ศูนย์ข้อมูลภาคตะวันตก จุลสารเพือ ่ การเรียนรู ้ผู ้คน วัฒนธรรม ประเพณี และวิถแ ี ห่งภูมภ ิ าคตะวันตก ฉบับที่ ๒ มกราคม - มีนาคม ๒๕๕๙
ทุคตทาน...ทานบุญบนความเท่าเทียม เรื่องในฉบับ สงฆ์คู่กบั วัดฉันใด ชาวพุทธกับการทาบุญก็เป็นสิ่งคู่กันฉันนั้น แม้ในปัจจุบันจะมีสงฆ์บางส่วนห่างเหินวัตรปฏิบัติอันเป็นกิจพึงกระทาไปบ้าง พุทธศาสนิกชนก็จาต้องใช้สติพิจารณาแยกแยะทองคาอันมีค่าจากกรวดทราย
เป็ นประเพณี การทาบุญซึ่งมีธรรมเนียมปฏิบตั ิมาแต่ครั้งพุทธกาล
โดยจะทาในช่วง
เทศกาลเข้าพรรษาของปี อธิกมาส หรื อที่เรี ยกทัว่ ไปว่า “ปี ที่มีเดือนแปดสองหน” ซึ่งจะเวียนมาบรรจบ ทุกๆ ๓ ปี
หน้า ๑ - ๕ ข้าวเกรี ยบว่าวชาวมอญ.นครปฐม
ประเพณีทุคตทาน “ทุคตทาน”
ทุคตทาน...ทานบุญบนความเท่าเทียม
หน้า ๖-๗
ผลของการให้ ท าน... หากได้บอกกล่าวให้บริวารมาร่วมทาทานต่อไปภายหน้าจะได้เป็นใหญ่มีบริวารมากมาย
ทุคตทานในครั้งพุทธกาล ประเพณี “ทุคตทาน” มีบนั ทึกไว้ในหนังสื อ
ศรัทธา
สุธมมเทศนา (เล่ม ๑) ในภาษารามัญ ดังจะยก
ยากจนจึงได้ปฏิเสธ แต่ผมู ้ ีปัญญาได้ช้ ีแจงถึงเหตุ
มากล่าวโดยย่อ
แต่ชาติปางก่อน ที่นายทุคตะมิได้ทาบุญให้ทาน
คือ
ในครั้งพุทธกาล
และได้เชิญชวนนายทุคตะซึ่งมีฐานะ
พระพุทธเจ้ากัสสปะเสด็จพร้อมด้วยพระ
ชาติน้ ีจึงประสพชะตากรรมเช่นนี้ เมื่อฟังดังนั้น
อรหันต์ จานวน ๒๐,๐๐๐ รู ป มายังกรุ งพาราณสี
นายทุคตะจึงเห็นคล้อยตาม และรับทาบุญ ๑ รู ป
สร้างความปิ ติยนิ ดียงิ่ แก่ชาวเมืองแห่งนั้น
หลังจากนั้นนายทุคตะและภรรยาก็ไปทางาน
วันหนึ่งภายหลังพระองค์ฉนั อาหารแล้ว
อย่างหนักเพื่อหารายได้เตรี ยมไว้ทาบุญเลี้ยงพระ
จึงตรัสอนุโมทนาว่า
เมื่อถึงกาหนดวันนายทุคตะไปถึงวัดก็ปรากฎว่า
การให้ทานแต่เพียงคนเดียวไม่ได้บอก หรื อเรี ยก
มีผรู ้ ับพระไปหมดแล้ว
บริ วารเป็ นการกระทาที่ดี แต่หากได้บอกกล่าว
มาก
ให้บริ วารมาร่ วมทาทานด้วยจะเป็ นการดีกว่า
๑ องค์ ที่ยงั มิได้รับนิมนต์ นายทุคตะจึงรี บไปที่
การทาทานคนเดียว ซึ่งจะได้เป็ นเศรษฐีคนเดียว
กุฏิร้องขอให้พระพุทธเจ้าโปรดรับนิมนต์จากตน
ไม่มีบริ วาร แต่ถา้ บอกกล่าวบริ วารมาร่ วมด้วย
ระหว่างทางไปบ้านเมื่อบรรดาเศรษฐีท้ งั หลาย
ต่อไปภายหน้าจะได้เป็ นใหญ่ มีบริ วารมากมาย
