมไม่คิดแบบซีอีโอมาหาธุรกิจ แต่คิดจากศิลปิน ไปหาธุรกิจ เอาคุณภาพ เอาความรักความเชื่อศรัทธาของเราเข้าไปอยู่ ในนี้ก่อน และคนจะเห็นเองว่าของชิ้นนี้มีคุณภาพมากกว่าของคนอื่น
จินตนำกำรไปถึงควำมส�ำเร็จเลยไหม
แน่นอนคนเราอยากท�าอะไรก็ต้องอยากท�าให้ได้ดี ที่ไอน์สไตน์ บอกว่าจินตนาการส�าคัญ ใช่ แต่ผมมองว่า inspiration is the most of all หมายถึงว่า แรงบันดาลใจต่างหากที่ท�าให้เกิดจินตนาการ คือ คนเราถ้าไม่มีแรงบันดาลใจก็ไม่อยากจินตนาการอะไร อยู่เบื่อๆ ไป วันๆ แรงบันดาลใจของผมไม่ได้มาจากนักธุรกิจ แต่อาจได้มาจาก ภาพยนตร์ หรือมาจากอะไรที่ผมเคยเห็นมาตอนเด็กๆ แล้วฝังอยู่ใน ใจมาจนวันนึงผมอยากท�าแบบนี้ ผมว่ามันมีหลายๆ เรื่องราว ผม inspire อะไรที่เกี่ยวข้องกับของเล่นเยอะ โดยเฉพาะของ เล่นที่เรา inspire มาตั้งแต่เด็กอย่างเครื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับ time machine การเดินทางผ่านเวลา ทฤษฎีของไอน์สไตน์ ผมชอบ ไอน์สไตน์ไม่ใช่เรื่องความเป็นอัจฉริยะ ไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์นะ แต่ผมชอบความคิดที่ว่ามันสามารถท�าได้นะที่เราจะเดินทางผ่านเวลา แต่ให้ตายยังไงเราก็จินตนาการไปไม่จบ เพราะมันเป็น paradox ยิ่งผมเป็นคนชอบคิด ยิ่งเป็นเรื่องโลกแตกที่หาไม่จบ ท�าให้เราไม่จบ กับเรื่องนี้ เมื่อไม่จบกับเรื่องนี้ยิ่งท�าให้เรื่องพวกนี้อยู่กับเราไปตลอด
แต่ก็ไม่ได้สร้ำงควำมงมงำย มีงำนมำกมำยเช่นนี้ คุณโชคแบ่งเวลำให้ครอบครัวอย่ำงไร
พ่อครัวใหญ่ เป็นแค่ผู้ช่วยพ่อครัว แต่สามารถสร้างบทบาทขึ้นมาเทียบ ชั้นได้ ในความหมายของผมคือพ่อครัวใหญ่ต้องยกให้รุ่นพ่อ เพราะ เค้าเป็นรุ่นบุกเบิก มีวิสัยทัศน์ว่าจะท�าอะไร ตรงนี้อาจไม่ใช่วิสัยทัศน์ แรกของผม แต่จะท�ายังไงถึงจะสร้างเมนูใหม่ให้ร่วมสมัย นี่คือหน้าที่ ผม และใช่ว่าผู้ช่วยพ่อครัวจะต้องเป็นผู้ช่วยตลอดไป ถ้าผู้ช่วยคนนั้น สามารถใช้ของที่เหลือๆ อยู่มาสร้างเป็นเมนูในบุคลิกภาพของเขาได้ เขาก็อาจเติบโตขึ้นมีความส�าคัญเทียบเท่าพ่อครัวใหญ่ นั้นก็คือหลัก ความคิดของผม
ก็ต้องจัดสรร คือนอกเหนือไปจากเรื่องที่เล่าให้ฟังและ ครอบครัว ก็ไม่มีอย่างอื่น คือผมเป็นคนไม่เข้าสังคมอะไรกับใคร ผมจึงมีสมาธิในเรื่องงานที่ต้องท�า เวลาที่เหลือก็อยู่กับครอบครัว ผมยังมีเวลาไปส่งลูก พาลูกท�าการบ้าน กินข้าว พาลูกเข้านอน
แล้วมีกำ� หนดวันส�ำหรับครอบครัวเช่นทุกวันอำทิตย์ไหม
ตอนนี้ค่อนข้างจะเป็นแบบนั้น เพราะลูกเข้าเรียนแล้วหยุดเสาร์ อาทิตย์ และส่วนใหญ่วันเสาร์อาทิตย์จะไปอยู่ที่ฟาร์ม เพราะลูกชอบ กิจกรรมในฟาร์ม ของเล่นอะไรก็ไม่ซื้อไม่เล่น เขาชอบเกี่ยวกับเรื่อง ระบบสปริงเกลอร์ (sprinkler) หรือเครื่องให้น�้าในฟาร์ม เล่นได้ทั้งวัน คือที่บ้านซื้ออย่างเดียวคือสปริงเกลอร์ ถ้าเป็นวันหยุดตื่นเช้ามา อย่างแรก 6 โมงเช้าลงไปคือรดน�้าหญ้า เปิดสปริงเกลอร์ทั่วบ้าน เซตตัวนั้นเปิดตรงนี้ เขาชอบเป็นชีวิตจิตใจ เจอหน้ากันที 6 โมงเช้า และ 6 โมงเย็น ที่เหลือเขาอยู่กับแปลงหญ้าตลอด เพราะแปลงหญ้า เราเยอะ มีเครื่องสปริงเกลอร์ใหญ่ๆ เขาก็จะไปบัญชาการกับพนักงาน ที่คอยมูฟเครื่องสปริงเกลอร์ไปตามแปลงต่างๆ
แนวคิดท�ำท่องเที่ยวอะโกรทัวร์ (agro tour) เริ่มจำกตรงไหน
ก็ด้วยความได้เปรียบหลายๆ ด้าน และด้วยความคิดว่าถ้าเอา เกษตรกับท่องเที่ยวมาผสมกันได้ จะยิ่งสร้างความได้เปรียบ แต่จะ เป็นท่องเที่ยวอะไรต้องกลับมาดูว่าฟาร์มโชคชัยเหมาะกับการ ท่องเที่ยวแบบไหน สิ่งที่ผมมองก็คือว่าถ้าเราบริหารจัดการดีอยู่แล้ว ท�าไมไม่เอาการบริหารจัดการมาเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวแล้ว โชว์ไปเลยว่าเราจัดการอย่างไร นี่คือการผูกเรื่องของเรา ใช้การ ท่องเที่ยวมาสร้างแบรนดิ้ง แต่แน่นอนต้องเป็นของที่มีคุณภาพ ลูกค้า เข้าไปแล้วประทับใจออกมายังไม่อยากกลับ ยังอยากเดินเล่นต่อ ถ้าวันนี้ไปด้านหน้าฟาร์มจะเห็นว่าเราก�าลังขยายให้ด้านหน้าฟาร์ม เป็นแหล่งท่องเที่ยวไปเลย ไม่ต้องเข้าในฟาร์มแล้ว ขณะเดียวกันในฟาร์มเราก็พัฒนา จากเดิมที่เป็นการท่องเที่ยว เฉยๆ เดี๋ยวนี้เป็นแบบ knowleadge tourism เที่ยวในเชิงความรู้และ การอนุรักษ์ และเผอิญเราท�าเรื่องนี้มานานเป็น 10-20 ปีแล้ว เราถึง มีป่าขึ้นมาผืนนึงเพื่อท�าเรื่องแคมป์
อะไรคืองำนอดิเรกของคุณโชค
ตอนนี้ก�าลังตื่นเต้นกับการเรียบเรียงหนังสือเกี่ยวกับการสะสม วัตถุมงคลของผม โดยจะท�าให้ต่างออกไปคือผมจะเล่าถึงวิธีการได้มา ท�าไมถึงศรัทธาวัตถุมงคลชิ้นนี้ คือให้มันเป็นเรื่องที่สนุก และปิดท้าย ด้วยแง่คิดในเชิงการลงทุน ใส่ความเป็นนักธุรกิจเข้าไปนิดนึง ให้เป็นคาแรกเตอร์ของผม เขียนให้เรื่องวัตถุมงคลมีมิติมากกว่าแค่ แข่งขันกัน
24 V3 p22-25.indd 24-25
ไม่เลย ผมแยกแยะผมเขียนชัดเจนในหนังสือเลย เรื่องพุทธ- ศาสน์กับไสยศาสตร์ในความเชื่อของผม คือ พระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ได้ สอนให้เราไปเชื่อในวัตถุมงคล เพราะตนไม่ได้เป็นที่พึ่งแห่งตน แต่ถามว่าเราเป็นมนุษย์ที่ยังไม่ได้หลุดพ้น เราจะไม่พึ่งอะไรเลยหรือ ผมว่าน้อยคน ผมท�าธุรกิจบางวันยังแอบขอพึ่งบ้างเล็กน้อย แต่ว่า ไม่ถึงกับงมงาย ไม่ถึงกับว่าต้องไปทุกศาลทุกเจ้าพ่อ เพียงแต่ว่าขอให้ มีอะไรให้เราสบายใจนิดนึง ความเชื่อที่ท�าให้จิตใจเราสบายและมี ความมั่นใจ มันคงเป็นกุศโลบาย จะมีไม่มีไม่รู้ แต่เป็นกุศโลบายให้เรา มั่นใจแค่นั้นพอ ผมชอบไปวัดที่มีพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นสัญลักษณ์ และบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของวัดวัดนั้น กว่าพระ พุทธรูปองค์นึงจะถูกสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นพระแก้วมรกต หลวงพ่อ โตวัดพนัญเชิง หลวงพ่อโสธร พระพุทธชินราช มันมีประวัติศาสตร์ มีศรัทธาของคน หรือคนมีบารมีที่ไปสร้าง เมื่อเรามีวัตถุมงคลสักชิ้นที่ สร้างมาเกือบร้อยปีนะ มันเป็นอะไรที่สุดยอด นี่คือเรื่องที่ผมพยายามจะถ่ายทอดลงหนังสือเล่มนี้ให้เห็นมิติ อีกด้านหนึ่งว่าคนที่เป็นนักธุรกิจแล้วสะสมของพวกนี้ ไม่ใช่แค่บอกว่า เป็นไปตามความเชื่อเดิมๆ แต่ผมมีหลักการของผม มีความคิด มีอะไรใหม่ๆ ที่จะไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวงการ เพราะฉะนั้นนี้คือ สัญชาตญาณของการเป็นนักธุรกิจที่เอามาใส่ไว้
ดังนั้นคติของฟำร์มโชคชัยก็ยัง inspire ได้
ใช่ inspire ได้อีก ตราบใดที่เรามี inspiration ผมว่าธุรกิจของ ฟาร์มโชคชัยไม่มีที่สิ้นสุด แต่ inspiration ต้องอยู่ คราวนี้ท�ายังไงที่ผม จะให้องค์กรมีแรงบันดาลใจต่อไป อันนี้การันตีไม่ได้ เพราะไม่รู้คนยุค ต่อไปจะมีไหม กลับมาเรื่องพุทธศาสนา ทุกอย่างมันไม่มีอะไรมั่นคงถาวร หรอก มันเป็นไปตามวัฏจักร เกิดแก่เจ็บตาย เวียนว่ายตายเกิด ผมไม่ยึดติดอะไร เพราะแค่นี้ก็ก�าไรไม่รู้กี่รอบ มีอะไรที่คุณไม่ต้อง ลงทุนอะไรมาก แล้วมันต่อยอดมาถึงจุดนี้ก็มหาศาลแล้ว นี่ผมกลับ ไปในหลักพุทธศาสนา พอใจในสิ่งที่เรามี ไม่ได้กระตือรือร้น ไม่ได้ อะไรมากไปกว่านี้ เพียงแต่ยังสนุกและท้าทายว่าจะหา inspiration ใหม่ๆ มาได้ยังไง ท�ายังไงให้เรื่องเก่าๆ ท�าให้ดูง่าย
คุณโชคมีใครเป็นต้นแบบไหมที่ประสบควำมส�ำเร็จ เป็นตัวของตัวเอง หรือมีมุมมองใหม่ ๆ
.
