คู่มือการเรียนรู้ทรัพยากรชีวภาพทางทะเล ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

Page 1

คู่มือการเรียนรู้

ทรัพยากรชีวภาพ ทางทะเล ตำ�บลแสมสาร อำ�เภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี


หนังสือในชุดโครงการ U2T แสมสาร จัดท�ำโดย ดร. สุเมตต์ ปุจฉาการ หัวหน้าโครงการและผู้ประสานงานโครงการ U2T นางสาวรติมา ครุวรรณเจริญ ผู้ร่วมโครงการ นางจันทร์จรัส วัฒนะโชติ ผู้ร่วมโครงการ นางสาวกฤดาอร จุนวิเชียร พัสดุและการเงิน นายสุรพล ฉลาดคิด วิทยากรและเลขานุการ รายชื่อผู้รับจ้างงาน นางสาวอารยา ธรรมแสง นางนภัสสร คงแก้ว นางสาวจริญา ฟักแก้ว นางสาวโฉมฉาย อิ่มมาก นางสาวทิยากรณ์ เกตุจิ๋ว นายวัชรพงศ์ ทองวิเชียร นางสาววิสา ปิชัยนะ นางสาวพลอยพรรณ จันทร์เพ็ชร นางสาวธัญพิชชา นันทิวิชชา นางสาวปาณิสรา ศรีศฤงฆาร นายวีรภัทร บุญชม นายสิงหชัย พันธนสมติ นางสาวกนกพร บุญคล้าย ว่าที่ ร.ต.หญิง รัชดาภรณ์ จันทา นายเกียรติศักดิ์ กุมภาพันธ์ นางสาวณัฐพัชร์ ทิพย์ยานุภาพ นางสาวมุกทิวา พินิจ นางสาวชาลีรัตน์ ใจภักดี นางสาวศิริพร สนสกุล นายอดิศร ชลจิตต์ นายธรานนท์ ภู่ประเสริฐ นางสาวกานต์อาภา การวิวัฒน์ นางสาวพรรณปพร ติระนาถวิทยากุล นางสาวฐิตาภา วิรุฬหเกียรติ นายพัทธพล โห้มาต


ค�ำน� ำ หนังสือเล่มนี้จัดท�ำขึ้นในโครงการหมาวิทยาลัยสู่ต�ำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ U2T ภายใต้การ ดูแลของ ดร.สุเมตต์ ปุจฉาการ โดยมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลชีวภาพทางทะเลในต�ำบลแสมสารให้ ได้มากที่สุด เพื่อการน�ำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ทั้งนี้ข้อมูลได้รวบรวมมาจากการลงพื้นที่ส�ำรวจ ด�ำน�้ำ และสอบถามจากชาวบ้านในชุมชนประมงพื้น บ้านช่องแสมสาร ผู้จัดท�ำหวังว่ารายงานฉบับนี้คงมีประโยชน์ต่อผู้ที่น�ำไปใช้ให้เกิดผลตามความคาดหวัง คณะผู้จัดท�ำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดท�ำหนังสือเล่มนี้จะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจและ ต้องการความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่พบในต�ำบลแสมสารได้เป็นอย่างดี

คณะผู้จัดท�ำ กุมภาพันธ์2565

Dค


สารบัญ หน้า

คำ�นำ� หาดทราย

ค 1

ทรั พ ยากรทางชี ว ภาพของสั ต ว์ ใ นตำ�บลแสมสาร

2

ทรั พ ยากรทางชี ว ภาพของพื ช ในตำ�บลแสมสาร ดัชนี บรรณานุกรม

82 92 95

E ง


หาดทราย หาดทรายนัน้ เกิดจากการผุพงั สึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน ในแผ่นดินหรือหมูเ่ กาะ โดยเฉพาะ หินทรายและหินแกรนิต จนกลายเป็นทรายและดิน เกิดการพัดพาจากล�ำธารสู่ท้องทะเล จากนั้นดินและ ทรายจะถูกแยกจากกันโดยเกลียวคลื่น ส่วนที่เป็นดินจะตกตะกอนทับถมเป็นโคลนตมอยู่บริเวณใกล้ปาก แม่น้ำและงอกเป็นผืนแผ่นดินต่อไป ส่วนที่เป็นทรายซึ่งหนักและทนทานต่อการผุกร่อนกว่าก็จมลงและ สะสมตัวเป็นพืน้ ทรายใต้ทอ้ งทะเล โดยมีบางส่วนถูกคลืน่ พัดพาเข้าสูฝ่ ง่ั สะสมมากขึน้ จนเกิดเป็นแนวหาด ทรายตามชายฝั่งทั่วไป เม็ดทรายบนชายหาดจึงเป็นส่วนที่เหลือจากการผุกร่อนของหินนั่นเอง ซึ่งมักประกอบด้วยแร่ควอตซ์ (Quartz) ที่มีความแข็งและทนทานต่อการผุกร่อนสูง หาดทรายแต่ละแห่งมีสีสันและขนาดของเม็ดทราย แตกต่างกันออกไป บางหาดมีเม็ดทรายเล็กขาวละเอียด อย่างหาดทรายแก้วบนเกาะเสม็ด ส่วนหาดทรายในภาคใต้ฝง่ั ทะเลอันดามัน มักจะมีสขี าวขุน่ และละเอียดราวกับแป้ง เพราะมีกำ� เนิดมาจาก ซากปะการังที่ผุพังแล้ว เช่นที่หมู่เกาะสุรินทร์ หมู่เกาะสิมิลัน เป็นต้น

1


ทรั พ ยากรทางชี ว ภาพของ ส ั ต ว์ ในตำ � บลแสมสาร

2


3 3


4


หนอนถั่ว Sipuncula หนอนถั่วหรือ ไซพันคูลา (Sipuncula) เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยตามทราย โคลน ซอกหิน รอยแยกของปะการัง ในทะเลน�้ำตื้น ถึง น�้ำลึก ลักษณะล�ำตัวกลมยาวไม่มีขา ผิวไม่เรียบ เป็นร่องสันทั่วตัวคล้ายเปลือกถั่วลิสง ปลายด้านหนึ่งยืดหดได้คล้ายคอ มีกระจุกหนวดไว้คอยหาอาหาร หนอนถั่วมีอยู่ประมาณ 350 สปีชีส์

5


6


ทากเปลือยขาวจุดดำ� Black-spotted sea slug ล�ำตัวรูปไข่ อ่อนนุ่ม ด้านบนโค้งนูน ด้านล่างแบน พื้นผิวล�ำตัวสีขาว มีแต้มสีด�ำกระจายอยู่ทั่วตัว ด้าน หลังมีช่อเหงือกสีขาวยื่นออกมาเป็นพู่ ก้านเหงือกมีสีด�ำ พบได้ทั่วไปตามแนวปะการังที่มีฟองน�้ำสีน�้ำเงิน อาศัยอยู่ เนื่องจากทากชนิดนี้กินฟองน�้ำสีน�้ำเงินเป็นอาหาร บางครั้งอาจพบผสมพันธุ์ หรือวางไข่เป็นวง ริ้บบิ้นสีขาวอยู่ข้างฟองน�้ำ

7


8


ทากเปลือยป่ม ุ Phyllidia varicosa ถูกจัดอยู่ในอันดับย่อย (Suborder) Aeolidina ซึ่งทากกลุ่มเดียวที่มีลักษณะพิเศษ คือ ducts of the digestive glands และ cnidosacs ทีย่ นื่ ยาวออกมานอกล�ำตัว มีลกั ษณะคล้ายขนหรือหนาม ตัง้ อยูต่ ลอด กลางแนวล�ำตัว และมี cerata อยู่รอบๆข้างของ digestive glands และcnidosacs แต่ cerata จะมี ขนาดเล็กและสั้นกว่า (cereta คืออวัยวะที่ท�ำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊สแทน gills )

9


10


หนอนตัวแบน Platyhelminthes sp. หนอนตัวแบน หรือ แพลทีเฮลมินธิส ชื่อวิทยาศาสตร์ : Platyhelminthes เป็นไฟลัมหนึ่งของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ลักษณะเด่นคือ เป็นไฟ ลัมแรกที่มีสมมาตรแบบซ้ายขวา ล�ำตัวแบนจากบนลงล่าง (dorso-ventrally) ลักษณะคล้ายริบบิ้น ผิว ล�ำตัวอ่อนนิ่ม ยกเว้นพวกที่เป็นปรสิตจะมีคิวติเคิลหนา พบประมาณ 25000 ชนิด จัดอยู่ในสัตว์กลุ่มที่ ไม่มีช่องว่างล�ำตัวที่แท้จริง (Accoelomate) กลุ่มใหญ่ที่สุด สามารถพบได้ทั้งในทะเล น�้ำจืด บนบก ส่วน ใหญ่ด�ำรงชีวิตแบบปรสิต (parasitic) บางวงศ์ด�ำรงชีวิตอิสระ (free living) ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก และสั้น ยกเว้นพยาธิตัวตืด ขนาดและความยาวแตกต่างกันไปตามแต่ชนิด พบยาวที่สุดกว่า 20 เมตร

11


12


https://www.wikiwand.com/en/Krill

กุ้งตัวใส Euphausiacea เคย หรือ เคอย “ชื่อกุ้งขนาดเล็กหลายชนิดหลายสกุล ใน 2 วงศ์ ได้แก่ วงศ์ Myside เช่น เคยตาด�ำ [Mesopodopsis orientalis (Tattersall)] อันดับ Mysidacea และวงศ์ Sergestodae เช่น เคยตาแดง (Acetes erythraeus Nobill) อันดับ Decapoda ขนาดยาวไม่เกิน 3.4 เซนติเมตร มีหนวด 2 แฉก ล�ำ ตัวแบนข้าง เปลือกบางใส เนื้อยุ่ย เหมาะส�ำหรับใช้หมักเกลือท�ำกะปิและน�้ำเคย”

