
จฬาวาฑตครงท๒๒๓ “ประชนเพลงบรรเลงปพาทย" ระหวาง วงทบพรวาทต ควบคมวงโดยอาจารยสมชายทบพร กบ วงบานลาดบวหลวง ควบคมวงโดย ร.ต.ท.วรกานตบวหลวงและนางสาวรฐฐาวรรณบวหลวง วนศกรท๗ตลาคมพ.ศ.๒๕๖๕ หอแสดงดนตรอาคารศลปวฒนธรรมจฬาลงกรณมหาวทยาลย
ปพาทยเสภามาประชน อนวาเสภานมประวต โบราณจดสรรไวใชเลาเรอง ยคตนรตนโกสนทรยงรงเรอง ประสมเครองปพาทยกบเสภา บรรเลงรองเพลงรบสลบขบ ใหพรอมสรรพสมดงปรารถนา ประกวดประชนสรางสรรคมา สามคคคอพลงสงทงปวง ในครงนเลากมวงประชน หนงนนคอวงบานบวหลวง วงทบพรวาทตตดตรงทรวง มาลลวงรวมใจในคราน ขอขอบพระคณจฬาลงกรณ เอออาทรสนบสนนประชนน รวมสบสานงานศลปนายนด ใหเปนทปรากฏไกลไปทดยว เรมดวยเพลงโหมโรงตอเพลงเถา รนเราครนเครงดวยเพลงเดยว ทงเพลงลาฝากไวใจกลมเกลยว ประสงคเดยวใหผชมสขสมใจ ประพนธโดย:ศาสตราจารยดร.คณพลจนทนหอม

วงทบพรวาทต โหมโรงกลยาณมตร เพลงพราหมณเขาโบสถเถา เพลงทยอยเขมรเถา เดยวพญาโศกสามชน(รอบวง) เพลงลาพระอาทตยชงดวง

วงบานบวหลวง โหมโรงพมาวด เพลงอาเฮยเถา เพลงแขกลพบรเถา เดยวแขกมอญสามชน(รอบวง) เพลงลาเตากนผกบง
ประ,ประลอง,ประชน,ประกวด ตางกนอยางไร ดร.สรชยชาญฟกจํารญ ศลปนแหงชาตและศลปนแหงจฬาลงกรณมหาวทยาลย คําวา“ประ”ตามพจนานกรมราชบณฑตยสถาน(๒๕๔๒:๖๕๒) ๑.ใชเตมหนาคําอนเพอใหคําหนกแนนขนเชนชดเปนประชดทวง เปนประทวงฯ ๒.ก.(กรยา)ปะทะเชนประหยดกระทบระเชนผมประบาประ คารมก.ตฝปะกน ๓.ก.ทําใหเปนจดๆเชนประแปงก.ทําใหกระจายเปนเมดเลกเชน ประปรายประพรม(นํ้ามนต) “ประลอง”ตามพจนานกรมฉบบราชบณฑตยสถาน(๒๕๔๒: ๖๖๕)ก.ทดสอบความสามารถดวยการตอสหรอแขงขนกนเชนประลอง ฝมอประลองกําลงประลองความเรวประลองกลยทธก.ซอมรบ “ประชน”ตามพจนานกรมฉบบราชบณฑตยสถาน(๒๕๔๒:๖๕๖) ก.อาการทแขงขนกนเพอใหรวาใครจะแสดงไดดกวาหรอเกงกวากนเชน งวสองโรงประชนกนอยาเอาเปดขนประชนไกฯ “ประกวด”ตามพจนานกรมฉบบราชบณฑตยสถาน(๒๕๔๒: ๖๕๒)ก.แขงขนเพอเลอกเฟนเอาดโดยมการตดสนเชนประกวด นางงามประกวดบทความประกวดประชนก.แขงสอวดกนเชนแตงตว ประกวดประขนกนประกวดราคาก.เสนอราคาแขงขนกน
กรณศกษาความหมายของคําวา“ประ”นนรปศพททางดนตร ทเรยกวาศพทสงคตโดยครมนตรตราโมทศลปนแหงชาตและผ เชยวชาญดนตรไทยของกรมศลปากร(วทยาลยนาฏศลปในปจจบน) ตงแตพ.ศ.๒๔๘๑ตอมากรมศลปากรไดจดพมพเปนหนงสอ“ศพท สงคต”มความหมายวาเปนวธการของเครองดนตรจําพวกทใชนว ในการทจะทําใหเสยงใดเสยงหนงทยนอยนานๆถกกระทบเสยงทสงขน ไปสลบกนถๆโดยใชกลางนวแตะเขาไปเรวๆนแลเรยกวา“ประ” ในสมมนาครดนตรไทยเรอง“พฒนาการประกวดดนตรไทยในเชง วชาการ”ณโรงแรมแอมบาสซาเดอรซตจอมเทยนพทยาจงหวด ชลบรเมอวนท๔๖สงหาคมพ.