ผมเชื่อสุดหัวใจเลยที่ไอน์สไตน์บอกว่า Imagination is more important than knowledge เพราะสมัยที่ผมเรียน ผมเรียน ไม่รู้เรื่อง ท่องจ�าอะไรไม่ได้ ไม่มีสมาธิที่จะอ่านและท�าความเข้าใจ แต่ถ้าให้คิดเป็นภาพเราคิดได้ อย่างเมื่อกี้ผมบอกถ้าเราคิดได้เอง
นี่คือโจทย์ นี่คือสิ่งที่ผมชอบ ขอขอบคุณ : ภาพจากคุณโชค บูลกุล
25
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:45
ไอที
รู้รักสุขภาพ
เรื่อง : บัณฑิต ภิรมย์น้อย
เรื่อง : ธิษณา จรรยาชัยเลิศ ภาพประกอบ : เซมเบ้
ท�ำนำยสุขภำพปี 2555 สุขภาพปีนี้จะรุ่ง หรือร่วง ไม่ต้องดูดวงก็ท�านายได้ เพียงคุณมีผลการ ตรวจสุขภาพประจ�าปีอยู่ในมือ มาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการตรวจเช็กสภาพร่างกาย และอ่านผลการ ตรวจสุขภาพให้เป็น เพื่อเราจะได้รปู้ ญ ั หาสุขภาพของตนเอง และสามารถ แก้ไขได้อย่างทันท่วงที เราสามารถท�านายสุขภาพของตนเองได้ง่ายๆ ว่ามีความเสี่ยงเป็น โรคยอดฮิตอย่างโรคอ้วนและโรคเบาหวานหรือไม่ จากวิเคราะห์ผลการ ตรวจสุขภาพ ดังนี้ 1. ชั่งน�้ำหนัก วัดส่วนสูง และเส้นรอบพุง ท�ำนำยโรคอ้วน โรคอ้วน คือ ต้นทางของโรคร้ายต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง หากใครรู้ตัวว่าอ้วน แล้วไม่รีบลดน�้าหนัก หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน เมื่ออายุเพิ่ม ขึ้นอาจต้องกุมขมับ เพราะนอกจากจะถูกโรคภัยต่างๆ รุมเร้า ยังต้อง พบกับโรคแทรกซ้อนทั้งโรคข้อเข่าเสื่อม ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และโรคร้ายอื่นๆ อีกเป็นขบวน การประเมินว่าเราเป็นโรคอ้วนหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จาก ค่าดัชนีมวลกายซึ่งค�านวนจากค่าน�้าหนักและส่วนสูงในปัจุบัน
2. ตรวจน�้ำตำล ท�ำนำยโรคเบำหวำน โรคเบาหวาน เกิดจากการควบคุมระดับน�้าตาลในร่างกาย บกพร่อง ส่งผลให้น�้าตาลในเลือดสูง หากไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน และไม่ได้รบั การรักษาอาจท�าให้เกิดโรคแทรกซ้อนลุกลามถึงขั้นตาบอด ไตวาย และหลอดเลือดส่วนปลายเสื่อมจนน�าไปสู่การตัดขาได้ การประเมินว่าเราเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ สามารถพิจารณา ได้จากค่าระดับน�้าตาลในเลือด ดังนี้ ผลกำรตรวจระดับน�้ำตำลก่อนอำหำรเช้ำ
70-99 100-125 > 126
2
ค่าดัชนีมวลกาย = น�้าหนัก (กิโลกรัม) /ส่วนสูง (เมตร) ค่ำดัชนีมวลกำย (kg/m2) หมำยถึง
สิ่งที่ควรท�ำ
18.5-22.9 23-24.9 25-29.9
น�้าหนัก ปกติ ท้วม อ้วน
รักษาน�้าหนักตัวให้อยู่ในระดับนี้ต่อไป
> 30
อ้วน อันตราย
< 140 140-199 > 200
ปกติ เสี่ยงสูง เบาหวาน
ถ้าใครมีระดับน�้าตาลในเลือดสูงกว่าปกติ อย่าเพิ่งกังวลใจไป เพราะหากหันมาดูแลสุขภาพของตนเองอย่างจริงจัง และรักษา น�้าหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ ก็สามารถลดระดับน�้าตาลในเลือด และ ลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานได้ ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือมีความเสี่ยงสูง ควรเน้นการกิน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ผ่านการขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต มากกว่าข้าว หรือขนมปังขัดขาว เพราะร่างกายจะย่อย และดูดซึมได้ช้ากว่า ท�าให้ระดับน�้าตาลในเลือดเพิ่มขึ้นช้า ช่วยให้ ร่างกายควบคุมระดับน�้าตาลได้ดีขึ้น ทั้งนี้ควรกินผักอย่างน้อยวันละ ห้าทัพพี กินผลไม้รสไม่หวานจัด พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน และน�้าตาลสูงร่วมด้วย
ลดน�้าหนักโดยควบคุมปริมาณอาหาร ลดอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักใบเขียวและ ผลไม้ในมื้ออาหาร ดื่มน�้าเปล่าแทนเครื่องดื่ม ที่ให้พลังงานสูง เคี้ยวอาหารช้าๆ และ ออกก�าลังกายอย่างสม�่าเสมอ รีบพบแพทย์เพื่อลดน�้าหนักอย่างเหมาะสม และตรวจหาโรคแทรกซ้อนอื่นๆ
ทั้งนี้หากวัดรอบเอวผ่านสะดือ แล้วพบว่าผู้หญิงมีรอบเอว มากกว่า 80 เซนติเมตร (32 นิ้ว) หรือผู้ชายมีรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตร (36 นิ้ว) ท�านายได้ว่า นอกจากเป็นโรคอ้วนแล้ว ยังเสี่ยง ต่อการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ไม่ว่าผลการท�านายสุขภาพจะเป็นอย่างไร หากเราหันมา ดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ด้วยการกินอย่างถูกหลัก และออกก�าลังกาย อย่างสม�่าเสมอ โรคภัยใดๆ ก็ท�าร้ายเราไม่ได้
.
26 V3 p26-33.indd 26-27
ปกติ เสี่ยงสูง เบาหวาน
ผลกำรตรวจระดับน�้ำตำลหลังอำหำร
Viriyah Fan กับข้อมูลข่ำวสำร ที่มีมำเสิร์ฟ ทุกวัน
ควำมรู้ดีๆ อย่ำงขั้นตอน กำรกู้รถที่จมน�้ำ ก็มีให้คุณ
Viriyah Fan on Facebook
ที่ Viriyah Fan มีกิจกรรม เชิญชวนคุณร่วม สนุกตลอดทั้งปี
รอบรูข้ ำ่ วสำรด้ำนประกันภัยแบบทันสมัย ในยุคทีก่ ารสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ (Social Network) ก�าลังได้รับความนิยมถึงขีดสุด ด้วยความรวดเร็ว ตรงถึงเป้าหมาย
และความใกล้ชิดระหว่างกันที่สร้างขึ้นโดยง่าย สินค้าและบริการต่างใช้ประโยชน์ดังกล่าวเป็นช่องทางในการเข้าถึงผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง บริษทั วิรยิ ะประกันภัย จ�ากัด บริษทั รับประกันวินาศภัยเจ้าของนโยบาย “ความเป็นธรรม คือ นโยบาย” ได้มองเห็นถึงความส�าคัญของกลุม่ ผู้ใช้สังคมออนไลน์ จึงได้เปิดช่องทางใหม่ในการสื่อสาร ให้คุณกับเราได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น ผ่านเว็บไซต์สังคมออนไลน์อันดับหนึ่ง ของโลกอย่าง Facebook.com เพียงแค่คุณกด Like เพจ Viriyah Fan ที่ http://www.facebook.com/viriyahfan เท่านี้ ข่าวสารที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการประกันภัย จะส่งตรงถึงคุณทุกวัน ทั้งยังสามารถฝากค�าถามที่ข้องใจเกี่ยวกับการประกันภัยไว้ที่หน้า Wall ของ Viriyah Fan ทุกค�าถามจะได้รับค�าตอบจาก Viriyah Fan แบบทันใจและเป็นกันเอง นอกจากนี้ยังมีสิ่งดีๆ ที่ Viriyah Fan ยินดีน�าเสนออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวเด่นที่ก�าลังเป็นประเด็นในสังคม โครงการอบรมดีๆ ที่น่า บอกต่อ ข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ กิจกรรมฮอตฮิตที่น่าสนใจในรอบสัปดาห์ รวมไปถึงการเชิญชวนสมาชิก Viriyah Fan ร่วมสนุกชิงของรางวัลกันเป็นประจ�าอีกด้วย
.
ใครที่มีข้อสงสัยในทุกเรื่องการประกันภัย ลองกด Like ไปที่ Viriyah Fan จากวิริยะประกันภัย รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน
27
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:46
รักลูกให้ดี
“คุณคือผู้ถูกเลือกลุ้น i-phone4s สมัครกด*42080666600”
เรื่อง : นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ภาพประกอบ : เซมเบ้
เบลเยียมมีกฎหมายห้ามเสนอการ พนันทุกชนิดผ่าน sms และแสดงค�าเตือน ห้ามเด็กอายุต�่ากว่า 18 ปี เล่นเกมตอบ ค�าถามทางโทรศัพท์หรือ sms รวมถึง แสดงค�าเตือนความเสี่ยงจากการเล่นเกม ทาง sms มากเกินควร เดนมาร์กก�าหนด ให้การเสี่ยงโชคตอบค�าถามทาง sms ต้อง เป็นการตอบแบบวัดทักษะความสามารถ เท่านั้น อังกฤษก�าหนดให้การเสี่ยงโชค ทางโทรศัพท์ต้องผ่านการขออนุญาตเปิด เล่นเกมและผ่านการพิจารณากลั่นกรอง จากคณะกรรมการว่าเป็นเกมทดสอบ ทักษะหรือเป็นการพนัน ไทยไม่มีมาตรการป้องกัน มีแต่ มาตรการระงับการส่งข้อความ แต่กว่าจะ ท�าได้ผู้บริโภคมักเสียรู้ไปแล้วจ�านวนมาก และกว่าจะสละเวลาไปแจ้งระงับก็หมดเงิน ไปอีกจ�านวนหนึ่ง ข้อความที่ยกมาข้างต้น หรือข้อความเชิญชวนในเว็บไซต์ใดๆ มัก ท�าหน้าที่เป็นตัวล่อให้เราตกลงไปในกับดัก หลังจากนั้นผู้ประกอบการจะส่งข้อความ ต่างๆ นานากระหน�่าเข้ามาและเราเป็น ฝ่ายจ่ายเงินทุกครั้งที่รับ ยิ่งไปกว่านั้นจากการส�ารวจเชิงคุณภาพ พบว่าหลายครั้งที่ไม่เคยมีการจ่ายรางวัลจริง บางทีเรื่องร้ายแรงที่สุดของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้มิใช่มีพ่อค้า ฟันก�าไรไปหลายหมื่นล้านบาทต่อปี แต่เป็นเรื่องลูกหลานของเรา สมองถูกท�าลายอย่างถาวร พัฒนาการเด็กชี้ให้เห็นว่ากระบวนการพัฒนาเนื้อสมองยังไม่ สิ้นสุดแม้ว่าเด็กจะโตแล้ว ระหว่ำงที่เด็กอำยุก่อนวัยรุ่นคือ
“อย่ำลบ ! กด *5808066600 โทรฯ ออกชิงทองค�ำ รับด่วนวันนี้ สมัคร 3 บำท” “ฟรี 4 คลิปสำวสวยน่ำรัก สมัครกด *48358690 (5 บ/วัน)” “แจกใหญ่ !! รถแจ๊ส กด *4649001 กับเกมชิงทอง (3 บ/SMS) 024867244”
เลี้ยงลูกด้วย
ดังที่ทราบกันว่าเทคโนโลยี 3G จะน�ามาซึ่งปัญหาของเยาวชน
สามเรื่องคือ game, girl, gambling ส่วนการแจกแท็บเลตน่าจะ ช่วยเยาวชนให้เข้าสู่การพนันออนไลน์ได้สะดวกง่ายดายและมี รสชาติมากยิ่งขึ้น ปัญหาคือถ้าประเทศไม่มี 3G หรือเยาวชนไม่มี แท็บเลตใช้ อย่างไรประเทศและการศึกษาต้องพ่ายแพ้ต่อการ แข่งขันในโลกยุคใหม่แน่นอน แต่ในเวลาเดียวกันทรัพยากรบุคคล ของเราก็ไม่พร้อมรับมือ
มอื ถอื
เยำวชนไม่มีปัญญำ ครูไม่มีควำมสำมำรถ และพ่อค้ำไม่มีจริยธรรม
ข้อความที่ยกมาตอนต้นเป็นรูปธรรมของปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเยาวชนได้รับข้อความเหล่านี้จะมีจ�านวนหนึ่งที่คิดว่าลองดูได้ เสียเงินไม่มาก เสียเวลาไม่เยอะ และอาจจะได้รับของรางวัลแบบ ง่ายๆ ไม่ต้องล�าบากใช้ความวิริยอุตสาหะ แท้จริงแล้ว เพียงกดรับข้อความเหล่านั้น เราอาจจะเสียเงิน มากกว่าที่คิด เสียเวลายกเลิกมากอย่างไม่น่าเชื่อ และไม่ได้รางวัล ตามที่หลอกลวง ที่แย่ที่สุดคือความส�าเร็จของการค้าหลอกลวงเช่น นี้แสดงให้เห็นถึงภาวะทางใจของเยาวชนนั่นคือหนักไม่เอาเบาไม่สู้ และคิดรวยทางลัด หลายครั้งการส่ง sms เสี่ยงโชคมีกลุ่มเป้าหมายที่บุคคล ธรรมดา ดังจะเห็นได้จากปรากฏการณ์แสดงความเห็นในรายการ ข่าวตอบค�าถามชิงรางวัลหลังรายการอะไรสักอย่าง ตอบค�าถาม อะไรบางอย่างหลังรายการละครหรือวาไรตี้ แม้กระทั่งตอบค�าถาม วิทยาศาสตร์ในรายการสารคดีมีสาระ ทั้งหมดนี้พบเห็นมากมาย ทั้งจากโทรทัศน์ วิทยุ และเคเบิลทีวี เป็นส่วนขยายของความโลภ โดยรวมทั้งสังคม คนจ�านวนมากไม่ทราบว่าการส่ง sms เสี่ยงโชคเป็นช่องทาง
28 V3 p26-33.indd 28-29
การหารายได้และท�าธุรกิจร่วมกันระหว่างสามฝ่ายคือ ผู้ประกอบ กำรทำงโทรศัพท์มือถือ เจ้ำของรำยกำร และผู้ผลิต เนื้อหำ ขณะที่เราเสียเพียง 3 บาท 6 บาท แต่ผลก�าไรสุดท้าย
คือหมื่นล้านบาทต่อปี บางรายการมีสาระเช่นการตอบค�าถาม วิทยาศาสตร์ บางรายการไร้สาระอย่างสิ้นเชิง เช่น นางเอกจะเลือก คนไหน ขณะที่บางรายการยอดนิยมมีปรากฏการณ์ที่คนส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดถึงเพราะมัวแต่สนุกอยู่ ได้แก่ รายการโหวตให้คะแนนผู้เข้า ประกวดที่เราเชียร์ในช่วงสุดท้ายก่อนปิดโหวต เป็นที่เปิดเผยว่าเสียง โหวตจ�านวนมหาศาลพบจราจรข้อความแน่นขนัดไม่สามารถไปถึง เจ้าของรายการทันเวลา ท�าให้ไม่ได้นับคะแนนแต่ทุกคนเสียเงินค่า ส่งรวมแล้วมากกว่ามาก การพนันและการเสี่ยงโชคทาง sms เป็นกรณีจัดการได้ยาก เพราะเด็กเล่นได้จากทุกสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง ในห้องเรียน ในห้างสรรพสินค้า หรือในห้องน�้า เล่นเป็นกลุ่มหรือเล่นคนเดียวได้ ทั้งนั้น นอกจากนี้โทรศัพท์มือถือเกือบทั้งหมดเป็นระบบ prepaid ท�าให้ไม่สามารถจัดการอะไรได้เลย บัตรเติมเงินที่เด็กซื้อเองหรือ ขอเงินพ่อแม่ซื้อไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าน�าไปใช้ท�าอะไร ทั้งที่เงิน เหล่านั้นไม่เพียงเล่น sms ได้แต่ยังสามารถน�าไปใช้จ่ายในการพนัน ออนไลน์ที่มีมากมายได้อีกด้วย
ประมำณ 9-12 ปียังมีกระบวนกำรส�ำคัญเกิดขึ้นใน สมองเรียกว่ำ pruning สมองของเด็กจะสลายวงจรประสาท
ส่วนที่ไม่ค่อยใช้งานทิ้งไปอย่างถาวร และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ แก่วงจรประสาทที่ถูกกระตุ้นหรือใช้งานบ่อย ดังนั้นวงจรประสาทที่รบั ผิดชอบเรื่องความตั้งใจ ความมุง่ มั่น ความอดทน ความอุตสาหะ การมองการณ์ไกล การวางแผน การ ตัดสินใจด้วยเหตุผล การยอมรับผลลัพธ์ของการกระท�าด้วยเหตุผล รวมทั้งแรงบันดาลใจและการมองอนาคต เหล่านี้จะหายไป ส่วน วงจรประสาทประเภทรักสนุก คิดสั้น หวังรวยทางลัด ลงทุนน้อยจะ เอามาก ลงทุนแล้วหวังผลรวดเร็วทันใจ เหล่านี้จะเจริญเติบโต งอกงาม ท�าให้เราได้เด็กที่ไร้ความสามารถในการมองอนาคตและ ไม่มีแรงบันดาลใจในการสร้างชีวิตดังที่ควรจะเป็นทั้งประเทศ
.