13


14


ไส้เดือนทะเล Glycera sp. เกือบทั้งหมดจัดเป็นสัตว์พื้นทะเล (benthos) อาศัยอยู่ในพื้นทะเลและวัสดุใต้น�้ำในระบบนิเวศทางทะเล เป็นสัตว์ๆไม่มีกระดูกสันหลัง รูปร่างทั่วไปคล้ายหนอนหรือไส้เดือนดิน ล�ำตัวเป็นข้อปล้อง มีรยางค์ที่ช่วย ในการเคลื่อนที่และหาอาหาร

15


16


ปลิงดำ�แข็ง Holothuria atra ชื่อท้องถิ่น : ปลิงด�ำ หมายเหตุ : เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในไฟลัม Echinodermata กลุ่มปลิงทะเล สถานทีพ่ บ : พบในเขตนำ้ ขึน้ นำ้ ลง (intertidal zone) โดยมักพบอาศัยร่วมกับหญ้าใบมะกรูด (Halophila ovalis) และสาหร่ายใบมะกรูด (Halimeda macroloba) ที่อยู่ : เกาะลิดี ต�ำบลละงู อ�ำเภอละงู จังหวัดสตูล ปลิงด�ำแข็งเป็นปลิงทะเลชนิดเด่นของเกาะลิดี พบได้ตลอดทั้งปี ในบริเวณน้ำตื้น บางครั้งพบว่ามีทราย ปกคลุมล�ำตัว โดยอาจเว้นช่องเป็นวงกลมขนาดเล็กบนล�ำตัวไว้ บางครั้งพบการใช้หนวดกวาดตะกอนที่ ผิวหน้าดินกินเป็นอาหาร และขับถ่ายออกมาเป็นก้อนที่ต่อเนื่องกันเป็นปล้องๆ บางครั้งพบใช้ล�ำตัวเกี่ยว บริเวณส่วนโคนของสาหร่ายใบมะกรูด หรือคืบคลานหากินบนหญ้าใบมะกรูด ปลิงด�ำมีความส�ำคัญใน ระบบนิเวศในฐานะเป็นผู้ก�ำจัดสารอินทรีย์ต่าง ๆ ในระบบนิเวศจึงเปรียบเสมือนเทศบาลที่คอยท�ำความ สะอาดพื้นท้องทะเลนั่นเอง ข้อแนะน�ำในการเที่ยวชม ไม่จับปลิงทะเลขึ้นมาจากบริเวณที่อาศัย ไม่จับขึ้น มาให้โผล่พ้นน้ำ ควรใช้ความระมัดระวังในการเดินชมโดยหลีกเลี่ยนการเดินเหยียบย�่ำปลิงทะเลอันจะก่อ ให้เกิดอันตรายแก่ปลิงทะเลได้

17


18


ปลิงดำ�นิ่ม Holothuria leucospilota ชื่อสามัญภาษาไทย : ปลิงด�ำ ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : BLACK SEA CUCUMBER ลักษณะของปลิงด�ำ : เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีรูปร่างกลมยาว คล้ายไส้กรอกขนาดใหญ่ ปลายทั้ง สองข้างเป็นช่องเปิดของปากและก้น ผิวหนังส่วนนอกคล้ายเนื้อยืดหยุ่นได้ ภายในผิวหนังมีตุ่มเม็ดหินปูน กระจายอยูท่ วั่ ไปตามผิวนอกมีตงิ่ เนือ้ เล็ก ๆ คล้ายหนวดสัน้ ๆ เรียงอยูเ่ ป็นแถว ท�ำหน้าทีช่ ว่ ยในการหายใจ และเคลือ่ นไหว ปากของปลิงทะเลอยูต่ อนปลายสุดด้านทีม่ หี นวดมีลกั ษณะคล้ายต้นไม้ลอ้ มรอบ ท�ำหน้าที่ ในการหาอาหาร โดยใช้หนวดขุดโคลนตมหน้าดินเข้าปากผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร และกากที่เหลือ จะถ่ายออกทางช่องก้นซึง่ อยู่อกี ด้านหนึง่ ก้นของปลิงทะเลเป็นช่องเล็ก ๆ ท�ำหน้าทีใ่ นการขับถ่ายของเสีย เป็นทางออกของเชื่ออสุจิ และหายใจ ปลิงมีสารพิษ โฮโลทูลิน ซึ่งปล่อยออกทางผิวหนัง ใช้ในการป้องกัน อันตรายจากปลาและปู ถ้าหากน�ำปลิงทะเลไปใส่ในตูเ้ ลีย้ งปลามันจะปล่อยสารพิษดังกล่าวออกมามากจน ท�ำให้ปลาตายได้

19


ปลิงทะเลหนวดกิ่งไม้สีเขียว Colochirus quadrangularis เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทะเลกลุ่มเดียวกันกับดาวทะเลและเม่นทะเล รูปร่างทรงกระบอกเหลี่ยม คล้ายผลแตงกวา พบเกาะอยู่ตามก้อนหินใต้เขตน�้ำขึ้นน�้ำลงจนถึงนอกชายฝั่ง

20


ปลิงทะเลหนวดกิ่งไม้สีชมพูเหลือง Cercodemas anceps รูปร่างเป็นทรงกระบอกเหลี่ยมคล้ายผลแตงกวา ตามล�ำตัวมีปุ่มเท้าท่อกระจายอยู่ทั่วตัว พบเกาะอยู่บน วัตถุใต้น�้ำ พื้นทรายนอกชายฝั่งทะเล

21


มูลหนอนลูกโอ๊ค Acorn worm เป็นสิง่ มีชวี ติ พืน้ ทะเล รูปร่างคล้ายหนอน ความยาวล�ำตัวประมาณ 30 เซนติเมตร หรือมากกว่า ล�ำตัวอ่อน นุ่ม ฉีกขาดได้ง่าย พบฝังตัวอยู่ทั่วไปบนพื้นทรายปนโคลน กินอินทรียสารในดินทรายเป็นอาหาร และขับ ถ่ายทรายส่วนที่เหลือออกมากองเป็นวงที่ปากรู

22


ลิ่นทะเล chiton sp. ลิ่นทะเล หรือ หอยแปดเกล็ด (chiton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า chiton sp. อยู่ในไฟลัมมอลลัสคา (Phylum Mollaska) คลาสพอลิพลาโคพอรา (Polyplacophora) ซึ่งในปัจจุบันลิ่นทะเลเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิด เดียวในคลาสนีท้ ยี่ งั หลงเหลืออยู่ ลิน่ ทะเลอาศัยอยูใ่ นทะเล เป็นสัตว์ทมี่ ลี ำ� ตัวอ่อนนิม่ เช่นเดียวกับหอยหรือ หมึก ล�ำตัวแบนเป็นรูปไข่ ไม่มีส่วนหัวที่ชัดเจน ด้านหลังโค้งนูน มีเปลือกสีคล�้ำคล้ายเกล็ด (shell plate or valve) จ�ำนวน 8 แผ่นเรียงซ้อนเหลื่อมกันจากด้านหัวไปจนถึงด้านท้าย คล้ายกระเบื้องมุงหลังคา มี mantle โอบล้อมรอบหรืออาจปกคลุมบริเวณเปลือกอยู่โดยเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณขอบรอบๆ เปลือกเรียก ว่า girdle ซึ่งมักมีหนาม เกล็ด หรือขนปกคลุมอยู่ลิ่นทะเลไม่มีตาและหนวด มีกล้ามเนื้อเท้ารูปไข่เป็นพื้น เรียบและแข็งแรงอยูท่ างด้านท้อง ใช้เกาะติดกับก้อนหินและช่วยในการเคลือ่ นที่ ปากของลิน่ ทะเลอยูท่ าง ด้านท้อง มีลิ้นที่ช่วยในการขูดสาหร่ายและไลเคนกินเป็นอาหาร ปกติลิ่นทะเลจะออกหากินเวลากลางคืน และเกาะนิ่งอยู่ตามซอกหินเพื่อพรางตัวในเวลากลางวันขณะน้ำลง จึงสามารถพบลิ่นทะเลได้ตามบริเวณ โขดหินริมชายฝั่งและรอบเกาะ

23


เม่นแต่งตัวเขียวหนามม่วง Salmacis virgulata เป็นสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลังในทะเล เปลือกรูปทรงครึง่ วงกลม ด้านปากแบนราบ ด้านตรงข้ามยกตัวสูงขึน้ เม่นแต่งตัวชอบน�ำเศษปะการัง ซากเปลือกหอย ก้อนกรวด มาปกคลุมตัวเพือพรางตัวจากศัตรู

