Suksara012016

Page 1

ปีที่ 13 ฉบับที่ 145 มกราคม 2559

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)


 ะ ช ว ช แ โ

เหล า เบี ย ร ผานสือ ผิดกฎหมายไมรูตัว ia

ed m l a i Soc 

โชว ก า ย อ น ค

ไมไดรับ คาตอบแทนก็ผิด เห็นชัดเลย

วาเปนการโฆษณา

มีผลประโยชน

ทางการคา เห็นๆ

บริษัทโพสเอง มีโทษปรับ

สูงสุด 5 แสนบาท และรอลงอาญา

!!!

เปนดารา นักรอง คนดังโพสก็ผิด

ุดๆ ฝ ย อ  ร อ . .. ล องแลว

ได

การโชวเครื่องดื่มแอลกอฮอล

ผานสื่อโซเชียลตางๆ คุณกําลังทําผิดกฎหมาย ตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอออล พ.ศ. 2551

ผูใดฝาฝน จําคุกไมเกิน 1 ป ปรับไมเกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจํา ทั้งปรับ ขอมูลโดย : สํานักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล กรมควบคุมโรค

ด้วยความปราถนาดีจาก แผนงานสร้างสุขมุสลิมไทย


1

Contents

หน้าปก :

พลังงานสะอาด...(หน้า 19)

ปีท่ี 13 ฉบับที่ 145 มกราคม 2559

วารสารสุขสาระ เป็นจดหมาย ข่าวรายเดือนของมูลนิธิสร้างสุขมุสลิม ไทย (สสม.) องค์กรไม่แสวงหาผลก�ำไร (Non-Profit Organization) จัดท�ำขึ้น เพื่อเผยแพร่กิจกรรมของมูลนิธิ ที่ได้รับ การสนับสนุนจากองค์กร พันธมิตร และ การบริจาคจากพี่น้องมุสลิม และเพื่อให้ ผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุด วารสารสุข สาระ ยังได้แทรกบทความและข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ให้ตระหนักถึง ปัญหาทางด้านสุขภาวะ เพื่อจักได้เตรียม ตัวป้องกัน มูลนิธสิ ร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) มุ่งเน้นในการส่งเสริมและสนับสนุนการ สร้างจิตส�ำนึกในเรื่องของสุขภาวะและ การพัฒนา มีเป้าหมายที่จะร่วมพัฒนา สังคมมุสลิมไทยให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งทาง กายและใจ ให้มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ ดี ชุมชนมุสลิมสามารถเป็นตัวอย่างหรือ ต้นแบบแก่สังคมไทย สนับสนุนและส่ง เสริมให้มุสลิมไทยมีความรู้รอบด้าน มี ศักยภาพ สามารถด�ำรงชีวิตอยู่ในโลก ที่ก�ำลังเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข ร่วมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างสังคม มุ ส ลิ ม และสั ง คมไทยทั่ ว ไป ทั้ ง นี้ ก าร ท�ำงานทั้งหมดของมูลนิธิฯ ใช้หลักการ ของศาสนาอิสลามเป็นทางน�ำ

5 ลา คอมร์ 6 ริมคลอง 8 สาระน่ารู้ 10 เรื่องเล่าจาก สว. 12 ท่องโรค 13 ห้องข่าว สสม. เรื่องของสาวนักสูบ ต�ำแยแมว

สารให้ความหวานจากธรรมชาติ

17 ต่างแดน 19 พลังงาน 21 เรื่องเล่าโครงการ

หลวงพระบาง ล้านนาเมืองลาว

พลังงานสะอาด

ความมุ่งมั่นของอาสาพาเลิกบุหรี่ (ปัตตานี)

เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ฯ โรคกระเพาะอาหาร

ส�ำนักงานวารสารสุขสาระ มูลนิธสิ ร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.) เลขที่ 1 หมู่ 13 แขวง/เขตมีนบุรี กทม. 10510 โทรศัพท์ 02-517-1309 พิมพ์ที่ : บริษทั แอ๊ดวานซ์ อินเตอร์ พริน ติง้ จ�ำกัด เลขที่ 45 ม.1 ซ.เพชรเกษม 69 ถนนเพชรเกษม แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 โทร. 0-2444-0245-7, 0-2808-6130-4 โทรสาร 0-2444-2490

เรื่องราวดีๆ จาก สสม.

รูปเล่ม : ดลรอฮีม พันหวัง

จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

3


WWW.Muslim4health.or.th

จ�ำ น ว น ผู ป้ ่ ว ย โ ร ค ไ ข เ้ ลือ ด อ อ ก สู ง สุ ด ใ น ประเทศไทยเท่าทเ่ี คย มรี ายงานมา พบว่าใน ปี 2530 มผี ูป้ ่ วยจำ� นวน 174,2 85 ราย เสยี ชีวติ 1,0 07 ราย ในปี 2556 มจี ำ� นวน ผูป้ ่ วย 154,444 ราย เสยี ชีวติ 136 ราย สำ� หรบั ปี 2558 จากข อ้ มูลของกรมควบคุม โรคระบุว่า เดือนมกร าคม – พฤศจกิ ายน 2 558 พบ ผูป้ ่ วยโรคไขเ้ ลอื ดออ กมากถึง 111,826 ร าย และ พบผูเ้ สยี ชีวติ จำ� นวน 108 ราย