29
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:46
เยือนลานธรรม
เรื่อง : “กนก” ภาพ : ประเวช ตันตราภิรมย์
ค้นหาใจตน พบความสงบเย็น ทีว่ ัดสุนันทวนาราม คราวนีเ้ ราพาคุณผู้อ่านเดินทางไปเยือนลานธรรมถึง จ. กาญจนบุรี จุดหมายอยู่ทวี่ ัดป่าสุนันทวนาราม วัดสาขาที ่
117 ของวัดหนองป่าพง ของหลวงพ่อชา สุภัทโท ทีซ่ ึ่งพระมิตซูโอะ คเวสโก เป็นเจ้าอาวาส หลายคนอาจคุ้นหน้า คุ้นตาท่านกับค�าสอนง่ายๆ ทีป่ ฏิบัติได้ในชีวิตประจ�าวัน หรือหนังสือธรรมะของท่านทีต่ ีพิมพ์จ�านวนมากในชื่อเรื่องที่ เข้าใจง่าย ไม่ว่าจะเป็น อยู่เย็นเป็นสุข, โชคดี (ฉบับปีฉลู), ชนะใคร...ไม่เท่าชนะใจตน (ฉบับปีชวด) ฯลฯ วัดสุนนั ทวนารามเป็นวัดป่าสายวิปสั สนา มีแนวการปฏิบตั แิ บบอานาปานสติ บรรยากาศภายในวัดจึงสงบร่มรื่น เรียบง่าย เอื้อต่อผู้ปฏิบัติทตี่ ้องการปลีกวิเวกเพื่อศึกษาเรียนรู้ในการเฝ้าดูจิตดูใจตนเอง ด้วยการเดินจงกรม หรือนั่ง สมาธิ ให้เกิดสติรู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ของตน “หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ” เป็นค�าสอนของพระอาจารย์มิตซูโอะทีส่ อนให้ผู้ปฏิบัติใช้วิธีนี้หากเริ่มคิด ฟุ้งซ่านล่องลอยออกไป เพื่อดึงสติกลับมาอยู่กับลมหายใจ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติเกิดความสงบและเป็นสมาธิขึ้น วัตรปฏิบัติของทีน่ ี่จะสวดมนต์ทา� วัตรเช้า เวลา 03.15 น. และท�าวัตรเย็น เวลา 19.00 น. ซึ่งทัง้ สองช่วงเวลา หลังการท�าวัตร จะมีการฝึกเดินจงกรมและนั่งสมาธิ เวลาทีเ่ หลือระหว่างวันจะปล่อยให้ผู้ปฏิบัติไปฝึกฝนตนเองตาม อัธยาศัย รวมถึงการช่วยงานวัดด้านต่างๆ ตามสมควร นอกจากนี้ผู้ปฏิบัติจะได้กินอาหารมื้อเดียว แต่ก็มีน�้าปานะไว้ บริการ ในตอนค�่าหลังท�าวัตรเย็นและฟังธรรมเทศนาแล้ว จะให้ทุกคนเข้านอนในเวลา 21.00 น. ทางวัดเปิดอบรมปฏิบัติธรรม อานาปานสติภาวนา ตลอดทัง้ ปี เลือกเวลาทีเ่ หมาะสม และเริม่ ต้นค้นหาจิตใจ ตัวเองนับตั้งแต่วันนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่มอบให้กับตัวเองเลยทีเดียว
.
วัดสุนันทวนำรำม
กำรเดินทำง
ตั้งอยู่บ้านท่าเตียน อ. ไทรโยค จ. กาญจนบุรี สอบถามเส้นทางและรายละเอียดการเข้าปฏิบัติธรรมได้ที่ โทร. 087-045-7232 หรือดูตารางเวลาการจัดอบรมที่ http://www.watpahsunan.org
- - -
หากมีเวลาไม่มาก หรือเพิ่งเริ่มฝึกปฏิบัติ แนะน�าให้เข้าอบรมระยะสั้น ที่อาคารปฏิบัติธรรมพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ถ. กรุงเทพกรีฑา เขตสะพานสูง ดูรายละเอียดในเว็บไซต์ข้างต้น
30 V3 p26-33.indd 30-31
31
ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 323 ช่วง อ. ไทรโยค-ทองผาภูมิ ปากทางเข้าวัดอยู่ กม. 90 เดินทางขึ้นวัดอีก 3 กม. หรือจ้างมอเตอร์ไซค์ชาวบ้านบริเวณปากทางไปส่งที่วัดได้ ควรไปถึงวัดก่อน 5 โมงเย็น มีรถโดยสารผ่านปากทางขึ้นวัด คือรถโดยสารสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี (สายสุดท้าย 6 โมงเย็น) ขึ้นที่ขนส่งกาญจนบุรี และรถตู้ปรับอากาศ กรุงเทพฯ-สังขละบุรี ขึ้นที่สถานีขนส่งกาญจนบุรี เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:47
วิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี เรื่อง : บัญชา ธนบุญสมบัติ
E-mail : buncha2509@gmail.com Facebook : www.facebook.com/buncha2509
อัศจรรย์
ในช่วงไม่กี่ปที ี่ผ่านมานี้ ดูเหมือนลมฟ้าอากาศจะแปรปรวน
เอาแน่ไม่ได้ ท�าให้เกิดค�าถามบางอย่าง เช่น หิมะจะตกในเมืองไทย ไหม ? เป็นอาทิ จริงๆ แล้วค�าถามที่ดีกว่าก็คือ ถ้าหิมะจะตกในเมืองไทย สภาพอากาศต้องเป็นอย่างไร ? และเราควรท�าตัวอย่างไร ? แต่ถ้า จะให้สนุก มาดูกันก่อนว่าเกล็ดหิมะ (snowflake) อาจมีรูปร่าง หน้าตาอย่างไรได้บ้าง หิมะเป็นผลึกน�้าแข็งที่เกิดจากไอน�้าแปลงกายไปเป็นน�้าแข็ง โดยตรง (ไม่ได้เกิดจากการที่น�้าในสถานะของเหลวแข็งตัว) โดยมี สมมาตรของผลึกเป็นแบบหกเหลี่ยม เนื่องจากลักษณะโมเลกุลของน�้า อย่างไรก็ดีเกล็ดหิมะส่วนใหญ่ไม่ได้สวยงามอะไร เนื่องจากรูปร่างไม่ ค่อยสมบูรณ์แบบนัก แต่โชคดีที่มีอยู่จ�านวนหนึ่งซึ่งมีลักษณะโดดเด่นชัดเจน ผมจึงขอคัดบางส่วนมาฝากกัน เริ่มจากรูปร่างธรรมดาที่สุดก่อน ได้แก่ รูปปริซึมอย่างง่าย (simple prism) ลองนึกถึงกล่องขนม Koala’s March ซึ่งมีหน้าตัดรูป หกเหลี่ยมด้านเท่าก็ได้ รูปปริซึมนี้หากยาวหน่อยก็จะเรียกว่า แท่ง (column) แต่หากสั้นๆ แบนๆ ก็เรียกว่า แผ่น (plate)
ผลึกหิมะ
Snowflake-Stellar_Plate เกล็ดหิมะแบบแผ่นรูปดำว
ธรรมชาติยังเล่นสนุกได้ไม่เลิก เช่น เกล็ดหิมะรูปแท่งแบบมีฝาปิด อาจะมีสองฝารูปร่าง คล้ายกัน แต่เอียงท�ามุมกัน 30 องศา ผลก็คือ เราจะเห็นเกล็ดหิมะมี 12 แฉก (ฝาบนหกแฉก + ฝาล่างหกแฉก) แบบนี้เรียกว่า เกล็ดหิมะ 12 ด้าน (12-sided snowflake)
Snowflake-Fernlike_ Stellar_Dendrite เกล็ดหิมะแบบกิ่งไม้คล้ำยเฟิร์น
Snowflake-Simple_Prism เกล็ดหิมะรูปปริซึมอย่ำงง่ำย
เกล็ดหิมะบางแบบที่เราไม่ค่อยได้เห็นภาพกันมีหลายผลึกติดกันอยู่ โดยแต่ละผลึกมีรูปร่าง คล้ายกระสุนปืน แบบนี้เรียกว่า บุลเล็ตโรเซตต์ (bullet rosette) เพราะฝรั่งมองว่าคล้ายดอก กุหลาบที่มีกลีบดอกเป็นกระสุนปืน (แต่ผมมองยังไงก็ไม่เหมือนกุหลาบซะที) แบบนี้ยังอาจมี ฝาปิดที่ฐานของผลึกรูปกระสุนได้อีกด้วย ในกรณีที่ผลึกหิมะมีลักษณะเป็นแผ่นแบนๆ ก็มักจะแสดงลักษณะสมมาตรหกแฉก ออก มาอย่างชัดเจน เช่น เกล็ดหิมะแบบแผ่นรูปดาว (stellar plate) แบบกิ่งไม้รูปดาว (stellar dendrite) และแบบกิ่งไม้คล้ายเฟิร์น (fernlike stellar dendrite) เป็นต้น
32 V3 p26-33.indd 32-33
Snowflake-12-Sided เกล็ดหิมะ 12 ด้ำน
Snowflake-Capped_Column เกล็ดหิมะรูปแท่งมีฝำปิด
แม้ว่านักวิทยาศาสร์จะรู้จักเกล็ดหิมะดีในหลายแง่มุมแล้ว ก็ยังมีปริศนาที่ไม่มีใคร อธิบายได้อย่างชัดเจน เช่น เหตุใดเกล็ดหิมะบางชิ้นจึงมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม (ที่ปลาย แหลมโดนตัด) ที่เรียกว่า ผลึกรูปสามเหลี่ยม (triangular crystal) เป็นต้น
เกล็ดหิมะรูปปริซึมยังสามารถมีฝาปิดทั้งสองด้าน บน-ล่าง โดยฝาปิดอาจมีรูปแบบต่างๆ อย่างหลากหลายอีกด้วย เกล็ดหิมะแบบนี้เรียกว่า แท่งมีฝาปิด (capped column)
Snowflake-Bullet_Rosette เกล็ดหิมะรูปบุลเล็ตโรเซตต์
Snowflake-Stellar_Dendrite เกล็ดหิมะแบบกิ่งไม้รูปดำว
ถ้าวันไหนหิมะตกในเมืองไทยจริงๆ เป็นไปได้ว่าหลายคนคงจะชวนเพื่อนไปเล่นหิมะ ส่วนคุณผู้อ่านที่หลงเสน่ห์ความงดงามก็คงออกตามหาเกล็ดหิมะสวยๆ มาชื่นชมแน่นอน
Snowflake-Triangular_Crystal ผลึกหิมะรูปสำมเหลี่ยม
สนใจเพิ่มเติมแวะไปได้ที่ http://SnowCrystals.com ที่เว็บนี้ มีเกล็ดหิมะสวยงามแปลกตามากมายรอคุณอยู่ ! :-) 33
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:47
กระบี่
ท่องเที่ยวกับวิริยะ
เรื่อง : ระพีพร ตันตราภิรมย์ ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
พักร้อนที่ นอนชายหาดย�่าเม็ดทรายให้ หายเหนื่อย เมือ่ ลมหนาวทิง้ ช่วงไปพักใหญ่ก็ได้เวลาออกเดินทางไปกางแขนท้าตะวันรับลมทะเลกัน หลายคนคอยให้ ฤ ดูร ้ อ นมาถึ ง ไวๆ เพราะติด อกติด ใจอยากนอนอาบแดด ด� า น�้ า ชมปะการัง เล่นบานาน่าโบ๊ตโต้คลื่น หรือเกี่ยวก้อยคนพิเศษเปลี่ยนบรรยากาศไปปิกนิก ริมชายหาด
เมือ่ ฤดูร้อนมาถึงทีไร...ท้องทะเลอันดามันอันสวยงามของเมืองไทยแถบ จ. กระบี่ ก็ ครึกครื้นไปด้วยนักท่องเที่ยว เติมสีสนั ให้กระบี่ไม่เงียบเหงา แล้วจะรอช้าอยูท่ า� ไมไปเล่น น�้าทะเลใสให้ฉ�่าใจกันดีกว่า
ยกพลขึ้นเกาะห้อง !!!