24


เม่นหัวใจ Sohizaster lacunosus เป็นเม่นทะเลชนิดหนึ่ง อยู่ในไฟลัมเอไคโนเดอร์มาตา (Echinodermata) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มี รูปร่างเป็นรูปหยดน�้ำ มองคล้ายรูปหัวใจ โครงสร้างค่อนข้างเปราะบาง ประกอบด้วยแคลเซียม หินปูน และสารประกอบอินทรีย์ ภายนอกประกอบด้วยหนาม กระจายอยู่รอบตัว บางชนิดมีหนามสั้น บางชนิด มีหนามยาว กลางล�ำตัวมีรอ่ งชัดเจน ด้านล่างแบนราบ ส่วนหน้าล�ำตัวจะเป็นด้านฐานของหยดน�ำ้ และส่วน ท้ายล�ำตัวเป็นปลายหยดน�้ำ ปากอยู่ทางส่วนหน้า ทวารหนักอยู่ทางส่วนท้ายล�ำตัว มีเท้าเป็นท่อพ่นน�้ำใช้ ในการเคลื่อนที่ และยังใช้ท่อเท้านี้ร่วมกับขนหนามในการขุดฝังตัวอยู่ใต้พื้นทราย เม่นทะเลสืบพันธุ์แบบ อาศัยเพศ แบ่งแยกเพศผูแ้ ละเพศเมีย ด�ำรงชีวติ อยูอ่ ย่างอิสระ กินอาหารได้หลากหลายชนิดทัง้ พืชและสัตว์ แต่ชอบสาหร่ายทะเลเป็นพิเศษ ในภาวะขาดแคลนอาหาร อาจกินพวกเดียวกันเป็นอาหาร การพบเจอเม่น หัวใจ สามารถพบได้ทงั้ ทะเลฝัง่ อ่าวไทยและอันดามัน มักจะฝังตัวตามพืน้ ทรายในท้องทะเล ส�ำหรับบริเวณ ชายหาดทีเ่ ป็นแหล่งท่องเทีย่ ว มีรายงานพบเม่นหัวใจบริเวณหาดทรายรี และหาดทุง่ วัวแล่น จังหวัดชุมพร

25


เม่นด�ำหนามยาว Diadema setosum อันดับ : Diadematoida ชื่อวงศ์ : Diadematidae ชื่อวิทยาศาสตร์ : Diadema setosum (Leske, 1778) ชื่อภาษาอังกฤษ : long spine sea urchin ชื่อภาษาไทย : เม่นด�ำหนามยาว เม่นทะเลสีดำ� เปลือกทรงกลมแบน เปลือกแข็งแต่เปราะ ปุม่ รองรับหนามอันใหญ่มขี นาดใหญ่ เป็นรู และ มีรอยหยักเป็นลูกคลืน่ ทีฐ่ านของปุม่ หนามอันใหญ่มรี ปู ร่างทรงกระบอกเรียวยาวปลายแหลมและยาวมาก ภายในเป็นท่อกลวง หนามอันเล็กเรียวยาวคล้ายเข็มไม่มเี งีย่ ง ปกติโดยทัว่ ไปแล้วมีสมี ว่ งด�ำ ตลอดล�ำตัวรวม ทั้งหนามด้วย แต่ในบางครั้ง อาจจะพบหนามเป็นลาย หรือมีสีขาวแซม ลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดของเม่น ทะเลชนิดนี้คือ ถุงกลมรองรับอุจาระที่ยื่นออกมาจากทวารหนักมีวงแหวนสีส้มอยู่ด้านบน

26


ม้าน�้ ำ Hippocampus sp. เป็นปลากระดูกแข็งที่อาศัยอยู่ในทะเลจ�ำพวกหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์ย่อย Hippocampinae (ซึ่งมีอยู่ 2 สกุล คือหนึ่งสกุลนั้นคือ ปลาจิ้มฟันจระเข้สัน ที่อยู่ในสกุล Histiogamphelus มีรูปร่างคล้ายปลาจิ้มฟันจระเข้ ผสมกับม้าน�้ำ) ในวงศ์ Syngnathidae อันเป็นวงศ์เดียวกับปลาจิ้มฟันจระเข้และมังกรทะเล ในอันดับ Syngnathiformes

27


ดาวทะเล Asteroidea sp. ดาวทะเล หรือ ปลาดาว เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลัง ที่อยู่ในชั้น Asteroidea ลักษณะทั่วไป มีล�ำตัว แยกเป็นห้าแฉกคล้ายรูปดาวเรียกว่า แขน ส่วนกลาง มีลักษณะเป็นจานกลม ด้านหลังมีตุ่มหินปูน ขนาด เล็กกระจายอยู่ทั่วไป มีปากอยู่ด้านล่างบริเวณ จุดกึ่งกลางของ ล�ำตัว ใต้แขนแต่ละข้างมีหนวดสั้น ๆ เรียง ตามส่วนยาว ของแขนเป็นคู่ ๆ มีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อที่เหนียวและแข็งแรงเรียกว่า โปเดีย ใช้ส�ำหรับยึด เกาะกับเคลื่อนที่ มีสีต่าง ๆ ออกไป ทั้ง ขาว, ชมพู, แดง, ด�ำ, ม่วง หรือน�้ำเงิน เป็นต้น พบอยู่ตามชายฝั่ง ทะเล โขดหิน และบางส่วนอาจพบได้ถึงพื้นทะเลลึก กินหอยสองฝา โดยเฉพาะ หอยนางรม, กุ้ง, ปู หนอน และ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่น ๆ เช่น ฟองน้ำหรือปะการัง เป็นอาหาร

28


ดาวแสงอาทิตย์ Luidia maculata ร่างกายเป็นแฉกในรัศมีรูปดาว มี 8-9 แขน ลวดลายสีเข้มสลับกับสีจาง กินเม่นหัวใจเป็นอาหาร

29


หอยนางรมปีก Pteria penguin เป็นหอยสองฝา รูปร่างคล้ายขวาน ฝาบนกับฝาล่างไม่เท่ากันฝาด้านขวาจะมีขนาดเล็กกว่าและฝาล่าง เปลือกส่วนท้ายจะยื่นยาวออกไปมากว่าเรียกว่า”ปีก”

30


หอยขวาน Hyriopsis bialatus เปลือกแคบยาวและแบน บริเวณขั้วเปลือกมีปีกยื่นออกมาทั้งด้านหน้าและด้านท้ายท�ำให้เปลือกมีรูปร่าง คล้ายขวาน อาศัยตามเขตชายฝั่งบริเวณน�้ำลึก

31


ฟองน�้ ำลูกกอล์ฟสีเหลือง Cinachyrella australiensis อาศัยเคลือบอยู่บนก้อนหินในเขตปะการังพื้นราบของแนวปะการัง

32


รังไข่หอยฝาเดียว แม่หอยมักวางไข่อยู่บนก้อนหิน หรือ เปลือกขนาดใหญ่ที่ยังมีชีวิตใต้พื้นทะเล

33


ฟองน�้ ำหนาม Paratella abracadabra เป็นสัตว์ทะเลไม่มีกระดูกสันหลังในทะเล ร่างกายแตกแขนงเป็นกิ่งและมีหนามเจริญขึ้นอยู่โดยรอบล�ำตัว พบอาศัยเกาะอยู่บนก้อนหินตามพื้นทรายและหาดหินได้ในเขตน�้ำขึ้นน�้ำลง

34


ฟองน�้ ำยืดหยุ่นสีด�ำ Hyrtios erectus บริเวญที่มีฟองน�้ำทเลชนิดนี้มีอยู่เป็นจ�ำนวนมากสามารถบอกได้ว่าบริเวณนี้มีการตกตะกอนสูง

35


ฟองน�้ ำฝังตัวสีแดง Mycale (Aegogropita) grandis เป็นฟองน�้ำชนิดเคลือบผิวตามวัตถุใต้น�้ำมีลักษณะคล้ายตุ่มเล็กๆผุดขึ้นมาจากก้อนหินผิวล�ำตัวมันลื่น

36


ปากกาทะเล Pennatulacea sp. (อังกฤษ: Sea pens) เป็นสัตว์ทะเลไม่มกี ระดูกสันหลังจ�ำพวกหนึง่ ทีอ่ ยูใ่ นอันดับ Pennatulacea จัดเป็น แอนโธซัวอย่างหนึง่ มีลกั ษณะใกล้เคียงกับปะการังอ่อน โดยแต่ละโพลิปมีหนวดจ�ำนวน 8 เส้น โคโลนีของ ปากกาทะเลแต่ละชนิดมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป บางชนิดเป็นท่อนคล้ายฝักข้าวโพด บางชนิดเป็นแท่ง ยาวคล้ายกิ่งไม้ก้านเดียว คล้ายแท่งปากกา อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ และบางชนิดคล้ายขนนก สีของ ปากกาทะเลส่วนใหญ่มีสีครีม, สีเหลืองและสีม่วงอ่อน

37


หอยล�ำโพง Melo melo เป็นหอยฝาเดียว ขนาดปานกลาง พบอาศัยอยู่ตามพื้นทรายนอกชายฝั่ง

38


หอยนางรมหนาม Spondylus sp. เปลือกแข็งเป็นพิเศษ บริเวณของเปลืแกมีหนามอยู่โดยรอบ สีของเปลือกมีความแตกต่างกัน เช่น ขาว เหลือง ส้ม แดง น�้ำตาล พบมากในบริเวณที่มีน�้ำตื้น หรือบริเวณที่เป็นปะการัง

39


หอยสังข์หน้ายักษ์ Chicoreus ramosus หอยหน้ายักษ์ หรือ หอยสังข์หนาม หรือ หอยเงาะ อาศัยอยู่ตามแนวปะการังหรือตามแนวโขดหิน โดย เนื้อของหอยหน้ายักษ์สามารถน�ำไปปรุงอาหารได้หลากหลาย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chicoreus ramosus Linnaeus, 1758 ชื่อสามัญ : Rock shell, Ramose murex ลักษณะทัว่ ไป : เป็นหอยฝาเดียวเปลือกด้านนอกมีสขี าว มีหนามรอบตัวหอย ซึง่ แยกออกเป็น 3 แฉก ส่วน ของด้านหัวจะเล็ก และกลมแหลมเป็นปุ่ม ขนาดใหญ่สุดยาวประมาณ 25 เซนติเมตร

