คู่มือการเรียนรู้
ทรัพยากรชีวภาพ ทางทะเล ตำ�บลนาเกลือ
อำ�เภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
Bก
หนังสือในชุดโครงการ U2T นาเกลือ จัดท�ำโดย ดร. สุเมตต์ ปุจฉาการ หัวหน้าโครงการและผู้ประสานงานโครงการ U2T นางสาวรติมา ครุวรรณเจริญ ผู้ร่วมโครงการ นางจันทร์จรัส วัฒนะโชติ ผู้ร่วมโครงการ นางสาวกฤดาอร จุนวิเชียร พัสดุและการเงิน นายสุรพล ฉลาดคิด วิทยากรและเลขานุกา รายชื่อผู้รับจ้างงาน นางจเรพร ชาติธนวัฒน์ นางสาวณิชาพร สวัสดิภูมิ นางสาวปาลิดา โรจนาประสิทธิ์กุล นางสาวอรทัย พรมบุญ นางสาวสุกัลยาวดี ดอนศรี นางสาวทิพย์วรรณ รัตนธ�ำรงพรรณ นางสาวกิ่งกาญจน์ คงคาศรี นายชญานนท์ เชี่ยวกิจ นายธนกฤต เปรมอ่อน นายพุทธรักษ์ เสนานาค นางสาววรรณวลี กาญจโนดิลก นายวีรภัทร วงษ์เสถียร นางสาวศิวิมล ชาวภูเขียว นายสิทธิโชค ธีรธัชธนกร นายวัศพล นนศรีภักดี นางสาวศรุดา กัญจน์กุญชร นางสาวศิริวรรณ ชี้แจง นางสาวอินทิรา มีด�ำเนิน นางสาวกมลชนก ฉลองนันทชัย นางสาวธัญวรัตม์ งามเชย นางสาวแพรพรรณ พรหมลัมภักดิ์ นายนครินทร์ สุขเรือง นางสาวชมพูนุช โยงรัมย์ นางสาวปติณญาพร เหร่เด็น นางสาวภาษิตา ฏัญจน์กุญชร
Cก ข
ค�ำน� ำ หนังสือเล่มนี้จัดท�ำขึ้นในโครงการหมาวิทยาลัยสู่ต�ำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ภายใต้การ ดูแลของ ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลชีวภาพทางทะเลในต�ำบลนาเกลือให้ ได้มากที่สุด เพื่อการน�ำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ทั้งนี้ข้อมูลได้รวบรวมมาจากการลงพื้นที่ส�ำรวจ และสอบถามจากชาวบ้านในชุมชนประมงพื้นบ้าน บ้านนาเกลือ ผู้จัดท�ำหวังว่ารายงานฉบับนี้คงมีประโยชน์ต่อผู้ที่น�ำไปใช้ให้เกิดผลตามความคาดหวัง คณะผู้จัดท�ำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดท�ำหนังสือเล่มนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจและ ต้องการความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่พบในต�ำบลนาเกลือได้เป็นอย่างดี คณะผู้จัดท�ำ กุมภาพันธ์2565
Dค
สารบัญ หน้า
คำ�นำ� ป่าชายเลน หาดโคลน หาดทราย หาดหิน
ค 1 2 4 6
ทรัพยากรทางชีวภาพของสัตว์ในตำ�บลนาเกลือ ทรัพยากรทางชีวภาพของพืชในตำ�บลนาเกลือ ดัชนี บรรณานุกรม
E ง
10 88 93 95
ป่าชายเลน ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่ประกอบด้วยพืชและสัตว์นานาชนิด ด�ำรงชีวิตร่วมกันในสภาพ แวดล้อมที่เป็นดินเลน น�้ำกร่อย หรือมีน�้ำทะเลท่วมถึงสม�่ำเสมอ ป่าชายเลนประกอบด้วยพันธุ์ไม้หลาย ชนิดหลายตระกูล และเป็นพันธุไ์ ม้ไม่ผลัดใบ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยพันธุไ์ ม้สกุลโกงกาง (Rhizophora sp.) เป็นไม้สำ� คัญ ดินในป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์สงู จากธาตุอาหารทีม่ าจากการกันเซาะตามชายฝัง่ และ แหล่งน�ำ้ ล�ำธาร สารอินทรียจ์ ากซากพืชซากสัตว์ในบริเวณป่าชายเลนเอง โดยเฉพาะใบไม้ทรี่ ว่ งหล่นทับถม กันเป็นจ�ำนวนมากแพลงค์ตอนพืชและสาหร่ายน�ำ้ บริเวณนีม้ คี วามเค็มค่อนข้างต�ำ่ ระดับความเค็มของน�ำ้ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามระดับน�้ำที่ขึ้นลงและปริมาณน�้ำจืดไหลมาจากแม่น�้ำล�ำคลองต�ำบลนาเกลือมี ป่าชายเลนเพียงแห่งเดียว ในอดีตคลองแห่งนี้มีลักษณะเป็นป่าชายเลน ที่มีต้นโกงกางขึ้นอย่างหนาแน่น และมักจะมีนกน�้ำ และสัตว์น�้ำเข้ามาอาศัยอยู่เป็นจ�ำนวนมาก แต่เมื่อพื้นที่มีความเจริญเริ่มมีการบุกรุก แผ้วถางป่า รวมทั้งสร้างอาคารรุกล�้ำแนวคลอง ท�ำให้มีการทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลและน�้ำเสียลงพื้นที่อย่างไร้ จิตส�ำนึก ส่งผลให้ปัจจุบัน สภาพป่าผืนสุดท้ายของเมืองพัทยา ต้องประสบกับปัญหาทรุดโทรมอย่างหนัก
1 1
2 2
หาดโคลน หาดโคลนเป็นบริเวณทีม่ ขี นาดดินตะกอนเล็กมากเนือ่ งจากคลืน่ ไม่รนุ แรงท�ำให้ดนิ ตะกอนขนาด เล็กมากๆ ตกตะกอนเป็นโคลนทับถมกัน ลักษณะของหาดที่มีความชันน้อยท�ำให้น�้ำในดินไหลไปสู่บริเวณ อืน่ ได้ยากและถูกกักเก็บไว้ภายในดิน บริเวณนีม้ สี ารอินทรียส์ งู และมีแบคทีเรียอาศัยอยูม่ ากท�ำให้ปริมาณ ออกซิเจนในดินลดลงท�ำให้ดินบริเวณนี้มีออกซิเจนน้อยออกซิเจนอีกทั้งการที่หาดโคลนมีปริมาณสาร อินทรีย์สูงท�ำให้มีสิ่งมีชีวิตมาอาศัยค่อนข้างมากทั้งแบบชั่วคราวและถาวรเนื่องจากเป็นแหล่งอาหารโดย สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ต้องปรับตัวโดยการฝังตัวลงไปในโคลนหรือสร้างท่อและอยู่ในท่อนั้นและปรับตัวทาง สรีระวิทยาต่อสภาพการขาดออกซิเจน
3
4
หาดทราย พื้นที่นี้โดยทั่วไปของชายฝั่งทะเลหรือชายทะเลมีลักษณะเป็นพื้นราบเรียบไม่มีแหล่งหลบซ่อน ก�ำบังตัวและจัดเป็นบริเวณทีไ่ ด้รบั อิทธิพลของคลืน่ ลมทีร่ นุ แรงมากบริเวณหนึง่ ขนาดเม็ดทรายและความ ลาดชันของชายหาดมีความแตกต่างกันตามสถานที่ขึ้นอยู่กับลักษณะทางภูมิศาสตร์และฤดูกาล สิ่งมีชีวิต ที่อาศัยในบริเวณต่างๆ ของหาดทราย ก็จะมีความแตกต่างกัน เช่น สัตว์ที่ต้องอาศัยในบริเวณเขตน�้ำขึ้นน�้ำลง ต้องปรับตัวให้สามารถทนทานความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ ในช่วงเวลาที่น�้ำลง พวกที่อยู่เหนือเขต น�้ำขึ้นสูงสุดก็ต้องสามารถเคลื่อนที่ได้เพื่อหลบแสงอาทิตย์ หรือขุดรูเพื่อหนีจากผู้ล่า