Did you know
ส่วนใครอยากออกแรงบิ๊ดจ�้าบิ๊ด แนะน�าให้พายเรือ หมู่เกาะห้องอยู่ในเขตพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติ คายักลัดเลาะไปรอบเกาะหรือเข้าไปชมธรรมชาติในลากูน ธารโบกขรณี บนเกาะเป็นที่ตั้งของ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ หรือทะเลในได้บริเวณหลังเกาะ ภายในเหมือนกับสระน�้า ที่ ธบ. 1 (เกาะห้อง) ที่นี่เป็นเกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ขนาดใหญ่โอบล้อมด้วยผาหินสูงเกือบรอบด้าน บรรยากาศ บนเกาะห้อง ไม่มีที่พัก ที่แสวงหาความสงบเพื่อพักผ่อน แนวหาดโค้งยาวเกือบ เย็นสบายเขียวขจีไปด้วยต้นโกงกาง และหากเป็นช่วงเวลา มีเพียงห้องน�้า 500 ม. เม็ดทรายขาวละเอียดตัดกับน�้าทะเลใสคือความงาม น�้าทะเลลดลง ผืนทรายในลากูนแห่งนี้จะเต็มไปด้วย ไว้บริการ ส่วนอาหารและ สะดุดตาจนท�าให้หลายต่อหลายคนต้องมนตร์สะกดมา ปลาดาวนับพันตัว ราวกับดวงดาวบนบนผืนฟ้า เครื่องดื่ม นักต่อนัก ใครที่มักแพ้ใจให้กับความงามของท้องทะเลรับรอง ต้องเตรียมมาเอง ใกล้กับเกาะห้องมีเกาะเล็กๆ เรียกว่า เกาะผักเบี้ย ต้องทิ้งตัวลงบนหาดทรายนอนเกลือกกลิ้งอย่างไม่อายสายตา เหมาะแก่การอาบแดดเป็นอย่างมาก มีชายหาดยาวกว่า คนอื่น ส่วนคนที่ชอบความมหัศจรรย์ของโลกใต้ทะเล แต่ไม่ถนัด 500 ม. ให้คุณได้เลือกมุมเหมาะๆ หรือจะนั่งปิกนิกใต้ร่มไม้ใหญ่ ด�าดิ่งจนลึกสุดใจ สามารถเลือกด�าน�้าตื้น (Snorkeling หรือ Skin ริมชายหาดก็ได้บรรยากาศเพลินใจ ความเก๋ของเกาะนี้ก็คือเมื่อเวลา Diving) ตีขาชิลล์ๆ แหวกว่ายให้สบายอารมณ์ชมฝูงปลาเสือ น�้าขึ้นจะแบ่งเกาะผักเบี้ยออกเป็นสองเกาะ และเมื่อเวลาน�้าลงก็จะ ปลาสลิดทะเล และปะการังเขากวางได้บริเวณหน้าเกาะ ปรากฏสันทรายระยะสั้นๆ เชื่อมถึงกันเป็นทะเลแหวก (เล็กๆ) ให้ชมด้วย
บรรยากาศบนเกาะห้อง แหล่งพักผ่อนของคนชอบความสงบ
ฝ่าคลื่นชมทะเลแหวก
จากเกาะห้องนั่งเรือไปอีกไม่ไกล มุ่งหน้าสู่จุดชมปรากฏการณ์ นั่งเรือชมธรรมชาติ สันทรายเชื่อมสามเกาะหรือโด่งดังกระทั่งเป็น Unseen Thailand ที่ลากูนหรือทะเลใน ในชื่อ “ทะเลแหวก” ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ท�าให้เกาะทัพ เกาะหม้อ และเกาะไก่ เดินเชื่อมถึงกันได้ โดยมีสันทรายยาวจาก เกาะหม้อถึงเกาะทัพประมาณ 70 ม. และจากเกาะทัพไปถึงเกาะไก่ เมื่อน�้าทะเลลดเต็มที่ ประมาณ 200 ม. สันทรายจะกว้างแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับน�้าขึ้นน�้าลงใน สันทรายก็ปรากฏขึ้น แต่ละวัน ส่วนน�้าทะเลบริเวณนี้การันตีได้ว่าใสแจ๋วไม่แพ้ที่อื่น แต่อาจ ให้นักท่องเที่ยว ลงเล่นน�้าไม่สนุกนัก เพราะมีก้อนหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ได้ลงไปเดินเล่น รวมทั้งปลิงทะเลตัวอวบอ้วนและปลาดาวด้วย
34 V3 p34-43.indd 34-35
35
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:49
Did you know
มาถึง “เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” ทั้งที ย่อมไม่พลาดตระเวนหาของหรอยๆ ให้ได้เปรี้ยวปากอยากกิน อย่างติ่มซ�าร้อนๆ พร้อมกาแฟรสเข้ม หรือของกินพื้นถิ่นอย่างขนมจีนน�้ายากะทิปักษ์ใต้รสจัดจ้าน พร้อมลิ้มรสอาหารทะเลสด ๆ รสจี๊ด ตบท้ายด้วยโรตีกรอบ ๆ หอมหวานมันตรงสี่แยกมนุษย์โบราณ จ. กระบี่ นี่เอง
กระซิบสักนิดว่าบริเวณทะเลแหวกแดดแรงมากๆ หมวกพร้อม แว่นกันแดดพร้อม ครีมกันแดดพร้อม เตรียมไปด้วยจะได้เดินเล่นสนุก ไม่หวั่นแม้แดดแรงมาก
ท้าความกล้า ไต่ผาสูง ที่อ่าวไร่เลย์
ส�าหรับนักด�าน�้าตื้นทั้งหลายก็ได้เฮอีกรอบ บริเวณด้านข้าง เกาะไก่เป็นจุดด�าน�้าชมความสวยงามของท้องทะเลกระบี่อันสวยงาม และหากต้องการหยอกล้อกับปลาการ์ตูน จุดนี้สามารถพบได้สมใจ พยายามสังเกตให้ดีๆ จะเห็นปลาตัวน้อยซุกตัวกระดุ๊กกระดิ๊ก อยู่ตามดอกไม้ทะเล นอกจากนี้ยังมีปลาสลิดหินบั้งเขียวเหลือง ปลานกแก้ว ปลาข้างใส และปลาวัว ว่ายแข่งกันมาอวดโฉมให้คุณได้ รู้จักหน้าตากันด้วย ก่อนกลับอย่าลืมค้นหาค�าตอบที่มาของชื่อเกาะไก่ ด้วยการนั่ง เรือชมรอบเกาะ ยิ่งหากเป็นช่วงเย็นยามพระอาทิตย์ก�าลังตกดิน แล้ว มองย้อนแสงคุณจะเห็นชะง่อนผายื่นออกมาทางใต้ของเกาะ จะเห็น เป็นรูปคล้ายกับหัวไก่ได้อย่างชัดเจน
อ่าวไร่เลย์แบ่งออกสองด้านด้วยกันคืออ่าวไร่เลย์ตะวันตกและ อ่าวไร่เลย์ตะวันออก หากอยากนอนชมหาดใต้ร่มไม้และทิวมะพร้าว ทางด้านอ่าวไร่เลย์ตะวันตกจะเหมาะกับคุณเป็นที่สุด หรือหากไม่ชอบ อยู่นิ่งๆ อยากให้วันพักผ่อนมีรสชาติและสีสันขึ้นอีกนิด น�าเสนอให้ไป อ่าวไร่เลย์ตะวันออก ที่นี่มีหน้าผาสูงตระหง่านรอคุณมาพิสูจน์ความ กล้า แม้ว่าไม่เคยและไม่มีทักษะในการปีนหน้าผามาก่อนเลยในชีวิต ก็สามารถมาเรียนพื้นฐานการปีนผาในระดับต้นได้ ใช้เวลาแค่เพียง ครึ่งวันเท่านั้นคุณจะได้เป็นนักปีนผาแล้ว โดยมีครูฝกึ ประกบอยูไ่ ม่หา่ ง อีกทั้งบัดดี้คอยช่วยเหลืออยู่ด้านล่าง การปีนผาของที่นี่มีระดับความยากง่ายตั้งแต่ 5 ไปจนถึง 8 C คุณจะสามารถพิชิตได้ถึงระดับไหนเห็นทีต้องขึ้นอยู่กับพละก�าลังและ จิตใจ แต่ถา้ แค่ลองให้รรู้ สชาติความมันของกีฬาชนิดนี้ ปีนหน้าผาเตี้ยๆ แค่พอหอมปากหอมคอจะดีกว่า
ปีนหน้าผาเป็นกิจกรรมท้าความกล้า ที่อ่าวไร่เลย์ตะวันออก
ใครที่มีท้องทะเลสุดโปรดอยู่ในใจอยู่แล้ว หากซัมเมอร์ นี้ได้ไปสัมผัสท้องทะเลกระบี่สักครั้ง ฤดูร้อนปีหน้าอาจมีการ ปันใจเกิดขึ้น...แน่ๆ
.
น�้าทะเลใสหาดทรายขาว ที่อ่าวไร่เลย์ตะวันตก
วิริยะชวนชิม
เรื่อง : พรเพ็ญ วงศ์ศุภชัยนิมิต ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง
น�้าพริกกุ้งสด รสจัดจ้านถึงใจ คนกระบี่นิยมกินเคียงกับ สาหร่ายทะเล อร่อยเข้ากัน
บรรยากาศภายในร้านดงกาแฟ มองไปฝั่งตรงข้ามเป็นทิวทัศน์ เขาขนาบน�้าของเมืองกระบี่
ดื่มกาแฟรสเข้มชิมติ่มซ�าร้อนๆ ทีด ่ งกาแฟ (กาแฟโบราณโกเอ็ม) (ถ. อุตรกิจ เปิด 07.00-18.00 น. โทร. 0-7562-2301)
อาหารทะเลสด เด็ด รสจี๊ด ร้านเรือนทิพย์ (ถ. เนาวรัตน์ เปิด 10.30-24.00 น. โทร. 0-7561-1635)
เช้าๆ นั่งรับลมชมทิวทัศน์เขาขนาบน�า้ กลางเมืองกระบี่ พร้อมกับเพิ่ม ความกระปรี้กระเปร่าด้วยกาแฟรสเข้มกลมกล่อมหอมกรุ่นชวนดื่ม และเรียกน�้าย่อยกันด้วยติ่มซ�าร้อนๆ สารพัดอย่าง เจ้าของร้านลงมือ ท�าเองสดใหม่พร้อมเสิร์ฟทุกวัน นอกจากปาท่องโก๋ท่กี ินคูก่ บั กาแฟแล้ว ร้านนี้ยงั มีขนมหวานต่างๆ ให้เลือกกินแกล้ม เช่น ข้าวเหนียวสังขยา ข้าวเหนียวปิ้ง รวมถึงบ๊ะจ่าง ร้อนๆ หากยังไม่หน�าใจยังมีโจ๊กหมูสบั ใส่ไข่เนื้อข้าวเนียนนุม่ ละมุนลิ้น ให้สั่งกินอีกด้วย
ร้านเรือนทิพย์เป็นร้านใหญ่โตโอ่อ่า อาหารทะเลสดๆ มีให้เลือกหลาก หลาย เมนูไม่ควรพลาดคือ ปลาอินทรีทอดซีอ๊วิ เนื้อปลาหวานหอมซีอ๊วิ ที่หมักจนเข้าเนื้อ กินแกล้มกับผักพื้นบ้านอย่างใบเล็บครุฑยิ่งอร่อย อีก เมนูคือน�้าพริกกุ้งสดหอมทั้งกะปิและมะนาวสด แกล้มด้วยสาหร่าย ทะเลอร่อยจนเป็นเมนูยอดฮิตของร้าน หรือจะสั่งย�าเรือนทิพย์สูตรเด็ดของร้านก็อร่อยเช่นกัน เขาน�าปลา ฉิ้งฉ้างมาทอดกรอบคลุกเคล้ากับน�า้ ย�าใส่เนื้อลองกองเพิ่มทีเด็ด จะสั่ง หอยชักตีนลวกจิ้มน�้าจิ้มซีฟู้ดของคู่เมืองกระบี่ ก็สดอร่อยไม่ผิดหวัง
น�้ายากะทิปักษ์ใต้สูตรเข้มครบเครื่อง ร้านขนมจีนโกจ้อย (ถ. กระบี่ หน้า รร. อ�ามาตย์พานิชยกูล เปิด 07.00-13.00 น. ปิด วันอาทิตย์ โทร. 0-7561-2637)
เนย นม ไข่ ใส่ไม่ยั้ง โรตีสี่แยกมนุษย์โบราณ (แยกมนุษย์โบราณ หน้าร้านกระบี่สินโอชา เปิด 17.30-23.30 น.)
เมนูเด็ดสุดของร้านนี้คือขนมจีนน�้ายากะทิปักษ์ใต้ น�้ายากะทิเข้มข้นรส จัดจ้านถึงเครื่องแกง หอมกลิ่นขมิ้นชันอ่อนๆ กินกับผักเหนาะสารพัดชนิด อย่าง ยอดเหลียง ใบมันปู ยอดกระถิน แตงกวา ผักบุ้งต้ม ถั่วงอกดอง ฯลฯ หรอยจังฮูจ้ ริงๆ ขอบอก ยิ่งกินคูก่ ับไก่ทอดร้อนๆ ไข่ตม้ สักใบ หรือ ห่อหมกปลาทะเล ยิ่งเพิ่มความอร่อยเข้ากันสุดๆ หากติดใจในรสชาติจัดจ้านของน�า้ ยากะทิปักษ์ใต้ ก็ตามมากินต่อ ได้อกี ที่สาขา ถ. มหาราช สาขานี้ขายช่วงเย็นไปจนถึงค�่า นอกจากน�้ายา กะทิ ยังมีน�้ายาป่า น�้าพริก และแกงไก่ รสเข้มจัดจ้านให้เลือกสั่งกิน ตามชอบ
หากผ่านไปแถวแยกมนุษย์โบราณ แล้วเห็นคนยืนมุงหรือนั่งกันเต็ม ริมทาง อย่าเพิง่ ตกใจคิดว่าม็อบที่ไหน เพราะนั่นเป็นร้านโรตีท่คี นกระบี่ เรียกกันว่าโรตีสี่แยกมนุษย์โบราณ ทีม่ ีเพียงรถเข็นขายโรตี พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ทตี่ ั้งริมฟุตบาทเท่านั้น โรตีแป้งเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นเนย ทอด ร้อนๆ ราดนมข้นหวานมัน กินคู่กับชาร้อนกลิ่นหอมกรุ่น แผ่นเดียวคง ไม่พอ สั่งโรตีใส่ไข่ ใส่กล้วยหอมมากินเพิ่มอิ่มอร่อยจนพุงกาง
.
สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง ทั้งโรตีใส่ไข่ ใส่กล้วยหอม หวานมันกินกับชาร้อน หรอยจังฮู้ !
Did you know ก่อนปีนผาควรตัดเล็บให้สั้น สวมเสื้อผ้าให้กระชับ และเลือกรองเท้าผ้าใบให้พอดีกับเท้า
36 V3 p34-43.indd 36-37
ขนมจีนน�้ายากะทิ พร้อมผักเหนาะสารพัดชนิด กินกับไก่ทอดร้อนๆ หรอยครบสูตรปักษ์ใต้
ล่องใต้ หรอยจังฮู้! ที่เมืองกระบี่
ร้านเล็กริมทาง รสชาติอร่อยถูกใจจนลูกค้า แน่นร้าน
37
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:49
ดวงชะตา ราศี
เรื่อง : “ลูกโหร”
ท�านายทายทัก เมษายน - มิถุนายน 2555 ราศีมังกร
(เกิดวันที่ 16 ม.ค. - 15 ก.พ.) ช่วงเดือนเมษายน ท่านอาจรู้สึกอึดอัด ท�า การงานสิ่งใดคล้ายก�าลังถูกเพ่งเล็ง จับผิด หรือหากด�าเนินธุร กิจอยู่อาจมีปัญหาถึง ขัน้ แก้ไม่ตก จนไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ต้อง พร้อมแก้ปัญหาด้วยตนเอง ควรตัดสินใจ ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ อย่าวูว่ าม เพือ่ นฝูง มิต รสหายช่ ว งนี ้ใ ห้ ค ุณ ปรึ ก ษา หารือเรื่องส�าคัญไม่ได้ มีแต่จะชักใบให้เรือ เสี ย เปล่ า ๆ ผ่า นถึ ง เดื อ นมิถุ น ายน ควร ดูแลเอาใจใส่บุตรหลานให้ดี มิฉะนั้นอาจ เจ็บป่วยไม่สบายได้
ราศีกุมภ์
(เกิดวันที่ 16 ก.พ. - 15 มี.ค.)
ถึงช่วงเดือนมิถุนายน ควรระมัดระวังยาม ขับขีย่ านพาหนะ เวลาจอดในทีต่ ่างๆ ต้อง มั่นใจว่าปลอดภัย มิฉะนั้นอาจเกิดสูญหาย หรือเสียหายขึน้ ได้ ด้านคูค่ รองหรือคุณ แฟน ระยะนี้อารมณ์ร้อนหงุดหงิดง่าย ให้ ระมัด ระวัง เรื ่อ งมีป ากเสี ย งระหว่า งกัน บุตรบริวารช่วงนี้ว่านอนสอนง่าย การเงิน รายจ่ า ยค่อ นข้า งสู ง ดี ท รี ่ ายรั บ ยั ง พอหา มาเติมได้ไม่ถึงกับฝดเคืองนัก
ราศีมีน
(เกิดวันที่ 16 มี.ค. - 15 เม.ย.)
สถานการณ์โดยทัว่ ไป ยังมีแต่เรื่องอึดอัด ล�าบากใจคล้ายกับช่วงทีผ่ ่านมา ด้านการ งานที่เคยสดใส ช่วงนี้อาจมีคนอิจฉาคอย ใส่ร้ายป้ายสีให้ผใู้ หญ่เข้าใจผิด หรืออาจ เป็นเพราะท�างานผิดพลาดบ่อยจนถูกเพ่ง เล็ ง จากผูบ้ ั ง คั บ บั ญ ชา สิ ่ง พึ ง ระวัง เป็น พิเศษเกีย่ วกับตนเอง พักนี้มักมีความเชื่อ หรือรับข้อมูลมาผิดๆ กระทัง่ ท�าตัวแปลก ประหลาดจากทีเ่ คยเป็น การตัดสินใจควร รอบคอบตรวจสอบข้ อ มูล ให้ แ น่ ชั ด ก่อ น จะได้ไม่ส่งผลเสียต่อตนเอง หรือการงาน ทีร่ ับผิดชอบ ด้านการเงินแม้มีเหตุให้ต้อง ใช้ เ งิ น ตลอด แต่ ก ็พ อหามาทดแทนได้ ไม่ถึงขั้นอัตคัดขัดสน
ราศีเมษ
(เกิดวันที่ 16 เม.ย. - 15 พ.ค.)
ราศีเมษยังได้รับผลจากดาวบาปเคราะห์ ทีท่ ิม่ พุ่งเข้ามาเป็นมุมปลายหอก ส่งผลให้ อริศัตรูหรือคู่แข่งทางการค้ากล้าแข็งพร้อม ท้า ชนอยู ่ต ลอดเวลา กิจ การงานใดๆ ต้อ งเอาใจใส่ ดู แ ลอย่ า งใกล้ ชิ ด มิฉ ะนั ้น อาจเกิด เสี ย หายได้ ผูห้ ลั ก ผูใ้ หญ่ท ีเ่ คย สนั บ สนุ น อุ ้ม ชู ช่ ว งนี ้ดู ห มางเมิน มึน ตึ ง การเงินแม้หาได้คล่องตัวกว่าเดิม แต่ราย จ่ า ยยั ง มีม ากมาย คู ่ค รองหรื อ คุ ณ แฟน ช่ ว งนี ้ดี เ ป็น พิ เ ศษ พอช่ ว ยเป็น เพื ่อ นให้ ค�า แนะน� า ปรึ ก ษาได้ บุ ต รบริ ว ารดื ้อดึ ง เอาแต่ใจ ไม่ค่อยเชื่อฟัง หรืออาจเจ็บป่วย งอแง ควรดูแลให้มากๆ
38 V3 p34-43.indd 38-39
ราศีพฤษภ
(เกิดวันที่ 16 พ.ค. - 15 มิ.ย.) สถานะของคนราศีพฤษภยังไม่คลี่คลายเรื่อง หนักๆ เหมือนช่วงเวลาทีผ่ ่านมา สถานการณ์ ยังไม่คลี่คลายเท่าไหร่ หน�าซ้�าช่วงนี้ดาวพฤหัส เจ้าเรือนภพมรณะโคจรย้ายเข้ามาในราศีของ ท่าน เป็นเหตุให้ต้องเอาใจใส่ดูแลสุขภาพให้ดี มิฉ ะนั ้น อาจถึ ง ขัน้ เจ็ บ ไข้ไ ด้ ป ่ว ย รวมทัง้ ตนเองพึ ง ควบคุ ม อารมณ์ ท ดี ่ ู จ ะพลุ ่ง พล่ า น อารมณ์เสียบ่อยๆ ให้อยู่ การงานพอเอาตัว รอดหากไม่ว่วู าม บุตรบริวารพออาศัยไหว้วาน แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่เช่นนั้นอาจท�า ให้เสียหายได้เหมือนกัน ความรักคูค่ รองไม่คอ่ ย ราบรื่น พักนี้ล้นิ กับฟันกระทบกันบ่อยไปหน่อย หุ้นส่วนคู่สัญญาคู่ค้าไม่ค่อยสุจริตกับท่านนัก ท�าสัญญาการใดควรตรวจสอบให้รอบคอบ
ราศีเมถุน
(เกิดวันที่ 16 มิ.ย. - 15 ก.ค.) ท่านยังมีเกณฑ์ต้องเดินทางไกลอยู่ตลอดเวลา การเงินพอหาได้ไม่ถึงกับอัตคัด ทัง้ ยังอาจได้ ลาภจากการเสี่ยงโชคก็ได้ ช่วงนี้ดูมีอารมณ์ สุนทรียโ์ รแมนติกขึน้ มาหน่อย ทัง้ ทีต่ อ้ งห่างบ้าน ห่างแฟนด้วยเหตุต้องเดินทางบ่อยๆ ส�าคัญ ต้องระวังจะเกิดรักสามเส้าได้ง่ายๆ การงาน ไม่มีอะไรน่าหนักใจ แม้เพื่อนฝูงอาจมีเหตุให้ ผิดใจ หมางเมิน มึนตึง หรือถึงขั้นเกิดปาก เสียงทะเลาะกัน
ราศีกรกฎ
(เกิดวันที่ 16 ก.ค. - 15 ส.ค.)
คนราศีน้ยี ังชีพจรลงเท้าจ�าต้องเดินทางไกล ตลอดเวลาเช่นชาวราศีเมถุน ถึงหาเงิน ได้คล่องตัวขึ้น แต่ก็มีรายจ่ายหนักๆ รอ อยู่ด้วยเช่นกัน รถราก็ถึงเวลาให้ต้องเข้า อู่ซ่อม รวมทัง้ บ้านพักอาศัยมีเหตุให้ต้อง ซ่อมแซมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้การงาน ไม่ค่ อ ยสดใสนั ก แต่ ยั ง พอจะเอาตั ว รอด เพื่อนสนิทเพื่อนเลิฟช่วงนี้อาจท�าตัวเป็น เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรือมีเหตุให้ขัดใจไม่ ลงรอยกัน ด้านความรักไม่ค่อยแจ่มใสนัก จ�าต้องพลัดพรากไม่ค่อยได้เจอะได้เจอกัน หรืออาจมีรักซ้อนซ่อนรักเกิดขึ้นในระยะนี้
ราศีสิงห์
(เกิดวันที่ 16 ส.ค. - 15 ก.ย.) ช่ ว งนี ้ช าวราศี สิ ง ห์ จ� า เป็น อย่ า งยิ ่ง ต้ อ ง ควบคุ ม อารมณ์ ตั ว เองให้ ดี อย่ า ใจร้ อ น วู ่ว าม หุ น หั น พลั น แล่ น จะเสี ย งาน เสี ย เงิ น และเสี ย เพื ่อ นได้ ง่ า ยๆ หมัน่ ดู แ ล เอาใจใส่สุขภาพของคู่ครองหรือคุณแฟน จะได้ ไ ม่เ จ็ บ ป่ว ย เดื อ นพฤษภาคม- มิถุ น ายน อาจมี โ ชคดี ลองเสี ่ย งโชคซื ้อ ลอตเตอรี่ดูสักใบอาจมีเฮ การงานคล่อง ตัวแก้ไขสถานการณ์รุมเร้าได้ดี เพียงแต่ ต้ อ งไม่ วู ่ว าม ควบคุ ม อารมณ์ ท ีม่ ั ก พลุ ่ง พล่านให้อยู่ ช่วงนี้อาจต้องเสียเงินซ่อม บ้าน ซ่อมรถบ่อย หรือมีเหตุให้ต้องซ่อม แซมปรับปรุงตลอดเวลา
ราศีกันย์
ราศีพิจิก
(เกิดวันที่ 16 ก.ย. - 15 ต.ค.)
คนราศีกันย์ยังอยู่ในช่วงวิบากกรรม ต้อง เหน็ ด เหนื ่อ ยตรากตร� า มีป ัญ หาทุก ข์ ใ จ ประดังประเดเข้ามา รวมทัง้ อาจมีเหตุต้อง เดินทางบ่อยๆ การเงินการงานพอถูไถ เอาตัวรอดไปได้ โดยเฉพาะการงานอาจ เข้าตากรรมการได้รับค�ายกย่องชมเชยจาก ผูใ้ หญ่ ท่า มกลางแรงริ ษ ยาหมัน่ ไส้ ข อง เพื่อนฝูงรอบข้าง หมัน่ ระวังและเอาใจใส่ สุขภาพอันอ่อนแอของญาติผใู้ หญ่บ้าง คู่ ครองคุณแฟนยังมีเหตุมึนตึง มีปากเสียง ไม่เข้าใจกันเหมือนเดิมและตัวท่านก็ดูจะ มีค วามสามารถในการยั ่ว ยุ ใ ห้ คุ ณ แฟน หงุดหงิดได้ตลอดเวลาเสียด้วย
ราศีตุลย์
(เกิดวันที่ 16 ต.ค. - 15 พ.ย.) มีเ กณฑ์ ต้ อ งเดิ น ทางบ่ อ ย การเงิ น ยั ง กระเปา รั ่ว เหมือ นเดิ ม ระวั ง ค� า พู ด ของ ตนเองทีอ่ าจส่ ง ผลให้ โ ดนผูใ้ หญ่ ต� า หนิ หรือไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าทีค่ วร บุตร บริ ว ารมัก สร้ า งปัญ หาให้ ต ามแก้ไ ขหรื อ ดื ้อ ดึ ง ไม่เ ชื ่อ ฟั ง หมั ่น ดู แ ลสุ ข ภาพของ ญาติผใู้ หญ่ทอี่ าจเจ็บป่วย หรือถึงขั้นต้อง สู ญ เสี ย ญาติ ผ ใู ้ หญ่ ใ นระยะนี ้ ความรั ก ช่ ว งเดื อ นพฤษภาคมสดใส กระทัง่ อาจ พลิกผันเป็นรักซ้อนซ่อนรัก จนกลายเป็น ปัญหาหนักอกให้แก้ไม่ตกในวันหน้าเอาได้
39
(เกิดวันที่ 16 พ.ย. - 15 ธ.ค.) ราหูยังโคจรทับอยู่ในราศีพิจิกไปจนถึงสิ้น ปี เปรียบเสมือนตัวด้วงคอยชอนไชกัดกิน แก่นไม้ ตัดและบั่นทอนก�าลัง ท�าอะไรก็ไม่ พ้นเผชิญอุปสรรค คิดสิ่งใดมักคาดผิดท�า ผิดตลอดเวลา ตลอดช่วง 3 เดือนนี้จึงต้อง ระวังท�างานให้รอบคอบ อย่าวู่วามไม่เช่น นั ้น อาจเกิ ด ผิ ด พลาดครั ้ง ส� า คั ญ ด้ า นคู ่ ครองจะเป็นก�าลังหลักช่วยเหลือสนับสนุน ให้ค�าแนะน�าปรึกษาได้อย่างดี ถ้ายังไม่มี คู่ ปีนี้มีเกณฑ์ดีทอี่ าจจะได้พบคนเหมาะ สม หรือตกลงปลงใจลงหลักปักฐานเป็น เรื่องเป็นราวเสียที
ราศีธนู
(เกิดวันที่ 16 ธ.ค. - 15 ม.ค.)