ศ.๒๕๓๗ครประสทธถาวรศลปน แหงชาตและศลปนแหงจฬาลงกรณมหาวทยาลยไดปาฐกถาพเศษเรอง “การประลองเพลงประชนวงความเปนมาและขอคด”พอสรปไดวาคําวา “ประ”มความหมายในทางสงคมดนตรไทยวาเปนการนํานกดนตรทม ฝมอมความสามารถในการบรรเลงไปบรรเลงในงานตางๆเพออวด ฝมอบางครงอาจมการไปบรรเลงใหนกดนตรทมฝมอชนสงมอาวโส ตลอดจนครดนตรทมชอเสยงไดฟงดวยดงททานยกตวอยางชวตของ ทานเองจนกระทงครหลวงประดษฐไพเราะ(ศรศลปบรรเลง)รบทาน เปนศษยคนท๘อนเปนผลสวนนงทไดจากการ“ประ”นนเอง คําวา“ประลอง”เปนรปศพททนกดนตรสาขาปพาทยรจกกนเปน อยางดโดยเฉพาะการบรรเลงปพาทยเสภาไดกําหนดใหมการบรรเลง โหมโรงเปนลําดบแรกและตองใชเพลง“รวประลองเสภา”ขนนํากอน แลวจงตอดวยเพลงทจะโหมโรงวตถประสงคในการใชรวประลองเสภา นนครบาอาจารยทางดนตรไดสอนศษยในแงมมตางๆพอจะกลาวไดวา
เปนทงการบชาครเปนทงการอวดฝมอเปนการแสดงพลงความ สามารถความพรอมเพรยงความเรยบรอยหรอเรยกวาตดไมขมนาม กวาไดรวมถงการตรวจตราความเรยบรอยของเครองดนตรทกชนท บรรเลงดวยวามสภาพสมบรณหรอบกพรองมากนอยเพยงใดเสยง ของเครองดนตรกลมกลนดงเบาอยางไรและเปนการสรางกําลงใจ ใหกบผบรรเลงดนตรในวงนนๆรวมทงผควบคมวงผปรบวงจะ สามารถแกไขขอบกพรองบางประการไดดวย ตอมาครบาอาจารยหลายทานทมลกศษยมากเวลามงานสําคญๆ โดยเฉพาะงานไหวครดนตรประจําปลกศษยทรํ่าเรยนไปเปนหมเปนพวก สามารถตงวงไดกพากนมารวมพธและขออนญาตครบรรเลงถวายมอ หลายวงดวยกนคําวา“ประลอง”จงเกดขนมความหมายคลายๆกบ พจนานกรมฯทวาเปนคํากรยาหมายถง“ทดสอบความสามารถดวยการ ตอสหรอแขงขนกนเชนประลองฝมอประลองกําลงประลอง ความเรว...”หากแตวาในทางดนตรหมายถงการอวดฝมออวดความ สามารถดวยการบรรเลงดนตรวงนนวงนดอยางไรไพเราะหรอไม เรยบรอยหรอออกรสชาตเพยงใดอยทผฟงจะมอารมณคลอยตามไป แตจะไมมการตดสนแพชนะ จากการ“ประ”กนมาพอสมควรจนถง“ประลอง”ดวยกําลงฝมอ แลวกจะมาถงคําวา“ประชน”ซงวงการดนตรไทยทงปพาทยเครองสาย รจกกนแพรหลายความหมายคลายๆกบในพจนานกรมฯทวาเปนคํา กรยาหมายถง“อาการทแขงขนกนเพอใหรวาใครจะแสดงไดดกวาหรอ เกงกวากนเชนงวสองโรงประชนกนหรออยาเอาเปดขนประชนไกฯ” จะเหนไดวาพจนานกรมฯยกตวอยางงวสองโรงประชนกนมลกษณะ