5
6
หาดหิน หาดที่ประกอบไปด้วยหินต่างๆ ในบริเวณเขตน�้ำขึ้นน�้ำลง มักจะพบหาดหิน จากการผุพังหรือ การกัดเซาะของน�้ำทะเล ท�ำให้เกิดซอกเล็กซอกน้อยอยู่มากมาย ท�ำให้หาดหินค่อนข้างที่จะพบสิ่งมีชีวิต อาศัยอยู่มากมาย รวมทั้งยังเป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์น�้ำวัยอ่อนได้เป็นอย่างดี ปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่ส�ำคัญ ในบริเวณหาดหิน ได้แก่ อิทธิพลของคลื่นลม น�้ำขึ้นน�้ำลง ความร้อน ความแห้งแล้ง ส่งผลท�ำให้สิ่งมีชีวิต ที่มาอาศัยอยู่ต้องมีการปรับตัวเอง ทั้งทางด้านรูปร่างและการยึดเกาะกับพื้นหินให้แน่น เพื่อป้องกันไม่ให้ ถูกพัดพาไปจากการซัดของคลื่น
7
8
9
ทรั พ ยากรทางชี ว ภาพของ ส ั ต ว์ ในตำ � บลนาเกลื อ
10 10
11 11
12
ฟองน้ำ� SPONGES PHYLUM PORIFERA ฟองน�้ำเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ร่างกายประกอบด้วยเซลล์สองชั้นจัดเรียงตัวกันเป็นผนังล�ำตัว โดยมีช่อง น�ำ้ เล็กๆ เป็นรูพรุนให้นำ�้ ไหลเข้าไปในโพรงล�ำตัว และมีทอ่ ให้นำ�้ ไหลออกจากล�ำตัว ขณะทีน่ ำ�้ ไหลผ่าน ช่องในล�ำตัวนีเ้ อง เซลล์ทบี่ อุ ยูร่ อบโพรงล�ำตัวจะจับแพลงค์ตอนในน�ำ้ กินเป็นอาหาร ขณะเดียวกันเซลล์ ต่างๆของร่างกายจะได้รับออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน�้ำเพื่อหานใจด้วย ฟองน�้ำมีประมาณ 5000 ชนิด ส่วนใหญ่อยูใ่ นทะเลโดยเกาะอยูต่ ามโขดหิน วัตถุแข็งในน�ำ้ ปะการัง และตามพืน้ ทะเล รูปร่างเป็นทรง กระบอก รูปแจกัน รูปครก แตกกิ่งก้าน หรือแผ่คลุมวัตถุในน�้ำ ตลอดจนมีสีสันแตกต่างกันมากมาย ฟองน�้ำมีโครงสร้างที่ช่วยค�้ำจุนร่างกายให้คงรูปร่างอยู่ได้ ได้แก่ หนามฟองน�้ำ (spicules) มีลักษณะ เป็นแท่งแข็งรูปเข็ม หรือเป็นแฉก บางชนิดเป็นสารประกอบหินปูน บางชนิดเป็นซิลิกา โครงค�้ำจุนอีก ชนิดหนึ่งคือ เส้นใยฟองน�้ำ (spongin) มีลักษณะเป็นเส้นใยอ่อนนุ่มประสานกันไปมา ฟองน�้ำแต่ละ ชนิดมีโครงสร้างค�้ำจุนร่างกายไม่เหมือนกัน
13
14
ฟองน้ำ�ถูตัว Spongilla sp. ฟองน�้ำทะเลเป็นสัตว์กินอาหารด้วยการกรอง (Filter feeder) โดยกรองน�้ำผ่านตัวซึ่งสามารถกรอง น�้ำทะเลได้มากกว่าสิบเท่าของปริมาตรตัวเองภายในหนึ่งชั่วโมงและท�ำงานต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ฟองน�้ำทะเลจึงมีบทบาทส�ำคัญของระบบนิเวศทางทะเลในแง่การปรับปรุง คุณภาพน�้ำทะเลให้ใสสะอาดขึ้น ช่วยก�ำจัดตะกอนขนาดเล็กและลดปริมาณตะกอนสารอินทรีย์ในน�้ำ ทะเล เปรียบเสมือนกับเครื่องกรองน�้ำทางชีวภาพที่ส�ำคัญ ฟองน�้ำทะเลยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยย่อย (Microhabitat) ให้กับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอื่นๆมากมายหลายชนิด เช่น กุ้ง ปู หอย และไส้เดือนทะเล ใช้ทอ่ น�ำ้ ของฟองน�ำ้ เป็นแหล่งหลบซ่อนภัยจากศัตรู ดาวเปราะบางชนิดจะเปลีย่ นแปลงหนามใต้แขน เป็นตะขอไว้สำ� หรับเกาะฟองน�ำ้ และอาศัยกระแสน�ำ้ จากระบบท่อน�ำ้ ของฟองน�ำ้ พัดพาอาหารมาให้ดว้ ย ปลิงสร้อยไข่มุกมักจะมาเก็บกินตะกอนที่ตกค้างอยู่บนล�ำตัวฟองน�้ำเป็นอาหาร เป็นต้น
15
16
ฟองน้ำ�กระชาย Coelocarterai singaporensis ฟองน�้ำกระชายจัดอยู่ในพวกฟองน�้ำฝังตัวที่เจริญขึ้นมาจากพื้นท้องทะเล ร่างกายแบ่งออกเป็นสอง ส่วนคือส่วนทีอ่ ยูใ่ ต้ดนิ และอยูโ่ ผล่พน้ ดิน ส่วนทีอ่ ยูใ่ ต้ดนิ มีลกั ษณะเป็นท่อนกระบอกคล้ายเหง้าของต้น กระชายและแตกท่อน�้ำออกเป็นท่อนยกตัวสูงขึ้นโผล่พ้นดิน มักพบอาศัยอยู่ใต้พื้นทะเลในหลุมโดยมี ทรายมากกลบทับท�ำให้มองเห็นเฉพาะส่วนที่เป็นท่อน�้ำออกมีรูปร่างคล้ายท่อโผล่ขึ้นมา ฟองน�้ำชนิด นี้ชอบอาศัยอยู่ในพื้นทรายถึงทรายปนโคลนนอกแนวปะการะรัง
17
18
ฟองน�้ ำยืดหยุ่นสีด�ำ Hyrtios erectus บริเวญที่มีฟองน�้ำทเลชนิดนี้มีอยู่เป็นจ�ำนวนมากสามารถบอกได้ว่าบริเวณนี้มีการตกตะกอนสูง
19
2020
ไนดาเรีย CNIDARIANS PHYLUM CNIDARIA เป็นกลุม่ ของสัตว์ทมี่ เี นือ้ เยือ่ 2ชัน้ ส่วนใหญ่จะอาศัยอยูใ่ นทะเล สัตว์ในไฟลัมนีม้ รี ปู ร่าง 2 แบบคือแบบ โพลิบ(Polyp)เป็นรูปร่างคล้ายทรงกระบอกและ แบบเมดูซา(medusa)มีลักษณะคล้ายร่มหรือระฆัง คว�่ำมีช่องเปิดออกจากล�ำตัวช่องเดียวมีการล่าเหยื่อโดยใช้เทนทาเคิล (tentacle)ที่เรียงอยู่รอบช่อง ปากและที่เทนทาเคิลมีไนโดไซต์(cnidosyte)เมื่อมีเหยื่อมาสัมผัสไนโดไซต์จะปล่อยเข็มพิษ
21
22
ปะการังจาน Turbinaria peltata คอรอลลัมลักษณะเป็นแผ่นหนาพับไปมาคล้ายช่อผักกาดขนาดใหญ่ ผิวทางด้านนอกเรียบไม่มแี คลไลซ์ จะมีแต่เฉพาะทางผิวด้านในและขอบด้านบน แต่ละแคล ไลซ์มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 มิลลิเมตร ขณะยังมีชีวิตมีสีเทาอมน�้ำตาล ปะการังชนิดนี้พบอยู่ในระดับน�้ำลึกประมาณ 2 เมตรลงไป
23
24