หลั ง เดื อ นเมษายนไปแล้ ว ดาวพฤหั ส ประจ� า ราศี เ กิ ด ของท่า นโคจรเข้ า ภพอริ และยังโดนดาวบาปเคราะห์ท�ามุมจตุโกณ ครบทุกมุม ควรระวังสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง ช่วงนี้ไม่เหมาะทีจ่ ะท�าโครงการใหญ่ ควร ชะลอไว้ ก่ อ น การงานก็ ต้ อ งเอาใจใส่ ใ ห้ รอบคอบ อย่าผลีผลาม มิฉะนั้นอาจเกิด ความเสียหายขึ้นได้ ท�าการใดตอนนี้ก็มัก โดนติฉินนินทาให้ร้ายลับหลัง ทว่าความ รั ก ยั ง พอมี ช่ ว งเวลาให้ ส ดชื ่น หวานใจได้ บ้างเป็นบางเวลา...
.
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:49
ศูนย ซ อมฯ
สมปองการช่ า ง ตักสิลา…ศูนยซอมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ภาคตะวันออก ชื่อของสมปองการช่าง ถ้าเป็น นอกอาณาเขตพื้นที่ภาคตะวันออก ของไทย ผู้คนในสังคมอาจต้อง เลิกคิ้วตั้งค�าถาม ! แต่ถ้าเป็นคนในพื้นที่ย่อม ประจักษ์ดี รถยนต์มีปัญหาปรึกษา สมปอง ตีกรอบเฉพาะแวดวงประกันภัย รับรู้กันทั้งบางว่า สมปองการช่าง คือฐานที่มั่นส�าคัญที่ท�าหน้าที่เป็น เสมือนตักสิลาสถาน ในการสร้าง เครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะ ประกันภัย ที่สามารถสร้างความพึงพอใจต่อผู้คนในพื้นที่ภาค ตะวันออก สมปองการช่างจึงเป็นต�านานที่ยังมีชีวิตของวิริยะประกันภัย ในฐานะผู้ร่วมบุกเบิกให้บริการด้านประกันภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก มายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ “ทุกวันนี้ไม่จ�าเป็นต้องไปประเมินกับบุคคลภายนอกว่า สมปองการช่างมีความสัมพันธ์ที่ดีกับวิริยะประกันภัยมากน้อยขนาด ไหน “เพราะแม้แต่ตัวผมเอง ทั้งๆ ที่เป็นเจ้าของ ผมยังแยกไม่ออก เลยว่าอะไรคือตัวตนของผม อะไรคือวิริยะประกันภัย ทั้งนี้เป็น เพราะว่าทั้งวิริยะประกันภัยและสมปองการช่างได้กลายเป็นเนื้อ เดียวกัน เป็นคนในครอบครัวเดียวกันทั้งทางด้านกายภาพและจิต วิญญาณ” คุณสมปอง อิทธิริทพงษ์ เจ้าของสมปองการช่าง กล่าว แน่นอนนามสกุล “อิทธิริทพงษ์” ย่อมเป็นที่คุ้นหูในแวดวงการ แข่งขันรถยนต์ของประเทศไทย เพราะลูกชายของคุณสมปอง “นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์” เป็นนักแข่งรถระดับแถวหน้าที่คว้าแชมป มาหลายสนาม
ต�านานของสมปองการช่าง มีจุดก�าเนิดที่ไม่แตกต่างไปกว่าจุด ก�าเนิดของอู่ซ่อมรถยนต์อื่นๆ ในอดีต ซึ่งมักจะเกิดจากการเริ่มเป็นลูกมือช่าง แล้วค่อยๆ พัฒนามาเป็นช่างและ เจ้าของกิจการในที่สุด คุณสมปองก็เช่นกัน จากลูกน้อง ช่างที่เริ่มท�างานในอู่รถยนต์ของพี่ชาย และเริ่มเปิดอู่ซ่อมเป็นของตนเอง จนเติบโตเจริญรุ่งเรืองไปพร้อมๆ กับ ความเติบโตของโครงการอิสเทิร์น ซีบอร์ดที่ภาครัฐทุ่มงบนับแสนๆ ล้าน เพื่อพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดระยองให้เป็นเมือง หลวงด้านอุตสาหกรรมของประเทศ การเข้ามาลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะการสร้างนิคม อุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคตะวันออกนี้เอง เป็นมูลเหตุให้คุณสมปองได้ รู้จักกับผู้บริหารของวิริยะประกันภัยที่ดูแลภาคตะวันออกในขณะนั้น คือ คุณพรเทพ วัลลิโภดม โดยมูลเหตุที่ท�าให้เกิดความสัมพันธ์ เพราะรถยนต์ของบริษัท อิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ในโครงการถมทะเล ไว้วางใจ ให้คุณสมปองเป็นผู้ดูแลบ�ารุงรักษาเครื่องยนต์ และแน่นอนเมื่อรถยนต์ทุกคันได้ท�าประกันภัยไว้กับบริษัท วิริยะประกันภัย ย่อมส่งผลให้สมปองการช่างกลายเป็นพันธมิตรคู่ค้า กับวิริยะประกันภัยไปโดยปริยาย “ในช่วงนั้นผมยังรับงานซ่อมให้กับบริษัทประกันภัยหลายๆ บริษทั แต่ตอ่ มาไม่นานผมสัมผัสได้ดว้ ยตนเองว่าบริษทั วิรยิ ะประกันภัย เป็นบริษัทที่ควรไว้วางใจได้ดีที่สุด “ประกอบกับระบบการเงินของวิริยะประกันมีประสิทธิภาพ มากกว่าบริษัทอื่นๆ ผมจึงตัดสินใจให้บริการแก่วิริยะประกันภัย เพียงรายเดียว”
40 V3 p34-43.indd 40-41
กระนั้นอาจเป็นเพราะความเป็นคนจริงตามวิสัยของคนระยอง เมื่อร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกับใครแล้วมันต้องร่วมกันให้ถึงที่สุด สมปองการช่างจึงมิใช่เป็นแค่คู่ค้าของวิริยะประกันภัย แต่เป็น เสมือนหุ้นส่วน เพราะคุณสมปองได้กระโจนเข้ามาคลุกวงใน ด้วยการ รับบทเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันขยายฐานการตลาดในพื้นที่ภาคตะวันออก ให้กับวิริยะประกันภัย “ในยุคนั้นผมท�าหน้าที่เสมือนเป็นพนักงานคนหนึ่ง กินนอน เที่ยวอยู่ที่ท�าการของวิริยะประกันภัย ทั้งท�าหน้าที่ขยายตลาด ทั้งท�า หน้าที่เคลมสินไหม ตลอดไปถึงการสร้างเครือข่ายศูนย์ซ่อมรถยนต์ ให้กับวิริยะประกันภัย” คุณสมปองกล่าว ปัจจุบันแม้ไม่ได้ช่วยงานถึงขนาดลงภาคสนามร่วมกับพนักงาน ของวิริยะประกันภัย แต่ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน “สมปองการช่าง” ก�าลัง ท�าหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่กว่า นั้นก็คือการเป็นต้นแบบศูนย์ซ่อมมาตรฐานให้กับอู่ซ่อมรถยนต์ อื่นๆ ได้เรียนรู้ก่อนที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ซ่อมมาตรฐาน วิริยะประกันภัย อย่างไรก็ตามถ้ามองแต่แง่ทัศนียภาพภายนอก สมปองการช่าง อาจดูไม่สวยงาม แต่ถ้าวัดด้วยความเป็นระเบียบและความสะอาดแล้ว ประกวด 5 ส เมื่อไหร่ชนะเลิศเมื่อนั้น อีกทั้งหัวใจส�าคัญในกระบวนการซ่อมรถยนต์ ทั้งประสบการณ์
ของช่างในแผนกต่างๆ รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ทันสมัย ศูนย์ซ่อม มาตรฐานแห่งนี้มีครบครัน โดยเฉพาะอุปกรณ์เชื่อมงานเหล็กที่เรียกว่า เครื่องมิกซ์ มีเพียงที่นี่แห่งเดียว “จุดเด่นของสมปองการช่างในมุมมองของผมน่าจะอยู่ที่ ระบบคอมพิวเตอร์ที่น�ามาช่วยใช้งานซ่อม เพราะท�าให้สามารถ บริหารจัดการให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจได้สูงสุด ดังเห็นได้จากทุก วันนี้คนในพื้นที่ภาคตะวันออกยอมรับว่าศูนย์ซ่อมที่นี่นอกจากได้ มาตรฐานแล้ว ยังจัดการงานซ่อมได้ตรงต่อเวลาและรวดเร็วที่สุด อย่างเช่นงานซ่อมหนักเราจะใช้เวลาเดือนกว่าๆ เท่านั้น” นอกจากจะท�าหน้าที่เสมือนเป็นโรงเรียนซ่อมรถยนต์ให้กับผู้ที่ สนใจแล้ว สมปองการช่างยังท�าหน้าที่เสมือนเป็นที่ปรึกษางานซ่อม รถยนต์ให้กับผู้คนในพื้นที่ภาคตะวันออกอีกด้วย “ผมให้ค�าปรึกษาแก่ทุกคนแม้ว่าคนนั้นๆ จะซื้อประกันภัย กับบริษัทอื่นก็ตามที และรวมไปถึงการมีทีมงานออกไปช่วยซ่อม ฉุกเฉินให้กับรถยนต์ตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย “ผมเชื่อในนโยบายของวิริยะประกันภัยที่ว่า ‘คุณธรรม คือ นโยบาย’ เพราะถ้าเรามีคุณธรรม ย่อมท�าให้บุคคลคนอื่นไว้วางใจใน ตัวเรา เมื่อเกิดความไว้วางใจความเชื่อความศรัธทาก็จะตามมาเอง” คุณสมปองกล่าวในที่สุด
.
41
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:49
ประกันภัยน่ารู้ เรื่อง : กองบรรณาธิการ
ถ้าตั้งสมมติฐานกันว่าเกิดบริษัทประกันภัย ต้องปิดกิจการ เพราะไม่สามารถหาเงินมาพยุงฐานะ การเงินได้ ผู้เอาประกันภัยก็ยังไม่เดือดร้อนอยู่ดี
เพราะอุตสาหกรรมประกันภัยยุคนี้ มีกลไกขจัดปัญหาเอาไว้แล้ว หรือว่าตามประสาชาวบ้าน ถ้าบริษัทประกันภัยหมดปัญญาจ่าย
กองทุนประกันวินาศภัย
รัฐจ่ายแทนให้ได้ไม่มีปัญหา ควิกแคชทันที !...จาก “กองทุนประกันวินาศภัย”
ดังเห็นได้จากส�านักงาน คปภ. สั่งปิดบริษัทลิเบอร์ตี้ ประกันภัย จ�ากัด และบริษัทวิคตอร์รี่ประกันภัย จ�ากัด ได้ออกประกาศ ให้เจ้าหนี้ (หมายถึงผู้เอาประกันภัยด้วย) ไปยื่นสิทธิขอรับช�าระหนี้จาก กองทุนประกันวินาศภัยได้อย่างทันควัน เมื่อมีความส�าคัญอย่างนี้ กองบรรณาธิการ V magazine จึงขออนุญาตน�าข้อมูลของกองทุนประกันวินาศภัยมาประเทืองปัญญา ท่านผู้อ่าน
บัญชีอุ่นใจ...ผู้เอาประกันภัย ช่วงปลายปีเถาะ พ.ศ. 2554 ผู้เอาประกันภัยอย่างเราๆ
ท่านๆ คงเครียดกับข่าวไม่เป็นมงคลหู อันเกิดจากค�าสั่งลงโทษ ยันปิดกิจการบริษัทประกันภัยที่ส�านักงาน คปภ. ออกมาถี่ยิบ แถมต้องเจอกับข่าวลือบริษัทประกันภัยหมดตัว เพราะต้อง จ่ายค่าสินไหมทดแทนจากกรณีน�้าท่วม ซึ่งป่านนี้ตัวเลขยังไม่นิ่งว่า จะต้องจ่ายเท่าไหร่กันแน่ แต่ตัวเลขเลยเถิดกันไปแสนๆ ล้าน แหม ! ข้อเท็จจริงไม่รุนแรงหรือกระเทือนกันถึงขนาดนั้นครับ ท่าน เพราะยังมี “ระบบประกันภัยต่อ” เป็นตัวช่วยแบ่งเบาภาระ บริษัทประกันภัย
กองทุนประกันวินาศภัยถูกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ประกันวินาศภัยที่มีการแก้ไขใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2551 มีฐานะเป็นนิติบุคคล แต่ไม่เป็นส่วนราชการหรือ รัฐวิสาหกิจ
มีการบริหารจัดการในรูปของคณะกรรมบริหารกองทุนและ ผู้จัดการกองทุน โดยประธานคณะกรรมการบริหารคนปัจจุบันคือ นางเบญจา หลุยเจริญ รองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้จัดการกองทุน คือ นายวีรวุธ งามจิตวิริยะ อดีตเลขานุการ กรมการประกันภัย ส�าหรับวัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง เขียนไว้สั้นแต่ชัดเจนว่า เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้ซึ่งมีสิทธิได้รับช�าระหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัย ในกรณีบริษัทล้มละลายหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ประกันวินาศภัยและเพื่อพัฒนาธุรกิจประกันวินาศภัยให้มีความมั่นคง และมีเสถียรภาพ
โดยเฉพาะวิริยะประกันภัยแค่จิ๊บๆ !