คาดการณ์ ว่ า ในปี 2559 มีแ นว โน้มทีจ่ ะเกิดการระบาดใหญ่อกี ครัง้ เป็ นการ ระบาดใหญ่ 2 ปี ต่อเนื่อง ทัง้ ทีต่ ามปกติแล ้ว จะเป็ นการระบาดปี เว้นปี โดยยอดผูป้ ่ วยในปี 2559 อาจสูงเท่าปี 2556 เนื่องจากภาวะโลก ร้อน ซึง่ อุณหภูมทิ ส่ี ูงขึ้น ท�ำให้ยุงมีการเจริญ เติบโตเร็วขึ้น วงจรชีวติ ของยุงสัน้ ลง ยุงตัว เล็กลง ยุงกินเลือดบ่อยขึ้น การกระจายของ โรคก็จะเกิดได้ดขี ้นึ และมีแนวโน้มของการติด เชื้อสูงขึ้น เนื่องจากอาการของโรคไข้เลือดออก มีอาการใกล ้เคียงกับโรคอืน่ ๆ เช่น โรคไข้หวัด ใหญ่ มีอาการไข้สูงกะทันหันเหมือนกัน ปวด ศีรษะ ปวดเมือ่ ยกล ้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา เหนื่อย เพลีย ได้เช่นเดียวกัน ดังนัน้ เมือ่ ยังไม่รูโ้ รคทีช่ ดั เจน การ รักษาโดยทัว่ ไปจึงเป็ นแบบประคับประคอง หรือรักษาตามอาการ ต่อเมือ่ รูว้ า่ เป็ นไข้เลือด ออกอย่างชัดเจน การรักษาก็จะเข้มข้นขึ้น ตามอาการของโรค ทุกวันนี้ยงั ไม่มยี าทีใ่ ช้รกั ษาไข้เลือด ออก หรือวัคซีนป้ องกัน รายงานจากสถาบัน ชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล มหาวิทยาลัยมหิดล ถึงความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้ องกันไข้

4

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

เลือดออก ว่า มหาวิทยาลัยมหิดลพัฒนาวัคซีนมาตัง้ แต่ปี 2552 คาดว่าน่าจะเสร็จสมบูรณ์พร้อม ใช้ในอีก 5 ปี ขา้ งหน้า ในขณะทีก่ ำ� ลังรอวัคซีนอยู่น้ ี การป้ องกันจึงเป็ นวิธที ด่ี ที ส่ี ุด ทัง้ นี้การป้ องกันท�ำได้ 3 ลักษณะ คือ 1. การป้ องกันทางกายภาพ ได้แก่ - ปิ ดภาชนะเก็บน�ำ้ ด้วยฝาปิ ด เช่น มีฝาปิ ดปากโอ่งน�ำ ้ ตุ่มน�ำ ้ ถังเก็บน�ำ ้ หรือถ้าไม่มฝี าปิ ด ก็วางคว�ำ่ ลงหากยังไม่ตอ้ งการใช้ เพือ่ ป้ องกันไม่ให้กลายเป็ น ทีว่ างไข่ของยุงลาย - เปลีย่ นน�ำ้ ในแจกันดอกไม้สดบ่อยๆ อย่างน้อยทุกๆ 7 วัน - ปล่อยปลากิน ลูกน�ำ้ ลงในภาชนะเก็บน�ำ ้ เช่น โอ่ง ตุ่ม ภาชนะละ 2-4 ตัว รวมถึงอ่างบัวและตูป้ ลาก็ควรมีปลา กินลูกน�ำ้ เพือ่ คอยควบคุมจ�ำนวนลูกน�ำ้ ยุงลายเช่นกัน ใส่เกลือลงน�ำ้ ในจานรองขาตูก้ บั ข้าว เพือ่ ควบคุมและก�ำจัดลูกน�ำ้ ยุงลาย โดยใส่เกลือ 2 ช้อนชา ต่อความจุ 250 มิลลิลติ ร พบว่าสามารถ ควบคุมลูกน�ำ้ ได้นานกว่า 7 วัน 2. การป้ องกันทางเคมี ได้แก่ เติมทรายเทมีฟอส ซึง่ เป็ นสารเคมีทอ่ี งค์การอนามัย โลกแนะน�ำให้ใช้และรับรองความปลอดภัย เหมาะสมกับภาชนะทีไ่ ม่สามารถใส่ปลากินลูกน�ำ้ ได้ -การพ่นสารเคมีหรือยากันยุงเพือ่ ก�ำจัดยุงตัวเต็มวัย แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มรี าคา แพง และเป็ นพิษต่อคนและสัตว์เลี้ยง จึงต้องอาศัยผูเ้ ชี่ยวชาญในการฉีดพ่นและฉีดเฉพาะเมือ่ จ�ำเป็ นเท่านัน้ การใช้สารเคมีเพือ่ ก�ำจัดยุงในบ้านเรือน ทีใ่ ช้กนั มี 2 ชนิด คือ ยาจุดกันยุง และ สเปรย์ฉีดไล่ยุง อย่างไรก็ตาม เพือ่ ลดความเป็ นพิษจากสารเคมี ดังนัน้ ควรจุดยากันยุงในบริเวณทีม่ ี อากาศถ่ายเท และล ้างมือทุกครัง้ หลังจากสัมผัส ส่วนยาฉีดไล่ยุงจะมีความเป็ นพิษมากกว่า ดัง นัน้ ห้ามฉีดลงบนผิวหนัง และควรปฏิบตั ติ ามวิธใี ช้ทร่ี ะบุขา้ งกระป๋ องอย่างเคร่งครัด 3. การปฏิบตั ติ วั ได้แก่ นอนในมุง้ หรือนอนในห้องทีม่ มี งุ ้ ลวดเพือ่ ป้ องกันไม่ให้ถกู ยุง กัด โดยจะต้องปฏิบตั เิ หมือนกันทัง้ กลางวันและกลางคืน - หากไม่สามารถนอนในมุง้ หรือนอน ในห้องทีม่ มี งุ ้ ลวดได้ ควรใช้ยากันยุงชนิดทาผิวซึง่ มีสารส�ำคัญทีส่ กัดจากธรรมชาติ เช่น น�ำ้ มัน ตะไคร้หอม น�ำ้ มันยูคาลิปตัส เป็ นต้น


