อนุสารอุดมศึกษา issue 420

Page 1

ปีที่ ๓๙ ฉบับที่ ๔๒๐ ประจ�ำเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖ เอกสารเผยแพร่ของส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ISSN 0125-2461

อนุ ส ารอุดมศึกษาออนไลน์ www.mua.go.th/pr_web

นิทรรศการการศึกษาไทยในเมียนมาร์


สารบัญ

ปีที่ ๓๙ ฉบับที่ ๔๒๐ ประจ�ำเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖

เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย ผลักดันร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. .... ๓ ‘วันสหกิจศึกษาไทย’ ครั้งที่ ๕ ๔ ส่งเสริมกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ๖ ประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ไทย-บรูไน ครั้งที่ ๒ ๗ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิสาขาวิชาการท่องเที่ยว ๙ พัฒนาศักยภาพบุคลากรจัดการศึกษาคนพิการ ๑๐ สกอ. ชี้แจงนโยบายการด�ำเนินงานด้านต่างประเทศ ๑๐ เรื่องเล่าอาเซียน วิทยาลัยชุมชน : ประชาคมอาเซียน ๑๑

๑๓

เรื่องพิเศษ ไทย - เมียนมาร์ ร่วมมือด้านอุดมศึกษา

๑๓

พูดคุยเรื่องมาตรฐาน การปฏิรูปอุดมศึกษาในระดับสากลกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ๑๖ เรื่องแนะน�ำ การประกวดผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ ‘บัณฑิตไทยไม่โกง’ ๑๘

เหตุการณ์เล่าเรื่อง ATPER 2013 Conference เล่าเรื่องด้วยภาพ

๒๐

๒๒

๗ คณะผู้จัดท�ำ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เลขที่ ๓๒๘ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๖๑๐ ๕๒๐๐ โทรสาร ๐ ๒๓๕๔ ๕๕๒๔-๒๖ เว็บไซต์ www.mua.go.th อีเมล์ pr_mua@mua.go.th นายอภิชาติ จีระวุฒิ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ก�ำจร ตติยกวี นางวราภรณ์ สีหนาท นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ ที่ปรึกษา รองศาสตราจารย์ชวนี ทองโรจน์ นางสาวสุนันทา แสงทอง นายสุภัทร จ�ำปาทอง นายศิระวิทย์ คลี่สุวรรณ บรรณาธิการ นายกฤษณ์กร วงศ์ไทย กองบรรณาธิการ นางสาวปิยาณี วิริยานนท์ นางชุลีกร กิตติก้อง นายเจษฎา วณิชชากร นางปราณี ชื่นอารมณ์ นายพรชัย สิทธินันทน์ นายจรัส เล็กเกาะทวด ผู้พิมพ์ บริษัท ออนป้า จ�ำกัด


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

ผลักดันร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. .... ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปตรวจเยีย่ มวิทยาลัยชุมชนปัตตานี และมอบนโยบายในการประชุมสัมมนา “ทิศทางการด�ำเนินงานวิทยาลัยชุมชน และนโยบายการผลักดันร่างพระราชบัญญัตสิ ถาบัน วิทยาลัยชุมชน” โดยมีนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา พร้อมทัง้ ประธานและกรรมการสภาวิทยาลัยชุมชน ผูอ้ ำ� นวยการวิทยาลัยชุมชนทัว่ ประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมวิทยาลัยชุมชนปัตตานี จังหวัดปัตตานี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมสัมมนาครัง้ นีถ้ อื เป็นรอยต่อทีส่ �ำคัญมาก เพราะ ปัจจุบนั มีวทิ ยาลัยชุมชนกระจายอยูท่ วั่ ประเทศ จ�ำนวน ๒๐ แห่ง ทีช่ ว่ ยแก้ปญ ั หาเศรษฐกิจและสังคม พร้อมทัง้ ช่วยพัฒนาและสร้างอาชีพให้ ชุมชนมีความเข้มแข็ง ยัง่ ยืน ส่งผลถึงความมัน่ คงแข็งแรงของประเทศชาติตอ่ ไป โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในพืน้ ที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา ซึง่ มีวทิ ยาลัยชุมชนตัง้ อยูใ่ นพืน้ ทีค่ รบทุกจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความมุง่ มัน่ ทีจ่ ะให้การศึกษาเป็น ส่วนส�ำคัญต่อการพัฒนาพืน้ ทีช่ ายแดนภาคใต้ ให้ประชาชนอยูร่ ว่ มกันอย่างสันติสขุ ด้วยอัตลักษณ์พเิ ศษ และส่งผลให้เกิดความสงบเรียบร้อย และพืน้ ทีก่ ลับคืนสูส่ นั ติสขุ โดยใช้การศึกษาเป็นตัวน�ำ “ทัง้ นี้ ขอฝากให้ชาววิทยาลัยชุมชนได้ชว่ ยกันพิจารณาแนวทางด�ำเนินการในทศวรรษทีส่ องของวิทยาลัยชุมชน (พ.ศ.๒๕๕๕ - ๒๕๖๔) ว่า จะท�ำอย่างไรให้วทิ ยาลัยชุมชนเดินตามเป้าหมายและเจตนารมณ์เดิมของการก่อตัง้ ให้ชดั เจน พร้อมทัง้ ขอให้พฒ ั นาแนวทางการจัดการเรียนรู้ ของวิทยาลัยชุมชนใน ๑๐ ปีขา้ งหน้าใน ๓ รูปแบบ โดยการจัดการศึกษาของวิทยาลัยชุมชน มีจดุ เน้นที่ (๑) โครงสร้างของการจัดการศึกษา ทีเ่ น้นการบริหารงานเชิงพืน้ ที่ (Area-Based) ซึง่ วิทยาลัยชุมชน ๒๐ แห่ง ทีก่ ระจายอยูท่ วั่ ประเทศจะมีสว่ นส�ำคัญต่อการสร้างและพัฒนาอาชีพ ของประชาชนในชุมชน (๒) หลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competency Based) เป็นส่วนส�ำคัญต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และ ต่อยอดความสามารถของผูจ้ บการศึกษาตามหลักสูตรต่างๆ ทีว่ ทิ ยาลัยชุมชนจัดขึน้ (๓) หลักสูตรฐานศักยภาพของชุมชน (Community Based) ส�ำหรับทิศทางการด�ำเนินงานในทศวรรษทีส่ อง วิทยาลัยชุมชนต้องพิจารณาว่าหากมีความจ�ำเป็นต้องปรับเปลีย่ นวิธกี ารแนวทางด�ำเนินการ ตามศักยภาพของแต่ละชุมชนทีแ่ ตกต่างกัน ก็สามารถด�ำเนินการได้ แต่ตอ้ งไม่ทงิ้ ปรัชญาของการก่อตัง้ วิทยาลัยชุมชน คือ ‘สอนโดยชุมชน โดยคนในชุมชน ใช้โจทย์ชมุ ชน เพือ่ พัฒนาชุมชน’ ในขณะเดียวกันต้องมองถึงทิศทางการพัฒนาภายหน้าได้กา้ วไกลมากขึน้ ” รมช.ศธ. กล่าว รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า จากการที่วิทยาลัยชุมชนบริหารและด�ำเนินงานภายใต้กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ต�ำ่ กว่าปริญญารูปแบบวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึง่ มีขอ้ จ�ำกัดในด้านความคล่องตัวทีไ่ ม่เอือ้ ต่อการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนไปสูท่ ศิ ทางการ ด�ำเนินงานทีก่ ำ� หนดไว้ ทุกฝ่ายจึงเห็นพ้องกันว่าวิทยาลัยชุมชนควรมีกฎหมายเฉพาะ กระทรวงศึกษาธิการจึงผลักดันให้รา่ งพระราชบัญญัติ สถาบันวิทยาลัยชุมชน พ.ศ. .... บรรจุเข้าในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึง่ ได้มมี ติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เมือ่ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ จะเร่งผลักดันให้ พ.ร.บ.สถาบันวิทยาลัยชุมชน เกิดขึน้ โดยเร็ว เพือ่ ให้วทิ ยาลัยชุมชนมีความเป็นอิสระ เกิดความคล่องตัวด้านการบริหารจัดการและงบประมาณ รวมทัง้ ให้เกิดความมัน่ คง ในสถาบันวิทยาลัยชุมชน ทั้งยังให้เกิดความมั่นใจว่าวิทยาลัยชุมชนจะไม่ไปรวมกับ กศน. เพราะบริบทและเจตนารมณ์การก่อตั้งและ การด�ำเนินงานแตกต่างกัน ด้าน นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า ๑๐ ปีทผี่ า่ นมา วิทยาลัยชุมชนได้จดั การศึกษาให้แก่ประชาชน ทัง้ หลักสูตรอนุปริญญาและหลักสูตรฝึกอบรม โดยได้กำ� หนดจุดยืน (Positioning) ให้อยูใ่ นต�ำแหน่งการศึกษาตลอดชีวติ เพือ่ เสริมสร้างชุมชน ให้เกิดความเข้มแข็งและตรึงคนอยูใ่ นพืน้ ที่ และผลักดันให้ไปสูส่ งั คมแห่งการเรียนรู้ โดยมีกลุม่ เป้าหมายหลัก คือ ประชากรวัยแรงงาน และ เสริมด้วยผูด้ อ้ ยโอกาสทางการศึกษา โดยวิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่งจะมีอสิ ระในการจัดหลักสูตรบริการแก่คนในพืน้ ทีแ่ ตกต่างกัน อาทิ วิทยาลัย ชุมชนปัตตานี จัดหลักสูตรทีส่ ำ� คัญ เช่น กิจกรรมโครงการเมาลิดสัมพันธ์ หลักสูตรธุรกิจการผลิตน�ำ้ บูดฮู าลาลจากปลาทะเล หลักสูตรธุรกิจ การผลิตกือโป๊ะฮาลาลจากปลาทะเล โครงการเด็กตานีเรียนรู้หลายภาษา การพัฒนาบุคลากรองค์การบริหารงานส่วนจังหวัดปัตตานี แก่ขา้ ราชการและสมาชิกสภา อบจ.ปัตตานี เพือ่ รองรับการเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน การพัฒนาภาษาอังกฤษแก่บคุ ลากรส�ำนักงานสหกรณ์ จังหวัดปัตตานี อนุสารอุดมศึกษา