ปะการังสมองร่องเล็ก Platygyra daedalea ปะการังชนิดนี้มีขนาดค่อนข้างใหญ่รูปร่างแบบก้อน หรือก้อนแบนๆ ผิวมีลักษณะเป็นร่องขนาดเล็ก ยกตั้งขึ้นคล้ายก�ำแพง พบได้ทั่วไปแพร่กระจายทั้งแนวปะการังที่ลึกและที่ตื้น
25
26
ั ดอกไม้ทะเลหนวดส้น Stichodactyla haddoni มีพฤติกรรมเหมือนดอกไม้ทะเลทัว่ ไป คือ จะบานเมือ่ ปราศจากสิง่ ใดมารบกวน หากมีสงิ่ รบกวนจะหุบ ตัวเข้ากับซอกหินที่ใช้เป็นที่เกาะ มีสีต่าง ๆ มากมายหลายสี เช่น สีเหลือง, เขียว เป็นต้น ปลายหนวด ลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ หากไปสัมผัสถูกเข้าจะเหนียวหนึบขาดติดกับมือมาได้เลย กินอาหารด้วยวิธี การสองวิธี คือ การสังเคราะห์แสงจากสาหร่ายซูแซนแทนลีทอี่ ยูใ่ นเนือ้ เยือ่ และจับเหยือ่ เอาจากหนวด ซึง่ ได้แก่ สัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลังขนาดเล็กและปลาวัยอ่อน อาศัยอยูต่ ามพืน้ ทรายและกระจายพันธุไ์ ป
27
28
ปะการังแหวน Favia spicosa คอรอลลัมเป็นก้อนขนาดเล็กมักมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ไม่เกิน 20 เซนติเมตร แคลไลซ์มีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลาง ประมาณ 13 มิลลิเมตร ผนังกั้นรอบแคลไลซ์เป็นรูป วงกลมหรือกลมคล้ายวงแหวน และ มีร่องแบ่งระหว่าง ผนังแคลไลซ์ชัดเจน ขณะมีชีวิตมักมีสีเขียวหรือน�้ำตาล ปะการังชนิดนี้พบได้บ่อย ตามแนวปะการังทั่วไป ทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน โดยเจริญอยู่ในเขต น�้ำขึ้นน�้ำลงและลึก ลงไปถึง 30 เมตร
29
30
หนอนปล้อง Segmented Worms PHYLUM ANNELIDA หนอนปล้องที่พบในทะเล เป็นพวกที่มีขนแข็ง บริเวณล�ำตัวจ�ำนวนมาก และมีรยางค์ทางด้านข้างล�ำ ตัว แบบใบพาย (parapodia) บางชนิดว่ายน�้ำได้อย่างอิสระ แต่ บางชนิดสร้างท่อฝังตัวอยู่ตามพื้น หินและปะการังโดยไม่ เคลื่อนที่ แหล่งที่พบหนอนปล้องในทะเลได้แก่ โขดหิน หาดทราย ป่าชายเลน หาดโคลน แนวปะการังและตาม พื้นท้องทะเลทั่วไป หนอนปล้องด�ำรงชีวิตเป็นสัตว์หน้า ดินเกือบ ทั้งหมด ในฤดูผสมพันธุ์ หนอนปล้องบางชนิด ว่ายน�้ำออกมาผสมพันธุ์กันบริเวณผิวทะเล หลังจาก ปฏิสนธิแล้วได้ตัวอ่อนซึ่งจะด�ำรงชีวิตเป็นแพลงค์ตอน ชั่วคราว แล้วเจริญเป็นตัวเต็มวัยที่จมลงด�ำรง ชีวิตอยู่ตาม พื้นทะเลอย่างเดิม
31
32
บุ้งทะเล Chloeia sp. ล่าตัวแบนมีขนาดสัน้ กว่าแม่เพรียง ประกอบ ด้วยปล้องประมาณ 30 ปล้อง ด้านบนโค้งกว่า ด้านล่าง ซึ่งค่อนข้างแบน หัวท้ายเรียว ส่วนหัวไม่ชัดเจน แต่ละ ปล้องมีรยางค์แบบใบพายที่มีขนแข็ง จ�ำนวนมาก ขณะว่ายน�ำ้ จะใช้โบกพัดน�ำ้ สลับกันพร้อมกับ การบิดไปมาของล�ำตัวด้วย ขนาดความยาว ประมาณ 7 เซนติเมตร พื้นผิวล�ำตัวมี สีน�้ำตาลแดงเป็นลายตามยาว และมีเส้น กลาง หลังสีน�้ำเงิน ส่วนขนข้างล�ำตัวมีสนี ำ�้ ตาลอ่อน อาศัยตามพืน้ ทะเลทีเ่ ป็นดินโคลน โดยเก็บกิน ซากอินทรียเ์ ป็นอาหาร หากสัมผัสด้วยมือขนของมัน จะปักติดตามผิวหนังท�ำให้เกิดอาการคัน
33
34
มอลลัส MOLLUSKS PHYLUM MOLLUSCA หอยและหมึก หรือ “มอลลัส” เป็น สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังกลุ่มใหญ่รองลงมาจากพวก อาร์โทรปอด มีสมาชิกรวมกันประมาณ 1 แสนชนิด พบอาศัยอยู่ทั้งในทะเล แหล่งน�้ำจืด และบนบก ส่วนใหญ่ด�ำรง ชีวติ อย่างอิสระโดยกรองกินแพลงค์ตอน เศษอินทรียว์ ตั ถุหรือล่าสัตว์ชนิดอืน่ เป็นอาหาร นับเป็น สัตว์ กลุม่ ทีม่ คี ณ ุ ค่าทางเศรษฐกิจเพราะน�ำมาบริโภคเป็นอาหารได้ นอกจากนีเ้ ปลือกยังสามารถน�ำมาท�ำเป็น เครื่องประดับตกแต่งได้ด้วย มอลลัสส่วนใหญ่มีเปลือก เป็นโครงสร้างทางด้านนอกท�ำหน้าที่ป้องกัน เนื้อเยื่อ ภายในที่อ่อนนุ่ม ประกอบด้วยหินปูนเป็นส่วนใหญ่ ส่วนหมึกมีแกนภายในเพื่อค�้ำจุนร่างกาย และในพวก ทากทะเลเป็นพวกที่ไม่มีเปลือก
35
36
หอยหวีวีนัส Murex pecten เป็นหอยทากทะเลชนิดหนึ่งอยู่ในวงศ์หอยหนามหอยชนิดนี้อยู่บริเวณทะเลอินโดแปซิฟิกพวกมันกิน หอยด้วยกันเองเป็นอาหาร หอยชนิดนี้มีหนามทียาวและเรียงตัวสวยจึงท�ำให้เป็นที่ชื่นชอบในการน�ำ มาเก็บสะสม เปลือกของพวกมันจะคล้ายกับเปลือกของหอยในวงศ์หอยหนามแต่จะมีลักษณะที่แตก ต่างและโดดเด่นกว่าคือมันมีลักษณะของหนามที่ยาวและเรียงตัวสวย ปกติจะพบในสภาพที่สมบูรณ์ ได้ยากเนือ่ งจากเปลือกของพวกมันแตกหักว่าย เมือพวกมันโตเต็มวันอาจมีเปลือกยาวประมาณ10-15 เซนติเมตร
37
38
หอยนางรมหนาม Spondylus sp. หอยนางรมหนาม มีลักษณะเปลือกแข็งเป็นพิเศษบริเวณของเปลือกมีหนามอยู่โดยรอบ สีของเปลือก มีความแตกต่างกันเช่น ขาว เหลือง ส้ม แดง น�้ำตาล พบมากในบริเวณที่้มีน�้ำตื้น หรือบริเวณที่เป็น ปะการัง ตอนอยู่ในระยะตัวอ่อนก็จะเคลื่อนที่ไปที่ต่างๆ แต่พอโตเต็มวัยก็จะหาที่ยึดเกะออยู่ไม่ไป ไหนจนโต
39
40
หอยสังข์ทะนาน Melo melo หอยกาบเดีย่ วขนาดใหญ่ เปลือกยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ปากเปิดของเปลือกกว้าง พืน้ ผิวเปลือก สีน�้ำตาลเหลือง แต้มด้วยแถบสีช็อกโกเลตตามขวาง กล้ามเนื้อเท้าสีน�้ำตาลไหม้คาดด้วยลายสีเหลือง คล้าย ม้าลาย ด้านหน้ามีท่อไซฟอนยื่นยาวออกไปคล้ายงวง พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลทั่วไป