ลา คอมรฺ

เรื่ อ งของสาวนั ก สู บ งานวิจยั เรื่อง “พฤติกรรมและทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นหญิงไทย : กรณีศึกษา วัยรุ่นหญิงไทยอายุ 15-25 ปี ในเขตกรุงเทพฯ โดยศูนย์เครือข่ายวิชาการเพือ่ สังเกตการณ์และ วิจยั ความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พบข้อมูลเรื่องวิถกี ารใช้ชวี ติ ความคิดและความเชือ่ ของ “สาวนักสูบ” สูบเพือ่ คลายเครียด...ฆ่าเวลา – เป็ นเหตุผลส�ำคัญถึงร้อยละ 73.3 รองลงมาคือ เพือ่ น ชวนสูบ หรือสูบตามเพือ่ น ร้อยละ 42.6 สูบตามความเคยชิน ร้อยละ 31.8 สูบเพราะต้องการ การยอมรับในสังคม ร้อยละ 28.7 สูบเพราะรสชาติของบุหรี่/คุน้ เคยในรสชาติ ร้อยละ 26.2 ที่ น่าตกใจก็คอื วัยรุ่นหญิง 1 ใน 5 (ร้อยละ 20) สูบเพราะมีเวลาว่างและไม่รูจ้ ะท�ำอะไร จึงสูบ เพือ่ เป็ นการฆ่าเวลา อิทธิพลจากคนในครอบครัว การที่มคี นในครอบครัวสู บบุหรี่นนั้ ส่งอิทธิพลต่ อ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยรุ่นหญิงไทยด้วยเช่นกัน โดยพบกลุม่ ตัวอย่างทีค่ นในครอบครัว สูบบุหรี่ จะมีอตั ราการสูบบุหรี่รอ้ ยละ 14.2 ขณะทีก่ ลุม่ ทีไ่ ม่มคี นในครอบครัวสูบบุหรี่ มีอตั รา การสูบบุหรี่เพียงร้อยละ 4.3 สถานบันเทิง เป็ นสถานทีท่ ว่ี ยั รุ่นหญิงนิยมสูบบุหรี่กนั มากทีส่ ุด คือร้อยละ 68.5 รอง ลงมาคือบ้าน ร้อยละ 52 และสวนสาธารณะร้อยละ 17 เป็ นสถานทีท่ ว่ี ยั รุ่นหญิงสูบบุหรี่เป็ นครัง้ แรกมากทีส่ ุด ร้อยละ 45.2 รองลงมาคือ โรงเรียน ร้อยละ 24.1 และบ้าน ร้อยละ 11.1

และพบสาเหตุท่ีท ำ� ให้ว ยั รุ่ น หญิง สูบบุหรี่ในสถานบันเทิงมากทีส่ ุด มาจากการ ทีส่ ามารถหาซื้อบุหรี่ได้งา่ ย ซึง่ ผลการส�ำรวจ พบว่าวัยรุ่นหญิงถึงร้อยละ 26.4 ซื้อบุหรี่ใน สถานบันเทิง เมือ่ ประเมินภาพสะท้อนจากสังคม โดยรวมแล ้วพบว่า วัยรุ่นหญิงทีส่ ูบบุหรี่รอ้ ย ละ 43.9 มีความเห็นว่าสังคมไทยส่วนใหญ่ “ค่อนข้างต�ำหนิ-ต�ำหนิมาก” ต่อการสูบบุหรี่ ของผูห้ ญิง ขณะทีร่ อ้ ยละ 38.4 ไม่แน่ใจ และ ร้อยละ 17.7 รูส้ กึ ว่าไม่ค่อยต�ำหนิ-ไม่ตำ� หนิ ทีม่ าวารสาร Smart online ฉบับที ่ 185 ประจ�ำเดือน สิงหาคม 2015 มูลนิธิรณรงค์เพือ่ การไม่สูบบุหรี ่ จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