ตรงกนกบประชนวงดนตรอาจมขอยกเวนหรอตวอยางในอดต อยบางทมการประชนวงดนตรทมมากกวาสองวงขอสําคญอยตรงท วาการประชนตองมกรรมการตดสนจะตดสนเปนรายเครองมอหรอ ตดสนทงวงรวมทงนกรองดวยหรอจะแยกใหรางวลการตดสนเปนขอด สวนใดของแตละวงกแลวแตคณะกรรมการซงไมมเอกสารหรอกตกา ทกําหนดชดเจนและอยาเอาเปดขนประชนไกคอไมนําปพาทยมาประชน กบเครองสายหรออนๆตามนยของความหมายตามพจนานกรมฯเชน กนพอเหนวงดนตรตงคกนสองวงขนไปเมอใดจะใชคําวา“ประชน” ทนททงๆทไมมกตกาไมมกรรมการและบางทวงดนตรกแตกตางกน เชนปพาทยนางหงสกบปพาทยมอญหรอเครองสายปชวากเรยกวา ประชนไปเสยหมดเปนตน จากทกลาวขางตนวาดวยการประชนพอมาถง“ประกวด”ตาม พจนานกรมฯเปนคํากรยาเชนเดยวกนมความหมายวา“แขงขนเพอ เลอกเฟนเอาดโดยมการตดสนเชนประกวดนางงามประกวดบทความ ประกวดประชนแขงสอวดกน...”ในทางดนตรกมความหมายเหมอนกบ “ประชน”นนเองเพยงแตมการจดการใหเปนระเบยบมกฎเกณฑกตกา มการตงคณะกรรมการคณะทํางานกรรมการตดสนโดยใชเอกสารและ อปกรณอนๆประกอบเปนหลกฐานชดเจนรวมทงจดวงเพมจากสองวง เปนกวงกไดกําหนดเปนรอบๆคลายกบการแขงขนกฬาเชนรอบคด เลอกรอบรองชนะเลศและรอบชงชนะเลศเปนตนโดยนําผลประกวด ทผานการตดสนมาเรยงลําดบเพอหาวงดนตรทจะไดรบรางวลชนะเลศ รองชนะเลศ๑-๒-๓และรางวลชมเชยตอไปทงนกตกาตองชดเจนจะ ทําการประกวดวงประกวดเดยวประกวดขบรองกําหนดการรบสมคร
การประกวดการตดสนตองกําหนดวนเวลาสถานทรวมทง รายละเอยดตางๆคณะทํางานฝายเลขานการการประกวดตอง ดําเนนการใหเรยบรอยถกตองและประชาสมพนธใหทราบทวกน สรปทายเรองพอจะกลาวไดวาความหมายของคําวา“ประ ประลองประชนประกวด”ในทางดนตรกมเกยวเนองเปนขนตอน มาเปนลําดบจากการทได“ประ”ฝมอพอสมควรแลวไดศกษาเพมเตม ฝกฝนจนมความสามารถยงขนกไดไป“ประลอง”กบวงอนๆ จนกระทงเขาไปสการ“ประชน”ขนแขงและเขา“ประกวด”เพอชง รางวลเพอความเปนเลศไดรบรางวลชนะเลศมชอเสยงเกยรตยศซง นบวาเปนการพฒนาคนพฒนาตนเองพฒนาการศกษาการดนตรคต เพอรกษาสขภาพกายและจตใจใหผองใสอยเสมอรจกแพชนะอภยรจก สามคคเปนคนดของครอบครวสรางประโยชนใหกบชมชนสงคมและ เปนการรกษาศลปวฒนธรรมประจําชาตใหคงอยกบประเทศไทยตลอดไป คดจาก:ธนาคารกรงเทพฯ“๒๕ปประลองเพลงประเพลงมโหร“ พ.ศ.๒๕๕๔(หนา๒๕๒๖)
ปพาทยคณะ“ทบพรวาทต"ตงชอโดยพลตรอรามอยสขเกดจาก การรวมตวของกลมลกศษยของครกาหลงพงทองคําศลปนแหงชาต สาขาศลปะการแสดง(ดนตรไทย)พ.ศ.๒๕๔๙โดยมครเชาวลตทบพร และครสมชายทบพรเปนผกอตงวงทบพรวาทตเดมตงอยทตําบล บางกรางจงหวดนนทบรตอมาพ.ศ.๒๕๓๐ครเชาวลตทบพรไดมาซอ บานปจจบนตงอยบานเลขท๕๗/๙๒แขวงฉมพลเขตตลงชน กรงเทพมหานคร๑๐๑๗๐ ปจจบนวงปพาทยคณะทบพรวาทตดําเนนกจกรรมการบรรเลง ดนตรในงานตางๆในเวลาวางจากงานหรอเสรจงานกยงคงพฒนา ความรความสามารถถายทอดองคความรโดยมรอยตํารวจตรกาหลง พงทองคํา,เรอเอกกตตเกตรา,ครสนองอํ่าแสงและนาวาโทดเรก กลาหาญหลงจากตอเพลงเสรจจะรบประทานอาหารรวมกนเรยกไดวา “คณะทบพรวาทต”อยกนแบบครอบครวทําใหนกดนตรของบานนม ความรกใครกนเหมอนพนองซงเปนบานดนตรไทยทยงคงลกษณะ การเรยนแบบโบราณไวอกสถานทหนงซงจะหาไดยากในปจจบน วงทบพรวาทต