41
42
หอยหวาน Babylonia areolata เป็นหอยทะเลฝาเดี่ยวชนิดหนึ่ง มีเปลือกที่ค่อนข้างหนารูปไข่ ผิวเรียบสีขาวมีลวดลายสีน�้ำตาลเข้ม อาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นทรายหรือทรายปนโคลน ในระดับความลึกตั้งแต่ 2–20 เมตร พบได้ทั้งฝั่ง อ่าวไทยและทะเลอันดามัน กินอาหารโดยใช้อวัยวะทีเ่ ป็นท่อสีขาวยืน่ ออกมา โดยจะยืน่ ปลายท่อไปยัง อาหารและส่งน�้ำย่อยออกไปและดูดอาหารกลับทางท่อเข้าร่างกาย หลังกินอาหารแล้ว ก็จะเคลื่อนที่ ไปฝังตัวใต้ทราย ซึ่งอาหารได้แก่ ซากพืช ซากสัตว์ชนิดต่าง ๆ มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 40–100 มิลลิเมตร
43
44
หอยปีกนางฟ้า Doxander vittatus เป็นหอยฝาเดี่ยวชนิดหนึ่งมีเปลือกแข็งมีวงก้นประมาณ 9-10 วง ปากยาว มีขอบเปลือกแผ่ยื่นกว้าง ออกมาจากล�ำตัวเป็นปีกดูสวยงาม และที่ตัวเปลือกเองจะมีลวดลายสวยงามด้วยเช่นกัน กินซากอิน ทรียสารที่เน่าเปื่อยเป็นอาหาร มีความยาวเต็มที่ประมาณ 10-13 เซนติเมตร
45
46
หอยจอบ Pinna sp. หอยสองกาบขนาดใหญ่ เปลือกเป็นรูปกรวย ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ด้านที่เป็นก้นหอย ฝัง ตัวลงไปในพื้นทะเล พื้นผิวเปลือกสีน�้ำตาลอมด�ำ หอยจอบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินทราย ปน โคลน
47
48
หมึกสาย Octopus sp. หมึกสาย จะมีความแตกต่างไปจากหมึกกล้วยหรือหมึกกระดองอย่างเห็นได้ชัด โดยที่หมึกสายจะมี ส่วนหัวที่กลมยาวคล้ายลูกโป่ง หนวดมีทั้งหมด 8 เส้น และไม่มีหนวดเส้นยาว 2 เส้นส�ำหรับจับเหยื่อ แบบหมึกกล้วย ไม่มคี รีบข้างล�ำตัว แต่จะมีพงั ผืดเชือ่ มต่อกันระหว่างหนวดแต่ละเส้น ในโครงสร้างของ หมึกสายจะไม่มแี คลเซียมแข็งเป็นแกนกลางล�ำตัวเหมือนหมึกกล้วยหรือหมึกกระดอง ซึง่ ท�ำให้รา่ งกาย ของหมึกสายนั้นยืดหยุ่นตัวได้สูง หมึกสายจึงสามารถคืบคลานไปตามท้องทะเลได้อย่างคล่องแคล่ว
49
50
อาร์โทรพอต ARTHROPODS PHYLUM ARTHROPODA อาร์โทรปอดหรือสัตว์มขี าเป็นข้อ มี จ�ำนวนมากทีส่ ดุ ในอาณาจักรสัตว์ ร่างกายมีลกั ษณะ เป็นปล้องที่ เชื่อมรวมกัน และแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ หัวอก และท้อง บางพวกมีส่วนหัวเชื่อมรวมกับอก แต่ละ ปล้องมีรยางค์ (appendage) ยื่นออกมาเป็นคู่ เช่น หนวด ขากรรไกร ขาเดิน และขาว่ายน�้ำ อาร์โทร ปอดมีเปลือก หุม้ ล�ำตัวทางด้านนอก (exoskeleton) ซึง่ ส่วนใหญ่เป็น สารประกอบพวกไคติน โปรตีน และหินปูน เมื่อมีการ เจริญเติบโตจึงมีการลอกคราบเพื่อสลัดเปลือกเดิมออกไป
51
52
แมลงสาบทะเล Ligia sp. แม้จะถูกเรียกว่าแมลงสาบแต่แมลงสาบทะเล (Sea Slaters) นั้นแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับเจ้า แมลงน่ารังเกลียดตัวนี้เลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นสัตว์ในกลุ่มเดียวกับพวกกุ้ง กั้ง ปู (Crustacean) ซะมากกว่า แต่จะแตกต่างกันตรงที่พวกมันได้ย้ายขึ้นมาอยู่บนตามชายฝั่งของแนว หาดหินและป่า ชายเลน และใช้ปอดเทียม (pseudo-lungs) ในการหายใจบนบก จนพวกมันแทบไม่ ต้องกลับลงน�้ำ อีกเลย แมลงสาบทะเลส่วนใหญ่มีขนาดอยู่ที่ 2-3 เซนติเมตร มีขาเดิน 7 คู่ มีดวงตาขนาดใหญ่และ หนวดที่ ยาวมาก และสามารถเคลือ่ นทีไ่ ปตามก้อนหินได้อย่างรวดเร็ว เพือ่ หลบหลีกนักล่าและเกลียว คลื่นที่ ซัดเข้าใส่กองหินที่พวกมันอาศัยอยู่
53
54
ปูหนุมาน Matuta banksii ลักษณะของปูหนุมาน กระดองมีรูปร่างค่อนข้างกลม ชายกระดองมีหนามแหลม มีขาเดิน 4 คู่ และ ก้ามหนีบ 1 คู่ ก้ามสั้นและแข็งแรงเหมาะกับการพับเข้าแนบชิดกับล�ำตัว พื้นกระดองมีสีเหลืองหรือ ตองอ่อนมีลวดลายสีม่วงเข้มอมด�ำอยู่ทั่วไปทั้งกระดอง ด้านล่างมีสีขาว ปลายขาเดินและกรรเชียงมี ขอบสีขาว แหล่งทีพ่ บปูหนุมานอยูต่ ามชายหาดพืน้ ท้องทรายมากกว่าอย่างอืน่ ชอบอาศัยอยูใ่ นระดับ ที่น�้ำทะเลขึ้นลงตามหาดทราย
55
56
ปูม้า Portunus pelagicus ลักษณะทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนตัว, อก และท้อง ส่วนหัวและอกจะอยู่ติดกัน มีกระดองหุ้ม อยู่ตอนบน ทางด้านข้างทั้งสองของกระดองจะเป็นรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยเป็นหนามแหลมข้างละ 9 อัน ขามีทั้งหมด 5 คู่ด้วยกัน คู่แรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นก้ามใหญ่เพื่อใช้ป้องกันตัวและจับอาหาร ขาคู่ ที่ 2, 3 และ 4 จะมีขนาดเล็กปลายแหลมใช้เป็นขาเดิน ขาคู่สุดท้ายตอนปลายมีลักษณะเป็นใบพาย ใช้ในการว่ายน�้ำ ขนาดกระดองสามารถโตเต็มที่ได้ราว 15–20 เซนติเมตร
57
58
ปูฟองน้ำ�เล็บแดง Lauridromia indica กระดองเป็นรูปโค้งค่อนข้างกลม บริเวณพื้นผิว มีขนสั้นปกคลุมอยู่ทั่วไป ด้านหลังโค้งนูนมาก ขอบ กระดองด้านหน้าระหว่างตาแคบมาก ขาเดิน 2 คู่ สุดท้ายมีขนาดเล็กงอขึ้นมาอยู่บนหลังและมีขอ เกี่ยว ตรงปลาย ขนาดความกว้างของกระดองประมาณ 3 เซนติเมตร และมีพื้นสีน�้ำตาลอ่อน ปลาย ก้ามมีสีแดง ปูฟองน�้ำชอบอาศัยอยู่ตามแนวปะการัง และ เที่ยวหาฟองน�้ำมาแบกไว้บนหลังอยู่ตลอด เวลา โดยใช้ ขาเกี่ยวของขาเดินสองคู่สุดท้ายยึดเอาไว้เพื่อให้ฟองน�้ำ เป็นเกราะคุ้มกันอันตรายทาง ด้านบน อีกทั้งยังเป็นการ พรางตัวด้วย