5


ริมคลอง

สมุย

ต�ำแยแมว

“ต�ำแยแมว” หรือทีร่ ูจ้ กั กันในชื่อ หานแมว ต�ำแยตัวผู ้ ต�ำแยป่ า หญ้าแมว หญ้า ยาแมว เป็ นต้น “ต�ำแยแมว” จัดเป็ นพรรณไม้ ล ้มลุกขนาดเล็ก ล�ำต้นมีลกั ษณะตัง้ ตรง สูงได้ ประมาณ 2 ฟุต แตกกิ่งก้านจากโคนต้น เนื้อ ภายในอ่อนและไม่แข็งแรง ขยายพันธุด์ ว้ ยวิธี การปักช�ำและการแยกต้น ชอบขึ้นตามทีด่ นิ เย็น ๆ พบขึ้นเป็ นวัชพืชตามที่รกร้างทัว่ ไป และตามทีม่ อี ฐิ ปูนเก่า ๆ ผุ ๆ ใบต�ำแยแมว ใบเป็ นใบเดีย่ วขนาด เล็ก (ใหญ่กว่าใบพุทราเล็กน้อย) ออกเรียง สลับ ลักษณะของใบเป็ นรูปมนรี รูปไข่ หรือ รู ปกลมโต ปลายใบมนหรือแหลมเล็กน้อย โคนใบสอบ ส่วนขอบใบหยักเล็กน้อย แผ่น ใบเป็ นสีเขียว ด้านบนมีขนขึ้นปกคลุม ดอกต�ำแยแมว ออกดอกเป็ นช่อตาม ซอกใบ รอบ ๆ ล�ำต้น ส่วนยอดของช่อดอก เป็ นดอกเพศเมีย ลักษณะของดอกจะคลา้ ย กับใบอ่อนทีม่ ขี นาดเล็ก แต่เมือ่ บานเต็มทีแ่ ล ้ว ใบอ่อนนี้กย็ งั คงติดอยูแ่ ละไม่ร่วง มีใบประดับ หยักเป็ นซีฟ่ นั มีขนปกคลุม แต่ละใบประดับ จะหุม้ ห่อดอก 2-6 ดอก

6

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

สรรพคุณในทางยา : ราก - ขับเสมหะ ท�ำให้อาเจียน ท�ำให้ระคายเคืองทางเดินอาหาร เป็ นยาถ่าย ใบ - ขับพยาธิเส้นด้ายในเด็ก ขับเสมหะในโรคหลอดลมอักเสบ ขับเสมหะ ในโรคหอบหืดเป็ นยาถ่าย ท�ำให้คลืน่ เหียนอาเจียน (รับประทานปริมาณมาก) ใบแห้ง ป่ นโรยรักษาแผลเนื่องจากนอนมาก ยาระบาย แก้หดื ขับเสมหะ ทัง้ ต้น - ขับเสมหะ ท�ำให้อาเจียน ถอนพิษของโรคแมวได้ดี ไม่ระบุส่วนทีใ่ ช้ - ขับเสมหะ ท�ำให้อาเจียน แก้ไอ ขับพยาธิเส้นด้ายในเด็ก ท�ำให้ทางเดินอาหารระคายเคือง ถอนพิษโรคของแมว แพทย์แผนไทยบางพื้นทีจ่ ะใช้รากต�ำยาแมวกะเพียงเล็กน้อย น�ำมาต้มกับน�ำ ้ 3-4 แก้วจนเดือด ใช้ดม่ื ก่อนอาหารมื้อไหนก็ได้วนั ละ 1 แก้ว เป็ นยาบ�ำรุงก�ำลัง บ�ำรุง ร่างกายให้แข็ง ช่วยกระจายเลือดลม แก้อาการปวดเมือ่ ย และช่วยท�ำให้สมรรถภาพ ทางเพศดีข้นึ อีกด้วย ส่วนต้นและรากมีฤทธิ์ทำ� ให้ช่องทางเดินอาหารเกิดอาการระคายเคืองได้ คน พื้นบ้านจึงน�ำมาต้มกินเพือ่ เป็ นยาขับเสมหะ ต�ำแยแมว ทัง้ ต้นใช้เป็ นยาถอนพิษของโรคแมวได้ดี มีผูค้ น้ พบว่าในขณะที่ แมวไม่สบายหรือมีไข้ หากมันได้เคี้ยวล�ำต้นของต�ำแยแมวเข้าไป ไม่นานก็จะหายจาก อาการไข้ได้ และในขณะเดียวกันถ้าแมวนัน้ กินสารทีม่ พี ษิ เข้าไป ก็แก้โดยการให้กนิ ต้น ต�ำแยแมวเข้าไป แล ้วมันก็จะอาเจียนหรือส�ำรอกพิษออกมา จึงเป็ นการช่วยถอนพิษใน แมวได้ ท�ำให้มนั กลับมาแข็งแรงอีก ต้นต�ำแยแมวนี้หากถอนขึ้นมาทัง้ ราก เมื่อแมวเห็นเข้าก็จะรีบตรงเข้ามา กลิ้งเกลือกบนต้นต�ำแยแมวอย่างเคลิบเคลิ้มและมีความสุขอยู่นานพอควร จากนัน้ ก็ จะกินรากจนหมด