40


หอยก้างปลา Murex pecten ล�ำตัวเต็มไปด้วยหนามเรียวแหลม อาศัยอยู่ต้ามพื้นทะเลที่เป็นทรายปนโคลน

41


หอยเชลล์ Amusium pleuronectes ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : RADIATED SCALLOP ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amusium pleuronectes ชื่อไทยอื่นๆ : หอยพัด ลักษณะทั่วไป : ทรวดทรงของหอยทะเลชนิดนี้มีลักษณะแผ่กว้างเกือบเป็นรูปวงกลม ดูคล้ายพัดใบตาล เปลือกแบนและบาง ฝาเปลือกแต่ละข้างมีขนาดเท่ากัน ผิวภายนอกของเปลือกมีลกั ษณะเนียนเรียบซีกซ้าย มีสแี ดงม่วง สีฟา้ สดใสอยูบ่ นเปลือกดูคล้ายเป็นประกายรัศมีประมาณ 12 คู่ มีเส้นกล้ามเนือ้ ยึดฝาขนาดใหญ่ ถิ่นอาศัย : แหล่งที่พบหอยเชลล์อยู่ในทะเลซึ่งมีระดับน�้ำค่อนข้างลึกและมีพื้นเป็นทราย

42


หอยลาย Paphia crassisulca ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : UNDULATED SURF CLAM ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paphia Crassisulca ลักษณะทั่วไป : เป็นหอยสองฝา เปลือกหนา รูปร่างแบนรี เปลือกมีลวดลายสีน�้ำตาลเข้ม ตัดกันเป็นแนว เฉียง พื้นสีเหลืองอมน�้ำตาลหรือบางตัวจะเป็นสีน�้ำตาลเทาอมด�ำ ขึ้นอยู่กับแหล่งอาศัย ถิ่นอาศัย : แหล่งที่พบหอยลายชายฝั่งทะเลที่เป็นโคลนน�้ำลึกไม่เกิน 8.0 เมตร โดยขุดรูอยู่ใต้พื้นผิวลึก ประมาณ 20 ซม. พบมากบริเวณจังหวัดชลบุรี บางปะกง สมุทรปราการ ตราด สุราษฎร์ธานี

43


หอยจอบ Atrina vexillum ชื่อวิทยาศาสตร์ : มีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ Pinna bicolor Gmelin, 1791:Atrina pectinata Linnaeus,1758 และ Atrina vexillum Born,1778 ชื่อสามัญ : Bicoloured pinna shell, Comb pen shell ลักษณะทั่วไป : เป็นหอยที่มีขนาดใหญ่เปลือกด้านนอกมีสีด�ำ เปลือกด้านในมีสีขาวเป็นมุกส่วนด้าน หน้าจะกว้าง ส่วนด้านหลังจะกว้างกว่าด้านท้ายซึ่งจะเรียวแหลม ขนาดใหญ่สุดมีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร การกินอาหาร กรองอาหารขนาดเล็ก ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ ซากพืชและ ซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย แหล่งที่อยู่อาศัย ชอบอาศัยอยู่ตามเกาะแก่งที่มีพื้นทะเลเป็นทรายและมีน�้ำทะเลใส

44


กุ้งกุลาด�ำ Penaeus monodon ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Penaeus monodon เป็นกุง้ ทะเล ขนาดประมาณ 18 - 25 เซนติเมตร มีขนาดใหญ่ทสี่ ดุ ในวงศ์ Penaeidae อาศัยอยูใ่ นเขตร้อน มีชอื่ ทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันหลายชือ่ ตามนักวิทยาศาสตร์ที่ ค้นพบ แต่ทเี่ ป็นทีย่ อมรับกันทัว่ ไป คือ Penaeus monodon Frabricius และมีชอื่ ภาษาอังกฤษทีอ่ งค์การ อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ใช้อยู่คือ Giant Tiger Prawn ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน�้ำ ลึก ห่างออกจากฝั่งและชอบพื้นทะเลที่เป็นดินทราย สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทนอยู่ในน�้ำที่มี อุณหภูมสิ งู และความเค็มต�ำ่ เช่น บริเวณป่าชายเลนได้ดี และหาอาหารจ�ำพวกแพลงก์ตอน, หนอน, แมลงน�ำ้

45


หอยสังข์กบ Tutufa boholica เปลือกมีสีสันในแนวยาวตามสันมีหนามเจริญขึ้นไปตลอดความยาวเปลือก ออกหากินเวลากลางคืนตาม พื้นทรายนอกชายฝั่งทะเล

46


หอยสังข์ขวาน Pugilina cochlidium มีสีน�้ำตาลเข้ม ปลายแหลมมีสีขาวแบ่งยอดเป็นชั้นๆชัดเจน

47


ปูใบ้สีน้� ำตาล Myomenippe hardwickii กระดองเป็นรูปพัดและโค้งนูนทางด้านบน ขอบด้านข้างกระดองมีรอยหยักเป็นฟัน 4 ซี่ ก้ามทั้งสองขนาด ใหญ่แต่ไม่เท่ากัน ขาเดินเรียวและมีขนปกคลุม ทั้งล�ำตัวมีสีน�้ำตาล ปลายก้ามหนีบสีด�ำ พบอาศัยอยู่ตาม ซอกหินริมชายฝั่ง

48


ปูใบ้ขน Pilumnus vespertilio กระดองเป็นรูปห้าเหลีย่ ม ส่วนหน้าโค้ง พืน้ ผิวล�ำตัวมีขนยาวปกคลุม ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน ขาเดิน แข็งแรง กระดองมีสีแดงส้ม ก้ามและขาเดินมีสีม่วง พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

49


ปูใบ้ปม Halimede ochtodes กระดองเป็นห้าเหลี่ยม พื้นผิวกระดองขรุขระมีตุ่มเล็กๆและลายจุดสีน�้ำตาลกระจายอยู่รอบตัว

50


ปูฟองน�้ ำเล็บแดง Lauridromia indica กระดองเป็นรูปครึ่งวงลม ด้านบนโค้งนูน ด้านหลังแผ่ขยายกว้าง ขอบด้านข้างมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อย ปลายก้ามมีสีแดง

51


ปูฤาษี หรือปูหน้าหลบ Calappa pepatica ชื่อสามัญภาษาไทย : ปูฤาษี ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : BRICK-RED BOX CRAB ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calappa pepatica ชื่อไทยอื่นๆ : ปูหน้าหลบ ลักษณะทั่วไป : กระดองมีรูปครึ่งวงกลม นัยน์ตาอยู่บนก้านสั้น ๆ และอยู่ใกล้กันมาก ขอบกระดองหลัง ด้านล่างหยักเป็นหนามแข็ง หลังกระดองเรียบเป็นมัน ก้ามมีขนาดใหญ่และแข็งแรงมีปลายแหลมคมและ มีหนามอยู่บนสันก้ามหนึ่งแถว ขาเดินทั้งสี่คู่มีปลายเรียวแหลม กระดองสีน�้ำตาล เบ้าตาสีน�้ำตาลอมแดง เข้ม มีเส้นน�้ำตาลปนแดงบนกระดองสองเส้น ก้ามสีน�้ำตาลแดง ขาเดินสีเหลืองนวล

52


ปูเป้ใหญ่ หรือปูเป้ม่วง Dorippe quadridens ปูเป้ชนิดนีม้ ขี นาดใหญ่กว่าชนิดแรก กระดองค่อนข้างแบนและมีความยาวมากกว่าความกว้าง ก้ามสองข้าง มีขนาดไม่เท่ากัน ขาเดินสองคู่แรกแบนและยาว สองคู่หลังเล็กและยกขึ้นด้านบน กระดองและขาเดินมีสี ม่วง ปกคลุมด้วยขนสีน�้ำตาล พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

53


ปูก้ามยาว Enoplolambrus pransor กระดองเป็นรูปห้าเหลี่ยม บนผิวกระดองและก้ามมีปุ่มเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ขอบกระดองและ ก้ามมีหนามคล้ายฟันเลือ่ ย ก้ามมีขนาดใหญ่และยาวมาก แต่ขาเดินเรียวเล็ก ล�ำตัวด้านบนสีนำ�้ ตาล ปลาย ก้ามสีขาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

54


ปูแต่งตัว Prismatopus sp. ตามล�ำตัวมีวัสดุต่างๆ เช่นฟองน�้ำ สาหร่าย ปะการังอ่อน กรวด มาตกแต่งตัวเองเพื่อพลางตัว ก้ามสอง ข้างมีขนาดเล็ก

55


ปูแมงมุมแต่งตัว Hyastenus diacanthus กระดองเป็นรูปหยดน�้ำ พื้นผิวกระดองเรียบ ด้านหน้ามีกรียื่นยาวออกไป 2 แฉก ตามล�ำตัวและขาเดินมี เศษวัสดุจ�ำพวกเปลือกหอย ฟองน�้ำ หรือปะการังติดอยู่ ปล้องที่ 4 ของขาเดินมีหนาม 2 อัน อันหนึ่งใหญ่ อันหนึ่งเล็ก พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

56


ปูกระดุม Arcania heptacantha กระดองค่อนข้างกลม ด้านบนโค้งนูนและพื้นผิวเรียบ ส่วนหน้าของกระดองยื่นออกไปและมีตาขนาดเล็ก อยู่ชิดกัน บนปล้องที่ 4 ของก้ามมีปุ่มสีขาว ปล้องที่ 6 ของก้ามค่อนข้างแบน ขาเดินสั้นมีสีส้มสลับขาว พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

57


ปูใบ้ก้ามขนลายแถบ Eucrate tripunctata กระดองเป็นรูปหกเหลี่ยม ผิวกระดองเรียบ พบอาศยอยู่ตามพื้นทะเล