3


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

‘วันสหกิ จ ศึ ก ษาไทย ’ ครั้งที่

๖ มิถนุ ายน ๒๕๕๖ - ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกับสมาคมสหกิจศึกษาไทย และ ๙ เครือข่ายของสถาบันอุดมศึกษา ทัว่ ประเทศ จัดงาน ‘วันสหกิจศึกษาไทย’ ครัง้ ที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๕๖ ภายใต้แนวคิด ‘สหกิจศึกษาไทย : กลไกสูก่ ารพัฒนาประชาคม อาเซียนพลัส’ ทัง้ นี้ ได้รบั เกียรติจากนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบ รางวัลสหกิจศึกษาดีเด่นแห่งปี โดยมีนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน นายกสมาคมสหกิจศึกษาไทย รองศาสตราจารย์ชวนี ทองโรจน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา และประธาน ๙ เครือข่ายของสถาบันอุดมศึกษาทัว่ ประเทศ ร่วมพิธเี ปิด ณ ศูนย์นทิ รรศการและการประชุมไบเทค บางนา นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดงาน “วันสหกิจศึกษาไทย ครัง้ ที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๕๖” ว่า โครงการสหกิจศึกษานานาชาติเป็นหนึง่ รูปแบบของการจัดการศึกษาทีเ่ ครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา และภาคอุตสาหกรรมร่วมมือกัน โดยมี สกอ. เป็นตัวจักรส�ำคัญ ในการพัฒนานิสติ นักศึกษาให้มที กั ษะ ความรู้ ความสามารถ ในการปฏิบตั งิ าน น�ำไปสูก่ ารผลิตบุคลากรทีม่ ที กั ษะด้านวิชาการและด้านปฏิบตั ิ ตอบสนองความต้องการของสถานประกอบการ ทัง้ ในและต่างประเทศ ซึง่ ได้มกี ารพัฒนา การต่อยอดและปรับแผนด�ำเนินการร่วมกันเพือ่ ให้สอดคล้องกับการเปลีย่ นแปลง ของโลก เนื่องจากสหกิจศึกษาจะเป็นกลไกหนึ่งที่ส�ำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือกับนานาประเทศ ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก ๒ ปีข้างหน้า “หากนักศึกษามีประสบการณ์ในการท�ำงานและน�ำทฤษฎีในการเรียนมาใช้แก้ปญ ั หาได้ ยิง่ จะท�ำให้เป็นผูท้ มี่ คี วามรูค้ วามสามารถ ครอบคลุม เมือ่ เจอปัญหาหรืออุปสรรคจะแก้ไขได้ทนั ท่วงทีและรวดเร็ว เป็นบุคลากรทีม่ คี ณ ุ ภาพเป็นทีต่ อ้ งการทัว่ ไป และสามารถแข่งขัน กับประเทศอื่นๆ ได้” รมช.ศธ. กล่าว ด้านนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า งานวันสหกิจศึกษาไทย ที่จัดขึ้นจะเป็นช่องทางหนึ่ง ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการด�ำเนินการสหกิจศึกษา รวมทั้งใช้เป็นช่องทางสื่อสาร เสริมสร้างความสัมพันธ์ สร้างความร่วมมือ พัฒนาการขยายขอบเขตการด�ำเนินการสหกิจศึกษาให้มคี วามก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นต่อไป “ปัจจุบันสถาบันอุดมศึกษาไทยได้มีการจัดสหกิจศึกษานานาชาติไม่น้อยกว่า ๙๗ สถาบัน ๘๙๑ หลักสูตร และ ๓๗๖ สาขาวิชา มีนักศึกษากว่า ๒๗,๐๐๐ คน และมีสถานประกอบการเข้าร่วมกว่า ๑๒,๒๐๐ องค์กร ซึ่ง สกอ. มีนโยบายส่งเสริมให้ มีการด�ำเนินการสหกิจศึกษานานนาชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้บัณฑิตไทยมีศักยภาพและมาตรฐานสากลสามารถท�ำงานได้ ทั่วโลก” เลขาธิการ กกอ. กล่าว

4

อนุสารอุดมศึกษา


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

รางวัลสหกิจศึกษาดีเด่นแห่งปี

- สถานศึกษาด�ำเนินงานสหกิจศึกษาดีเด่น ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม - สถานศึกษาดาวรุ่งด้านการด�ำเนินงานสหกิจศึกษา ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ - สถานศึกษาด�ำเนินงานสหกิจศึกษานานาชาติดีเด่น ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี - ผู้ปฏิบัติงานสหกิจศึกษาดีเด่นในสถานศึกษา ได้แก่ นายณัชติพงศ์ อูทอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี - สถานประกอบการขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท ไออีเอ็ม โซลูชั่นส์ ดิลิเวอรี่ จ�ำกัด - สถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ได้แก่ บริษัท เฟดเดอรัล อีเลคตริค จ�ำกัด - ผูป้ ฏิบตั งิ านสหกิจศึกษาดีเด่นในสถานประกอบการ ได้แก่ นายธีรศักดิ์ สงวนมานะศักดิ์ บริษทั เวสเทิรน์ ดิจติ อล (ประเทศไทย) จ�ำกัด - โครงงานสหกิจศึกษาดีเด่น ด้านวิทยาศาสตร์ ได้แก่ โครงการการออกแบบเครื่ อ งหยอดกาวแกนหม้ อ แปลงไฟฟ้ า อั ต โนมั ติ ของนายศราวุ ฒิ บุ ญ อบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น ปฏิบัติงาน บริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด (มหาชน) ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และการจัดการ ได้แก่ โครงงานการศึกษาประโยคทีไ่ ม่สมบูรณ์ในงานเขียนของนักเรียนชัน้ ม.6 ของนางสาวขนิษฐา โต๊ะอิสอ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ปฏิบัติงาน โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา - นวัตกรรมสหกิจศึกษาดีเด่น ได้แก่ การพัฒนา m-Commerce Application บน iOS ของนายณัฐวุฒิ เหมะธุลิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ปฏิบัติงานบริษัท เมจิกซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จ�ำกัด - นักศึกษาสหกิจศึกษานานาชาติดีเด่น ได้แก่ Mr.Abdulhakim Dueramaeng and Mr.Abdulrahim Dasing มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปฏิบัติงานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน

อนุสารอุดมศึกษา

5


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

ส่งเสริม กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษา ๑๒ - ๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๕๖ - ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา จัดประชุมวิชาการนานาชาติ เรือ่ ง “Internationalization of Education Reform and the TQF” ณ ห้องแกรนด์ บอลล์รมู โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ซึง่ ได้รบั เกียรติจากศาสตราจารย์พเิ ศษภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีนางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอุดมศึกษา และผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา เข้าร่วมประชุม ศาสตราจารย์พิเศษภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในการเปิดการประชุมว่า โครงการ ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากับสหภาพยุโรป เรื่อง “Tuning Educational Structures to the Internationalization” เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา หรือที่เรียกว่า TQF (Thai Qualifications Framework) ไปสู่สากล โดยมุ่งเทียบเคียงกับนานาประเทศถึงการจัดท�ำมาตรฐานคุณวุฒิสาขา มาตรฐานการออกแบบหลักสูตร การก�ำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของผูเ้ รียน มาตรฐานการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ด�ำเนินการจัดท�ำกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ ซึ่งประกาศใช้อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อรวมพลังผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร คณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ องค์กรวิชาชีพ ผู้ใช้บณ ั ฑิต นักศึกษา รวมทัง้ ผู้ทเี่ กีย่ วข้อง ได้เข้ามาร่วมกันก�ำหนดคุณลักษณะ ของบัณฑิตที่พึงประสงค์ตามบริบทของสังคม และเทียบได้กับบัณฑิตในระดับสากล โดยที่สถาบันอุดมศึกษายังคงมีอิสระในการ พัฒนาทางวิชาการและเพิ่มเติมเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของสถาบัน ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ ได้อย่างอิสระ “ดังนั้น หลักสูตรแนวใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาจึงต้องมุ่งเน้นมาตรฐานผลการเรียนรู้ของบัณฑิตเป็นส�ำคัญ และจะต้องมีกลไกในการบริหารจัดการ และปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการสร้างบรรยากาศ และสิง่ แวดล้อมต่างๆ ทีจ่ ะเอือ้ ให้บณ ั ฑิตพัฒนาตนเองให้มคี ณ ุ ลักษณะและมาตรฐานผลการเรียนรูท้ พ ี่ งึ ประสงค์ดงั กล่าวได้ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุน และส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาจึงได้วางแผน จัดกิจกรรมในการส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาด�ำเนินการตามกรอบ TQF อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยความร่วมมือกับ นานาประเทศ” ที่ปรึกษา รมว.ศธ. กล่าว ทีป่ รึกษา รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า การประชุมครัง้ นีเ้ ป็นการน�ำเสนอถึงแนวทางการเทียบเคียงมาตรฐานคุณวุฒสิ าขาและแนวโน้ม การจัดการอุดมศึกษาของโลก รวมทั้งการอภิปรายซักถามเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และบทเรียนที่ได้จากการปฏิรูปอุดมศึกษาของ ทวีปยุโรปตามข้อตกลงโบโลญญ่า (Bologna Process) จึงเป็นโอกาสที่สถาบันอุดมศึกษาจะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงการปฏิรูป อุดมศึกษาของทวีปยุโรป และรับทราบผลการด�ำเนินการในภูมิภาคอื่นๆ ของโลก อาทิ การพัฒนามาตรฐานผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ตลอดจนวิธีการวัดและประเมินผล การจัดท�ำ Diploma Supplement ซึ่งเป็นเอกสารที่มีข้อมูลการรับรองความรู้ ความสามารถ และ ทักษะต่างๆ ของบัณฑิต ตลอดจนระบบการจัดการศึกษา ซึง่ มหาวิทยาลัยในต่างประเทศออกให้แก่บณ ั ฑิตประกอบกับใบปริญญาบัตร และใบ Transcript ซึ่งเป็นโอกาสศึกษาประสบการณ์และบทเรียนจากการปฏิรูปอุดมศึกษาของทวีปยุโรปเพื่อน�ำมาประยุกต์ใช้ให้เป็น ประโยชน์กับสถาบันอุดมศึกษาไทยต่อไป