สัน นิ ษ ฐานว่ า รากของต�ำ แยแมวน่ า จะมีก ลิ่น ที่ดึง ดู ด แมวได้เ ช่ น เดีย วกับ Pheromone ซึง่ เป็ นฮอร์โมนเพศทีใ่ ช้ดงึ ดูดเพศตรงข้าม จึงท�ำให้แมวรูส้ กึ หลงใหลและ เคลิบเคลิ้ม แต่กใ็ ช่วา่ แมวทุกตัวจะหลงไปกับกลิน่ ของรากต�ำแยแมว คงมีแมวเพียงส่วน น้อยเท่านัน้ ทีเ่ ห็นแล ้วอาจจะไม่รูส้ กึ อะไร เห็นรากต�ำยาแมวเป็ นเพียงต้นไม้ต้นหนึ่งเท่านัน้ แต่อย่างไรก็ตามก็ยงั มีพชื อีกหลายชนิดทีท่ ำ� ให้แมวเคลิบเคลิ้มและมีความสุขได้เช่นกัน เช่น “กัญชาแมว” หรือใบ “แคตนิป” (Catnip) แต่ต่างกันตรงทีถ่ า้ เป็ นต้นต�ำแยแมว แมว จะชอบกินราก แต่ถา้ เป็ นกัญชาแมว แมวจะชอบกินใบ “ต�ำแยแมว” เมือ่ โดนตัวเราจะไม่เกิดอาการคันตามผิวหนัง ส่วน “ต�ำแย” จะ ท�ำให้เกิดอาการระคายเคือง คันปวดแสบร้อน จนถึงอาจท�ำให้เกิดลมพิษได้ ดังนัน้ เราจึง ต้องแยกให้ได้ก่อนทีจ่ ะน�ำต�ำแยแมวมาให้นอ้ งเหมียวกัน ถ้าจะแยกง่ายๆ ระหว่างต�ำแย แมวกับต�ำแย แยกได้จากส่วนดอกของต�ำแยแมวจะมีใบประดับเป็ นรูปถ้วย ผลจะออก เป็ น 3 พู แถมให้อกี สักนิด ใบสด ของ “ต�ำแยแมว” น�ำไปปรุงเป็ นแกงเลียงให้เด็กรับ ประทานเป็ นยาขับพยาธิเส้นด้ายให้ออกได้ดมี าก ข้อควรระวัง : ห้ามรับประทานสมุนไพรชนิดนี้มากจนเกินขนาด จะท�ำให้อาเจียน ทีม่ า-

http://www.petsabuy.com/ https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090713214839AA8ziB6 http://www.bansuanporpeang.com/node/2279 http://www.oknation.net/blog/ddstory/2011/04/29/entryhttp://www.thairath.co.th/content/196463

จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

7


สาระน่ารู้

ราไว

หล่อฮังก๊วย

สารให้ความหวาน จาก ธรรมชาติ

อย่างทีท่ ราบกันดีแล ้วว่าการบริโภคน�ำ้ ตาลทรายทีม่ ากเกินความจ�ำเป็ นของร่างกายจะ ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ปัจจุบนั เราให้ความส�ำคัญกับสุขภาพมาก จึงเลือกบริโภคเครื่องดืม่ โดย พิจารณาสารปรุงแต่งรสหวานที่มคี ุณประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสารให้ความหวานจาก ธรรมชาติแทนสารสังเคราะห์มากขึ้น สารให้ความหวานจากธรรมชาติทด่ี ตี ่อสุขภาพ มีรสชาติใกลเ้ คียงน�ำ้ ตาลแต่ไม่ก่อให้ เกิดพลังงาน ท�ำให้สุขภาพผูบ้ ริโภคดีข้นึ ลดปัญหาประชากรมีนำ�้ หนักเกินและโรคอ้วน รวมทัง้ ยังช่วยลดการน�ำเข้าสารให้ความหวานสังเคราะห์ทม่ี รี าคาแพงจากต่างประเทศ 1. หญ้าหวาน หรือสเตเวียเป็ นพืชจากธรรมชาติ โดยสารสกัดทีไ่ ด้จากหญ้าหวานมีช่อื ว่า สตีวโิ อไซด์ (Stevioside) ให้ความหวานมากกว่าน�ำ้ ตาลทราย 150-300 เท่า เป็ นความหวาน ทีป่ ราศจากแคลอรี และไม่มผี ลกระทบต่อปริมาณน�ำ้ ตาลในร่างกาย เพราะกินเข้าไปร่างกายก็ ขับออกได้ทนั ทีไม่สะสม จึงเหมาะกับผูท้ ค่ี วบคุมน�ำ้ หนัก หรือผูป้ ่ วยเบาหวาน วิธรี บั ประทานก็ ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำ� ใบหญ้าหวานมาผสมกับเครื่องดืม่ หรืออาจใช้สารสกัดจากหญ้าหวานที่ เป็ นผลิตภัณฑ์สำ� เร็จรูปมาใช้ผสมกับเครื่องดืม่ หรืออาหารคาวหวานได้ตามชอบใจ หญ้าหวาน มีความทนทานต่อกรดและความร้อน และไม่ถกู ย่อยสลายด้วยสารจุลนิ ทรีย ์ เมือ่ ใช้หญ้าหวาน กับอาหารหรือเครื่องดืม่ จึงไม่ทำ� ให้เกิดการเน่าเสีย และไม่กลายเป็ นสีนำ�้ ตาลเมือ่ ผ่านความร้อน