ปใน: นายวรรษวรรษบวพมอนนต นายวชยตระกลอํานวยผล ระนาดเอก: นายผดงพงษแยมนาค ระนาดทม: นายเอกรนทรนลตบ ฆองวงใหญ: นายรชพลฉมชาญเวช ฆองวงเลก: นายวชรพลมสนลา กลองแขก: สบตรนฤพนธเพงภกด กลองแขก: นายนธพชนพงษพรหม กลองสองหนา:นายนธพชนพงษพรหม เครองภาษา๑:จาโทหญงกญญกลณชลาวเกษม เครองภาษา๒:สบโทอาณตวงสามาน เครองภาษา๓:นายธงไทชเลศ ฉง: นายอนชณเกอปญญา กรบ: นายวรากรอํ่าเมอง ฉาบเลก: นายธงไทชเลศ,จาโทหญงกญญกลณชลาวเกษม นกรอง๑: นายธนทสกรฑา นกรอง๒: นายชนภทรชณหวรยะกล นกรอง๓: นางสกญญากลวราภรณ ฝกซอม: เรอเอกกตตเกตรา นายเกรยงไกรออนสําอางค ควบคมวง: นายสมชายทบพร รายชอนกดนตร
โหมโรงกลยาณมตรเปนเพลงทหลวงกลยาณมตตาวาส(ทบ พาทยโกศล)แตงโดยนําเพลงชํานาญอตรา๒ชนซงเปนเพลงหนา พาทยในชดโหมโรงเยนมาแตงขยายขนเปนอตรา๓ชนแลวตงชอใหม ตามราชทนนามใชเปนเพลงโหมโรงประจําวงพาทยโกศลนบวาเปน เพลงทมทํานองและเมดพรายนาฟงเพลงหนง เพลงพราหมณเขาโบสถ โหมโรงกลยาณมตร อตรา๒ชนประเภทหนาทบปรบไกมทอนเดยว๗จงหวะพระยา ประสานดรยศพท(แปลกประสานศพท)ไดนํามาแตงขยายเปนอตรา๓ ชนและพระเพลงไพเราะ(โสมสวาทต)ไดตดลงเปนชนเดยวครบเปน เพลงเถาพรอมทงทําทางรอง ทางทนํามาบรรเลงในครงนเปนทางของครเจยนมาลยมาลย มเทยวเปลยนในอตรา๓ชนและ๒ชนสวนเทยวเปลยนในอตราชนเดยว เรอเอกกตตเกตราไดเปนผแตงไว เพลงพราหมณเขาโบสถ
สามชน อนงพงจําคําสอน บงอรผยอดเสนหา จงเฝาปรนนบตภสดา อยาใหทานของขดใจ ถงแมเธอมเมยอน สกพนหมนตดหงใหจงได อยาปากจดคดงางกบผใด ตงใจมนอยดวยภกด สองชน จงตงจตเมตตาแกขาทาส อยาตวาดอยาบนจจ ใครผดคอยสอนคอยต ใครดบําเหนจใหควรการ ชนเดยว อยาเหนแกตวมวหาสข ทานทกขเจาทกขดวยกบทาน เมยดเปนทชนบาน เมยครานเปนเสนยดแกครอบครว (บทละครเรองศกนตลาพระราชนพนธในรชกาลท๖) บทรอง
เพลงทยอยเขมรอตรา๒ชนของเกาประเภทหนาทบสองไม มทอนเดยวปรากฏอยในเพลงเรองทยอยเพลงนมผนํามาปรบปรงและ แตงขยายขนดงน ๑.ครแตง(ป)ไดนํามาแตงขยายขนเปนอตรา๓ชนแตงเปน ๒เทยว ๒.พระประดษฐไพเราะ(มดรยางกร)หรอครมแขกไดนํามาแตง ขยายขนเปนอตรา๓ชนอกทางหนงโดยเพมเทยวแรกของครแตง แลวแตงเพมขนอก๑เทยวสําหรบบรรเลงเปนเทยวกลบ ๓.หลวงประดษฐไพเราะ(ศรศลปบรรเลง)ไดนําอตรา๓ชน มาตดลงเปนอตรา๒ชนและชนเดยวครบเปนเพลงเถาอกทางหนง ทางทนํามาบรรเลงในครงนครกาหลงพงทองคําไดนํามา ถายทอดใหแกเรอเอกกตตเกตราและลกศษยภายในวงปพาทยบางมวง ตอมาเรอเอกกตตเกตราไดนํามาถายทอดใหแกลกศษยภายในวงทบพร วาทต เพลงทยอยเขมร