6

อนุสารอุดมศึกษา


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

ประชุมอย่างไม่เป็นทางการ

ไทย-บรูไน ครัง้ ที่ ๒

๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - กระทรวงศึกษาธิการบรูไนดารุสซาลามเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม อย่างไม่เป็นทางการระหว่างผูบ้ ริหารส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและผูบ้ ริหาร กองการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการบรูไนดารุสซาลาม (Retreat) ครั้งที่ ๒ โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ก�ำ จร ตติ ย กวี รองเลขาธิ ก ารคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา เป็นหัวหน้าคณะ น�ำคณะผูบ้ ริหารส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา รวมทัง้ ผูแ้ ทนหน่วยงาน และสถาบันอุดมศึกษาไทยทีเ่ กีย่ วข้อง ได้แก่ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา และ ศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (Thai-Journal Citation Index Centre) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี เข้าร่วมการประชุม ณ กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไนดารุสซาลาม ทั้งนี้ Awanku Abdullah bin Pengiran Haji Tengah, Deputy Permanent Secretary (Higher Education) กระทรวงศึกษาธิการบรูไนดารุสซาลาม ในฐานะประธานฝ่ายบรูไนดารุสซาลาม ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมหารือในการประชุม รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ก�ำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการร่วมหารือแนวทางการด�ำเนินกิจกรรม ความร่วมมือทางวิชาการที่เป็นผลสืบเนื่องจากข้อตกลงร่วมกันในการประชุมครั้งที่ ๑ โดยในการ ประชุมครั้งนี้ ทั้ง ๒ ฝ่ายได้เห็นชอบกิจกรรมที่จะด�ำเนินการร่วมกัน ประกอบด้วย (๑) การเข้าร่วม โครงการแลกเปลีย่ นนักศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาไทยในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การแลกเปลีย่ น ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาในประเทศอาเซียน (ASEAN International Mobility for Students (AIMS) Programme) โดยฝ่ายบรูไนดารุสซาลามจะส่งผู้แทนมาร่วมประชุม The 6th AIMS Review Meeting ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น และจะมอบหมาย Universiti Brunei Darussalam (UBD) ให้ส่งนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังสนใจส่งนักศึกษาระดับ อาชีวศึกษาและโปลีเทคนิคมาฝึกงานในประเทศไทยภายใต้โครงการ Enrichment Module ของ บรูไนดารุสซาลาม (๒) โครงการพัฒนาฐานข้อมูลดัชนีการอ้างอิงวารสารส�ำหรับประเทศในกลุ่ม อาเซียน (ASEAN Citation Index: ACI) โดยฝ่ายบรูไนดารุสซาลามจะส่งผู้แทนเข้าร่วมเป็น ACI Steering Committee เพือ่ ร่วมก�ำหนดนโยบายการด�ำเนินงานของ ACI (๓) ความร่วมมือกับสถาบัน อุดมศึกษาไทยที่มีข้อตกลงและมีการด�ำเนินความร่วมมือทางวิชาการระหว่างกันภายใต้กิจกรรม การแลกเปลีย่ นนักศึกษาและบุคลากร และการท�ำวิจยั ร่วม รวมทัง้ การแลกเปลีย่ นนักศึกษาฝึกงาน และการพัฒนาวิชาชีพครู/บุคลากรทางการศึกษาร่วมกับส�ำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ในสาขาการเกษตร การบริการการท่องเทีย่ ว และวิศวกรรม และแสดงความสนใจทีจ่ ะส่งนักศึกษา เข้าร่วมโครงการ “Skills Competition” และ (๔) ความร่วมมือในรูปแบบอื่น ๆ ได้แก่ การจัดการ เรียนการสอนภาษาอารบิคและอิสลามศึกษา การศึกษาดูงานวิทยาลัยชุมชนของไทย และ อนุสารอุดมศึกษา

7


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย การร่วมมือกับหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องของไทยในเรือ่ งการประกันคุณภาพและการพัฒนากรอบมาตรฐานคุณวุฒเิ พือ่ เป็นเครือ่ งมือสนับสนุน การแลกเปลี่ยนนักศึกษา “จากการไปศึกษาดูงานและเจรจาความร่วมมือกับ Universiti Brunei Darussalam (UBD) และ Institut Teknologi Brunei (ITB) พบว่าทาง UBD สนใจทีจ่ ะแลกเปลีย่ นนักศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาไทยภายใต้โครงการ “Discovery-year Experiences” เพือ่ เปิดโลกทัศน์ นักศึกษาของบรูไนดารุสซาลาม และ ITB สนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาฐานข้อมูลดัชนีการอ้างอิงวารสารส�ำหรับประเทศในกลุ่มอาเซียน (ACI) นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากหนังสือพิมพ์ The Brunei Times และ Borneo Bulletin ซึ่งเป็นสื่อมวลชนของ บรูไนดารุสซาลามอีกด้วย” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว

การประชุม Retreat จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่รับผิดชอบการบริหารจัดการการอุดมศึกษาของ ประเทศสมาชิกอาเซียนได้สร้างความคุ้นเคย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับนโยบายการศึกษาระหว่างกัน ตลอดจนร่วม หารือเพื่อก�ำหนดแผนงานที่จะด�ำเนินการร่วมกันในอนาคต เพื่อเตรียมความพร้อมในการรวมตัวของประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.๒๕๕๘ โดยการประชุมร่วมกับบรูไนดารุสซาลามครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากจัดการประชุม Retreat ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๕ ที่กรุงเทพฯ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นเจ้าภาพ และการประชุม Retreat ครั้งที่ ๓ จะจัดที่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะเป็นเจ้าภาพ

8

อนุสารอุดมศึกษา


สาขาวิชาการท่องเที่ยว

เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ๒๑ - ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - ส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา จัดการประชุมเชิงปฏิบตั กิ าร เรือ่ ง กรอบมาตรฐาน คุ ณ วุ ฒิ : การออกแบบหลั ก สู ต ร กลยุ ท ธ์ ก ารสอนและ การประเมินผลในสาขาวิชาการท่องเที่ยว ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค โดยได้รบั เกียรติจากนางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานเปิดการประชุม นางวราภรณ์ สี ห นาท รองเลขาธิ ก ารคณะกรรมการ การอุดมศึกษา กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมการ พัฒนาหลักสูตรที่มุ่งเน้นผลการเรียนรู้เฉพาะสาขาวิชา โดยได้ เลื อ กสาขาซึ่ ง เป็ น ที่ ส นใจในการจั ด ท� ำ ข้ อ ตกลงร่ ว มกั น ของ การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของอาเซียน ได้แก่ สาขาวิชาการ ท่ อ งเที่ ย ว ทั้ ง นี้ การประชุ ม มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ แลกเปลี่ ย น ประสบการณ์ ประเด็ น ปั ญ หา และข้ อ เสนอแนะระหว่ า ง ผู ้ ท รงคุ ณ วุ ฒิ ไ ทยและออสเตรเลี ย ในการส่ ง เสริ ม ให้ ส ถาบั น อุดมศึกษาจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน บรรลุมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่เน้นสาขาวิชาการท่องเที่ยวหรือสาขาใกล้เคียง และเพื่อให้ผู้บริหาร คณาจารย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องของสถาบันอุดมศึกษา มี ค วามรู ้ ความเข้ า ใจ สามารถออกแบบหลั ก สู ต ร กลยุ ท ธ์ ก ารสอนและ การประเมินผลที่สะท้อนให้เห็นถึงการบรรลุมาตรฐานผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ในสาขาที่สะท้อนกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ตลอดจนเพื่อสร้างเครือข่ายความ ร่วมมือของคณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในการพัฒนามาตรฐาน หลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนตามตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอย่าง ต่อเนื่องและจริงจัง “หัวใจส�ำคัญของกระบวนการจัดการศึกษาและจัดการเรียนการสอน ให้มคี ณ ุ ภาพเป็นสิง่ ทีต่ อ้ งใช้เวลาในการสร้างความเข้าใจและพัฒนาร่วมกัน และที่ส�ำคัญต้องการภาวะผู้น�ำจากผู้บริหารและคณาจารย์ที่จะต้องใช้ ความพยายามในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนและ เกิดคุณลักษณะทีพ ่ งึ ประสงค์ ซึง่ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาตระหนักดีวา่ โครงการ TQF เป็นโครงการใหญ่ทตี่ อ้ งการ ความร่วมมือและความเข้าใจจากทุกฝ่ายในการผลักดันให้เกิดผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา ดังนัน้ ในฐานะที่ สกอ. เป็นหน่วยงานสนับสนุนและส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษา จึงได้วางแผนจัดกิจกรรมในการส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาให้ดำ� เนินการตาม กรอบ TQF อย่างสม�ำ่ เสมอทุกปี โดยในการประชุมครัง้ นีจ้ ะได้เจาะลึกการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนเฉพาะสาขา เพือ่ ให้เกิด ความเข้าใจทีช่ ดั เจน ขณะเดียวกันก็จะเป็นการเทียบเคียงกับการด�ำเนินการพัฒนาบัณฑิตสูส่ ากลด้วย” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว ในการประชุมครัง้ นี้ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้รบั เกียรติจากมิสเตอร์เวนน์ ครอสบี (Mr. Wayne Crosbie) ผู้อ�ำนวยการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจนานาชาติแห่งสถาบันวิลเลี่ยม แองกลิสส์ (William Angliss Institute) เครือรัฐออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้จดั ท�ำสมรรถนะต�ำแหน่ง งานในสาขาวิชาการท่องเที่ยวให้กับอาเซียน มาเป็นวิทยากรร่วมกับ ดร. เดวิด ฟอสเตอร์ (Dr. David Foster) ผู้อ�ำนวยการ Australian Centre for Tourism and Hospitality โดยการประชุมเชิงปฏิบัติการเป็นรูปแบบการบรรยาย และลงมือฝึกปฏิบัติเพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุม เกิดความเข้าใจในการออกแบบหลักสูตร การก�ำหนดกลยุทธ์การสอน และมุ่งเน้นการวัดและประเมินผลที่จะน�ำผลการฝึกปฏิบัติกลับไป ประยุกต์ใช้ในสาขาการท่องเที่ยวหรือสาขาใกล้เคียงได้อย่างมั่นใจว่า ผู้เรียนจะบรรลุผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ตามที่มุ่งหวัง มีคุณธรรม ความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพเป็นที่พึงพอใจของผู้จ้างงาน และแข่งขันกับนานาชาติได้