59
60
ปูเป้ใหญ่ Dorippe frascone ล�ำตัวค่อนข้างแบน พื้นผิวกระดองและขาเดินมี ขนสั้นอ่อนนุ่มสีน�้ำตาลปกคลุม ก้ามทั้งสองข้างมี ขนาด ไม่เท่ากัน ข้อที่ 3 ของก้ามมีหนามสีขาวเรียงกันเป็นแถว ตามีก้านชูสีขาว ขอบตาด้านล่างมี ตุ่มเล็กๆ เรียงกันเป็น แถวคล้ายลูกปัด ขอบตาด้านนอกมีแง่ยืนยาว 1 อัน ขา เดิน 2 คู่แรกยาวมาก ส่วน 2 คู่สุดท้ายยกขึ้นข้างบน ขนาด ความยาวกว้างของกระดองประมาณ 3 - 4 เซนติเมตร ปูชนิด นี้พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลทั่วไป
61
62
ปูกะตอยเขียว Charybdis anisodon กระดองเรียบไม่มีขนอ่อน มีสันที่เกิดจากตุ่มเล็กๆ เรียงกันเป็นแนวขวางหนามข้างกระดองอันที่สอง เล็กกว่า อันแรก ความกว้างสุดของกระดองประมาณ 5 เซนติเมตร ก้ามทั้งสองมีขนาดใกล้เคียงกัน และมีผิวเรียบ ขาเดินคู่ สุดท้ายแบนเป็นใบพายพื้นผิวล�ำตัวด้านบนสีเทาอมเขียว ด้านล่างมีสีขาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลทั่วไป
63
64
ปูใบ้ลายตาข่าย Lophozozymus pictor กระดองมีพนื้ ผิวเรียบรูปวงรี ขนาดความกว้าง ประมาณ 1.4 เท่าของความยาว ร่องแบ่งบริเวณต่างๆ บนกระดองเป็นร่องตืน้ เห็นได้ชดั เจนเฉพาะบางส่วน ส่วนหน้าระหว่างตาแคบลาดลงและแบ่งออกเป็น 2 ลอน ขอบด้านข้างของกระดองมีรอยหยักท�ำให้มสี ว่ นยืนแหลม 4 แห่ง ขอบด้านบนข้อที่ 6 ของก้าม เป็นสันตามความยาว ขาเดินสั้นแบนและเป็นสันทางด้านบน พื้นผิวกระดอง เป็นสีแดงส้ม แต้มด้วย จุดสีขาวกระจัดกระจายทัว่ ไป ปลายก้ามเป็นสีดำ� ปูใบชนิดนีพ้ บซ่อนตัวอยูใ่ ต้ซอกหินริมชายฝัง่ ทีเ่ ป็น โขดหินในเขตน�้ำขึ้นน�้ำลง พบทั้งในอ่าวไทยและ ฝั่งมหาสมุทรอินเดีย
65
66
เอคไคโนเดิร์ม ECHINODERMS PHYLUM ECHINODERMATA เป็นสัตว์มีหนามตาม ผิวล�ำตัว ทุกชนิดอาศัยอยู่ในทะเลโดยด�ำรงชีวิตเป็นสัตว์ หน้าดินทั้งหมด ระยะ ตัวเจริญเต็ม วัยมีสมมาตรเป็นรัศมีแต่ในระยะคัพภะมีสมมาตรแบบ ซีกซ้ายขวาเหมือนกัน บริเวณใต้ ผิวหนังมีหนิ ปูนชิน้ เล็กๆ เรียงกันเป็นแถวทาํ ให้รา่ งกายค่อนข้างแข็งแต่ยดื หยุน่ ได้ เช่น ดาวทะเล ดาว เปราะ ดาวขนนก และบางพวกมี ลักษณะเป็นเปลือกแข็งยืดหยุ่นไม่ได้ เช่น เม่นทะเล เหรียญทะเล เป็นต้น เอคไดโนเดิร์มทุกชนิดมีระบบท่อน�้ำ (canal system) ซึ่งเป็นโครงสร้างเฉพาะตัว ประกอบ ด้วยท่อตะแกรง (ma dreporite) เป็นช่องเปิดออกสู่ภายนอกทางด้านปากหรือ ด้านตรงข้ามปาก บางพวกท่อตะแกรงอาจเปิดช่องล�ำตัว จากท่อตะแกรงท่อน�้ำเข้าสู่ท่อวงแหวน และแยกออก ในแนว รัศมีเข้าไปในแต่ละแขน จากนั้นจะมีท่อแยกตาม ขวางออกเป็นคู่ๆ น�ำเข้าสู่เท้าท่อ (tube feet) ซึ่ง ยืดหดได้ ช่วยในการเคลื่อนที่ เอคไดโนเสิร์มส่วนใหญ่เป็นสัตว์กินเนื้อ เช่น หอย ครัสเตเชียน หนอน ปล้อง และเอกไดโนเดิร์มด้วยกัน บาง พวกมีด้านปากอยู่ข้างล่าง เช่น ดาวทะเล ดาวเปราะ เป็น ทะเล และบางพวกมีปากอยู่ข้างบน เช่น ดาวขนนก
67
68
ปลิงหนวดกิ่งไม้เขียว Colochirus guadrangularis ล�ำตัวเป็นท่อนสั้นรูปเหลี่ยมยืดหดได้น้อย ด้าน ล่างแบนราบเป็นหน้าตัด ด้านบนและด้านข้างมีหนาม ยาวยื่นออกมาห่างๆ ลักษณะคล้ายหนอนผีเสื้อ ด้าน หน้ามีหนวดยืนยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความ ยาวล�ำตัว ขนาดความยาวล�ำตัวประมาณ 12 เซนติเมตร พื้นผิว ล่าตัวสีเขียว หนามมีสีชมพู ปลิง ชนิดนี้พบเกาะอยู่ตามก้อนหินในแนวปะการัง ใต้ระดับน�้ำลงต�่ำลงสุดลงไป
69
70
่ ชมพูเหลือง ปลิงหนวดกิงไม้ Cercodemas anceps ล�ำตัวเป็นท่อนสั้น พื้นผิวขรุขระสีส้มสลับเหลือง ล�ำตัวด้านหลังมีปุ่ม (papillae) ขนาดใหญ่ กระจัดกระจาย ด้านล่างมีเท้าทอเรียงตัวกันเป็นแนว 3 แนว ด้านหน้ามี ช่อหนวดแตกแขนงคล้าย กิ่งไม้ละเอียดยื่นออกมาเพื่อ จับแพลงค์ตอนในนํากินเป็นอาหารขนาดความยาวล่าตัว ประมาณ 10 เซนติเมตร และหนวดยื่นยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ปลิงทะเลชนิดนี้พบเกาะอยู่กับพื้นหิน เปลือก หอยตามพื้นทะเลที่เป็นทรายตามแนวปะการังบางแห่ง ใต้เขตน�ำขึ้นน�้ำลง
71
72
ปลิงดำ� Holothuria leucospilota ล�ำตัวกลมสีดำ� เรียวยาวเหมือนไส้กรอกทีย่ ดื หด ได้มาก ขนาดยาวประมาณ 30 เซนติเมตร พืน้ ผิวล�ำตัว อ่อนนุม่ แต่ขรุขระ เท้าท่อมปุม่ ดูดเรียงกัน 3 แถว ตาม ความยาวของล�ำตัวทางด้านท้อง ปากมีชอ่ หนวด ใช้เก็บ จับอาหาร ปลิงทะเลด�ำชนิดนี้พบมากตามพื้นทรายในแนว ปะการังและโขดหินในเขตน�้ำขึ้น น�ำ้ ลงและลึกลงไป มัก เก็บเอาเม็ดทรายมาปกคลุมผิวล�ำตัว พบทัง้ ในอ่าวไทย และฝัง่ มหาสมุทรอินเดีย
73
74
เหรียญทะเล Arachnoides placenta ล�ำตัวมีเปลือกแบนคล้ายเหรียญ ขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตร เปลือกมีลกั ษณะแข็ง ไม่แตกง่าย ด้านบนซึง่ อยูต่ รงข้ามปากนูนเล็กน้อย บริเวณ ทีม่ เี ท้าท่อเป็นรูปกลีบดอกไม้ทไี่ ม่บรรจบกัน เหมือน เม่นหัวใจ ด้านล่างซึ่งเป็นปากมีร่องของ บริเวณเท้าท่อชัดเจน ปากยุบลงและมีขนาด และมี ร่องทอดออกไปทางขอบเปลือก พื้น ล่าตัวโดยทั่วไปสีน�้ำตาลเข้ม ทะเล เล็ก ทวารหนักอยู่ทางด้าน ตรงข้ามกับปาก พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลที่เป็นดินทรายหรือทราย ปนโคลน พบทั้งในอ่าวไทยและ ทะเลอันดามัน