58


ปูใบ้ปม Halimede ochtodes กระดองเป็นรูปห้ามเหลี่ยม ผิวกระดองเรียบ ขอบกระดองด้านหน้าระหว่างตาแบ่งเป็น 2 พูชัดเจนและ ยื่นเลยเบ้าตาออกไป ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกันและมีปมขนาดใหญ่เรียงกันเป็นแนว ขาเดินค่อน ข้างสั้น พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

59


หมึกสายเล็ก Amphioctopus aegina หรือหมึกยักษ์เล็ก, หมึกสายขาว (Dollfus’ octopus) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Amphioctopus aegina เป็นมอลลัสก์ประเภทหมึกสายชนิดหนึ่ง เป็นสัตว์ไม่มีกระดูก สันหลัง จัดอยู่ในจ�ำพวกหมึกทะเล แต่มีรูปร่างผิดกับหมึกโดยทั่วไปคือ ล�ำตัวกลมคล้ายลูกโป่ง ไม่มีครีบ ไม่มีกระดอง มีหนวด 8 เส้น

60


ปูเสฉวนยักษ์จุดขาว Dradanus megistos หรือปูเสฉวนยักษ์ (Red Hermit Crab) ปูเสฉวนชนิดนี้ มีขนาดใหญ่สดุ ในบรรดาปูเสฉวนด้วยกัน กระดอง มีความยาวมากกว่าความกว้าง ก้ามสองข้างมีขนาดไม่เท่ากัน มีขนหยาบกระจัดกระจายอยูบ่ นก้ามและขา เดิน พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเล

61


ปูม้า Portunus armatus ชื่อวิทยาศาสตร์ : Portunus armatus อดีตคือ Portunus pelagicus จัดเป็นปูที่อาศัยอยู่ในทะเลชนิด หนึ่ง ที่อยู่ในสกุล Portunus ซึ่งพบทั้งหมด 90 ชนิดทั่วโลก และพบในน่านน�้ำไทยราว 19 ชนิด ลักษณะทั่วไปแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนตัว, อก และท้อง ส่วนหัวและอกจะอยู่ติดกัน มีกระดองหุ้ม อยู่ตอนบน ทางด้านข้างทั้งสองของกระดองจะเป็นรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยเป็นหนามแหลมข้างละ 9 อัน ขามีทั้งหมด 5 คู่ด้วยกัน คู่แรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นก้ามใหญ่เพื่อใช้ป้องกันตัวและจับอาหาร ขาคู่ที่ 2, 3 และ 4 จะมีขนาดเล็กปลายแหลมใช้เป็นขาเดิน ขาคู่สุดท้ายตอนปลายมีลักษณะเป็นใบพายใช้ในการว่าย น�ำ้ ขนาดกระดองสามารถโตเต็มทีไ่ ด้ราว 15–20 เซนติเมตร ส�ำหรับปูมา้ ในประเทศไทยสามารถพบได้แทบ ทุกจังหวัดทัง้ ฝัง่ ทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยอาศัยอยูบ่ ริเวณปากแม่นำ�้ และแถบชายฝัง่ ทะเล หากินใน เวลากลางคืน โดยจะฝังตัวอยู่ใต้พื้นทราย แล้วโผล่มาแค่ลูกตา จะพบได้ในระดับน�้ำลึกที่ตื้นกว่า 40 เมตร พบได้ชุกชุกชุมที่ระดับ 7–30 เมตร

62


ปูม้าลาย หรือปูกางเขน Charybdis (Charybdis) feriatus เป็นปูทอี่ ยูใ่ นวงศ์ Portunidae กระดองเป็นรูปพดโค้งนูนเล็กน้อยเป็นรูปพัด ขอบข้างของกระดองมีหนาม ข้างละ 6 อัน ล�ำตัวมีลายสีน�้ำตาลแดง

63


ปูม้าหิน Thalamita sima กระดองเป็นรูปพัด ขอบด้านหน้ามีหนาม 2 อัน ลักษณะกว้างปลายตัดโค้ง ขอบด้านข้างกระดองมีหนาม ข้างละ 5 อัน บนกระดองมีสันเรียงตัวตามขวาง ก้ามสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกัน พบอาศัยอยู่ตามริม ชายฝั่งบริเวณโขดหินและพื้นทะเล

64


กั้งกระดาน Thenus orientalis หรือกุ้งกระดาน (Flathead lobster, Lobster Moreton Bay bug, Oriental flathead lobster) เป็น กุง้ ชนิดหนึง่ ทีม่ ลี กั ษณะคล้ายกัง้ จึงนิยมเรียกกันว่ากัง้ มีชอื่ วิทยาศาสตร์วา่ Thenus orientalis จัดเป็นสิง่ มีชวี ติ ชนิดเดียวเท่านัน้ ทีอ่ ยูใ่ นสกุล Thenus และวงศ์ยอ่ ย Theninae เป็นสัตว์ไม่มกี ระดูกสันหลังในทะเล จ�ำพวกข้อปล้อง มีขา 10 ขาเช่นเดียวกับพวกกุง้ และปู รูปร่างแบน ส่วนหัวและอกรวมกันมีขนาดใหญ่สว่ น ท้องเล็กและเรียวลงไป พบอาศัยอยู่ตามพื้นทะเลใต้เขตน�้ำขึ้นน�้ำลงจนถึงนอกชายฝั่ง

65


ปลาวัวหนามดอก Chaetodermis penicilligerus พบในบริเวณที่มีวัชพืช และตามแนวปะการังเมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 31 ซม. ที่ครีบมีจุดสีน�้ำตาล เข้มเกือบด�ำ

66


ปลาวัวหางพัด Aluterus scriptus ชื่อสามัญ : ปลาวัวหางพัด ชื่ออังกฤษ : Fan-bellied filefish ปลาวัวหางพัดเป็นปลากระดูกแข็ง อาศัยในทะเลตามกองหิน บริเวณพื้นที่เป็นทรายและบริเวณแนว ปะการัง ที่ความลึก 3 – 20 เมตร ลักษณะเด่นแถบสีฟ้าและจุดสีด�ำบนล�ำตัวและหางที่ยาวและแผ่ออก คล้ายพัด มีก้านครีบยื่นบนหัว ล�ำตัวแบนข้างมาก ตอนที่เป็นลูกปลาจะอาศัยอยู่ตามกอสวะในทะเลเปิด เมื่อเต็มที่จะเข้ามาอาศัยใกล้ฝั่ง กินสาหร่าย หญ้าทะเล ไฮโดรซัว (Hydrozoa) และสัตว์ไม่มีกระดูกสัน หลังขนาดเล็กในแนวปะการัง

67


ปลากะพงเหลือง Lutjanus lineolatus ชื่อสามัญภาษาไทย : กะพงเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Lutjanus lineolatus ชื่อไทยอื่นๆ : BIGEYE SNAPPER ลักษณะทัว่ ไป : เป็นปลาจ�ำพวกปลากะพงทีม่ ขี นาดค่อนข้างเล็ก ล�ำตัวยาวเรียว หัวโต จะงอยปากยาวและ ค่อนข้างแหลม ตาโต ปากกว้างและเฉียงขึน้ เล็กน้อย มีฟนั แหลมคมทัง้ ขากรรไกรบนและล่าง มีเกล็ดขนาด เล็กที่หัวและล�ำตัว ครีบหลังยาว ปลายจดโคนครีบหาง ครีบหูอยู่เหนือครีบท้องและมีขนาดใกล้เคียงกัน ครีบก้นค่อนข้างเล็กและอยู่ใกล้กับคอดหาง พื้นตัวสีเหลืองอ่อน มีเส้นสีส้มหรือน�้ำตาลข้างล�ำตัวประมาณ 8-10 เส้น กึ่งกลางของข้างล�ำตัวมีแถบสีเหลืองเข้มหนึ่งแถบ พาดจากริมฝีปากบนไปสุดที่โคนครีบหาง ครีบต่าง ๆ สีส้ม

68


ปลาทรายแดง Nemipterus peronii ปลาทรายแดง มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ฟาร์ทแบม เป็นปลาที่อาศัยอยู่ บริเวณชายฝั่งด้านล่างของสกุล ฟาร์ทแบม ในวงศ์ปลาทะเลโดยทั่ว ไปจะกระจายอยู่ทั่วไปในทะเลน�้ำตื้น และเป็นปลาใต้น�้ำตื้นชายฝั่ง มักจะกระจัดกระจายในทะเลตื้น กินหอยสองฝา กุ้ง ปู ตั๊กแตน ต�ำข้าว กุ้ง เพรียง และสาหร่ายทะเลเป็น อาหาร ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ล�ำตัวสูงและแบนด้านข้างมีล�ำตัวรูปไข่ ขอบหลังยกขึ้นและขอบท้อง ทื่อ หัวมีขนาดกลางและใหญ่และส่วนหน้าปลายแหลม ต�ำแหน่งปลายช่องปากขากรรไกรบน และล่างมี ความยาวประมาณเท่ากันปลายด้านหน้าของขากรรไกรบน มีฟันรูปกรวย 2 ถึง 3 คู่ฟันกราม 4 แถวทั้ง สองข้างฟันรูปกรวย 2 ถึง 3 คู่ที่ด้านหน้าสุดของ ขากรรไกรล่างและฟันกราม 3 แถวทั้งสองข้างกระดูก จอบกระดูกเพดานปาก และไม่มีฟันบนลิ้น