อนุสารอุดมศึกษา

9


เรื่องเล่าอุดมศึกษาไทย

พัฒนาศักยภาพบุคลากรจัดการศึกษาคนพิการ มิ ถุ น ายน ๒๕๕๖ - ส� ำ นั ก งานคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา จั ด การฝึ ก อบรมหลั ก สู ต ร การพัฒนาศักยภาพบุคลากรทีเ่ กีย่ วข้องกับการจัดการศึกษาส�ำหรับคนพิการในระดับอุดมศึกษา ๔ หลักสูตร คือ หลักสูตรส�ำหรับผู้บริหาร หลักสูตรส�ำหรับคณาจารย์ หลักสูตรส�ำหรับผู้ปฏิบัติงาน ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ (DSS Center) และหลักสูตรส�ำหรับเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ณ โรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอุดมศึกษา เป็นประธานเปิดการอบรม นางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า ส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา ได้ก�ำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์และมาตรการจัดการศึกษาส�ำหรับคนพิการหรือผู้ที่มีความจ�ำเป็น พิเศษในระดับอุดมศึกษาขึ้น เพื่อตอบรับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนพิการในสังคมได้รับโอกาสและบริการทาง การศึกษาเท่าเทียมกับคนทั่วไป โดยมุ่งเน้นให้สถาบันอุดมศึกษาเปิดโอกาสและรับคนพิการเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย รวมทั้ง ได้จัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์ สื่อ สิ่งอ�ำนวยความสะดวกทางด้านการศึกษาให้แก่นักศึกษาพิการ และสนับสนุน งบประมาณให้สถาบันอุดมศึกษาจัดตั้งศูนย์หรือหน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ (Disability Support Services Center - DSS Center) ขึ้นในสถาบัน พร้อมทั้งด�ำเนินการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านคนพิการควบคู่กันมาอย่างต่อเนื่อง ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ พบว่า มีนักเรียน นิสิต นักศึกษาพิการเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาในสังกัดและก�ำกับของ สกอ. จ�ำนวน ๑,๙๙๘ คน และ มีสถาบันการศึกษาได้จัดตั้งศูนย์หรือหน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการแล้ว จ�ำนวน ๓๑ แห่ง โดยกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศ “การฝึกอบรมที่จัดขึ้น ได้ให้ความส�ำคัญกับผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้ปฏิบัติงานศูนย์บริการนักศึกษาพิการ และเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ เนื่องจากทุกส่วนมีความส�ำคัญในการขับเคลื่อนให้นโยบายด้านการจัดการศึกษาส�ำหรับคนพิการ สามารถเกิดขึ้นได้จริงและเป็นรูปธรรม”

สกอ. ชี้แจงนโยบาย

การด�ำเนินงาน ด้านต่างประเทศ ๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ - ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดการประชุมรองอธิการบดีที่ดูแลงานด้านต่างประเทศของ สถาบันอุดมศึกษาไทย ณ ห้องประชุมกิ่งเพชร โรงแรมเอเชีย โดยได้รับเกียรติจากนางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิด นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวว่า การจัดประชุมรองอธิการบดีท่ีดูแลงานด้าน ต่างประเทศของสถาบันอุดมศึกษาไทยถือเป็นเวทีพบปะ ชี้แจงนโยบายความร่วมมือและการด�ำเนินงานด้านต่างประเทศของส�ำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริมความเป็นนานาชาติของสถาบันอุดมศึกษาไทย แลกเปลี่ยนข้อมูลความเคลื่อนไหวใน การด�ำเนินงานด้านต่างประเทศของสถาบันอุดมศึกษา รวมถึงหารือแนวทางร่วมกันในการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้การด�ำเนิน งานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการอุดมศึกษาไทย นอกจากนี้ยังเป็นเวทีเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีใน การด�ำเนินงานด้านต่างประเทศและความเป็นสากลของสถาบันอุดมศึกษาไทย “นอกจากนี้ เพื่อให้ร่างยุทธศาสตร์ด้านต่างประเทศของการอุดมศึกษาไทยมีความสมบูรณ์ จึงได้ให้ผู้บริหารระดับสูงที่ดูแลงาน ด้านต่างประเทศของสถาบันอุดมศึกษาไทยที่ร่วมการประชุมครั้งนี้ ร่วมกันพิจารณาและวิพากษ์ร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าว เพื่อให้เป็น ยุทธศาสตร์ทกี่ ำ� หนดทิศทางการด�ำเนินงานด้านต่างประเทศร่วมกันระหว่างส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา ทั้งนี้ สกอ. จะได้น�ำข้อเสนอแนะไปปรับร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวก่อนน� ำเสนอคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อให้ความเห็นชอบ ก่อนประกาศใช้ต่อไป” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว

10

อนุสารอุดมศึกษา


‘เรื่องเล่าอาเซียน’ ฉบับนี้ ขอน�ำข้อมูลการด�ำเนินงานของวิทยาลัยชุมชนที่เตรียมพร้อมส�ำหรับการเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ โดยวิทยาลัยชุมชนได้รับแนวนโยบายจากส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ให้เตรียมความพร้อมของคนและชุมชนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ท�ำให้วิทยาลัยชุมชนทั้ง ๒๐ แห่ง ได้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าสู่เวทีอาเซียน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ที่ติดขอบชายแดน ซึ่งในบางแห่งสามารถเห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนในประเด็นต่างๆ ดังนี้ ๑. เสริมเนื้อหาอาเซียนลงในหลักสูตรเดิม ในหลักสูตรต่างๆ มีการเสริมความรู้เรื่องประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของ แต่ละประเทศให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ๒. เพิ่มเติมหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน มีการอบรมเสริมความรู้ด้านภาษาอังกฤษให้กับบุคคลากร รวมทั้งเสริมภาษาประจ�ำถิ่นอื่นๆ ตามแต่ละพื้นที่ ๓. เสริมการพัฒนาฝีมือและยกระดับคุณภาพของสินค้าเพื่อให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน มีการเสริมเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้โดดเด่นชัดเจนในหลักสูตรที่สามารถสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น พร้อมทั้งพัฒนาฝีมือ และยกระดับคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ เตรียมพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในการค้าระหว่างชายแดนและระหว่าง ประเทศได้ ๔. การสร้างเครือข่ายเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษา จึงมีการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนระหว่างวิทยาลัยขุมชนกับวิทยาลัยชุมชนของประเทศ เพื่อนบ้าน ในลักษณะของนักเรียนแลกเปลี่ยนหรือแม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนครูผู้สอน ๕. การใช้ IT หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงแหล่งข้อมูลความรู้ต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีการเชื่อมโยงลิงค์ต่างๆ หรือเว็บไซต์ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน รวมถึงวิทยาลัยชุมชนประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นเครือข่าย ท�ำให้ง่ายต่อการเข้าถึงยิ่งขึ้น ๖. การจัดกิจกรรมให้ความรู้อาเซียน เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ สังคม และวัฒนธรรม ของแต่ละประเทศ วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่ง ได้มีการจัดกิจกรรมเพิ่มเติม เช่น การเข้าค่ายภาษาที่เสริมความรู้อาเซียนเข้าไปด้วย หรือแม้แต่การจัดอบรมเพื่อเตรียมความพร้อม เข้าสู่อาเซียนของผู้ประกอบการและชุมชน เป็นต้น ๗. การจัดตั้งศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมอาเซียน หรือมุมอาเซียนในวิทยาลัยชุมชน เพื่อเป็นการเสริมความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน จึงมีการเสริมสื่อการเรียนรู้ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะท�ำให้เรารู้จักเข้าใจกัน เรียนรู้พฤติกรรมชีวิตความเป็นอยู่ และวิถีของเพื่อนบ้านว่าเป็นอย่างไร จึงจะสามารถสร้างความเข้าใจและท�ำให้เกิดแนวร่วมในเรื่องความร่วมมือทางด้านอื่นๆ ได้ จากการด�ำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมดังกล่าว ได้แสดงให้เห็นว่าวิทยาลัยชุมชนทุกแห่งพร้อมที่จะสร้างก�ำลังคนเพื่อขับเคลื่อน ไปสู่การเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

เรื่องเล่าอาเซียน

วิทยาลัยชุมชน : ประชาคมอาเซียน

ข้อตกลงร่วมวิทยาลัยชุมชนกับประเทศสมาชิกอาเซียน ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน ได้มีการประชุมเจรจาความร่วมมือกับวิทยาลัย ชุมชนของประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว มีสาระส�ำคัญโดยสรุป ดังนี้ ๑. ประเทศมาเลเซีย จากผลการประชุมคณะท�ำงานร่วมด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ ประเทศมาเลเซีย ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและกระทรวงการอุดมศึกษามาเลเซีย เห็นชอบร่วมกันที่จะจัดตั้ง คณะท�ำงานร่วม ๗ สาขา คือ ๑) ชีววิทยาศาสตร์ ๒) วิทยาศาสตร์การกีฬา ๓) วิทยาศาสตร์การอาหารและการเกษตรกรรม ๔) การศึกษาด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา ๕) วิทยาลัยชุมชน ๖) การท�ำวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และ ๗) การจัดการ โรงแรมและการท่องเที่ยว โดยเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้เสนอให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่าง วิทยาลัยชุมชนของทั้งสองประเทศ ต่อมาในปี ๒๕๕๕ ผลการประชุมคณะท� ำงานร่วมด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทย - มาเลเซีย ครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ณ กรุงเทพมหานคร ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาและกระทรวงการอุดมศึกษามาเลเซียเห็นชอบ ร่วมกันในสาขาวิทยาลัยชุมชน โดยก�ำหนดกิจกรรมร่วมมือใน ๒ กิจกรรม คือ อนุสารอุดมศึกษา