8

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

สูงอีกด้วย ซึง่ ก็ทำ� ให้ถูกน�ำไปใช้ในการผลิต อาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิดอย่างเช่น น�ำ้ อัดลม น�ำ้ ชาเขียว ขนม เบเกอรี่ แยม เยล ลี่ ไอศกรีม ลูกอม หมากฝรัง่ ซอสปรุง รส นอกจากนี้ สารสตีวโิ อไซด์ยงั ถูกใช้ ในการผลิตยาสีฟนั ในปัจจุบนั อีกด้วย นอกจากนี้มงี านวิจยั พบว่ากาก หญ้าหวานทีผ่ ่านการสกัดสารหวาน(ที่ พัฒนาเป็ นผงแห้งบรรจุซองส�ำหรับ เติมลงในชา กาแฟ หรืออาหาร) ยังคงมีความหวาน สามารถใช้ ทดแทนน�ำ้ ตาลในการให้ความ หวานในเครื่องดื่มชาชงได้ ซึง่ บรรจุเป็ นถุงส�ำเร็จพร้อม ชงดืม่ ได้ทกุ ช่วงเวลา ดืม่ ได้


ง่าย ช่วยดับกระหาย จากการประเมินความพึงพอใจผลิตภัณฑ์จากกากหญ้าหวาน ผสมอัญชัน มะลิ กระเจีย๊ บแดง และเตยหอม พบว่าชากากหญ้าหวานผสมมะลิซง่ึ ประกอบด้วยกากหญ้าหวาน 250 มิลลิกรัม และ มะลิ 80 มิลลิกรัม เป็ นสูตรทีม่ สี ี กลิน่ และรสชาติเป็ นทีน่ ่าพึงพอใจทีส่ ุด 2. ชะเอมเทศ มีสรรพคุณช่วยท�ำให้ช่มุ คอ แก้นำ�้ ลายเหนียว แก้คอแห้ง ช่วยให้สดชื่น เนื่องจากรากของชะเอมเทศมีสาร glycyrrhizin (หรือ glycyrrhizic acid หรือ glycyrrhizinic ชะเอมเทศ มีช่อื วิทยาศาสตร์วา่ Albizia myriophylla Benth acid) จึงให้ความหวานมากกว่าน�ำ้ ตาลทราย 50-100 เท่า รากชะเอมเทศ จึง ถูกน�ำไปแต่งรสอาหาร ปรุงยาสมุนไพร หรือใช้แต่งรสหวานในขนมและลูกอม วิธใี ช้ แค่นำ� ราก หรือเนื้อไม้ของชะเอมเทศใส่ลงอาหารควรบดใส่ในอาหาร ถ้าเป็ นเครื่องดืม่ ต้มหรือใส่รากหรือเนื้อไม้ลงในเครื่องดืม่ ได้ในปริมาณตาม ชอบใจ แต่ชะเอมเทศไม่นิยมใช้ในผูป้ ่ วยทีม่ ภี าวะความดันโลหิตสูงหรือมี ภาวะโพแทสเซียมต�ำ ่ และมีคำ� เตือนว่าไม่ควรใช้ในขนาดทีม่ ากกว่า 50 กรัม ต่อวัน เกินกว่า 6 สัปดาห์ เพราะจะท�ำให้เกิดการสะสมน�ำ้ ในร่างกาย เกิดการ บวมทีม่ อื และเท้า สารโซเดียมถูกขับได้นอ้ ยลง ขณะทีส่ ารโพแทสเซียมถูกขับมาก ขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ และไม่ควรใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะ 3. น�ำ้ ตาลจากธรรมชาติ เช่น น�ำ้ ตาลมะพร้าว น�ำ้ ตาลโตนด ค�ำว่าน�ำ้ ตาล อาจท�ำให้คน คิดว่าน�ำ้ ตาลทุกชนิดต้องให้แคลอรีสูง แต่นำ�้ ตาลจากธรรมชาตินนั้ ไม่ใช่ เช่น น�ำ้ ตาลมะพร้าว 1 ช้อนชา ให้พลังงาน 15 แคลอรีตำ� ่ กว่าน�ำ้ ตาลทราย 1 ช้อนชา ทีใ่ ห้พลังงาน 20 แคลลอรี แต่ น�ำ้ ตาลมะพร้าวจัดอยู่ในกลุม่ อาหารทีม่ คี ่าดัชนีนำ�้ ตาลต�ำ่ คือ 35 จึงท�ำให้ระดับน�ำ้ ตาลในเลือด ไม่สูงขึ้นเร็วจนเกินไป ดังนัน้ จะท�ำให้อนิ ซูลนิ เพิม่ ระดับตามอย่างช้าๆ ท�ำให้รูส้ กึ อิม่ นาน น�ำ้ ตาล มะพร้าวมีส่วนประกอบของน�ำ้ ตาลซูโครส กลูโคส และฟรุกโตส และมีเกลือแร่อน่ื ๆ ซึง่ ร่างกาย สามารถน�ำไปใช้ได้เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส ไนอะซิน เป็ นต้น 4. Monk fruit หรือ ผลหล่อฮังก๊วย (เป็ นพืชเศรษฐกิจ ทีป่ ลูกมากในแถบตอนใต้ของจีน เช่น มณฑลกวางสี