สามชน วาแลวกพากนคลาไคล ดําเนนในแนวปาพนาศร บหลนทรงกลดหมดราค เหมอนจะชวนใหลลาไป สองชน ลมหวนอวลกลนบหงา หอมตลบอบมาในปาใหญ เหมอนเมออยในถํ้าอําไพ รวยระรนชนใจดวยมาลา ชนเดยว คดพลางทางทรงกรรแสงรํ่าชะรอยกรรมทําไวเปนหนกหนา เดมพลดกําจดจากพารา มาอยคหาคอยคลายใจ (บทละครเรองอเหนา) บทรอง เพลงพญาโศกอตรา๒ชนและอตรา๓ชนปรากฏอยในเรอง พญาโศกนยมนําอตรา๓ชนมาทําเปนทางเดยวกบเครองดนตรทก ประเภททงในวงปพาทยและเครองสายสําหรบเครองดนตรบางประเภท เชนระนาดเอกครดนตรในหลายสําหรบนยมเดยวในรปแบบเพลงเถา เพอใหมความพเศษมากขน เพลงพญาโศก(เพลงเดยว)
เพลงพระอาทตยชงดวงอตรา๒ชนประเภทหนาทบปรบไกผสม หนาทบมอญม๔ทอนทอนท๑ม๔จงหวะทอนท๒ม๒จงหวะทอน ท๓ม๔จงหวะทอนท๑-๓ใชหนาทบปรบไกทอนท๔ใชหนาทบมอญ ผสมหนาทบปรบไกใชเปนเพลงลาหรอลําลาพระประดษฐไพเราะ(มดร ยางกร)หรอครมแขกแตงขนตามพระประศาสนของสมเดจเจาพระยา บรมมหาศรสรยวงศ(ชวงบนนาค)ตอมาหลวงประดษฐไพเราะ(ศร ศลปบรรเลง)ไดนํามาแตงขยายขนเปนอตรา๓ชนและตดลง เปนชนเดยวครบเปนเพลงเถาเมอพ.ศ.๒๔๘๖ เพลงพระอาทตยชงดวง พระอาทตยชงดวงพระจนทรเดนดาวกระเดนใกลเดอนดาราดบ หงหอยพรอยพรายไหวระยบ แมลงทบทองเทยวสะเทอนดง ดอกเอยเจาดอกจกหวใจจะพลกเสยแลวเอยหนาเจาเอย เตะกกกะมงนายนายกกกะมงยานรกเจาสรอยสงวาลยของพนเอย เจากลบมาเชยพหนอยรา นายสาคะมามอดเอย ดอกเอยเจาดอกสลด เจาคชวตของเรยมนเอย (เสภาเรองขนชางขนแผน ตอนบทอศจรรยระหวางขนแผนกบนางแกวกรยา) บทรอง
วงปพาทยบานบวหลวงกอตงโดยพอชบบวหลวง(เสยชวตแลว) ตงอยณบานเลขท๕๐หม๘ต.บานใหม(หางกระเบน) อ.พระนครศรอยธยาจ.พระนครศรอยธยาโดยบดาชอนายเหลยม มารดาชอนางพรงบวหลวงมภรรยาชอนางชดชอยบวหลวงมบตร ธดาทงหมด๖คนเรยนประถมทโรงเรยนปฐมวทยาคารต.บานใหม อ.พระนครศรอยธยาจ.พระนครศรอยธยาและไดเรมเรยนดนตรไทย ตอนอยประถมศกษาปท๓กบครพลอยซงครพลอยเปนคนกรงเทพฯ ไดมาอยบานญาตชอนายมนโดยเรยนฆองวงใหญและจากนนไดเรยน ระนาดกบครขนโสวตรอยทวดกะสงขอยธยาซงสามารถเรมบรรเลง ออกงานไดและในขณะเดยวกนนายชบมความสามารถในการวงแขง สมยนนเรยกวา(วงวว)โดยใครวงไปถงธงและจบไดกอนถอวาชนะ นายชบวงชนะคแขงตลอดฉายาทไดคอ“ไอโปน”เงนรางวลทได