11


เรื่องเล่าอาเซียน

กิจกรรมที่ ๑ การประชุม/เจรจาเชิงนโยบายเพื่อก�ำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยชุมชนไทย - มาเลเซีย ในระหว่าง วันที่ ๒๕ - ๒๖ กันยายน ๒๕๕๕ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กิจกรรมที่ ๒ การประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และศึกษาดูงานวิทยาลัยชุมชนของผู้บริหารวิทยาลัยชุมชนและบุคลากร ที่เกี่ยวข้อง ณ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ในระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๒ กันยายน ๒๕๕๕ ๒. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม การด�ำเนินงานที่ผ่านมาไทยและเวียดนามได้ด�ำเนินความร่วมมือทางวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ผ่านกรอบการประชุม ความร่วมมือทางวิชาการไทย - เวียดนาม (ปัจจุบันเป็นการประชุมความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งที่ ๑๐ ในปี พ.ศ.๒๕๕๓) นอกจากนี้ เวียดนามยังได้ส่งคณะผู้แทนมาศึกษาดูงานด้านอุดมศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาไทย ผ่านการประสานงานกับสถาบันอุดมศึกษา โดยตรงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งน�ำไปสู่การท�ำบันทึกความเข้าใจ/ข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษาไทยและ เวียดนาม รวมทั้งการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการไทยและเวียดนาม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการไทย (นายอดิศัย โพธารามิค) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและฝึกอบรมเวียดนาม (Mr.Nguyen Minh Hien) เมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ สาระส�ำคัญของบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการไทยและเวียดนาม ในส่วนของการศึกษาอุดมศึกษา คือ ความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่เน้นวิทยาลัยชุมชน และการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย การวิจัยและพัฒนา และ การปฏิรูปการอุดมศึกษา โดยมีการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้บริหารส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากับผู้บริหาร กระทรวงการศึกษาและฝึกอบรม ในระหว่างวันที่ ๒๘ - ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๓ ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนได้เดินทางไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อประชุม/เจรจาความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างวิทยาลัยชุมชน สถาบันการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียน ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดยส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน ได้เดินทางไปประชุม/เจรจาเชิงนโยบายเพื่อ ก�ำหนดแนวทางความร่วมมือระหว่างวิทยาลัยชุมชนไทย - เวียดนาม ในระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ณ เมืองฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารของกระทรวงศึกษาและการฝึกอบรม และศึกษาดูงานวิทยาลัยชุมชน ฮานอย และฮาไต การประชุมในครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการวิทยาลัยชุมชนในประเด็นส�ำคัญๆ อาทิ โครงสร้างการบริหารงาน งบประมาณ วิชาการ เป็นต้น ผลการประชุมเจรจาในเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ให้ส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาประสานเชิญนายกสมาคมวิทยาลัยชุมชนเวียดนาม และอธิการของวิทยาลัยชุมชนฮานอยและฮาไต มาแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ และศึกษาดูงานวิทยาลัยชุมชนประเทศไทย ๓. ประเทศอินโดนีเซีย ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้จัดประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้บริหารส�ำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษากับผู้บริหารกรมการอุดมศึกษา กระทรวงการศึกษาและวัฒนธรรม ประเทศอินโดนีเซีย ครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๕ โดยมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน คือ ความร่วมมือในการพัฒนาวิทยาลัยชุมชนของอินโดนีเซีย ในการนี้ คณะผู้แทนจากกรมการอุดมศึกษา กระทรวงการศึกษาและวัฒนธรรม อินโดนีเซีย ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน อุดมศึกษาประเทศไทย ในระหว่างวันที่ ๒๖ สิงหาคม - ๑ กันยายน ๒๕๕๕ โดยได้มาศึกษาดูงาน ณ ส�ำนักบริหารงานวิทยาลัย ชุมชน และประชุมร่วมกับบุคลากรของส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับทิศทางการด�ำเนินงานของวิทยาลัย ชุมชนไทย โดยประธานกรรมการวิทยาลัยชุมชน ในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ และเดินทางไปศึกษาดูงานวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร ณ จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมประชุมสรุปงานกับคณะผู้แทนกรมการอุดมศึกษา อินโดนีเซีย ณ วังสวนผักกาด ในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ ๔. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชนได้ร่วมประชุมกับผู้บริหารกรมการศึกษาชั้นสูงของลาว ณ กระทรวงการศึกษา สปป.ลาว นครหลวงเวียงจันทน์ ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยเน้นประเด็นการให้ความร่วมมือเพื่อการจัดตั้งวิทยาลัยชุมชนใน ลาว ความร่วมมือด้านการจัดหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ด้วยแนวนโยบายต่างๆ ที่วิทยาลัยชุมชนแต่ละแห่งได้น�ำไปใช้เป็นแนวทางในการเตรียมการก้าวเข้าสู่เวทีอาเซียนของคน และชุมชน เพื่อให้มีความตระหนัก เห็นความส�ำคัญ ตลอดจนความคืบหน้าระหว่างการประชุมเพื่อหาแนวทางร่วมมือแลกเปลี่ยนกัน ของวิทยาลัยชุมชนกับประเทศสมาชิก ท�ำให้เห็นได้ถึงการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตต่อไป

ข้อมูล : จุลสารวิทยาลัยชุมชน ฉบับที่ ๙ ปีที่ ๒ พ.ศ.๒๕๕๕

12

อนุสารอุดมศึกษา


เรื่องพิเศษ

ไทย - เมียนมาร์ ร่วมมือด้านอุดมศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จัดสัมมนาวิชาการและนิทรรศการการศึกษาไทยในต่างประเทศ มาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๒ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุดมศึกษากับต่างประเทศ พร้อมทั้งเพื่อรองรับการขยายตัวของการอุดมศึกษาและ ส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค ส�ำหรับในปี ๒๕๕๖ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาไทย ได้จัดสัมมนาวิชาการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ด้านอุดมศึกษาระหว่างไทย - เมียนมาร์ และการจัดนิทรรศการการศึกษาไทย ‘Myanmar - Thailand Cooperation in Higher Education: Strengthening Links’ ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ ไดมอนด์ จูบิวลี่ ฮอลล์ กรุงย่างกุง้ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยได้รบั เกียรติจากนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ Dr. Myo Myint และ Dr. Ba Shwe รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการศึกษา สาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนมาร์ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด ทั้งนี้ มีนางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา นายชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ อุปทูตไทยประจ�ำสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ และผู้เข้าร่วมจัดนิทรรศการการศึกษาไทย จ�ำนวน ๑๑๗ คน จากสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด/ในก�ำกับของส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ทัง้ ของรัฐและเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓๔ แห่ง และผู้เข้าร่วมงานฝ่ายเมียนมาร์ จ�ำนวน ๑๓๓ คน จากหน่วยงานและสถาบันอุดมศึกษา เมียนมาร์ จ�ำนวน ๖๐ แห่ง เข้าร่วมงาน ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดนิทรรศการของสถาบันอุดมศึกษาไทย การบรรยายเกี่ยวกับนโยบายและการจัดการอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ การสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับ การด�ำเนินความร่วมมือ รวมถึงการศึกษาดูงานสถาบันอุดมศึกษาเมียนมาร์ ๔ แห่ง

อนุสารอุดมศึกษา

13


เรื่องพิเศษ นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยว่า ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ด�ำเนินโครงการ สัมมนาวิชาการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุดมศึกษาระหว่างสถาบัน อุดมศึกษาไทยกับเมียนมาร์และนิทรรศการการศึกษาไทยครัง้ นี้ เพือ่ พัฒนา ความสั ม พั น ธ์ แ ละส่ ง เสริ ม ความร่ ว มมื อ ด้ า นอุ ด มศึ ก ษากั บ เมี ย นมาร์ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นโยบายการบริหารจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและโครงการส�ำคัญด้าน การพัฒนาอุดมศึกษา ตลอดจนส่งเสริมและขยายความร่วมมือระหว่าง สถาบันอุดมศึกษาของทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ คณาจารย์และนักศึกษาเมียนมาร์ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร การเรียนการสอนและการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาไทย ซึ่งจะน�ำไปสู่ การขยายความร่วมมือระหว่างกันต่อไป “การประชุมครั้งนี้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงความ ร่วมมือระหว่างไทย - เมียนมาร์ ใน ๔ สาขา คือ กลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์ กลุ่มสาขาการจัดการการท่องเที่ยวและการโรงแรม กลุ่มสาขาสังคมศาสตร์และภาษา (สาขาภาษาไทยและภาษาเมียนมาร์) และกลุ่มสาขาธุรกิจระหว่างประเทศและการบริหารธุรกิจ และไปศึกษา ดูงานมหาวิทยาลัยเมียนมาร์ ๔ แห่ง คือ Yangon University, Yangon University of Foreign Languages, Dagon University และ Institute of Economics ซึง่ เป็นการน�ำร่องให้เกิดการแลกเปลีย่ นอาจารย์ บุคลากร และ นักศึกษา และความร่วมมือทางด้านการวิจยั ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาไทย กับสถาบันอุดมศึกษาเมียนมาร์ นอกจากนี้ กรมอุดมศึกษาของเมียนมาร์ สนใจจะขอความร่วมมือจากส� ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในการพั ฒ นาระบบการประกั น คุ ณ ภาพการศึ ก ษาและการท� ำ กรอบ มาตรฐานคุณวุฒิด้วย” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว

14

อนุสารอุดมศึกษา


เรื่องพิเศษ รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อว่า เมื่อปี ๒๕๔๗ สกอ. เคยไปจัดสัมมนาวิชาการในหัวข้อ Myanmar - Thai Academic Cooperation: Strengthened Partnership และจัดนิทรรศการ การศึกษาไทยในเมียนมาร์ ณ กรุงย่างกุ้ง และได้มีการลงนาม ในหนังสือแสดงเจตจ�ำนงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการและ การแลกเปลีย่ น (Letter of Intent) ระหว่างเลขาธิการคณะกรรมการ การอุดมศึกษาและอธิบดีกรมอุดมศึกษาของเมียนมาร์ โดยมี วัตถุประสงค์เพือ่ สนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างกัน และเมือ่ ช่วงต้นปีทผี่ า่ นมา สกอ. ได้จดั ท�ำยุทธศาสตร์ ความร่ ว มมื อ ทางวิ ช าการระดั บ อุ ด มศึ ก ษากั บ สาธารณรั ฐ แห่งสหภาพเมียนมาร์ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการด�ำเนิน ความร่วมมือทางวิชาการระดับอุดมศึกษากับเมียนมาร์ นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือภายใต้โครงการต่างๆ ของ สกอ. อาทิ โครงการ แลกเปลี่ยนบุคลากรและนักศึกษาไทยกับประเทศอนุภูมิภาค ลุม่ แม่นำ�้ โขง (GMS) ซึง่ มีผเู้ ข้าร่วมโครงการจากเมียนมาร์ทงั้ หมด ๒๑ คน โครงการส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษและ ภาษาของประเทศเพือ่ นบ้าน โครงการแลกเปลีย่ นนักศึกษาไทย และอาเซียน และ ความร่วมมือในกรอบพหุภาคี ผ่านศูนย์ภมู ภิ าค ของซีมีโอด้านการอุดมศึกษาและการพัฒนา (SEAMEO RIHED) และเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (ASEAN University Network AUN) “ทัง้ นี้ ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ไทยกั บ สถาบั น อุ ด มศึ ก ษาเมี ย นมาร์ ด� ำ เนิ น การในลั ก ษณะ ทวิภาคีด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วย ความร่ ว มมื อ ทางวิ ช าการระหว่ า งสถาบั น อุ ด มศึ ก ษาของ ทัง้ สองฝ่าย และมีสถาบันอุดมศึกษาไทยบางแห่งมีความร่วมมือ ทางวิชาการกับเมียนมาร์ภายใต้โครงการความร่วมมือต่างๆ เช่น ทุนการศึกษาระดับระดับปริญ ญาตรี- โทให้ แ ก่ นักศึกษาและ บุ ค ลากรของเมี ย นมาร์ การแลกเปลี่ ย นนั ก ศึ ก ษาระหว่ า ง สองประเทศ การจัดหลักสูตรฝึกอบรม และการวิจยั ร่วม เป็นต้น” รองเลขาธิการ กกอ. กล่าว การจั ด สั ม มนาวิ ช าการเพื่ อ ส่ ง เสริ ม ความร่ ว มมื อ ด้ า น อุดมศึกษาระหว่างไทย - เมียนมาร์ และการจัดนิทรรศการ การศึกษาไทยครั้งนี้ นับเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง ไทย-เมียนมาร์ให้มีความแน่นแฟ้นมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นโอกาส ให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้นโยบายและประสบการณ์ ด้ า นการจั ด การศึ ก ษาระหว่ า งกั น ตลอดจนเป็ น ช่ อ งทาง ในการน� ำเสนอแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือทางด้าน อุ ด มศึ ก ษาในระยะยาว เพื่ อ ช่ ว ยยกระดั บ ความสามารถ ทางวิช าการให้ แ ก่ ส ถาบัน อุด มศึก ษาของไทยและเมีย นมาร์ อย่างยั่งยืน