75
76
เม่นดำ�หนามยาว Diadema setosum เม่นทะเลมีเปลือกจัดเรียงตัวเป็นรูปทรงกลม ห่อหุ้มอวัยวะภายในเอาไว้ และมีหนามยาวยื่นออก มาร อบตัว หนามทีอ่ ยูท่ างด้านล่างใช้ในการเคลือ่ นที่ มีขนาดสัน้ กว่าหนามทางด้านข้างและด้านบน ขนาด เส้น ผ่าศูนย์กลางรวมทั้งหนามประมาณ 25 เซนติเมตร ด้าน ล่างมีปากอยู่ตรงกลาง ด้านบนเป็นถุงที่ ยื่นออกมาจาก ทวารหนัก มีสีส้มเป็นวงโดยรอบ พื้นผิวเปลือกและ หนามสีด�ำ ยกเว้นหนามทางด้าน ล่างรอบๆ ปากมีสีขาว และมีเท้าท่อขนาดเล็กแต่เรียวยาวยื่นออกมาจากล�ำตัว ช่วยในการดูดเกาะ และเคลือ่ นที่ เม่นทะเลหนามยาวชนิดนี้ พบอาศัยอยูใ่ นแนว ปะการังและโขดหินริมชายฝัง่ ทะเลทัว่ ไป นับเป็นชนิดที่ พบได้บ่อย
77
78
ดาวเปราะหนาม Ophiothrix spinosissima ร่างกายประกอบด้วยส่วนกลางล�ำตัวเป็นแผ่น แบนรูปห้าเหลี่ยมมุมมนขนาดเล็กแต่มีแขน 5 แขน ที่ ยื่น ออกไปยาวคล้ายงู โดยมีหนามยื่นออกทางด้านข้างของ แขนจ�ำนวนมาก พื้นผิวล�ำตัวส่วนใหญ่มี สีน�้ำตาล ดาวเปราะมักอาศัยอยู่ตามที่หลบซ่อนก�ำบัง เช่น กองหินปะการัง หรืออยู่กับฟองน�้ำเพื่อใช้ เป็นที่หลบก�ำบัง
79
80
คอร์เดต CHORDATES PHYLUM CHORDATA คอร์เดตเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการสูงสุดในอาณาจักร สัตว์ กล่าวคือมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต่างๆ ของ ร่างกาย ตลอดจนการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ได้ดีกว่าสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะ ส�ำคัญที่พบใน คอร์เดต คือ โนโตคอร์ด ระบบประสาทส่วนกลาง และ ช่องเหงือกนอกจากลักษณะ ส�ำคัญ 3 ประการดังกล่าวแล้ว คอร์เดตยังมีลักษณะอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัดคือ มีหัวใจอยู่ ทางด้านท้อง (ventral) และแบ่งเป็นห้อง ๆ มีกล้ามเนือ้ เป็นมัด ร่างกายมีสมมาตรแบบซีกซ้ายขวาเหมือนกัน เป็น สัตว์มีเนื้อเยื่อสามชั้นและมีทางเดินอาหารแบบ สมบูรณ์
81
ปลาเห็ดโคน Sillago sp. เป็นปลาขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 15 เซนติเมตร มีสว่ นหัวหลิม ลาํ ตัวกลมยาวเรียวแบนข้างเล็ก น้อย ลําตัวสีนาํ้ ตาลอ่อน หลังมีสเี ข้มกว่าหรือสีเทา บางชนิดมีแต้มสีเข้มกว่าเรียงเป็นแถวอยูข่ า้ งลําตัว หรือพาดอยูบ่ นสันหลัง เป็นปลาทีอ่ าศัยอยูร่ วมกันเป็นฝูง มีพฤติกรรมไซ้ทรายหรือโคลนบริเวณแหล่ง ที่อยู่เพื่อหากินและหลบซ่อนตัว โดยพบบริเวณใกล้ชายฝั่ง ปากแม่น�้ำ พงหญ้าทะเล หรือป่าชายเลน
82
ปลาสร้อยนกเขาปากหมู Plectorhynchus nigrus ปลาสร้อยนกเขาขนาดค่อนข้างใหญ่ มีความยาว ล�ำตัวประมาณ 40 เซนติเมตร ล�ำตัวตั้งสูงและแบน ด้าน ข้าง ตาโต แนวสันหลังโค้งนูน แต่แนวสันท้องค่อนข้างตรง ครีบหลังมีขนาดใหญ่ ปากใหญ่มีริม ฝีปากหนา พื้นล�ำตัว สีเทาด�ำ ครีบต่างๆ มีสีเข้มกว่าล�ำตัว อาศัยอยู่ใกล้พื้นทะเลบริเวณริมชายฝั่ง
83
ปลาผีเสื้อครีบจุด Parachaetodon ocellatus เล�ำตัวแบน แนวสันหลังโค้งมากกว่าทางด้านท้อง หน้าผากลาดชัน ปากเล็กและเฉียงลง เกล็ดตาม ล่าตัว ขนาดเล็ก ครีบหลังโค้งและหักลาดลงไปทําให้มีลักษณะ เป็นรูปสามเหลี่ยม มีก้านครีบแข็ง จ�ำนวน 6 อัน ครีบหู เล็กสั้นและครีบท้องแหลม ครีบทวารเป็นรูปโค้ง ปลาย หางตัดเกือบตรง โดยมี ส่วนโค้งเล็กน้อยตรงกลาง ขนาด ความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร พื้นผิวล�ำตัวสีเหลือง อ่อนหรือ ขาว และมีแถบคาดตามขวางสีเหลืองอมน�้ำตาล จ�ำนวน 5 แถบ คาดผ่านบริเวณตา ล�ำตัวและโคน หาง ตรงโคนหางมีจุดสีด�ำ บริเวณครีบหลังมีจุดสีด�ำรูปไข่ ขอบขาวขนาดใหญ่ 1 แห่ง ครีบต่างๆ มีสี เหลืองอ่อน ปลาผีเสื้อชนิดนี้อาศัยอยู่ตามเกาะแก่งและกอง หินใต้น�้ำบริเวณแนวปะการังในอ่าวไทย และฝั่งมหาสมุทร อินเดีย
84
ปลาวัวหางพัด Monacanthus chinensis ล�ำตัวแบนมากทางด้านข้าง ตามล�ำตัวและหัว มีเกล็ดขนาดเล็ก ครีบหลังตอนต้นมีหนามเป็นก้านแข็ง ส่วนครีบหลังตอนท้ายไม่มีก้านแข็ง ปากเล็ก ตาเล็ก ครีบหูเล็ก แต่ครีบท้องแผ่ขยายใหญ่ยื่นลงไปข้าง ล่าง ครีบทวารอยู่ถัดจากครีบท้องไปจนถึงโคนหาง ตรงโคน หางมีหนามเล็กๆ เรียงกันเป็นแถว ครีบ หาง กลมมนเป็นรูปพัด ขนาดความยาวประมาณ 25 เซนติเมตร พื้นผิวล�ำตัวสีเหลืองไพล แต้มด้วย จุดสีมว่ ง ตัง้ แต่หวั จรดหาง โดยมีจดุ แต้มหนาทึบเป็นแถบเฉียง 2 แถบ ปลาวัวหางพัดพบอาศัยอยูใ่ กล้ พื้นทะเลตามริม ชายฝั่งทั่วไปในอ่าวไทย
85
ปลาข้าวเม่าน้ำ�ลึก Holocentrus rubrum ปลาที่มีตาโต ก้านครีบหลังและครีบทวารแข็ง เป็นหนาม ขอบกระดูกแก้มแข็งเป็นหนามแหลม ตาม ผิว ล่าตัวมีเกล็ดหยาบแบบหยัก ขอบด้านหลังของครีบหลัง ตรงกับครีบทวาร ครีบหางเป็น 2 แฉก ขนาดความยาว ล�ำตัวประมาณ 20 เซนติเมตร พื้นผิวล�ำตัว สีแดงสลับขาวตามความยาว บริเวณหัว และข้างแก้มมีสแี ดงสลับขาวตามขวาง ปลาข้าวเม่าน�ำ้ ลึก เป็นปลาทีช่ อบออกหาอาหาร ในเวลากลาง คืน พบอาศัยอยู่ตามซอกหินและปะการัง ใต้น�้ำทั่วไป