จากการวงววนายชบจะเกบเลกประสมนอยนําเงนไปซอเครองดนตร ไทยทละชนๆจนสามารถสะสมเครองดนตรไดเปนวงใหญ(วงปพาทย) ทงเครองไทยและเครองมอญหลงจากเรยนจบชนประถมนายชบก รบงานเลนดนตรปพาทยทงงานมงคลและงานอวมงคลตลอดจนมารบ บรรเลงรองใหกบคณะลเกหลายคณะและทเลนประจําคอ“คณะจําเนยร นอยลกทาเรอ”หรอนายจําเนยรบญประกอบซงปจจบนเปนคณตาของ “ศรรามนํ้าเพชร”และ“คณะดวงแกวลกทาเรอ”ซงเปนคณแมของ ศรรามนํ้าเพชรสวนการบรรเลงรองรบลเกหรอการรบราชนเกงนน นายชบถอไดวาเปนผรเรมนําเครองดนตรสากลเชนกลองชดเบส วงบานบวหลวง
กตารมาประยกตใชรวมกบปพาทยรบลเกและเพลงทใชเปนเพลงลกทง ลกกรงหรอเพลงสากลบางซงกอนออกแขกของลเกจะมการโชวเพลง ดงกลาวแลวจงออกแขกลงโรงทําใหมความสนกสนานมอรรถรสทง ผชมและผฟงตลอดจนผเลนลเกกสนกตามไปดวยแตกอนลเกสามารถ แสดงไดยนสวางแลวแตเจาภาพสวนนายชบซงบรรเลงระนาดเอกและ นกดนตรอนๆจะตองโหมโรงตงแตสองทมจนพระอาทตยขนหรอ ฟาแจงโดยไมมเวลาพกแตอยางใดนอกจากปวดหนกเบานนแหละถงจะ พกไดสมยนนลเกจําเนยรนอยลกทาเรอและปพาทยทองชบบวหลวง จะแสดงรวมกนและบรรเลงรบรองตลอดคนโดยมงานทกคนตลอดป จนนายชบสะสมเงนจากการเลนระนาดสามารถซอทนาไดขณะนนเปน จํานวนหลายสบไรในขณะทนายชบบรรเลงระนาดในงานหนงนายชบม อาการปวดหวอยางหนกจงรบกลบบานและเปนอมพฤกษโดยเสนเลอด ในสมองตบซกขวาใชการไมไดโดยรกษาทรพ.รามาธบดตลอดมาจนใน ทสดกไดเลกบรรเลงระนาดทตนรกครงยงเลนระนาดนายชบไดถายทอด วชาดนตรไทยใหบตรชายและบตรสาวลกๆหลานๆนกเรยนตลอด ชาวบานหางกระเบนและใกลเคยงตลอดมาถงปจจบนโดยใชมอซายทใช การไดขางเดยวโดยไมคดคาใชจายใดใดโดยมเจตนารมณเพอสบสาน อนรกษดนตรไทยใหเจรญรงเรองและไมใหหายไปจากชาตไทยอยางนอย ดนตรไทยกเปนอาชพทเลยงชพไดอยางสบายและทสําคญนายชบ บวหลวงไดสงสอนลกศษยลกหาตลอดจนบตรธดาใหเปนคนดไมยง เกยวกบยาเสพตดและหามเลนการพนนโดยเดดขาดเนองจากนายชบ ไมชอบการพนนและสงเสพตดซงร.ต.ท.วรกานตบวหลวงไดสบทอด
วชาจากพอชบไดเปนอยางดจนไดรบความไววางใจใหเปนผสบสานวง ปพาทยทองชบตอมาจนถงปจจบน ปจจบนวงปพาทยบานบวหลวงไดดําเนนกจการสบทอดและ พฒนาความรทางดานดนตรไทยทงแนวอนรกษและแนวสรางสรรคม การประยกตนําเครองดนตรสากลเขามาในวงดนตรไทยรวมถงบทเพลง ไทยประเภทตางๆในรปแบบการสรางสรรคและตอยอดพฒนาความร ทางดานดนตรแตกยงอนรกษดนตรและบทเพลงของครโบราณจารยท ไดทําไววงปพาทยบานบวหลวงเปนวงปพาทยหนงทมชอเสยงในจงหวด พระนครศรอยธยาและกลมจงหวดใกลเคยงเปนทรจกและไดรบการ ยอมรบจากสงคมมการรบงานบรรเลงวงดนตรไทยและวงดนตรไทย ประยกตสรางสรรคทงงานมงคลและอวมงคลทกรปแบบโดยม ร.ต.ท.วรกานตบวหลวงและนางสาวรฐฐาวรรณบวหลวงเปนผ ควบคมและดแล รายชอนกดนตร ปใน: ส.ต.อ.วชรพงศกาญจนวรตม นายโกวทยงเกยรตคณ ระนาดเอก: ส.ต.ต.ขจรศกดพณพาทย ระนาดทม: นายจกรพงศธระพนธ นายอดศกดกะตะเวท