69


ปลาตั๊กแตนหิน Blenniidae วงศ์ปลาตั๊กแตนหิน หรือ วงศ์ปลาตุ๊ดตู่ (อังกฤษ: Combtooth blennies, Scaleless blennies) เป็น วงศ์ของปลาทะเลขนาดเล็กวงศ์หนึง่ มีรปู ร่างเรียวยาวคล้ายปลาไหลหรือปลาบูข่ นาดเล็ก มีหวั ทูข่ นาดใหญ่ ดวงตากลมโตอยู่ด้านหน้าของส่วนหัว เป็นปลาที่ไม่มีเกล็ด มีก้านครีบแข็งจะฝังอยู่ที่ครีบท้อง มีก้านครีบ อ่อน 2-4 อัน ครีบท้องเป็นเส้นขนาดเล็ก 2 เส้นแตกต่างจากปลาบู่ อยู่ด้านหน้าครีบอกหรือครีบหู มีก้าน ครีบแข็งขนาดเล็กที่ครีบหลัง 3-17 อัน มีก้านครีบอ่อน 9-119 อัน มีก้านครีบแข็งที่ครีบก้น 2 อัน ครีบ หางเป็นวงกลม ปากอยู่ด้านล่างของส่วนหัว จัดเป็นปลาขนาดเล็ก มีความยาวน้อยกว่า 15 เซนติเมตร ชนิดที่ใหญ่ที่สุดยาวถึง 52 เซนติเมตร มีลักษณะเด่นอีกประการ คือ มีฟันแหลมคมคล้ายหวีติดแน่น หรือ ขยับกรามทีข่ ากรรไกรได้ บางชนิดเป็นฟันเขีย้ ว สามารถทีจ่ ะกัดสัตว์ทมี่ ขี นาดใหญ่กว่ามากได้ เช่น ปลาอืน่ หรือแม้แต่นักด�ำน�้ำ ขณะที่บางสกุลจะมีต่อมพิษที่ฟันเขี้ยวนี้ ส่วนมากมีสีสันที่สวยงาม โดยเฉพาะในตัวผู้

70


ปลาผีเสื้อกลางคืน Eurypegasus draconis ชื่ออังกฤษ (Little dragonfish, Common dragonfish, Short dragonfish, Pegasus sea moth; ชื่อ วิทยาศาสตร์: Eurypegasus draconis) เป็นปลาทะเลปลากระดูกแข็งชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาผีเสื้อกลาง คืน (Pegasidae) เป็นปลาขนาดเล็กขนาดโตเต็มที่ไม่เกิน 10 เซนติเมตร มีผิวล�ำตัวด้านบนมีลายรูปคล้าย ตาข่ายสีน�้ำตาลอ่อน จนถึงสีน�้ำตาลเข้ม มีปากยาวและหางสั้น มีข้อหาง 8-9 ข้อ หรืออาจมากกว่าแต่พบ ได้น้อยมาก มีพฤติกรรมมักอาศัยอยู่เป็นคู่บริเวณพื้นทะเลที่เป็นกรวดหิน หรือทรายปนโคลน โดยเฉพาะ บริเวณแนวหญ้าทะเลและสาหร่ายทะเล หาอาหารกินได้แก่ สัตว์ทอี่ าศัยอยูบ่ ริเวณพืน้ ทะเลขนาดเล็ก เช่น หนอนทะเล เคลื่อนที่ช้า ๆ โดยใช้ก้านครีบท้องที่พัฒนาไปคล้ายขา

71


ดอกไม้ทะเลทราย Anthopleura sp. ดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์ทะเลที่มีล�ำตัวอ่อนนุ่ม ด้านปากมีหนวดเรียงรายอยู่รอบด้านล่างเป็นฐานใช้ยึดเกาะ อยู่กับพื้นหินพื้นปะการังหรือฝังตัวลงไปในพื้นทะเลบริเวณดินทรายหรือดินเลนดอกไม้ทะเลเป็นสัตว์ที่ ด�ำรงชีวติ แบบเดีย่ วและไม่มกี ารสร้างหินปูนเป็นฐานรองรับโพลิปเหมือนปะการัง โพลิปดอกไม้ทะเลขนาด ใหญ่บางชนิดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 30 เซนติเมตร มักพบอาศัยอยูต่ ามแนวปะการังหากสัมผัสด้วย มือเปล่า นีมาโตซีสจากหนวดของดอกไม้ทะเลจะท�ำให้เกิดผื่นคันได้เซอริแอนทัส ( Cerianthus sp.) เป็น สัตว์จำ� พวกดอกไม้ทะเลชนิดหนึง่ ทีม่ ลี ำ� ตัวเป็นท่อยาวอาศัยอยูใ่ นปลอกทีส่ ร้างขึน้ หนวดมีลกั ษณะเป็นสาย ยาว หากถูกรบกวนจะสามารถหดตัวเข้าไปอยูใ่ นปลอกได้ หนวดของเซอริแอนทัสสร้างนีมาโตซีสทีม่ พี ษิ ได้ เช่นเดียวกับดอกไม้ทะเล การจับด้วยมือเปล่าจึงต้องระมัดระวัง

72


ปะการังจาน Turbinaria peltata ปะการังจานวงศ์ (Family) และชื่อสามัญ : Dendrophylliidae ชื่อวิทยาศาสตร์ : Turbinaria peltata ปะการัง เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งจัดอยู่ในประเภทสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ปะการังมีมากมายหลาย ชนิดมีทั้งปะการังแข็ง ปะการังอ่อน หลากสีสันและหลากหลายรูปร่างเช่นปะการังเขากวาง ปะการังดอก เห็ด และอีกมากมาย ประเทศไทยเรามีปะการังมากมายเพราะประเทศเราอยู่เขตร้อน ปะการังอยู่ได้ เฉพาะเขตร้อนและใกล้เขตร้อนทีอ่ ณ ุ หภูมขิ องน�ำ้ ไม่ตำ�่ กว่า 18 องศาเซลเซียส ดังนัน้ ประเทศในเขตหนาว จึงไม่มปี ะการัง ปะการังเป็นทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลทีส่ ำ� คัญ เป็นทีอ่ ยูอ่ าศัยของพืชและสัตว์นำ�้ เป็น แหล่งอาหารเพื่อการเจริญเติบโต เป็นแหล่งเพราะพันธุ์และวางไข่ เป็นแหล่งหลบภัยของสัตว์น�้ำต่างๆ

73


ปะการังดอกเห็ด Fungia sp. มีลักษณะเป็นปะการังก้อนเดี่ยวๆ ปะการังที่อาศัยอยู่แบบเดี่ยว ลักษณะคล้ายดอกเห็ดรูปกลม นับเป็น ปะการังที่มีคลอรอลไลท์ใหญ่มาก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร สันที่จัดเรียงตัวกัน ในแนวรัศมรเห็นได้ชัดเจน และอยู่ชิดกันมาก ระหว่างสันนี้มีหนวดหดตัวแทรกอยู่เป็นระยะ เมื่ออยู่ในน�้ำ โพลิปจะยืน่ ยาวออกมา แต่ผนังทีก่ นั้ รอบคลอรอลไลท์ไม่เจริญ ระยะเริม่ แรกของการเจริญเติมโต ปะการัง เห็ดมีก้านยึดติดกับพื้นปะการังชนิดอื่น

74


พรมทะเล Zoanthid เป็นสัตว์กลุม่ เดียวกับดอกไม้ทะเลและปะการังแบบหนวดสัน้ ยึดติดกันแบบโคโลนีโดยใช้ฐานเดียวกัน มีรปู ร่างลักษณะคล้ายระหว่างปะการัง และดอกไม้ทะเล แต่ไม่สามารถสร้างโครงสร้างที่เป็นหินปูนได้เหมือน ปะการัง พบสาหร่ายซูแซนเทลลี่ (zooxanthellae) อาศัยอยู่ในเนื้อเยื้อ เช่นเดียวกับปะการัง และหอย มือเสือ ด�ำรงชีวิตแบบยึดเกาะ กับวัสดุใต้น�้ำ อาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนีครอบคลุมพื้นที่ด้านในของแนว ปะการังบริเวณน�้ำตื้นเขตน�้ำขึ้นน�้ำลง ในบางครั้งที่ระดับน�้ำทะเลลดลงพรมทะเลก็สามารถอยู่เหนือน�้ำ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง

75


เพรียงหัวหอม Ascidiacea เป็นสัตว์ในกลุม่ ยูโรคอร์ดาตา คือ เป็นสัตว์ทะเลมีแกนสันหลัง รูปร่างคล้ายหัวหอม เมือ่ ถูกสัมผัสจะปล่อย น�ำ้ ออกจากตัว มีกลิน่ คล้ายหอมแดง ขนาดประมาณ 3-8 เซนติเมตร อาศัยเกาะกับวัตถุใต้นำ�้ อยูแ่ บบเดีย่ ว ๆ หรือเป็นกลุ่มก็ได้ พบตามเขตน�้ำตื้น แนวปะการัง โขดหิน ทราย หรือโคลนในทะเล ตัวอ่อนมีลักษณะ คล้ายลูกอ๊อดของกบ การสืบพันธุม์ ที งั้ แบบอาศัยเพศทีป่ ฏิสนธิภายนอก และแบบไม่อาศัยเพศโดยการแตก หน่อ ลักษณะทั่วไปของสัตว์กลุ่มนี้ คือล�ำตัวกลม ยาว ปลายข้างหนึ่งเปลี่ยนรูปไปส�ำหรับยึดเกาะกับวัสดุ