อนุสารอุดมศึกษา

15


พูดคุยเรื่องมาตรฐาน

การปฏิรูปอุดมศึกษาในระดับสากลกับ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ

ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้จัดท�ำประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรือ่ ง แนวทางการปฏิบตั ติ ามกรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดับอุดมศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ทีม่ งุ่ เน้นมาตรฐานผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของผูเ้ รียน เพือ่ ให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาหรือปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สามารถผลิตบัณฑิตทีม่ คี ณ ุ ภาพ และได้มาตรฐานทีเ่ ทียบเคียงกันได้กบั บัณฑิตจากสถาบันอุดมศึกษาทีด่ ที งั้ ในระดับชาติและระดับสากล เพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้จดั ท�ำกรอบความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหภาพยุโรป โดยได้จดั กิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนือ่ ง ได้แก่ การส่งผูท้ รงคุณวุฒิ (Prof. Stephen Adams) ของสหภาพยุโรปมาท�ำงานในประเทศไทย เพือ่ ร่วมแลกเปลีย่ น เรียนรูก้ บั ผูท้ รงคุณวุฒขิ องไทยเกีย่ วกับการปฏิรปู การศึกษาของทวีปยุโรปตามข้อตกลง Bologna Process และการปฏิรปู การศึกษาของ ประเทศไทยซึง่ ท�ำให้ผทู้ รงคุณวุฒทิ งั้ สองฝ่ายได้มเี ครือข่ายในการติดต่อสือ่ สารและแลกเปลีย่ นเรียนรูใ้ นระยะต่อมาอย่างสม�ำ่ เสมอ ส�ำหรับปี พ.ศ. ๒๕๕๕ - ๒๕๕๖ สหภาพยุโรปได้ให้ความเห็นชอบสนับสนุนโครงการที่ส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาด�ำเนินการ เรื่อง “Tuning Educational Structures to the Internationalization” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดท�ำมาตรฐานคุณวุฒิสาขาวิชา (มคอ.๑) การออกแบบหลักสูตร (มคอ.๒) ทีม่ กี ารก�ำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของผูเ้ รียน การจัดการเรียนสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล ทัง้ ในรายวิชาและหลักสูตรตามวงจรคุณภาพของ TQF (มคอ.๑ - ๗) เพือ่ เป็นการประกันคุณภาพหลักสูตร เกิดความโปร่งใส และชัดเจนในการจัดการศึกษาทีม่ งุ่ เน้นผูเ้ รียนเป็นส�ำคัญ และแนวทางเกีย่ วกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือของสถาบัน อุดมศึกษาไทยและต่างประเทศในอนาคต กิจกรรมที่ได้ด�ำเนินการร่วมกันตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๕๕ เป็นต้นมา มีดังนี้ ระยะที่ ๑ Professor Julia Gonzalez ผู้เชี่ยวชาญของสหภาพยุโรป ได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจเพื่อประชุมหารือและแลกเปลี่ยน เรียนรู้กับผู้ทรงคุณวุฒิของไทยเกี่ยวกับแนวทางการจัดท�ำมาตรฐานคุณวุฒิสาขา (มคอ.๑) และเทียบเคียงคุณภาพและมาตรฐาน การพัฒนาหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาไทยและของสหภาพยุโรป โดยเลือกสาขาน�ำร่อง ๓ สาขา ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ และสาขาการท่องเทีย่ วและการโรงแรม ระยะที่ ๒ Dr. Béatrice Delpouve, Dr. Cristina Ortega Neure และ Dr. Joše Contreras ผูเ้ ชีย่ วชาญของสหภาพยุโรป ได้เดินทางมา ปฏิบัติภารกิจในการศึกษาแนวทางการออกแบบหลักสูตร (มคอ.๒) การพัฒนารายวิชา (มคอ.๓) แนวทางการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล ในมหาวิทยาลัยของไทย ๓ แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสติ (สาขาการท่องเทีย่ ว) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (สาขาคอมพิวเตอร์) ระยะที่ ๓ การจัดประชุมนานาชาติในเรือ่ ง Tuning in the World: New Degree Profiles for New Societies ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศ เบลเยี่ยม ซึ่งเป็นการประชุมวิชาการของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ได้มีกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันอย่างสม�่ำเสมอในการเทียบเคียงคุณภาพ การจัดหลักสูตร การก�ำหนดผลการเรียนรูท้ พี่ งึ ประสงค์ของผูเ้ รียน กระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล และการท�ำวิจยั อาทิ ประเทศในแถบลาตินอเมริกา สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ออสเตรเลีย แคนาดา ประเทศในแถบแอฟริกาใต้ จีน ญี่ปุ่น และประเทศไทย ในระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ในการนี้ ผูเ้ ชีย่ วชาญของสหภาพยุโรปได้นำ� เสนอถึงการเทียบเคียงมาตรฐานของยุโรปกับ ของไทย Tuning Thailand 2012 - 2013 ให้ทปี่ ระชุมรับทราบด้วย

16

อนุสารอุดมศึกษา


อนุสารอุดมศึกษา

พูดคุยเรื่องมาตรฐาน

ระยะที่ ๔ จากการเข้าร่วมประชุมในระดับนานาชาติ จึงเห็นสมควรจัดกิจกรรมขยายผลไปสูส่ ถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งของไทย ให้ทั่วถึง เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นถึงประโยชน์ของกรอบมาตรฐานคุณวุฒิซึ่งมีพื้นฐานแนวปฏิบัติที่ส�ำคัญและสามารถใช้เป็น เครื่องมือขับเคลื่อนการพัฒนาหลักสูตรสู่สากล โดยมุ่งเน้นแนวทางการวัดและประเมินผลเพื่อเทียบเคียงมาตรฐานผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของผู้เรียนกับนานาประเทศได้ ดังนั้น ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงจัดประชุมวิชาการ เรื่อง การปฏิรปู อุดมศึกษาในระดับสากลกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (Internationalization of Education Reform and the TQF) โดยมีการฝึกอบรม คณาจารย์นำ� ร่อง TQF เพือ่ ให้เป็นวิทยากรขยายผลให้แก่คณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งได้ฝกึ ปฏิบตั กิ ารวัดและประเมินผล เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนบรรลุผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวัง ต่อจากนั้นจะเป็นการจัดประชุมวิชาการให้กับสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งเพื่อให้ ผู้บริหารและคณาจารย์ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงการด�ำเนินการในภูมิภาคต่างๆ ของโลกเกี่ยวกับการปฏิรูปอุดมศึกษาและ แนวโน้มการจัดการอุดมศึกษาในอนาคต การประชุมวิชาการ เรือ่ ง การปฏิรปู อุดมศึกษาในระดับสากลกับกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (Internationalization of Education Reform and the TQF) จัดขึน้ ระหว่าง ๑๒ - ๑๔ มิถนุ ายน ๒๕๕๖ มีวตั ถุประสงค์เพือ่ แลกเปลีย่ นข้อมูลเกีย่ วกับ แนวโน้มในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาและการปฏิรปู อุดมศึกษาในภูมภิ าคต่างๆ ของโลกจากประสบการณ์ของผูท้ รงคุณวุฒิ ของไทยและสหภาพยุโรป ให้เกิดวิสยั ทัศน์และมุมมองใหม่ๆ ในการจัดการศึกษา พร้อมทัง้ ส่งเสริมให้ผบู้ ริหารและคณาจารย์เกิดความ มัน่ ใจในการใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒเิ ป็นเครือ่ งมือในการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตทีม่ งุ่ เน้นผลการเรียนรู้ (Learning Outcomes) ของ ผูเ้ รียนเป็นส�ำคัญ และส่งเสริมให้คณาจารย์ได้ฝกึ ปฏิบตั วิ ธิ กี ารก�ำหนดเกณฑ์หรือตัวบ่งชีก้ ารประเมินผลการเรียนรูข้ องผูเ้ รียน สามารถ น�ำไปใช้ประโยชน์ในการวัดและประเมินผลในชัน้ เรียนต่อไป ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือของคณาจารย์และบุคลากรทีเ่ กีย่ วข้อง ในการผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาต่างๆ ให้ร่วมกันก�ำกับ ดูแลคุณภาพและมาตรฐานการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผลอย่างมีคณ ุ ภาพเป็นทีย่ อมรับในระดับสากล กิจกรรมในครัง้ นี้ มีการประชุม ๓ เรือ่ ง คือ (๑) การประชุม เชิ ง ปฏิ บั ติ ก าร เรื่ อ ง “Outcome-based learning: The Assessment of Learning Outcomes” เป็นการฝึกอบรม คณาจารย์น�ำร่องกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ (๒) การประชุม เชิงปฏิบัติการ เรื่อง “TQF and the Paradigm Shift of Higher Education in the World” จัดให้แก่ผู้บริหารและ คณาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง และ (๓) การประชุม วิชาการ เรือ่ ง “Internationalization of Education Reform and the TQF” จัด ให้ แ ก่ ผู้บริหารและคณาจารย์ใ นสถาบัน อุดมศึกษาทุกแห่ง ทัง้ นี้ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คาดหวังว่า คณาจารย์ และผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษาจะมีโอกาส แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลและประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญ จากต่ า งประเทศถึ ง แนวโน้ ม การจั ด การศึ ก ษาระดั บ อุดมศึกษาและการปฏิรูปอุดมศึกษาในภูมิภาคต่างๆ ของ โลก รวมทั้ ง สามารถน� ำ ความรู ้ ไ ปพั ฒ นาหลั ก สู ต รและ วางแผนการจัด การเรีย นการสอน ตลอดจนน� ำผลจาก การฝึกปฏิบตั เิ กีย่ วกับวิธวี ดั และประเมินผลทีม่ งุ่ เน้นผลการ เรียนรู้ของผู้เรียน (Learning Outcomes) ไปประยุกต์ใช้ใน รายวิชาที่สอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเกิดความ ชัดเจนและมัน่ ใจในการใช้กรอบมาตรฐานคุณวุฒเิ ป็นเครือ่ งมือ ในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาและ พัฒนาให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือของสถาบันอุดมศึกษา ทัง้ ในและต่างประเทศอย่างใกล้ชดิ ต่อไปในอนาคต