ฆองวงใหญ: นายชยวฒนครฑบญ นายสนชยสกญญ ฆองวงเลก: นายธนกฤตบวหลวง นายวชรนทรมวงทวม กลองแขก: นายยทธภมจวเจยม กลองแขก: นายจรศกดวงเวยน กลองสองหนา: นายสพจนศขสายชล นายอนพงศอภวนท เครองภาษา1: นายสทธชยดวงศร เครองภาษา2: นายสมนกจนดาวงษ เครองภาษา3: นายกตตพงษนกดวน เครองภาษา4: นายสงกรานตศรเจรญ ฉง: นายสมชายเอยมสะอาด กรบ: นางสาวสดทรกจนทรกลน ฉาบเลก: นางสาวจนทมาจนดาวงษ นกรอง1: นายอภรกษนาจพนจ นกรอง2: นายอานนทกาญจนโพธ นกรอง3: นางสาวสดารตนเชยสกล ฝกซอม: นายสบศกดดรยประณต นายธรศกดชมชศาสตร นายจําลองมวงทวม ควบคมวง: ร.ต.ท.วรกานตบวหลวง นางสาวรฐฐาวรรณบวหลวง
โหมโรงพมาวดเปนเพลงทครเพงนองชายพระประดษฐไพเราะ (มดรยางกร)หรอครมแขกแตงขนเมอประมาณตนรชสมยพระบาท สมเดจพระจลจอมเกลาเจาอยหวเปนเพลง๓ทอนโดยรวมเพลงพมา ตอนหนงไวเพอใหเขากบชดเพลงพมาหาทอน เพลงโหมโรงพมาวด เพลงอาเฮย เพลงอาเฮยอตรา๒ชนประเภทหนาทบปรบไกม๒ทอนทอน ท๑ม๕จงหวะมสรอยตอทายอก๕จงหวะทอนท๒ม๕จงหวะ มสรอยตอทายอก๘จงหวะเปนเพลงสําเนยงจนพระประดษฐไพเราะ (มดรยางกร)หรอครมแขกเปนผแตงเฉพาะทอนแรกใชบรรเลง ประกอบการแสดงเชนโขนละครและปรากฏเปนเพลงในเพลงเรอง อาเฮยพระประดษฐไพเราะไดแตงขนขยายเปนอตรา๓ชนทางหนงและ จางวางทวพาทยโกศลไดแตงขนเปนอตรา๓ชนอกทางหนงตอมาพระ เพลงไพเราะไดนําอตรา๓ชนของพระประดษฐไพเราะมาตดลงเปนอตรา ๒ชนและชนเดยวครบเปนเพลงเถานอกจากนยงนยมนํามาทําเปนทาง เดยว ทางทนํามาบรรเลงในครงนครชยยทธโตสงาไดแตงขยายเปน ทางขยในอตรา๓ชนทงทอนท๑และ๒รอบแรกและเปนผบรรเลงเอง ในปพ.ศ.๒๕๕๒เปนครงแรก
สามชน ทอดองคลงเหนอพระแทนมาศ ยพราชมวหมองไมผองใส ฟมฟกอกกลมดงสมไฟ คดถงอรทยแมยอดรก สองชน โอวาแกวตานจจาเอย มาลยเลยแลหายไมประจกษ พแสนหวงโฉมยงนงลกษณ ปานฉะนมรจกอยหนใด ชนเดยว พระเฝาแตอาวรณสะทอนจต เฝาคดหาทางจะแกไข เฝาผดลกผดนงจนคลงไคล จนเกอบใกลรงแสงสรยา (บทละครเรองทาวแสนปมพระราชนพนธในรชกาลท๖) บทรอง เพลงแขกลพบร เพลงแขกลพบรอตรา๒ชนของเกาประเภทหนาทบสองไม มทอนเดยวใชบรรเลงประกอบการแสดงครชอยสนทรวาทนไดนํามา แตงขยายขนเปนอตรา๓ชนโดยเพมเพลงโสนนอยไวตอนทายของ เทยวท๒ตอมาครมนตรตราโมทไดนําเพลงแขกลพบร๓ชนของคร ชอยมาตดลงเปนอตรา๒ชนและชนเดยวครบเปนเพลงเถาทางทนํามา บรรเลงในครงนจะเปนทางบางคอแหลม