76


ฟองน�้ ำเคลือบสีเขียว Haliclona (Gellius) cymaeformis ฟองน�ำ้ เป็นสัตว์ในไฟลัมพอริเฟอรา (Porifera; มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน porus หมายถึง รู และ ferre หมายถึง พยุงหรือค�้ำเอาไว้) ฟองน�้ำเป็นสิ่งมีชีวิตหลายเซลล์ที่ร่างกายเต็มไปด้วยรูและช่องทางส�ำหรับให้ น�้ำไหลเวียนเข้าไป ฟองน�้ำไม่มีระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร หรือระบบไหลเวียน แต่ฟองน�้ำเหล่านี้ ใช้น�้ำที่ไหลเวียนเข้าออกนั้นเป็นแหล่งอาหารและออกซิเจน และใช้ขับถ่ายของเสีย ฟองน�้ำเป็นสัตว์กลุ่ม แรกทีแ่ ยกสายวิวฒ ั นาการออกจากบรรพบุรษุ ร่วมของสัตว์ทกุ ชนิด จึงท�ำให้ฟองน�ำ้ เป็นกลุม่ พีน่ อ้ งกับสัตว์ อื่น ๆ ทุกชนิด

77


ฟองน�้ ำถูตัว Spongilla sp. เป็นสัตว์น�้ำไม่มีกระดูกสันหลังจ�ำพวกฟองน�้ำ (Porifera) ชนิดหนึ่ง จัดเป็นฟองน�้ำน�้ำจืด (Spongillidae) ชนิดหนึ่ง มีสีเขียวเนื่องจากมีสาหร่ายเซลล์เดียวอาศัยอยู่ด้วย ในระยะที่ยังเป็นวัยอ่อนหรือเป็นเจมมูลจะ อาศัยอยู่ในแหล่งน�้ำไหลจะเป็นแบบเคลือบ โดยจะแตกตัวเป็นก้อนกลมๆ ใสๆ เกาะไปกับวัสดุประเภท ต่างๆ ใต้น�้ำ เช่น กิ่งก้านของพืชน�้ำ หรือก้อนหิน เมื่อถึงวัยเจริญเต็มที่จะแตกแขนงคล้ายเขากวาง หรือ ปะการังเขากวาง กรองกินแพลงก์ตอนหรือแบคทีเรียที่ล่องลอยในกระแสน�้ำ เจริญเติบโตได้ดีในที่ๆมีแสง สว่าง แต่ไม่ใช่แสงจ้าหรือแสงแดดโดยตรง

78


ฟองน�้ ำปล่องภูเขาไฟ Spirastrella solida ชื่อสามัญไทย : ฟองน�้ำปล่องภูเขาไฟ ชื่อสามัญ : Brown burrowing sponge วงศ์ (Family) : spirastrellidae ชื่อวิทยาศาสตร์ : Spirastrella solida ลักษณะทั่วไป : ฟองน�้ำปล่องภูเขาไฟจัดอยู่ในพวกฟองน�้ำฝังตัวที่เจริญขึ้นมาจากพื้นท้องทะเล ร่างกาย แบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนที่อยู่ใต้ดินและส่วนที่โผล่พ้นดิน ส่วนที่อยู่ใต้ดินฟองน�้ำมักจะเอาก้อนกรวด หินหรือเม็ดทรายมาแทรกในเนื้อฟองน�้ำเพื่อยึดฝังลงไปในดิน และส่วนที่โผล่พ้นดิน มีรูปร่างคล้ายปล่อง ภูเขาไฟโผล่ขึ้นมาจากพื้นทะเล

79


เต่ากระ ชื่ออังกฤษ : Hawksbill turtle ชื่อวิทยาศาสตร์ : Eretmochelys imbricata(Linnaeus, 1766) สถานภาพ ● สัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พรบ. สงวนและคุ่มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2535 ● IUCN: Critically Endangered ● CITES: Appendix I ลักษณะทั่วไป จะงอยปากค่อนข้างแหลมงุ้มคล้ายปากเหยี่ยว เกล็ดบนส่วนหัว ตอนหน้า มี 2 คู่ มีเกล็ดกลางหลัง จ�ำนวน 5 เกล็ด เกล็ดหลังแถวข้างคู่แรกสุดไม่ติดกับเกล็ดขอบคอ มีจ�ำนวน 4 คู่ ลักษณะเด่นชัดคือ เกล็ดบน กระดองมีลวดลายริว้ ใสสวยงาม และลักษณะเกล็ดซ้อนกันเห็นได้ชดั เจน แต่เมือ่ โตเต็มวัยลักษณะการซ้อน กันของเกล็ดสังเกตได้ยากกว่าวัยอ่อน ลูกเต่ากระแรกเกิดไปจนถึงเต่ากระวัยรุ่นมีสันแหลมตามความยาว กระดอง 3 แถว มีเล็บที่ขาหน้าและหลังข้างละ 2 อันและค่อยๆ หายไปเมื่อโตขึ้น โตเต็มที่ยาว 95 ซม. หนัก 60 กก. ชีวประวัติและพฤติกรรม เพศเมียตัวเต็มวัยวางไข่ทุก 2-3 ปี ระหว่างช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน อาหาร กินฟองน�้ำและสัตว์น�้ำเล็กๆ ในแนวปะการัง สะสมสารพิษในตัว ถิ่นอาศัยและการแพร่กระจาย มีแหล่งอาศัยและแหล่งวางไข่ในเขตร้อน ระหว่างเส้นละติจูดที่ 25ºN-35ºS ในบริเวณน�้ำตื้นที่เป็นแนว ปะการัง แนวหญ้าทะเลและแนวสาหร่าย ประเทศไทยพบเข้ามาหากินใกล้ชายฝั่งทั้งสองด้าน แหล่งวางไข่ พบเฉพาะในฝั่งทะเลอ่าวไทย เกาะคราม และเกาะอีร้า จ.ชลบุรี เกาะเสม็ด จ.ระยอง เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์ หาดท้องทราย จ. ชุมพร และเกาะกระ จ.นครศรีธรรมราช

80 80


81


ทรั พ ยากรทางชี ว ภาพของ พื ช ในตำ � บลแสมสาร

8282


ผักเบี้ยทะเล ชื่อวิทยาศาสตร์ : (Sesuvium portulacast) ผักเบี้ยทะเล หรือผักเป๊ะ เป็นพืชคลุมดินที่พบในบริเวณชายหาด ทอดล�ำต้นติดต่อกันเป็นร่างแห ล�ำต้น เรียบหนา ขึ้นได้ทั้งบนทรายและหิน ใบสีเขียวอวบน�้ำ รีเล็ก ใบหนาเพื่อเก็บน�้ำและป้องกันการสูญเสียน�้ำ ดอกสีม่วงอมชมพู เป็นพืชที่เจริญได้ดีในทราย ดินเหนียวตามชายฝั่ง และหาดหิน พบได้ทั่วโลกทั้งในทวีป แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย อเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ เป็นพืชทีร่ บั ประทานได้ ส่วนเหนือดินน�ำมาลวก สุก แล้วใส่ในแกงส้ม หรือน�ำไปย�ำ

8383


ดอกดึง Gloriosa superba ชืี่อภาษาอังกฤษ : Climbing Lily, Turk’s cap, Superb Lily; ชื่อวิทยาศาสตร์ : (Gloriosa superba) หรือ ดาวดึง, หัวฟาน, หัวขวาน, พันมหา (อีสาน) เป็นพืชชนิด หนึ่งจ�ำพวกหัว ต้นมีลักษณะเป็นเถาปลายตั้ง ใบเดี่ยวรูปหอก ส่วนปลายแหลมยาวบิดม้วนช่วยยึดเกาะ ลักษณะของดอกเป็นดอกเดี่ยว กลีบเรียวยาว ขอบของดอกบิดเป็นคลื่นปลายกลีบมีสีแดง ที่โคนหาก บานใหม่ๆ จะมีสีเหลือง แต่เมื่อแก่จะมีสีส้ม ผลเป็นรูปกระสวยเมื่อแก่จะแตกออก เมล็ดมีสีส้ม หัวกลม เรียวมีหงอนเหมือนขวาน มักขึ้นตามป่าดงดิบเขาชื้นหรือที่รกร้างว่างเปล่าที่มีความชุ่มชื้นสูง ขยายพันธ์ ด้วยเมล็ดหรือแยกเหง้า

84


ผักบุ้งทะเล Ipomoea pes-caprae ผักบุง้ ทะเลเป็นไม้ลม้ ลุกเถาเลือ้ ย ล�ำต้นทอดไปตามยาวบนพืน้ ดิน มักขึน้ ใกล้ทะเล ผิวเถาเรียบสีเขียวและ ม่วง ใบเป็นรูปหัวใจปลายเว้าเข้าหากัน ตามเถาและใบมียางสีขาว ดอกจะออกเป็นช่ออยู่ตามง่ามใบ ช่อ หนึง่ จะมีดอกอยูป่ ระมาณ 2–6 ดอก แต่จะทยอยกันบานทีละดอกเท่านัน้ ลักษณะของดอกเป็นรูปปากแตร ยาวประมาณ 2.5 นิ้ว มีสีม่วงอมชมพู ม่วงอมแดง ชมพูหรือม่วง ผักบุ้งทะเลมีพิษ ถ้ารับประทานจะเกิด อาการเมา คลื่นไส้ วิงเวียน และเสียชีวิตได้