17


เรื่องแนะนำ�

การประกวด ผลิ ต และเผยแพร่ สื่อประชาสัมพันธ์ ‘บั ณ ฑิ ต ไทยไม่ โ กง’ คอลัมน์ ‘เรื่องแนะน�ำ’ ฉบับนี้ มีโครงการมาแนะน�ำให้นิสิต นักศึกษา ที่ก�ำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีทุกสถาบัน ในสังกัด ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด โครงการประกวด ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ การรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล ‘บัณฑิตไทยไม่โกง’ ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจัดขึ้นเพื่อสร้างกระแสต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นและการโกงทุกรูปแบบ ในกลุ่มเยาวชน และให้มีสื่อที่ทันสมัย เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเยาวชนในปัจจุบัน โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สร้างสรรค์ผลงาน สื่อทางเลือกที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ ในหัวข้อ ‘บัณฑิตไทยไม่โกง’ เพื่อสื่อให้เห็นวิธีคิดของเยาวชน รุน่ ใหม่ในการจัดการกับปัญหาทุจริตคอรัปชัน่ ในยุคปัจจุบนั อย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยพลังของบัณฑิตไทยในการเป็นพลเมืองทีม่ คี ณ ุ ภาพ มีภูมิต้านทาน รักความถูกต้อง มีความกล้าหาญทางจริยธรรมและเป็นผู้น�ำการเปลี่ยนแปลง เพื่อฉายภาพแนวคิดสุดท้ายที่ต้องการ ให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลจะได้รับการเผยแพร่ไปยังสื่อต่างๆ และกระจายไปยังสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งในสังกัดส�ำนักงาน คณะกรรมการการอุดมศึกษา ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นให้เยาวชนตื่นตัว เห็นความส�ำคัญ หันมาสนใจปัญหาที่เกิดขึ้นและพร้อมที่จะเป็น ก�ำลังส�ำคัญในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นและการโกงทุกรูปแบบต่อไป โครงการประกวด ผลิตและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ การรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาล ‘บัณฑิตไทยไม่โกง’ ประกอบด้วย ๓ กิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมที่ ๑ ประกวดแอนิเมชั่น ลักษณะผลงาน ส่งผลงานเป็นทีมในนามสถาบันอุดมศึกษา ไม่จ�ำกัดจ�ำนวนทีมๆ ละไม่เกิน ๕ คน สมาชิกในทีมต้องศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี สถาบันเดียวกัน ไม่จ�ำกัดคณะและชั้นปี และในแต่ละทีมสามารถส่งผลงานได้ไม่จ�ำกัดจ�ำนวน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ - เป็นผลงานแอนิเมชั่น ไม่จ�ำกัดรูปแบบและเทคนิค แต่ต้องมีภาพเคลื่อนไหวและเสียงประกอบ ภายใต้หัวข้อ “บัณฑิตไทยไม่โกง” ความยาวไม่ต�่ำกว่า ๒ นาที แต่ไม่เกิน ๕ นาที (รวม intro title และ end credit) - จัดส่งผลงานในรูปแบบ DVD เป็นไฟล์นามสกุล .AVI หรือ .MPEG ขนาดภาพ ๑๖:๙ ความละเอียด ๑๒๘๐ x ๗๒๐ พิกเซล - เครดิตท้ายผลงาน (end credit) ต้องมีโลโก้ของส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เงินรางวัล จ�ำนวน ๑๓๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย - รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๕๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลชมเชย เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๒ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัล Popular Vote เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร (ส�ำหรับรางวัล Popular Vote ผู้สมัครต้อง upload ผลงาน เผยแพร่ผ่าน youtube.com ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ และส่ง URL ของผลงานที่ upload แล้ว มาที่อีเมล yodsawat@mua.go.th และจะสิ้นสุดการนับจ�ำนวน page view ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. ในการตั้งชื่อเพื่ออัพโหลดขึ้น youtube ต้องมีค�ำว่า “แอนิเมชั่น บัณฑิตไทยไม่โกง โดยทีม...................”) การส่งผลงาน หมดเขตรับผลงานภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยส่งผลงาน ใบสมัคร พร้อมไฟล์โครงเรื่องย่อ มาที่ ผู้อ�ำนวยการส�ำนัก ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ชั้น ๑๒) เลขที่ ๓๒๘ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐

18

อนุสารอุดมศึกษา


เรื่องแนะนำ� กิจกรรมที่ ๒ ประกวดภาพยนตร์สั้น ลักษณะผลงาน ส่งผลงานเป็นทีมในนามสถาบันอุดมศึกษา ไม่จ�ำกัดจ�ำนวนทีมๆ ละไม่เกิน ๕ คน สมาชิกในทีมต้องศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี สถาบันเดียวกัน ไม่จ�ำกัดคณะและชั้นปี และในแต่ละทีมสามารถส่งผลงานได้ไม่จ�ำกัดจ�ำนวน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ - เป็นผลงานภาพยนตร์สนั้ ไม่จำ� กัดรูปแบบและเทคนิค ภายใต้หวั ข้อ “บัณฑิตไทยไม่โกง” ความยาวไม่เกิน ๑๕ นาที (รวม intro title และ end credit) - จัดส่งผลงานในรูปแบบ DVD ฉบับเต็ม ขนาดภาพ ๑๖:๙ - เครดิตท้ายผลงาน (end credit) ต้องมีโลโก้ของส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เงินรางวัล จ�ำนวน ๑๙๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย - รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๖๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เงินรางวัล ๔๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เงินรางวัล ๓๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลชมเชย เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๒ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - Popular Vote เงินรางวัล ๒๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร (ส�ำหรับรางวัล Popular Vote ผู้สมัครต้อง upload ผลงาน เผยแพร่ผ่าน youtube.com ในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ และส่ง URL ของผลงานที่ upload แล้ว มาที่อีเมล yodsawat@mua.go.th และจะสิ้นสุดการนับจ�ำนวน page view ในวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๖.๐๐ น. ในการตั้งชื่อเพื่ออัพโหลดขึ้น youtube ต้องมีค�ำว่า “ภาพยนตร์สั้น บัณฑิตไทยไม่โกง โดยทีม...................”) การส่งผลงาน หมดเขตรับผลงานภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยส่งผลงาน ใบสมัคร ไฟล์โครงเรื่องย่อ พร้อมไฟล์ออกแบบโปสเตอร์ ประชาสัมพันธ์ภาพยนตร์สั้นของทีม ขนาดเอ ๔ ความละเอียด ๓๐๐ dpi รูปแบบไฟล์เป็น .psd หรือ .jpg มาที่ ผู้อ�ำนวยการ ส�ำนักส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพนักศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ชั้น ๑๒) เลขที่ ๓๒๘ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ กิจกรรมที่ ๓ ประกวดบทความ ลักษณะผลงาน ส่งผลงานในนามสถาบันอุดมศึกษา ๑ คน ต่อ ๑ บทความ และสถาบันอุดมศึกษาสามารถส่งผลงานได้ไม่จ�ำกัดจ�ำนวน โดย บทความทีส่ ง่ เข้าประกวดต้องมีความยาวไม่เกิน ๓ หน้ากระดาษเอ ๔ หน้าละไม่นอ้ ยกว่า ๒๕ บรรทัด พิมพ์ดว้ ยอักษร Angsana New ๑๖ โดยระบุชื่อ นามสกุล มหาวิทยาลัย/สถาบัน คณะ และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก เงินรางวัล จ�ำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย - รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ เงินรางวัล ๘,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๒ เงินรางวัล ๕,๐๐๐ บาท จ�ำนวน ๑ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร - รางวัลชมเชย เงินรางวัล ๓,๕๐๐ บาท จ�ำนวน ๒ รางวัล พร้อมเกียรติบัตร การส่งผลงาน หมดเขตรับผลงานภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยส่งผลงาน พร้อมใบสมัครมาที่ ผู้อ�ำนวยการส�ำนักส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพนักศึกษา ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ชั้น ๑๒) เลขที่ ๓๒๘ ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ ผู้สนใจ สามารถดูรายละเอียด เงื่อนไขการส่งผลงานเข้าประกวด (ผลงานแอนิเมชั่น ภาพยนตร์สั้น และบทความ) และ ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ http://www.mua.go.th/ และ http://www.facebook.com/ohecanticorruption