อย่างไรก็ตามในช่วงต้นปีมังกรทองบริษัทประกันภัยแทบ กระอักเหมือนกัน เพราะบริษัทประกันภัยต่อมีการปรับเพิ่มเงื่อนไข กติกาและค่าเบี้ยประกันภัยกันอุตลุด จนถึงขนาดรัฐบาลต้องโดดเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาด้วยการ จัดตั้ง “กองทุนมหันตภัย” ขึ้นมา เพื่อให้กลไกการรับประกันภัยได้ เดินไปตามปกติ อย่างไรก็ตามแม้บริษัทประกันภัยจะก้าวพ้นวิกฤตน�้าท่วมมา ได้ก็ตาม แต่ในยุคข้อมูลข่าวสารท่านผู้อ่านคงตระหนักเป็นอย่างดี ว่า
อะแฮ่ม ! วัตถุประสงค์ประการหลังน่าจะเป็น เพื่อความมั่นคงและเสถียรภาพของผู้เอาประกันภัย มากกว่า
นอกจากนี้กองทุนประกันวินาศภัยยังมีภารกิจเสริมคือการเข้าไป ท�าหน้าที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ ถึงบรรทัดนี้ท่านผู้อ่านอาจกังขาว่า แล้วเอาเงินที่ไหนมาจ่ายหนี้ แทนบริษัทประกันภัยที่ถูกปิดกิจการ โดยที่มาของเงินนั้น กฎหมายได้ ก�าหนดที่มาแปดช่องทางด้วยกัน ช่องทางแรกถือได้ว่าเป็นเงินประเดิมที่ส�านักงาน คปภ. อภินันทนาการมาให้ ด้วยการโอนเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาธุรกิจ
ในโลกการเงินการลงทุนยุคใหม่นี้ ผู้ประกอบการ ธุรกิจย่อมประสบกับสารพัดความเสี่ยง
โดยเฉพาะบริษัทประกันภัยในปัจจุบันนี้ ต้องเจอภาวะความ เสี่ยงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากการรับประกันความ เสี่ยงภัย ความเสี่ยงจากการลงทุนของบริษัทที่รับประกันภัย ความ เสี่ยงเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงิน ความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ที่ลงทุน หรืออัตราดอกเบี้ย ความผันผวนของเงินตราต่างประเทศ ความ ผันผวนของตราสารทุน ตลอดรวมถึงความเสี่ยงจากการบริหาร จัดการ
โยกมาเป็นเงินขวัญถุงประมาณ 10 ล้านบาท
ถัดมาเป็นเงินที่ได้รับตามกฎหมาย ซึ่งมีอยู่สี่มาตราด้วยกันคือ มาตรา 58 (ค่าสินไหมทดแทนที่หมดอายุความ) ปริมาณเงินในส่วนนี้ประเมินจากงบดุลของ กองทุนปีที่แล้วอยู่ที่ 1.9 ล้านบาท
42 V3 p34-43.indd 42-43
เงินตามมาตรา 80/3 และมาตรา 80/4 อันเป็นเงินที่บริษัท ประกันวินาศภัยต้องสมทบในแต่ละปีในอัตราร้อยละ1 เงินค่าปรับ ตามมาตรา 111 หลังจากหักเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายแล้ว ซึ่งต้องถือว่าเป็นรายได้หลักของกองทุนจะเพิ่มพูนไปตาม เวลาและปริมาณเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้น
รายได้เข้ามาโดยเฉพาะเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยซึ่งจะ เพิ่มพูนไปตามเบี้ยประกันภัยเช่นกัน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายอยู่ในภาวะ คงที่และเป็นค่าใช้จ่ายประจ�าอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อปี นั้นก็หมายความว่าปีหนึ่งๆ กองทุนจะมีเพิ่มปีละ ไม่ต�่ากว่า 200 ล้านโดยประมาณ อย่างเช่น ตัวเลข งบดุลล่าสุดของปี พ.ศ. 2552 ภาษาบัญชีระบุว่า รายได้สูงกว่ารายจ่าย 231 ล้าน
ปี พ.ศ. 2552 บริษัทประกันวินาศภัยส่งเข้า กองทุนประมาณ 219 ล้านบาท
นอกจากนี้เป็นเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ เป็นเงินจาก ดอกผลหรือรายได้จากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน ปี พ.ศ. 2552 ได้มาประมาณ 5 ล้านบาท และสุดท้ายเป็นเงินสนับสนุนจาก รัฐบาล ซึ่งในบัญชีไม่เคยระบุว่าได้รับ
ถึงบรรทัดนี้ด้วยข้อมูลที่น�าเสนอมาทั้งหมดคงท�าให้ท่านผู้ อ่านคลายใจและมั่นใจได้ถึงความคุ้มครองด้านประกันภัย และถ้า ยังกังขาในประเด็นใด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย ที่ตั้งกองทุนประกันวินาศภัยอยู่ที่เดียวกับอาคารส�านักงาน ใหญ่ของส�านักงาน คปภ. เลขที่ 22/79 อาคารส�านักงาน คปภ. ชั้น 5 ถ. รัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 อีเมล general@oic.or.th โทร. 0-2515-3999 ต่อ 5007 โทรสาร 0-2513-4753
เคาะรวมเบ็ดเสร็จ ทุกวันนี้ปริมาณเงินในกองทุน ประกันวินาศภัยมีอยู่ทั้งสิ้น 442 ล้านบาท
นับเป็นปริมาณเงินที่สามารถรองรับความเดือดร้อนของ ประชาชนได้ ถ้าเกิดบริษัทหนึ่งบริษัทใดมีปัญหาขึ้นมา
อีกทั้งดังที่กล่าวมาข้างต้นว่าถ้าไม่มรี ายการบริษัท ประกันภัยมีปัญหา ปริมาณเงินกองทุนจะเพิ่มพูนขึ้น ทุกๆ ปี
ท่านผู้จัดการกองทุน คุณวีรวุธ งามจิตวิริยะ ยืนยันมาว่าประตูกองทุนประกันวินาศภัยเปิดอยู่ตลอด เวลาและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยทุกคน !
.
ดีดลูกคิดง่ายๆ อย่างเจ้าของร้านช�า ปีหนึ่งๆ กองทุนจะมี
43
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:49
พอเพียงเพื่อแผ นดินเกิด เรื่อง : ฅนเมือง
กรุงเทพฯ-เบญจรัตนนคร (2)
“นํ้าใส ไหลเย็น เห็นตัวปลา มวลพฤกษา เขียวชอุม พุมไสว ฝนเอย ตกพรํา ฉํ่าชื่นใจ ใครจะรูวา ในใจ แบกทุกขตรม “ไอรอน ละอองฝน ลมหนาว ผิวสัมผัส กลิ่นเสียง ราวซึมซาบ สรรพางคเกิด รับรู ธรรมและบุญบาป โลกมนุษย หมุนวัฎฏะบําราป ไปจีรัง”
อันส�าคัญเหมือนเช่นที่เบญจรัตนนคร (กลุ่มเมืองโบราณ) ได้ใช้เป็น แนวทางหลัก เพื่อสร้าง “อารยธรรมแห่งสยามประเทศ” และปลุก จิตส�านึกให้กับพนักงาน โดยการวางยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ตามสูตร ง่ายๆ จากค�าสี่ค�า “พอเพียง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” สู่การ สร้างฅนในสี่ค่าย คือ 1. ครู (ความยั่งยืน); จัดตั้งโรงเรียนเมืองโบราณขึ้น ตาม ปรัชญา ใหการศึกษา รักษาคุณธรรม เปลี่ยนจากพนักงานให้เป็น คนในชุมชนขับเคลื่อนงานสร้างเครือข่ายครูท้องถิ่น 2. คลัง (ความพอเพียง); ตั้งค่ายกสิกรรมธรรมชาติไว้ สองแห่ง คือ ค่ายกสิกรรมธรรมชาติเมืองโบราณ และค่ายกสิกรรม ธรรมชาติเอราวัณ ภายใต้ปรัชญา คืนชีวิตใหแผนดิน ใช้ฐานปฏิบัติการ เก้าฐานสร้างความพอเพียงตามทฤษฎีบันไดเก้าขั้น 3. ช่าง (ความมั่งคั่ง); สร้างสรรค์เส้นทางท่องเที่ยวทางศิลปะ และวรรณกรรมด้วยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยหน่วยงานปูทะเลย์ การท่องเที่ยวและเรียนรู้ มีปรัชญาคือ การทองเที่ยว ภาคประชาชน 4. หมอ (ความมั่นคง); ตั้งค่ายลูกเสือริมขอบฟา โดยใช้ หลักสูตร “เสือติดปีก” เพื่อสร้างกองก�าลัง (ลูกเสือ) ให้ รู้ รักษา ดิน-น�้า-ปา-คน ให้หายจากความเจ็บปวย และทรุดโทรม โดยมีปรัชญา ว่า ฟนฟูชาติดวยศาสตรพระราชา ทั้งสี่ค่ายล้วนมีปรัชญาร่วมกันอย่างหนึ่งคือ “สร้างความจริง ให้ประจักษ์” เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อยุติการท�าลาย (โลก) ของ มนุษย์ผู้มุ่งแต่แสวงหาความสุขในทางโลก ทั้งนี้จะต้องมีผู้ตีแผ่และ แม่นประวัติศาสตร์ ที่สามารถบอกว่าความจริงที่เคยเกิดขึ้นนั้นคือ อะไร เพราะเหตุใด โดยใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เป็นการ ใช้ความจริงขจัดคนไขสือ ที่อ้างว่า “โลกมันใหญ ทรัพยากร เยอะแบงๆ กันไป ทําลายเสียหายบางเดี๋ยวก็ฟนตัวเอง” มีมุมมองใน แง่ดีแบบเทพนิยาย ไม่ยอมรับรู้ปัญหาต่างๆ ที่เป็นไป ความห่วงใยและความปรารถนาดีที่เบญจรัตนนครน�ามาเสนอใน ที่นี้จะสัมฤทธิผลหรือไม่ สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
สัจธรรมของสรรพสิ่ง คือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
...แม้เบญจรัตนนครคือสิ่งที่มีอยู่จริงในวันนี้ เมืองที่เราได้อยู่ ได้อาศัย อย่างสงบ ด้วยความ “สมดุลระหว่างการอนุรักษ์และพัฒนา” ท่ามกลางธรรมชาติอันรื่นรมย์ แต่วิกฤตการณ์และสภาพความจริงที่ เกิดขึ้นภายนอกนครแห่งนี้นั้น ยังคงชวนให้หวนคิดถึงผู้คนที่ด�ารงตน อยู่ในกระแสสังคมที่ก�าลังหมุนไปสูห ่ ายนะธรรม มองเห็นวิธีการแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ของสังคมโดยรวมที่ว่า ต้องแก้กันที่สว่ นกลาง (ระบบบริหาร ?) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากมากที่สดุ ตรงกันข้ามกับการหันกลับมามองตนเอง แล้วเริ่มเปลี่ยนแปลงแก้ไข ภายในตนเอง ปฏิวัติความคิดตนเสียก่อนเป็นเบื้องต้น แล้วค่อยขยาย ออกสู่การสร้างเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกให้เกิดขึ้น เพื่อหนุน กระแสรองให้ทรงพลัง ดังเช่น เหล่าเกษตรโยธินของ อ. ยักษ์ แห่ง มหา’ลัย คอกหมู ที่สร้างเครือข่ายขยายผลว่า “มนุษย์” ต้องด�ารงตน อยู่ด้วยความพอเพียงขั้นพื้นฐาน และขั้นก้าวหน้าในสังคมตามทฤษฎี บันไดเก้าขั้น ในบางครั้งวิธกี ารที่เราใช้เพื่อหาวัตถุมากมายมาบ�ารุงบ�าเรอกาย อาจเลวร้ายคล้ายกับการขายวิญญาณให้กับมารโดยไม่รู้ตัว การชิง อ�านาจและผลประโยชน์ กลายเป็นสิ่งสามัญไม่มีธรรมประกอบใน มโนส�านึก ดังนั้นผู้ไม่ปรารถนาที่จะมีคุณภาพชีวิตเช่นนั้น ควรศึกษา จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ฯ อย่างตั้งใจที่สุด เพื่อติดอาวุธทางปัญญา (ความรู้) และคุณธรรม
45 V3 p44-51.indd 44-45
.
เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:52
สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องและภาพ : ต้น ณ โมบาย
วิถีความ ผูกพัน บนรากฐาน แห่งความ พอเพียง ท่านผูอ้ า่ นที่เคารพทุกท่านคงยังจ�าได้วา่ รถโมบายได้ออกปฏิบตั ิ
ภารกิจช่วยผู้ประสบภัยน�้าท่วมเมื่อปีที่แล้ว มาคราวนี้จึงอยาก เล่าประสบการณ์จากการท�างานของรถโมบายในการลงพื้นที่ตาม เปาหมายที่ได้ตั้งไว้ แน่นอนครับพื้นที่ต่อไปก็คือจังหวัดในเขต ลุ่มน�้าบางปะกงนั่นเอง หลังจากลงพื้นที่ใน จ. ฉะเชิงเทรา แล้วได้หยุดพักไปช่วยผู้ประสบภัยน�้าท่วมนั้น จังหวัดต่อไปคือ จ. สมุทรปราการครับ โดยเลือกลงจุดแรกคือโรงเรียนวัดไตรสามัคคี ส�าโรง ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ตามด้วยโรงเรียนวัดจรเข้ใหญ่ บางเสาธง อยู่ฝังตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลบางนา 2 ใกล้ทางด่วน บางนา-ตราด จากการท�ากิจกรรมการอบรมเศรษฐกิจพอเพียง 2 วัน 1 คืน ต่อพื้นที่นั้น ได้เห็นและสัมผัสถึงความสัมพันธ์ของผู้เข้าร่วมอบรม หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น คุณครูกับนักเรียน ครูใหญ่กับครูน้อย (ครูผู้ใต้บังคับบัญชา) ปูย่าตายายกับหลานๆ ที่มาร่วมฟังและท�า กิจกรรม จนกลายเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนไปโดยปริยาย เนื่องจาก เวลาลงฐานปฏิบัติในการเรียนรู้แบบพึ่งตนเองนั้น ปูย่าตายายจดบันทึก ไม่คล่อง จึงต้องพึ่งหลานๆ ทั้งหลานตนเองบ้าง หลานผู้อื่นที่มาเรียน ด้วยกันบ้าง ตอนฟังไม่มีปัญหา แต่พอจะจดไว้อ่าน ครานี้ต้องพึ่ง เพื่อนรอบข้างละครับ ก็ดูมีความสุขดี ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ผมในฐานะผู้สอนเห็นบรรยากาศแบบนั้นช่างมีความสุขจริงๆ หรือ บางทีมากันเป็นครอบครัวเลยทีเดียว ที่ลูกโตแล้วมาด้วยไม่เท่าไหร่ แต่ลูกยังเล็กนี่สิครับ ต้องผลัดกันอุ้มสนุกเลยละครับ มีอยู่พื้นที่หนึ่ง ในภาคค�่ามีกิจกรรมให้เด็กนักเรียนแสดงร่ายร�า ประกอบขบวนกลองยาว เป็นขบวนกลองยาวที่มีเด็กเยอะมาก และจ�านวนผู้ปกครองก็มากตามไปด้วยเช่นกัน แน่นอนว่ากองเชียร์
47 V3 p44-51.indd 46-47
จะเป็นใครไม่ได้นอกจากผู้ปกครองที่มาเป็นก�าลังใจให้กับลูก หลาน มิหน�าซ�้าพื้นที่อยู่ใกล้วัดจึงมีเจ้าอาวาสวัด พระลูกวัด และกรรมการวัดมาดูและเข้าร่วมอบรมด้วย ผู้น�าท้องถิ่นไม่ ต้องพูดถึงครับ มาแล้วแต่อาจจะมาร่วมกิจกรรมไม่นานเท่าไหร่ นักแต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นในพื้นที่ที่ดี บรรยากาศการอบรมนอกพื้นที่และจุดที่ตั้งของรถโมบาย นั้นแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่ได้รับเหมือนกันก็คือ มิตรภาพ ความสุข ความประทับใจ ในระหว่างการอบรม ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติลงฐานเรียนรู้แบบพึ่งตนเองยิ่งสนุกมากครับ สิ่งที่บ่งบอกได้คือ การต้อนรับ การซักถามระหว่างเรียน สีหน้า แววตาบอกได้ถึงความสุข การเลี้ยงดูปูเสื่อ อาหารการกินอิ่มจน ไม่รู้จะอิ่มอย่างไร บางที่มีการต่อยอดทันทีหลังจบการอบรม เช่น โรงเรียนโดยการน�าของท่าน ผอ. และครูไปขับเคลื่อนต่อใน กลุ่มโรงเรียนที่อยู่รอบข้าง หากชาวบ้านมีหลักคิดและใจตรงกัน ก็สามารถรวมกลุ่มรวมตัวกันโดยไม่ต้องรอค�าสั่งจากหน่วยงาน หรืองบประมาณจากที่ไหน ภาพเหล่านี้ละครับคือของจริงที่เราอยากให้ปรากฏเป็น ตัวอย่างของความส�าเร็จให้เต็มผืนแผ่นดินไทย ให้เศรษฐกิจ พอเพียงแปลงสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังและรวดเร็วที่สุด เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนทั้งประเทศ มาช่วยกันขับเคลื่อน เศรษฐกิจพอเพียงกันเถอะครับ
.
“ตัวอย่างของความส�าเร็จ มีค่ามากกว่าค�าสอน เป็นร้อยเท่าพันเท่า” เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:52
ไขข้อข้องใจปัญหาประกันภัย เรื่อง : “มิสเตอร์ 1557” ภาพประกอบ : เซมเบ้
สวัสดีครับ “มิสเตอร์ 1557” กลับมาไขข้อข้องใจเรื่องปัญหาประกันภัยกันอีกแล้ว ส�าหรับ V magazine เล่มนี้ ท่านผู้อ่านสงสัยสอบถามเข้ามาในประเด็นความรับผิดชอบของบริษัทประกันภัย ให้ “มิสเตอร์ 1557” ช่วยคลายสงสัยหลายหัวข้อ
1
2
ในกรณีเกิดอุบัติเหตุผู้ประสบภัยอยู่ในรถ ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อ พ.ร.บ. กับบริษัทวิริยะ ประกันภัยต้องท�าอย่างไร และจะต้องน�าเอกสารอะไร ติดต่อขอรับค่าสินไหมกับบริษัทฯ ตอบ การแจ้งอุบัติเหตุให้แจ้งกับศูนย์ฯ ตรวจสอบอุบัติเหตุที่ใกล้ ที่สุด หรือหมายเลขสายด่วน 1557 ส่วนการขอรับค่าเสียหาย เบื้องต้น ผู้ประสบภัยต้องร้องขอค่าเสียหายเบื้องต้นต่อบริษัท ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้นและต้องมี หลักฐานดังนี้ 1. ความเสียหายต่อร่างกาย 1.1 ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล หรือหลักฐานแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล 1.2 ส�าเนาบัตรประจ�าตัว หรือส�าเนาใบส�าคัญประจ�าตัว คนต่างด้าว หรือส�าเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐาน อื่นใดที่ทางราชการเป็นผูอ้ อกให้ท่สี ามารถพิสจู น์ได้วา่ ผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณี 2. ความเสียหายต่อชีวิต 2.1 ส�าเนามรณบัตร 2.2 ส�าเนาบันทึกประจ�าวันในคดีของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นถึงแก่ความตาย เพราะการประสบภัยจากรถ 2.3 การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นตามข้อ 1 และ 2 รวมกันให้มีหลักฐานตามข้อ 1 และ 2
กรณีรถที่เอาประกันได้ประสบอุบัติเหตุที่ จ. นครสวรรค์ ผู้เอาประกันมีความประสงค์ที่จะน�า เข้าอู่ในกรุงเทพฯ ที่ผู้เอาประกันภัยจัดซ่อมประจ�า บริษัทฯ จะรับผิดชอบค่าดูแลขนย้ายอย่างไร ตอบ การดูแลขนย้าย เมื่อรถยนต์เกิดความเสียหายซึ่งมีการ
คุ้มครองตามกรมธรรม์นี้ บริษัทฯ จะจ่ายค่าดูแลรักษารถยนต์ และ ค่าขนย้ายรถยนต์ทั้งหมดนับแต่วันเกิดเหตุ จนกว่าการซ่อมแซม หรือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะเสร็จสิ้นตามจ�านวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 20 ของค่าซ่อมแซม หากท่านผู้อ่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของประกันภัย ให้กด 1557 สอบถามเข้ามาได้ทันที หรือฝากค�าถามไว้ที่ suwats@viriyah.co.th ก็จะได้รีบน�าค�าตอบมาบอกกล่าวให้ทราบ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ
.
48 V3 p44-51.indd 48-49
C
CRM
เรื่อง : “บัวสีน�า้เงิน” ภาพประกอบ : เซมเบ้
สายน�้าไม่เคยคอยท่า...วันเวลาไม่เคยคอยใครจริงๆ ดูสิเผลอ แป๊บเดียว...ย่างเข้าเดือนเมษายนซะแล้ว “บัวสีนา�้ เงิน” ยังไม่ทันได้สัมผัส ลมหนาวให้ฉ�่าปอด ต้องมาเดินกางจ้องหลบแดดเปรี้ยงให้จ้าละหวั่น V magazine ฉบับที ่ 3 นี้ “บัวสีนา�้ เงิน” จึงมาพบทุกท่าน พร้อมกับสายลม แสงแดดในหน้าร้อนของเดือนเมษายน แม้แดดจะ แรง อากาศจะอบอ้าว แต่เมือ่ เอ่ยถึงเดือนเมษายนก็ให้นึกถึงเรื่อง สนุกสนาน เติมความสดชื่น เพิ่มรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้เหมือน กัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนท่องเทีย่ วช่วงวันหยุดยาวกับเทศกาล สงกรานต์ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2555 ใครจะไปทีไ่ หนอย่ า งไร.... “บัวสีน�้าเงิน” คงจะไปกะเกณฑ์ไม่ได้ แต่ เชื่อเถอะว่ากิจกรรมของเราในปีนี้จะท�าให้ “คุณลูกค้า” มีรอยยิ้มได้บ้างไม่มากก็น้อย เริ ่ม ตั ้ง แต่ เ ปิ ด ศั ก ราชใหม่ ม าทีม งานของ “บัวสีน�้าเงิน” ท�างานกันอย่างหนัก มือเป็นระวิง กัน ทุก วี ่วั น เพื ่อ จั ด ส่ ง บั ต รส่ ว นลดในการเข้ า ชม ปราสาทสัจธรรม...ปราสาทไม้รมิ หาดนาเกลือที่ได้รบั การ กล่าวขวัญว่าเป็นอันซีนไทยแลนด์แห่งหนึ่งของประเทศไทย (อ๊ะ...อ๊ะ...ใครยังไม่ได้รับก็ส่งเสียงกระซิบมาบอกกันได้นะคะ) ส� า หรั บ “ท่ า นลู ก ค้ า คนพิ เ ศษ” เตรี ย มตั ว ให้ พ ร้ อ มกับ กิจ กรรม “ขอบคุณลูกค้า” ทีเ่ ราจัดเต็ม จัดหนัก จัดใหญ่ จัดไม่อั้น เพื่อมอบแทนค�าขอบคุณทีท่ ่านได้มอบความไว้วางใจ ให้ “วิรยิ ะประกันภัย” ดูแลทรัพย์สนิ ของท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับทริปสุขสันต์หรรษากับรถไฟสายบันเทิงที่จะพา ทุกท่านเดินทางไปพบกับความสุข ในบรรยากาศที่ทีมงานได้เลือกสรรแล้วว่าสุดยอด ส่วนพื้นที่ตอ่ จากนี้ไป “บัวสีน้า� เงิน” ขอประชาสัมพันธ์โครงการดีๆ ที่ทุกท่านไม่ควรพลาดและห้ามพลาด โดยเด็ดขาดนั่นคือ โครงการอบรมเสริมความรู้ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ซึ่งทางบริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากัด ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดขึ้นเพื่ออ�านวยความสะดวกให้แก่ผทู้ ่ีตอ้ งการมีใบขับขี่แล้วไม่มีเวลา ติดภารกิจใน เวลาราชการ โดยในปีนี้ก�าหนดจัดด้วยกันทั้งหมดห้ารุ่น แบ่งเป็น กรุงเทพฯ สามรุ่น และต่างจังหวัดสองรุ่น ทัง้ นี้รุ่นแรกของกรุงเทพฯ จะมีการอบรม และสอบในวันเสาร์-อาทิตย์ท ี่ 21-22 เมษายน นี้ ผู้สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ท่ ี แผนกประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2641-3500 ต่อ 3332, 3502 หรือเข้าไปดูราย ละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทวิริยะฯ ในหัวข้อ “ความรู้ได้ฟรี...ใบขับขี่ได้พร้อม” ส่วนรุ่นต่อไปจะจัดขึ้นที่ไหน เมื่อ ไหร่ “บัวสีน�้าเงิน” จะรายงานให้ทราบกันอีกครั้งในฉบับต่อๆ ไป สุดท้ายก่อนโบกมืออ�าลากันไปในฉบับนี้ “บัวสีน้า� เงิน” ขอเชิญชวนผูม้ ีอปุ การคุณทุกท่านที่ยงั ไม่ได้สมัคร สมาชิก...รีบส่งใบตอบรับสมาชิกกลับมากันนะคะ เพียงพลิกหน้าถัดไปกรอกรายละเอียดของท่าน แล้วตัดส่งมาได้เลย เรามีเหรียญมังกรทองผ่านพิธีปลุกเสกจากเจ้าอาวาสวัดเล่งเน่ยยี่สา� หรับ 100 ท่านแรกที่สมัครเข้ามา เป็นของสมนาคุณ (ด่วน !! ของมีจ�านวนจ�ากัด) ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม แต่เราจะได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น... “สวัสดีค่ะ” .
R
49
M เมษายน - มิถุนายน 2555
26/3/2012 11:52
ใบตอบรับสมาชิก
http://www.viriyah.co.th/m
ชื่อ-นามสกุล (นาย/นาง/นางสาว)................................................................................................... วัน/เดือน/ปีเกิด.............................................................................................. อายุ.......................ปี ที่อยู่เลขที่......................... อาคาร/หมู่บ้าน................................................ชั้นที่........... ห้อง............. หมู่ที่............ ซอย..................................... ถนน.............................. แขวง/ต�าบล............................ เขต/อ�าเภอ..........................................จังหวัด.................................... รหัสไปรษณีย์...................... โทรศัพท์บ้าน............................................. โทรศัพท์มือถือ.............................................................. โทรศัพท์ที่ท�างาน............................. โทรสาร.............................. อีเมล............................................
ความสุขในยามว่าง
กิจกรรมที่ท่านท�าเป็นประจ�า หรือที่สนใจอยากจะท�าเมื่อมีโอกาส (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
ท่องอินเทอร์เน็ต/เล่นเกม งานประดิษฐ์และของสะสม ฟังเพลง/ดูคอนเสิร์ต ชอปปิง กิจกรรมเพื่อสังคม กิจกรรมเพื่อสุขภาพ
อ่านหนังสือ เลี้ยงสัตว์ ชมภาพยนตร์ ท่องเที่ยวในประเทศ วาดภาพ ความสนใจด้านการเงิน
ท�าอาหาร/ท�าขนม ตกแต่งบ้านและสวน รับประทานอาหารนอกบ้าน กีฬา/ฟิตเนส ความสนใจด้านธรรมะ อื่นๆ
กรุณากรอกข้อมูลให้ครบถ้วนเพื่อที่เราจะรู้จักกันมากขึ้น แล้วส่งกลับมาที่แผนกบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ากัด โทร. 0-2641-3500 ต่อ 7450 อีเมล crm_vmag@viriyah.co.th
ใบอนุญาตเลขที่ ปน. (น.) 1360 ปณจ. ลาดพร้าว ถ้าฝากส่งในประเทศไม่ต้องผนึกตราไปรษณียากร
บริการธุรกิจตอบรับ
บริษัท วิริยะประกันภัย จ�ำกัด ตู้ ปณ. 64 ปณจ. ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10310
V3 p44-51.indd 50-51
26/3/2012 11:52