พบเห็นพระพุทธเจ้ารับนิมนต์นายทุคตะ
แต่หากเราบอกบริ วารให้ทาทานแต่ตนเองไม่ทา ก็จะเป็ นใหญ่โดยไม่มีทรัพย์สมบัติ และหากเรา
ทาให้นายทุคตะเสี ยใจ
อุปัฎฐากวัดจึงแจ้งว่ายังมีพระพุทธเจ้าอีก
ต่างก็เสนอเงินตอบแทนแลกเปลี่ยนกับการรับ
ชาวบ้า นต่ า งก็เ ห็ น ด้ว ย พระองค์จึ ง
พระพุทธเจ้าไปบ้านของตน แต่นายทุคตะไม่ยอม
พระราชทานฉัตรเศรษฐีให้แก่นายทุคตะ
ไม่ทาทาน และไม่เชิญชวนให้ผอู ้ ื่นทา ภพชาติ
ภายหลังจากนายทุคตะได้ทาบุญใส่บาตรแล้วจึง
ต่อไปก็จะยากจน ต้องกินอาหารเหลือจากผูอ้ ื่น
ได้ไปส่งพระพุทธเจ้ากลับกุฏิ ระหว่างนั้นได้มีฝน
เมื่อได้ฟังดังนั้นผูม้ ีปัญญาท่านหนึ่ง อยากเป็ น ใหญ่และมีบริ วารมาก จึงนิมนต์พระพุทธองค์ พร้อมด้วยพระอรหันต์ จานวน ๒๐,๐๐๐ รู ป รับบิณฑบาตร จากนั้นจึงได้บอกกล่าวเชิญชวน ชาวเมืองพาราณสี
ให้มาร่ วมกันเป็ นเจ้าภาพ
ถวายทาน คนละมากบ้าง น้อยบ้างตามกาลังและ
ทิพย์ตกลงมายังบ้านของเขาจนลูกเมียต้องออกมา
ความโดยย่อจากธรรมเทศนานี้ สะท้อน ให้เห็นถึงมรรคผลของทุคตทาน
ที่มุ่ง
สั่ง สอนให้รู้จัก การเสี ย สละเอื้ อเฝื้ อ เผื่ อ แผ่ ละความยึดมัน่ ถือมัน่ ในตัว
อยูน่ อกบ้านไม่สามารถเข้าบ้านได้ เพราะฝนที่ตก
บุคคลและทรัพย์สิน อีกทั้งยังแสดงซึ่ง
ลงมานั้นก็ได้กลายเป็ นเงิน ทอง เพชร นิล จินดา
ความสามัคคีของพุทธศาสนิกชนชาวไทย
ต่างๆ มากมาย ข่าวนายทุคตะแพร่ สะพัดไปถึง
เชื้อสายมอญและชุมชนใกล้เคียง และ
พระเจ้าพรหมทัต กษัตริ ยแ์ ห่งกรุ งพาราณสี ทรง
ยัง เป็ นการอนุ รั ก ษ์ ป ระเพณี ท าง
ให้เสนาอามาตย์ตีฆอ้ งร้องบอกชาวบ้าน ว่านาย ทุคตะสมควรได้เป็ นเศรษฐีแล้ว
พุทธศาสนาให้ดารงอยูส่ ื บไป
การจับสลากถวายทานแม้ท่านเจ้าอาวาสก็มิสามารถเลือกได้ว่าจะรับทานจากผู้ใด การทาบุญ ”ทุคตทาน”
เป็ นการถวายทาน
อาหารมื้อเช้าแด่พระสงฆ์
โดยผูท้ ี่ตอ้ งการ
ถวายทานจะต้องไปแจ้งความประสงค์แก่ อุปัฏฐากของวัดที่มีการจัดงาน เมื่อถึงกาหนดวัน ทั้งพระสงฆ์ที่รับนิมนต์ตามจานวนและชาวบ้าน
ที่แจ้งความประสงค์
ต่างก็มาพร้อมเพรี ยงกัน
ที่วดั เพื่อจับสลาก เมื่อพระสงฆ์จบั สลากได้ชื่อ ผูใ้ ด อุปัฏฐากวัดก็จะประกาศรายชื่อผูน้ ้ นั ให้มา รับพระสงฆ์ไปฉันมื้อเช้าที่บา้ นของตน โดยแต่ ละคนจะไม่สามารถเจาะจงได้วา่ จะนิมนต์ พระสงฆ์รูปใด ขณะที่ฝ่ายพระสงฆ์ ไม่เว้นแม้ ท่านเจ้าอาวาส