อนุสารอุดมศึกษา

19


เหตุการณ์เล่าเรื่อง

ATPER 2013 Conference สมาคมนักวิชาชีพไทยในยุโรป หรือที่รู้จักกันใน ชือ่ ย่อว่า ATPER (Association of Thai Professionals in Europe) เป็นสมาคมของนักวิชาชีพ/นักวิชาการชาวไทย ที่อาศัยและท�ำงานอยู่ในภูมิภาคยุโรปที่ด�ำเนินกิจกรรม ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาความเป็นเลิศทาง วิชาการของอุดมศึกษาไทย ทั้งด้านการเรียนการสอนและ การวิจยั ในสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานอืน่ ๆ ภายใต้การ ด�ำเนินโครงการให้นักวิชาชีพไทยที่อยู่ต่างประเทศกลับมา ร่วมพัฒนาการอุดมศึกษาไทย ซึง่ ส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่นกั วิชาชีพ/ นักวิชาการไทยในต่างประเทศมาปฏิบตั งิ านในประเทศไทย เป็นประจ�ำทุกปี เมื่อวันที่ ๑ - ๒ มิถุนายน ๒๕๕๖ สมาคมนักวิชาชีพ ไทยในยุโรป ได้จัด การประชุมประจ�ำปี ๒๕๕๖ ของ สมาคมนั ก วิ ช าชี พ ไทยในยุ โ รป ณ กรุ ง สตอกโฮล์ ม ประเทศสวี เ ดน มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ ให้ นั ก วิ ช าชี พ / นักวิชาการ และนักศึกษาไทยในยุโรป และผู้แทนจาก หน่วยงานในประเทศไทย ได้พบปะหารือแนวทางในการ สร้างความร่วมมือระหว่างกัน รวมทั้งความเป็นไปได้ใน การจัดท�ำโครงการความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ และ หน่วยงานในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งในการ ถ่ายทอดความรูแ้ ละเทคโนโลยีกลับมายังประเทศไทย โดย ได้รับเกียรติจากนางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา คณะกรรมการสมาคม นักวิชาชีพ/นักวิชาการ และนักศึกษาไทยในยุโรป และ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ส�ำนักงานปลัด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สป.วท.) ส�ำนักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ ส� ำ นั ก งานคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา เข้ า ร่ ว มการ ประชุม

20

อนุสารอุดมศึกษา


เหตุการณ์เล่าเรื่อง

นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอุดมศึกษา ได้บรรยายพิเศษหัวข้อ ‘แนวทางการพัฒนาความร่วมมือ ทางวิชาการระหว่างนักวิชาชีพไทยในยุโรปกับสถาบันอุดมศึกษาไทย’ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอุดมศึกษาไทยและความร่วมมือที่ยั่งยืน ในโอกาสเข้าร่วมประชุมประจ�ำปี ๒๕๕๖ ของสมาคมนักวิชาชีพไทย ในยุโรป โดยกล่าวถึงการรับมือกับความท้าทายที่ส่งผลต่อการพัฒนา ความร่วมมือ เช่น ประเด็นด้านงบประมาณส�ำหรับสนับสนุนการด�ำเนิน โครงการของสมาคมฯ ที่ขาดความต่อเนื่องและถูกปรับลดวงเงินความ ช่วยเหลือในแต่ละปี พร้อมทัง้ เสนอแนวทางความร่วมมือโดยให้สมาคม นักวิชาชีพฯ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาไทยจัดท�ำโครงการระดับสถาบัน (Institutional-based) ที่มุ่งพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการทั้งองค์กร ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหากเห็นว่าได้ ประโยชน์จากความร่วมมือดังกล่าว และส�ำนักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษาจะร่วมสนับสนุนงบประมาณด้วย ทั้งนี้ รูปแบบของ โครงการควรสานต่อจากโครงการความร่วมมือที่มีอยู่แล้วกับสถาบัน อุดมศึกษาไทย และต่อยอดความร่วมมือไปยังสาขาอื่นๆ ที่มีความ ต้องการที่จะพัฒนาต่อไป และนักวิชาชีพ/นักวิชาการในต่างประเทศ ต้องจัดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ๓ - ๕ คนเพื่อจัดท�ำโครงการ ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาไทย ซึ่งกิจกรรมรูปแบบนี้จะเป็นแบบอย่าง ของการใช้ประโยชน์จากนักวิชาชีพที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพ อุดมศึกษาสู่ระดับสากลในวงกว้างอย่างแท้จริง

การประชุมครั้งนี้สมาคมนักวิชาชีพฯ ได้คัดเลือกหัวข้องานวิจัย/ผลการศึกษาของนักวิชาชีพ/นักวิชาการและนักศึกษาไทย ในระดับบัณฑิตศึกษาในยุโรป ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีในประเทศไทย จ�ำนวน ๑๙ หัวข้อ โดยเฉพาะในบางสาขาที่เกี่ยวข้องกับโครงการส�ำคัญตามนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน โดยผลงานวิจัย/ผลการศึกษาที่น�ำเสนอในการประชุมครั้งนี้ สมาคมนักวิชาชีพฯ จะรวบรวมและจัดท�ำเป็นรูปเล่ม เพื่อการประชาสัมพันธ์ในวงกว้างต่อไป รวมถึงเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะและสังคมออนไลน์ ได้แก่ www.atper.eu/site/ และ www.facebook.com/ATPER เป็นต้น นอกจากการบรรยายพิเศษและการน�ำเสนอผลงานวิจัย/ผลการศึกษาแล้ว ที่ประชุมได้มีการหารือร่วมกันเกี่ยวกับการ เชื่อมโยงความร่วมมือหน่วยงานในประเทศไทยกับสมาคมนักวิชาชีพฯ แนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ได้แก่ การจัดท�ำ รูปเล่มรวบรวมผลงานวิจัยพร้อมประวัติย่อของนักวิจัย ซึ่งสมาคมฯ สามารถเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อสารต่างๆ ในลักษณะ e-Document และส่งต่อให้หน่วยงานในประเทศไทย เช่น ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพือ่ ประชาสัมพันธ์ไปยังสถาบัน อุดมศึกษาทุกแห่ง หรือกระทรวงที่เกี่ยวข้องของไทยต่อไป การจัดท�ำรายชื่อนักวิชาชีพพร้อมระบุความเชี่ยวชาญและสถานที่ ติดต่อ เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารระหว่างสองภูมิภาค การจัดท�ำกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ โดยให้มีผู้ประสาน งานหลัก (coordinator/contact person) ในแต่ละกลุ่มเพื่อให้สะดวกต่อการติดต่อและจัดท�ำโครงการร่วมกัน รวมถึงการเชิญ นักวิชาชีพมาบรรยายพิเศษในสถาบันอุดมศึกษา/หน่วยงานในประเทศไทย และในท้ายที่สุดนักวิชาชีพ/นักวิชาการได้มีการ จัดกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในสมาคม โดยแบ่งเป็น ๔ กลุ่มใหญ่ ได้แก่ พลังงาน (Energy) วิทยาศาสตร์ (Sciences) กฎหมาย (Law) และการขนส่ง (Transportation) สถาบันอุดมศึกษาทีส่ นใจเชิญนักวิชาชีพ/นักวิชาการชาวไทยในยุโรปมายังท�ำกิจกรรมในหน่วยงานของท่านสามารถติดต่อ สื่อสารผ่านสมาคมได้ที่ www.atper.eu และ www.facebook.com/ATPER ข้อมูล: ส�ำนักยุทธศาสตร์อุดมศึกษาต่างประเทศ ภาพประกอบ: เว็บไซต์ http://atper.eu/site/ อนุสารอุดมศึกษา

21


เล่าเรื่องด้วยภาพ

๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - นายอภิ ช าติ จี ร ะวุ ฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมพิธีเปิด การประชุมเชิงปฏิบัติการมอบนโยบายการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด ในสถานศึกษา ปี ๒๕๕๖ ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี

๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิ ก ารคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา เป็ น ประธานมอบวุฒิบัตรแก่ข้าราชการใหม่ที่เข้าร่วม โครงการฝึกอบรมข้าราชการใหม่ ‘หลักสูตรการเป็น ข้ า ราชการที่ ดี ’ ของบุ ค ลากรภาครั ฐ ตามกรอบ หลั ก สู ต รของ ก.พ. พร้ อ มบรรยายพิ เ ศษ เรื่ อ ง ‘การเสริมสร้างวินยั ความสามัคคีและจรรยาส�ำหรับ ข้าราชการที่ดี’ ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์วิจิตร ศรีสอ้าน

๓ มิถุนายน ๒๕๕๖ - นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมประชุมคณะกรรมการอ�ำนวยการงานเฉลิมฉลองครบรอบ ๑๒๐ ปี แห่งวันคล้ายวัน พระราชสมภพ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ครัง้ ที่ ๑/๒๕๕๖ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

22

อนุสารอุดมศึกษา


เล่าเรื่องด้วยภาพ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - นางวราภรณ์ สีหนาท รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นประธานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม และกล่าวโอวาทผู้เข้าฝึกอบรมโครงการพัฒนาศักภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถาบัน อุดมศึกษา ณ โรงแรมรามาดา เดมา

๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ - นางสาวอาภรณ์ แก่นวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ จากสถาบันอุดมศึกษาไทย เข้าศึกษาดูงาน Dagon University เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการศึกษา และหารือ ความร่วมมือด้านการอุดมศึกษา ณ Dagon University สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์

๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ - รองศาสตราจารย์ชวนี ทองโรจน์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่น ส�ำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา น�ำคณะผูบ้ ริหารส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน ไปตรวจเยีย่ มการด�ำเนินงานของส�ำนักงานโครงการจัดตัง้ สถาบันการเรียนรูเ้ กษตรอินทรีย์ วิทยาลัยชุมชน ตามแผนปฏิบัติการประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ส�ำนักบริหารงานวิทยาลัยชุมชน เพื่อติดตามการด�ำเนินงาน และ ให้ค�ำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ส�ำนักงานโครงการฯ ณ พื้นที่โครงการจัดตั้งสถาบันการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิทยาลัยชุมชน และวิทยาลัยชุมชน สระแก้ว จังหวัดสระแก้ว

อนุสารอุดมศึกษา

23


Higher

Education

สกอ.

ขับเคลื่อนอุดมศึกษาเพื่อชี้นำสังคมไทย ใหกาวไกลสูนานาชาติ

รวมทีมทำงาน สรางสรรคองคกร สอดคลองเปาหมาย โปรงใสเปนธรรม นำประโยชนสวนรวม สำนั ก งานคณะกรรมการการอุ ด มศึ ก ษา (สกอ.) ๓๒๘ ถนนศรี อ ยุ ธ ยา แขวงทุ ง พญาไท เขตราชเทวี กรุ ง เทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศั พ ท ๐ ๒๖๑๐ ๕๒๐๐ โทรสาร ๐ ๒๓๕๔ ๕๕๒๔-๖ http://www.mua.go.th Facebook : www.facebook.com/ohecthailand Twitter : www.twitter.com/ohec_th


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Issuu converts static files into: digital portfolios, online yearbooks, online catalogs, digital photo albums and more. Sign up and create your flipbook.