สามชน ลําดวนเอยจะดวนไปกอนแลว ทงเกดแกวพกลยสนศร จะโรยรางหางสนกลนมาล จําปเอยสกกปจะมาพบ ทมกลนกจะคลายหายหอมจะพลอยตรอมเหอดสนกลนตระหลบ ทมดอกกจะวายระคายครบ จะเหยวแหงเซาซบสลบไป สองชน ตนนอยนอยลกยอยระยาด ตงแตนจะไปชมตนไมใหญ จะทงเรอนไปรางอยกลางไพร ยงรานรนไรจะตอมกาย รากไมจะตางหมอนนอนอนาถ ดาวดาษตางใตนาใจหาย ลงบนไดใจเจยนจะขาดตาย นํ้าตาหลงพรงพรายกระจายลง ชนเดยว ขนแผนปลอบนองอยารองไห ไปหนอยหนงแลวจะมาสง ไปเปนเพอนพบางในกลางดง ชมหงสเหมเลนใหเยนใจ ไปเดอนหนงแลวจะพากลบ ถวนเดอนแลวจะรบเจาไปใหม จะรญจวนครวญครํ่าไปทําไม เขาอยเขาจะไรเมอไรม (บทละครเสภาเรองขนชางขนแผน) บทรอง
เพลงแขกมอญอตรา๒ชนของเกาประเภทหนาทบปรบไก ม๓ทอนทอนละ๖จงหวะปรากฏอยในเพลงชาเรองแขกมอญเพลงน มผนําไปปรบปรงแตงขยายดงน(๑)พระประดษฐไพเราะ(มดรยางกร) หรอครมแขกนําไปแตงขยายขนเปนอตรา๓ชน(๒)พระยาเสนาะ ดรยางค(แชมสนทรวาทน)จางวางทวพาทยโกศลและครมนตร ตราโมทไดนําไปตดลงเปนอตราชนเดยวตามทางของตนนอกจากนนยง นยมนําอตรา๓ชนมาทําเปนเพลงเดยวและปจจบนไดนําเพลง แขกมอญเถามาทําเปนเพลงเดยวทงเถา เพลงแขกมอญ(เพลงเดยว) เพลงเตากนผกบง เพลงเตากนผกบงอตรา๒ชนประเภทหนาทบปรบไกม๓ทอน ทอนท๑ม๔จงหวะทอนท๒และทอนท๓มทอนและ๒จงหวะ ปรากฏเปนเพลงในเพลงชาเรองเตากนผกบงเพลงนครเพงไดนํามา แตงขยายขนเปนอตรา๓ชนแลวตงชอวา“เพลงปลาทอง”และสมเดจ พระเจาบรมวงศเธอเจาฟากรมพระยานรศรานวดตวงศทรงแตง ทํานองอตรา๓ชนขนอกทางหนงสําหรบวงโยธวาทตบรรเลงตอมา ครมนตรตราโมทไดนําเพลงเตากนผกบงอตรา๒ชนมาตดลงเปน ชนเดยวบรรเลงรวมกบอตราจงหวะ๓ชนของครเพงครบเปนเพลง เถาใชชอวา“เพลงปลาทอง”
ยามกนพอจะกนนํ้าตารํ่า ยามคํ่าพอจะนอนถอนใจใหญ จะซบผอมตรอมตรมระทมใจ ใครเลยจะชวยบํารงรกเอย *ดอกเอยเจาชะมวงคณะปพาทยบานบวหลวงขอลาแลวเอย ยสนนอยนอย เกบมารอยเปนสงวาล พวงพยอมหอมหวาน นางนองเจารอยเปนพวงกรอง ยามรอนกจะรอนสกรอยสวนดงเพลงกาลผลาญกวนประหารหก ยามหนาวกจะหนาวสะทานนก อกจะหกเสยแลวแกวเมยอา *ดอกเอยเจาดอกสลดขอขอบพระคณ จฬาวาทตสบสานผลตชนดนตรไทยเอย กระตายตํ่าตอย มงชมอยเมยงมน สวาทแสวงแสงพระจนทร ไมเวนสกวนเลยเอย บทรอง





สํานกบรหารศลปวฒนธรรมจฬาลงกรณมหาวทยาลย rtCulture @cuartculture CUArtCulture cu.art.culture 099-328-1616 cuartculture@chula.ac.th www.cuartculture.chula.ac.th