ก็ไม่สามารถเลือกได้วา่ จะรับ
ทานจากผูใ้ ดเช่นกัน ในปัจจุบนั มีผสู ้ ารวจพบว่าพุทธศาสนิกชน ชาวไทยเชื้อสายมอญในภาคกลาง
อาทิเช่น
กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ลพบุรี เฉพาะอย่างยิง่ ชุมชนมอญแห่งลุ่มน้ าแม่กลอง ใน อ. โพธาราม และ อ. บ้านโป่ ง จ. ราชบุรี ยังคงมีการสื บทอด
ประเพณี โบราณนี้ตอ่ เนื่องมาอย่างเหนียวแน่น
ทุคตทานวัดมอญ...ที่บ้านโป่ง ภาพที่ประทับใจผูเ้ ขียน คือ ส่วนใหญ่ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชายแต่งกายด้วยชุดมอญ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ ผูเ้ ขียน
ภายหลังจากพระสงฆ์มาพร้อมแล้วผูท้ าหน้าที่
ได้รับเมตตาจาก รศ.สุภาภรณ์ จินดามณี โรจน์
พิธีกรได้นิมนต์พระสงฆ์แต่ละวัดเข้านัง่ ยังที่
และอาจารย์ศิรินทร์ บุญโสธรสถิตย์ ให้ติดตาม
ที่จดั เตรี ยมเพื่อจับสลาก พระสงฆ์แต่ละรู ปก็
ไปร่ ว มงานบุ ญ ทุ ค ตทานของพี่ น้อ งชาวไทย
จะจับสลากชื่อญาติโยมที่แจ้งความประสงค์
เชื้อสายมอญ ณ วัดบัวงาม ต.บ้านม่วง อ.บ้านโป่ ง
เมื่อจับได้ชื่อบุคคลใด
จ. ราชบุรี จึงนับเป็ นความโชคดีที่ได้มีโอกาสไป
เข้ามายังบริ เวณที่จบั สลากและรับพระรู ปนั้น
สัมผัสเรี ยนรู ้วถิ ีแห่งประเพณี ต้ งั แต่กิจกรรมที่วดั
เพื่อไปยังบ้านเรื อนของตนโดยเจ้าภาพแต่ละ
จนถึงครัวเรื อนของพี่นอ้ งชาวมอญที่นิมนต์พระ
ครอบครัวก็จะจัดพาหนะในการเดินทางตาม
ทาบุญ
สภาวะปั จจัย ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ รถกระบะ
คณะของเราเดิ นทางไปถึ งบริ เวณวัด บัวงาม ประมาณ ๖ นาฬิกาเศษ สังเกตพบว่ามีชาวบ้าน มาถึงบริ เวณวัดก่อนแล้วเป็ นจานวนมาก และ ภาพที่ประทับใจผูเ้ ขียน คือ ส่วนใหญ่ซ่ ึงเกือบ ทั้งหมดเป็ นชายแต่งกายด้วยชุดมอญ บ้างมาเต็ม ยศทั้งผ้านุ่งผ้าพาดบ่า บ้างมาพอเป็ นเอกลักษณ์ คือ พาดบ่าด้วยผ้าขาวม้ามอญ แม้จะมีบางส่วนที่ แต่งกายตามสมัยนิยมบ้างแต่ทุกคนล้วนแล้วแต่ ตั้งใจมาร่ วมบุญสื บสานประเพณี ชาวบ้านที่มารอรับพระมีต้ งั แต่รุ่นเด็กเล็ก วัยรุ่ น วัยกลางคน ไปจนวัยอาวุโส ระหว่างที่รอเวลา ก็ยงั คงมีพระสงฆ์จากวัดต่างๆ ในละแวกชุมชน ใกล้เคียงเดินทางมาเพื่อร่ วมรับนิมนต์ถวาย ทุคตทาน