86
ปลาช้างเหยียบ Platycephalus indicus ล�ำตัวแบนทางด้านบนด้านล่างและเรียวยาว ส่วน หัวใหญ่แบนลาดลงมายังปากและเรียวเล็กลงไปทาง หาง ปากกว้าง ตาโปนเล็กน้อย ครีบหลังตอนหน้ายกสูง เป็นรูปสามเหลี่ยม ครีบหูแผ่กว้างแบนราบ ครีบทวาร ยาวเช่นเดียวกับครีบหลังตอนท้าย ขนาดความยาว ประมาณ 30 เซนติเมตร พื้นผิวล�ำตัว สีนำ�้ ตาลอ่อน มีลายคาดสีนำ�้ ตาลไหม้ทางด้านข้างของตา และบริเวณ กลางตัวผ่านครีบหลังตอนหน้า และใกล้หาง ปลาช้างเหยียบเป็นปลาหน้าดินที่ชอบอาศัยอยู่ ตามพื้นทะเล พบทั่วไปในน่านน�้ำไทย
87
ทรั พ ยากรทางชี ว ภาพของ พื ช ในตำ � บลนาเกลื อ
8888
8989
โกงกางใบใหญ่ Rhizophora mucronata ไม้ต้นขนาดใหญ่ มีรากเสริมออกมาเหนือโคนต้น รากค�้ำยันแตกแขนงระเกะระกะ เรือนยอดรูปกรวย คว�่ำแคบๆ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ใบคู่ล่างๆ จะหลุดร่วงไปเหลือกลุ่มใบที่ปลายกิ่ง ใบรูปรี ถึงรีกว้าง มีติ่งแหลมเล็ก แข็ง สีด�ำ ที่ปลายใบ แผ่นใบหนา มีจุดเล็กๆ สีด�ำกระจัดกระจายทั่วไปทาง ด้านล่าง ช่อดอกออกตามง่ามใบที่ใบติดอยู่หรือร่วงไป ดอกตูมรูปไข่ มีใบประดับรองรับที่ฐานดอก กลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอก 4 กลีบ ร่วงง่าย ผลคล้ายรูปไข่ปลายคอดสีน�้ำตาลอมเขียว ล�ำต้นใต้ใบ เลี้ยงรูปทรงกระบอก เรียว ค่อนข้างตรง ปลายเรียวแหลมยาว ผิวเป็นมัน สีเขียว มีตุ่มขรุขระทั่วไป
90
แสมทะเล Avicennia marina ไมขนาดเล็กสูงประมาณ 5-8 เมตร มีลักษณะเปนพุมสวนใหญมีสองลำ�ตน หรือมากกวาไมมีพูพอน เรือนยอดโปรง มีรากหายใจรูปคลายดินสอ ยาว 10-20 เซนติเมตร เหนือผิวดิน เปลือกเรียบเปนมัน สีขาวอมเทาหรือขาวอมชมพูตน ทีอ่ ายุมากเปลือกจะหลุดออกเปน เกล็ดบางๆคลา ยแผน กระดาษ และ ผิวของเปลือกใหมจะมีสีเขียว
91
สาหร่ายใบมะกรูด Halimeda เป็นสาหร่ายสีเขียวในสกุล Halimeda ส่วนทีเ่ ป็นแทลลัสของสาหร่ายเป็นชิน้ สีเขียว รูปฟัดหรือรูปไต เป็น แผ่นแบน ติดกันเหมือนใบมะกรูด มีแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบ ท�ำให้ไม้ถกู สิง่ มีชวี ติ อืน่ กิน เช่น เดียวกับสาหร่ายในอับดับ Bryopsidales สาหร่ายใบมะกรูดประกอบด้วยเซลล์เดียวแต่มีหลายนิวเคลียส เป็นสกุลของสาหร่ายสีเขียวขนาดใหญ่ที่มีการศึกษามากสกุลหนึ่ง
92
ดัชนี ฟองน�้ำ........................................................................................................................................12 ฟองน�้ำถูตัว..................................................................................................................................14 ฟองน�้ำกระชาย...........................................................................................................................16 ฟองน�้ำยืดหยุ่นสีด�ำ.....................................................................................................................18 ไนดาเรีย......................................................................................................................................20 ปะการังจาน................................................................................................................................22 ปะการังสมองร่องเล็ก..................................................................................................................24 ดอกไม้ทะเลหนวดสั้น..................................................................................................................26 ปะการังแหวน.............................................................................................................................28 หนอนปล้อง.................................................................................................................................30 บุ้งทะเล.......................................................................................................................................32 มอลลัส........................................................................................................................................34 หอยหวีวีนัส.................................................................................................................................36 หอยสังข์ทะนาน..........................................................................................................................40 หอยหวาน...................................................................................................................................42 หอยปีกนางฟ้า............................................................................................................................44 