85


โพธิ์ทะเล Thespesia populnea เป็นชนิดของไม้ดอกในตระกูล Malvaceae เป็นต้นไม้ขนาดเล็กหรือไม้พุ่ม โพทะเล เป็นพืชในสกุลเดียว กับปอทะเลและมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แหล่งอาศัยเป็นแบบเดียวกัน ดอกสีเหลือง บานตอนเช้า แก่แล้ว เปลี่ยนเป็นสีแดงเช่นกัน แต่ดอกโพทะเลไม่มีวงกลมสีแดงภายในดอกแบบเดียวกับปอทะเล ใบเป็นรูป หัวใจคล้ายใบโพธิ์ ใต้ใบมีขนอ่อนปกคลุมท�ำให้น�้ำระเหยออกจากใบได้ช้า ผลกลม เมื่อแก่เต็มที่เป็นผล แห้ง กลีบเลี้ยงรูปถ้วยติดอยู่ที่ขั้วผล

86


เตยทะเล Pandanus tectorius ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Pandanus tectorius หรือ Pandanus odoratissimus ชือ่ อืน่ ๆ คือ ล�ำเจียก ปะหนัน ปะแนะ เตยเล Hala (ภาษาฮาวาย), Bacua (ภาษาสเปน), และ Vacquois (ภาษาฝรั่งเศส) เป็นพืชท้อง ถิ่นในไทย มาเลเซีย ออสเตรเลียตะวันออก และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นไม้ยืนต้น สูง 4-8 เมตร มีหนามสั้น ๆ ทู่ ๆ ที่ผิวของล�ำต้น ที่โคนต้นมีรากค�้ำจุน ใบเดี่ยว ผิวใบเรียบเป็นมัน ดอกเป็นดอกช่อ แยก เพศแยกต้น ดอกตัวผู้เป็นช่อดอกยาว 30-60 ซม. มีใบประดับที่ช่อดอกย่อย สีขาว กลิ่นหอม ดอกตัวเมีย เป็นช่อออกที่ปลาย เกาะกันคล้ายผล เกือบกลม

87


หญ้าลูกลม Spinifex littoreus ต้นหญ้าชนิดหนึ่งชอบขึ้นอยู่ตามชายทะเลมีดอกกลมกลิ้งไปตามลม

88


สาหร่ายใบมะกรูด Halimeda sp. เป็นสาหร่ายสีเขียวในสกุล Halimeda ส่วนทีเ่ ป็นแทลลัสของสาหร่ายเป็นชิน้ สีเขียว รูปฟัดหรือรูปไต เป็น แผ่นแบน ติดกันเหมือนใบมะกรูด มีแคลเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบ ท�ำให้ไม้ถกู สิง่ มีชวี ติ อืน่ กิน เช่น เดียวกับสาหร่ายในอับดับ Bryopsidales สาหร่ายใบมะกรูดประกอบด้วยเซลล์เดียวแต่มีหลายนิวเคลียส เป็นสกุลของสาหร่ายสีเขียวขนาดใหญ่ที่มีการศึกษามากสกุลหนึ่ง

89


สาหร่ายขนนก Caulerpa sertularioides ชื่อวิทยาศาสตร์ : C​ aulerpa sertularioides ถิ่นที่อยู่ : ชายฝั่ง สถานที่พบ : พื้นทรายปนเศษเปลือกหอย หรือเศษปะการังหัก ที่อยู่ : แสมสาร พลา อ่าวไทย สาหร่ายขนนก เป็นสาหร่ายสีเขียวเซลล์เดียว มีล�ำต้นใต้ดิน (stolon) ทอดขนานใต้พื้นทรายปนเศษ ปะการัง แตกแขนงส่วนใบ (frond) ตั้งตรงชูขึ้นเหนือพื้น มีลักษณะคล้ายขนนก แต่ละแขนงย่อย (ramuli) มีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก เรียวยาวโค้งขึ้นเล็กน้อย ส่วนปลายมนหรือมีติ่งแหลมเล็ก ๆ พบ เจริญบริเวณพื้นทรายปนเศษเปลือกหอยหรือเศษซากปะการัง

90


สาหร่ายสายใบ Porphyra sp. สาหร่ายสายใบ หรือจีฉ่าย จัดอยู่ในกลุ่มสาหร่ายสีแดง (Rhodophyta) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Porphyra sp. มีลักษณะเป็น แผ่นแบนบางเป็นเมือกลื่น บริเวณขอบมีรอยจีบย่น ส่วนโคนมีลักษณะคล้ายรากขนาด เล็กใช้ส�ำหรับยึดเกาะกับหิน หรือพื้นผิวอาศัย สายใบจัดเป็นสาหร่ายทะเลที่มีราคาสูง สามารถน�ำมาปรุง อาหารได้หลายชนิด

91


ดัชนี หนอนถั่ว...................................................................................................................................... 5 ทากเปลือยขาวจุดด�ำ................................................................................................................... 7 ทากเปลือกปุ่ม............................................................................................................................. 9 หนอนตัวแบน............................................................................................................................ 11 กุ้งตัวใส...................................................................................................................................... 13 ไส้เดือนทะเล.............................................................................................................................. 15 ปลิงด�ำแข็ง................................................................................................................................. 17 ปลิงด�ำนิ่ม.................................................................................................................................. 19 ปลิงทะเลหนวดกิ่งไม้สีเขียว....................................................................................................... 20 ปลิงทะเลหนวดกิ่งไม้สีชมพูเหลือง............................................................................................. 21 ไส้หนอนลูกโอ๊ค......................................................................................................................... 22 ลิ่นทะเล..................................................................................................................................... 23 เม่นแต่งตัวเขียวน�้ำม่วง.............................................................................................................. 24 เม่นหัวใจ.................................................................................................................................... 25 เม่นด�ำหนามยาว........................................................................................................................ 26 ม้าน�้ำ.......................................................................................................................................... 27 ดาวทะเล.................................................................................................................................... 28 ดาวแสงอาทิตย์.......................................................................................................................... 29 หอยนางรมปีก........................................................................................................................... 30 หอยขวาน.................................................................................................................................. 31 ฟองน�้ำลูกกอล์ฟสีเหลือง........................................................................................................... 32 รังไข่หอยฝาเดียว....................................................................................................................... 33 ฟองน�้ำหนาม............................................................................................................................. 34 ฟองน�้ำยืดหยุ่นสีด�ำ.................................................................................................................... 35 ฟองน�้ำสีแดง.............................................................................................................................. 36 ปากกาทะเล............................................................................................................................... 37 หอยล�ำโพง................................................................................................................................. 38 หอยนางรมหนาม....................................................................................................................... 39 หอยสังข์หน้ายักษ์...................................................................................................................... 40 หอยก้างปลา.............................................................................................................................. 41 หอยเชลล์................................................................................................................................... 42 หอยลาย..................................................................................................................................... 43 หอยจอบ.................................................................................................................................... 44

9292


กุ้งกุลาด�ำ................................................................................................................................... 45 หอยสังข์กบ................................................................................................................................ 46 หอยสังข์ขวาน............................................................................................................................ 47 ปูใบ้สีน�้ำตาล.............................................................................................................................. 48 ปูใบ้ขน....................................................................................................................................... 49 ปูใบ้ปุ่ม....................................................................................................................................... 50 ปูฟองน�้ำเล็บแดง........................................................................................................................ 51 ปูหน้าหลบ................................................................................................................................. 52 ปุเป้ใหญ่..................................................................................................................................... 53 ปูก้ามยาว................................................................................................................................... 54 ปูแต่งตัว..................................................................................................................................... 55 ปูแมงมุมแต่งตัว......................................................................................................................... 56 ปูกระดุม.................................................................................................................................... 57 ปูใบ้ก้ามขนลายแถบ.................................................................................................................. 58 ปูใบ้ปม....................................................................................................................................... 59 หมึกสายเล็ก.............................................................................................................................. 60 ปูเสฉวนยักษ์จุดขาว................................................................................................................... 61 ปูม้า........................................................................................................................................... 62 ปูม้าลาย..................................................................................................................................... 63 ปูม้าหิน...................................................................................................................................... 64 กั้งกระดาน................................................................................................................................. 65 ปลาวัวหนามดอก....................................................................................................................... 66 ปลาวัวหางพัด............................................................................................................................ 67 ปลากะพงเหลือง........................................................................................................................ 68 ปลาทรายแดง............................................................................................................................ 69 ปลาตั๊กแตนหิน.......................................................................................................................... 70 ปลาผีเสื้อกลางคืน...................................................................................................................... 71 ดอกไม้ทะเลดิน.......................................................................................................................... 72 ปะการังจาน............................................................................................................................... 73 ปะการังเห็ด............................................................................................................................... 74 พรมทะเล................................................................................................................................... 75 เพรียงหัวหอม............................................................................................................................ 76 ฟองน�้ำเคลือบสีเขียว.................................................................................................................. 77 ฟองน�้ำถูตัว................................................................................................................................ 78 ฟองน�้ำปล่อยภูเขาไฟ................................................................................................................. 79

9393


เต่ากระ...................................................................................................................................... 80 ผักเบี้ยทะเล............................................................................................................................... 82 ดอกดึง....................................................................................................................................... 84 ผักบุ้งทะเล................................................................................................................................. 85 โพธิ์ทะเล.................................................................................................................................... 86 เตยทะเล.................................................................................................................................... 87 หญ้าลูกลม................................................................................................................................. 88 สาหร่ายใบมะกูด........................................................................................................................ 89 สาหร่ายขนนก............................................................................................................................ 90 สาหร่ายใบ.................................................................................................................................. 91

9494


บรรณานุกรม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, ชีววิทยาและระบบนิเวศในทะเล, https://www.dmcr.go.th/infoAll/197 วิกิพีเดีย: สารานุกรมฟรี (2547 22 กรกฎาคม). FL: Wikimedia Foundation, Inc. สืบค้นเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2565 จากhttps://www.wikipedia.org

9595


96 96


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Issuu converts static files into: digital portfolios, online yearbooks, online catalogs, digital photo albums and more. Sign up and create your flipbook.