เนื่องจากพระสงฆ์ในวัดบัวงามมี
จานวนไม่มากเพียงพอแก่ความต้องการของ ญาติโยมที่แจ้งความจานงค์นิมนต์พระทาบุญ
บุคคลนั้นก็จะเดิน
รถเก๋ งราคาหลักแสนไปจนมูลค่าเรื อนล้าน เมื่อพระสงฆ์ที่จบั สลากเดินทางมายัง บ้านเจ้าภาพแล้ว สมาชิกในครอบครัวก็จะ ช่วยกันนาอาหารคาว – หวานที่ได้จดั เตรี ยม มาถวาย หลังจากพระสงฆ์ฉนั เช้าแล้ว มีการ สวดพระพุทธมนต์และอุทิศส่วนกุศลแก่ บรรพบุรุษ เป็ นการเสร็ จพิธีการทาบุญ เช่นเดียวกับประเพณีของชาวไทยพุทธ
จากวัด...ถึงเรือนชาน หลากฐานะบนหนทางร่วมบุญ
ข้อมูลอ้างอิง ข้อมูลอ้างอิง กลุ่มอนุรักษ์วฒั นธรรมมอญนครชุมน์. กลุ่มอนุรักษ์วฒั นธรรมมอญนครชุมน์. สิ งหาคม ๑๖, ๒๕๕๘. https://www.facebook.com/permalink.php? id=879393105413734&story_fbid=1031010996918610 (accessed มกราคม ๘, ๒๕๕๙). มัฆมาน, อาไพ. "ทุคตทาน." ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นราชบุรี ๓, no. ๓ (กันยายน ๒๕๔๓): ๒๐ - ๒๒. รามัญคดี - MON Studies. กันยายน ๑๖, ๒๐๑๔. https://www.facebook.com/permalink.php? story_fbid=863978690343651&id=612365295504993 (accessed ตุลาคม ๒๖, ๒๐๑๕).
ข้าวเกรียบว่าวชาวมอญ...นครปฐม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๕
ยัง ท าขนมลู ก ชุ บ เสริ ม เพื่ อ ไปขายแก่ นัก เรี ยน
ผูเ้ ขียนได้มโี อกาสไปเยีย่ มชมการทาข้าวเกรียบว่าว
ตามโรงเรี ยนต่างๆ ในช่วงเย็น และบางครั้งก็มี
ของชาวมอญ บริ เวณชุมชนคตกฤต ซึ่งอยู่
ผูว้ า่ จ้างให้ทาไปจัดเลี้ยงบ้าง ไปใช้เป็ นวัตถุดิบ
บริ เวณหลั ง วัด ไผ่ ล ้ อ ม และได้ พู ด คุ ย กั บ
ตบแต่งขนมหวานชนิดอื่นๆ บ้าง
คุณสุพจน์ เพชรแก้ว และคุณต้อยผูเ้ ป็ นพี่สาว ทั้ง ๒ ท่าน เป็ นชาวไทยที่มีเชื้อชาติผสมทั้งไทย มอญ และโซ่ง แต่ดว้ ยความที่คุณพ่อซึ่งเป็ นชาว
โซ่งอพยพครอบครัวมาจากถิ่นฐานเดิมเสี ยนาน ประกอบกับความจาเป็ นในการเลี้ยงดูครอบครัว ที่มีค่อนข้างจากัดจึงมิได้สืบต่อประเพณี ทางโซ่ง ในรุ่ นของทั้ง ๒ ท่าน จึงคงยึดถือเฉพาะเพียง ธรรมเนียมประเพณี แบบชาวไทยพุทธ ครั ว เรื อนแห่ ง นี้ ประกอบอาชี พ หลั ก คื อ การทาข้าวเกรี ยบว่าว ช่วยกันในหมู่พี่ๆ น้องๆ