หอยจอบ.....................................................................................................................................46 หมึกสาย......................................................................................................................................48 อาร์โทรพอต................................................................................................................................50 แมลงสาบทะเล............................................................................................................................52 ปูหนุมาน.....................................................................................................................................54 ปูม้า.............................................................................................................................................56 ปูฟองน�้ำเล็บแดง.........................................................................................................................58 ปูเป้ใหญ่......................................................................................................................................60 ปูกระตอยเขียว............................................................................................................................62
93 93
ปูใบ้ลายตาข่าย...........................................................................................................................64 เอคไคโนเดิร์ม..............................................................................................................................66 ปลิงหนาม....................................................................................................................................68 ปลิงส้ม.........................................................................................................................................70 ปลิงด�ำ.........................................................................................................................................72 เหรีญทะเล...................................................................................................................................74 เม่นด�ำหนามยาว..........................................................................................................................76 ดาวเปราะหนาม..........................................................................................................................78 คอร์เดต.......................................................................................................................................80 ปลาเห็ดโคลน..............................................................................................................................82 ปลาสร้อยนกเขาปากหมู.............................................................................................................83 ปลาผีเสื้อคลีบจุด.........................................................................................................................84 ปลาผีเสื้อคลีบจุด.........................................................................................................................85 ปลาข้าวเม่าน�้ำลึก........................................................................................................................86 ปลาช้างเหยียบ............................................................................................................................87 โกงกางใบใหญ่.............................................................................................................................90 แสม.............................................................................................................................................91 หญ้าลูกกลม................................................................................................................................92
9494
บรรณานุกรม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ชีววิทยาและระบบนิเวศในทะเล, https://www.dmcr.go.th/infoAll/197 วิกิพีเดีย: สารานุกรมฟรี (2547 22 กรกฎาคม). FL: Wikimedia Foundation, Inc. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2565 จากhttps://www.wikipedia.org
9595
96