เมื่อเสร็ จภาระกิจหลักตามหน้าที่ของตนเอง บางท่านก็จะออกไปประกอบอาชีพรับจ้างต่างๆ บางท่านไปเล่นละครชาตรี บางท่านไปทาหน้าที่ ยามรั ก ษาความปลอดภั ย ท่ า นที่ เ หลื อ ก็ รั บ จ้ า งซั ก รี ด ส่ ว นพี่ ส าวอี ก ท่ า นจะเข้ า มา รั บ หน้ า ที่ เ ข็ น รถขายข้ า วเกรี ยบว่ า ว เวลา โรงเรี ย นเลิ ก ซึ่ ง นอกจากข้า วเกรี ย บว่า วแล้ว
ขั้นตอนในการทาข้าวเกรียบว่าว ข้าวเกรียบว่าวชาวมอญที่นครปฐมนมีรูปร่างหน้าตาและสีสรรสวยงามแปลกแตกต่างจากเคยชิน ขั้นตอนในการทาข้าวเกรี ยบว่าว เริ่ มจากการแช่ ข้าวเหนียวแล้วนาไปนึ่ง เมื่อนึ่งจนสุกแล้วจึง นามาตาในครกไม้ลกั ษณะเดียวกับครกตาข้าว โดยตาเมล็ดข้าวเหนียวให้ละเอียดจนเป็ นแป้ ง เหนียวๆ ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที หลังจากนั้น จึงนาน้ าตาลปี๊ บใส่ลงตาให้เข้ากัน ในสัดส่วน โดยประมาณข้าวเหนียว ๑ กิโลกรัม ต่อน้ าตาล ปี๊ บ ๑/๒ กิโลกรัม โดยมักใช้น้ าตาลโตนดเป็ น หลัก เมื่อได้แป้ งที่ตาได้ที่แล้วจะนาแป้ ง บางส่วนมาแบ่ง เพื่อเติมสี ผสมอาหารให้เป็ น สี สรรต่างๆ ตามที่จะใช้งาน โดยตัวแป้ งหลัก ยังคงเป็ นสีขาวตามธรรมชาติ เมื่อจัดเตรี ยมแป้ งเรี ยบร้อยก็เริ่ มลงมือปั้ น ซึ่ง ตามปกติขา้ วเกรี ยบว่าวที่เราคุน้ เคยจะมีลกั ษณะ
ขั้นตอนในการทาข้าวเกรี ยบว่าวดูๆ
เป็ นแผ่นแป้งแบนๆ สี ขาวๆ กลมๆ แต่ขา้ ว
แล้ว ก็ไม่ยงุ่ ยากมากนัก หากแต่ตอ้ งใช้
เกรี ยบว่าวชาวมอญที่นครปฐมนั้น มีรูปร่ าง
เวลาและแรงงานมากพอดู อีกทั้งผูท้ าก็
หน้าตาและสี สรรสวยงามแปลกแตกต่างไปที่เรา
ต้องมีความคิดสร้างสรรค์และช่าง
มักคุน้ โดยจะปั้นเป็ นรู ปทรงต่างๆ ตามแต่
สังเกตแวดล้อมรอบตัว แล้วนามา
จินตนาการและฝี ไม้ลายมือในเชิงศิลปะและ
ประดิษฐ์ข่าวเกรี ยบให้หน้าตาชวน
ความช่างประดิษฐ์ประดอยของผูป้ ้ ั น การปั้ นนั้น
รับประทานยิง่ ขึ้น โดยเฉพาะเด็กๆ
ผูป้ ้ ั นที่ชานาญจะใช้เวลาไม่นานนัก แต่การปั้ น
แม้กระทัง่ ผูเ้ ขียนเองในวัยเด็กยังจาได้
จานวนมากแป้ งที่เตรี ยมไว้ก็เริ่ มแข็งตัวบ้าง ใน
ว่า...แม่คา้ หาบขนมผ่านบ้านทีไร
ระหว่างที่ป้ ั นจึงต้องมีการดึงแป้ งให้อ่อนตัวไป
เป็ นได้เชยชมข้าวเกรี ยบกระเป๋ าหลุยส์
ด้วยมิเช่นนั้นก็จะไม่สามารถใช้ได้อีก
ทุกคราวไป