มณฑลกวางตุง้ ) มีสารทีเ่ รียกว่า Mogrosides ซึง่ มีความหวานกว่าน�ำ้ ตาลประมาณ 250 เท่า แต่ให้พลังงานต�ำ่ จึงถูกน�ำมาใช้แต่งรสหวาน โดยไม่ทำ� ให้ระดับน�ำ้ ตาลในเลือดสู งขึ้นข้อดี ของสารสกัดจากผล monk fruit คือ มีรส หวานที่เป็ นธรรมชาติแต่มรี าคาสู งกว่าหญ้า หวาน แ ม้ว่ า สารให้ค วามหวานจาก ธรรมชาติมปี ระโยชน์แต่ตอ้ งรับประทานใน ขนาดทีเ่ หมาะสมและออกก�ำลังกายสม�ำ่ เสมอ เพือ่ ร่างกายและสุขภาพทีด่ ขี องเราเอง ข้อมูลกลุ่มงานสือ่ สารสุขภาพ ส�ำนักงานสือ่ สารองค์กร (สสส.) http://www2.thaieurope.net http://frynn.com http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/ knowledge/article/107

ชะเอมเทศ

จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

9


เรื่องเล่าจาก สว.

คนริมน�ำ้

เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์สมุหนายก และเสนาบดีมหาดไทย รัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช

ก่อนอื่นต้องขอเรียนชี้แจงให้ผูอ้ ่าน ทุก ท่ า นได้ท ราบถึง เจตนารมณ์ ข องผู ท้ ่ีน�ำ เสนอเรื่องนี้ก็ดว้ ยเหตุผลสองประการด้วย กันคือ 1) ต้องการให้เพือ่ นร่วมชาติในปัจจุบนั ได้ตระหนักถึงบรรพชนในอดีตทีร่ กั ใคร่กลม เกลียวกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ไม่แบ่งแยกเชื้อ ชาติศาสนา ร่วมมือร่วมใจกันต่อสูศ้ ตั รู และ ร่วมกันก่อร่างสร้างเมือง 2) อยากจะชี้ให้เห็น ว่ายามทีค่ นในชาติแตกแยกกัน บางครัง้ การ ให้อภัยกันเป็ นความจ�ำเป็ นอย่างยิง่ ดังปรากฏ ให้เห็นในประวัตศิ าสตร์ต่อไปนี้ หากเราได้ศึกษาประวัตศิ าสตร์ไทย ตัง้ แต่ยุคอยุธยาในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม

10

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

มาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ฯในรัชกาลที่ 7 เราจะพบว่ามีบรรดาขุนนางมุสลิม ทีม่ าจากเปอร์เซีย มลายู จาม ชวา และออตโตมาน (มัวร์) ได้เข้าร่วมรับราชการในต�ำแหน่ งขุนนางส�ำคัญๆ ต่างๆ และร่วมต่อสูก้ อบกูเ้ อกราช ร่วมก่อร่างสร้างเมืองเคียงข้างบรรพชนชาวสยามมาตลอด ประวัตศิ าสตร์ บรรพชนเหล่านี้ อพยพมาเป็ นข้ารับใช้ในพระเจ้าแผ่นดินกรุงสยาม ตัง้ แต่ยุคอยุธยา เรื่อยมาถึงรัตนโกสินทร์ จนได้ถกู บันทึกไว้เป็ นเกียรติประวัติ ในพงศาวดาร และประวัตศิ าสตร์ แห่งชาติ ทัง้ ในรูปของจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอาราม ตามโบสถ์ วิหารต่างๆ ผ่านค�ำบอกเล่า ผ่านตัวหนังสือ ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรูไ้ ว้เป็ นแบบอย่าง ในเวลาต่อมา ขุนนางมุสลิมที่โดดเด่นที่สุดในรัชสมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรี ก็คือ หลวงนายศักดิ์ (หมุดหรือแขก) ทีร่ ่วมรับใช้พระเจ้ากรุงธนบุรใี นการกูช้ าติและร่วมก่อร่างสร้างเมือง ตัง้ แต่ครัง้ ที่ทพั พระยาตากเข้าตีเมืองจันทบูร เมือ่ พระเจ้าตากสินมหาราชได้ปราบดาภิเษกเป็ นพระเจ้า กรุงธนบุรี พระองค์ได้ทรงพระราชทานบรรดาศักดิ์หลวงนายศักดิ์ เป็ นพระยายมราช และเป็ น พระยาจักรีในเวลาต่อมา


เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์ (หมุดหรือแขก) มีช่อื จริงว่า มะหะหมูด (มะห์มดู ) เป็ นบุตร ของพระยาลักษมณา (บุญยัง) กับหม่อมดาว เกิดเมือ่ พ.ศ. 2270 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ถวาย ตัวรับราชการเป็ นมหาดเล็กในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ต่อมาได้รบั พระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็ น หลวงนายศักดิ์นายเวร หรือเรียกกันโดยทัว่ ไปว่า “หลวงนายศักดิ์” พระยาลักษมณา (แม่ทพั เรือ) บิดาของหลวงนายศักดิ์ เป็ นบุตรของพระยาราชบังสัน (ฮะซัน) และฮะซันเป็ นบุตรของสุลต่านสุไลมาน เจ้าเมืองนครสังงอรา (สงขลา-พัทลุง) ซึง่ เป็ น มุสลิมเชื้อสายเปอร์เซีย เจ้าพระยาจักรี มีบตุ ร 3 คน คือ พระยายมราชเกษตราธิบดี (หมัดหรือจุย้ ), พระยา ราชวังสัน (หวัง) ซึง่ เป็ นคุณตาของสมเด็จพระศรีสุลาไลย (เจ้าจอมมารดาเรียม) พระบรมราช ชนนีในพระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล ้าเจ้าอยู่หวั และคนที่ 3 คือ ลักษมณา พระยาจักรีหรือหลวงนายศักดิ์ เริ่มต้นต่อสูเ้ คียงบ่าเคียงไหล่กบั พระยาตาก เมือ่ ครัง้ ที่ พระยาตากยกทัพเข้าตีเมืองจันทบูร ท่านเป็ นข้าหลวงคนหนึ่งทีถ่ กู ส่งมาจากพระนครศรีอยุธยา เพือ่ มาเก็บส่วยอากรจากหัวเมืองตะวันออกเช่น ชลบุรี จันทบูร ฯลฯ และค้างอยู่ในจันทบูรเมือ่ ครัง้ ทีก่ รุงศรีอยุธยาถูกพม่าตีแตก หลังจากที่พระยาตากชนะศึกจันทบูร ท่านก็ได้รวบรวมเงินที่เก็บได้จากส่วย อากร จ�ำนวน 300 ชัง่ มามอบให้กบั พระยาตากเพือ่ ใช้เป็ นทุนทรัพย์ในการศึก และรวมถึงการต่อ เรือรบ เพือ่ มุง่ หน้ากลับมากอบกูร้ าชธานีศรีอยุธยาให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือพม่า มีเรือ่ งทีต่ อ้ งเล่าสูก่ นั ฟังโดยย่อๆ ว่า เมือ่ ครัง้ ทีส่ มเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรยี กทัพไปตีเมือง นครศรีธรรมราชจนประสบชัยชนะ เจ้าพระยานครศรีธรรมราชก็หนีเอาตัวรอดไปหลบภัยทีเ่ มือง สงขลาและหนีไปทีเ่ มืองปัตตานีในเวลาต่อมา ต่อมา สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรที รงโปรดให้พระยาจักรี กับพระยาพิชยั ราชาตามจับ ตัวเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชมาให้ได้ เมือ่ ทราบว่าเจ้าพระยานครหนีไปพึง่ เมืองปัตตานี พระยาจักรีจงึ มีหนังสือแจ้งให้พระยา ปัตตานี ส่งตัวเจ้าพระยานครกับพวกมาถวายสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระยาปัตตานีเกรงจะ เดือดร้อนจึง จับตัวเจ้าพระยานคร เจ้าพัด กับบุตรเขย เจ้าถลาง พระยาพัทลุง และหลวงสงขลา รวมทัง้ พรรคพวกส่งให้กองทัพ พระยาจักรียกทัพกลับเข้าเฝ้ าสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรที เ่ี มืองสงขลา พร้อมถวายข้าศึก

ทีจ่ บั ได้ทงั้ หมด หลังจากทรงเสด็จกลับกรุ งธนบุรี แล้ว ทรงน� ำเชลยทัง้ หมดให้ลูกขุนพิจารณา โทษ ลูกขุ นพิจารณาโทษประหารชี วิตกับ เชลยทัง้ หมด แต่พระองค์ทรงเห็นว่าในยาม ที่บา้ นเมืองแตก ต่างก็ตง้ั ตัวเป็ นใหญ่ ที่ตอ้ ง รบพุง่ กันจะเอาความผิดมิได้ อีกทัง้ เจ้าเมือง นครก็ออ่ นน้อมดี ควรให้รบั ราชการใน แผ่น ดินต่อไป พระยาจักรีเป็ นแม่ทพั คู่พระทัยคน หนึ่งทีร่ ่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กบั พระเจ้าตาก เป็ นแม่ทพั ที่น�ำทัพตีเมืองกัมพูชา จนชนะ หลายศึก ต�ำแหน่งพระยาจักรี เป็ น สมุหนายก อัครมหาเสนาบดีฝ่ายพลเรือน ถ้าจะเทียบกับ ยุคปัจจุบนั ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย คู่ ก บั สมุห กลาโหม อัค รมหา เสนาบดี ฝ่ ายทหาร หรื อ รัฐ มนตรี ว่ า การ กระทรวงกลาโหม พระยาจักรี (หมุดหรือแขก) ถึงแก่ อสัญกรรมเมือ่ พ.ศ. 2317 แต่หลักฐานทีเ่ ป็ น หินอ่อนติดที่หลุมฝังศพของท่านระบุว่าเป็ น ปี 2314 แต่ขอ้ มูลจากหนังสือ “การเมืองไทย สมัยพระเจ้ากรุงธนบุร”ี ทีเ่ รียบเรียงโดย อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มีข ้อความทีก่ ล่าวถึงปี อสัญกรรม และหลักฐานประกอบเกีย่ วกับการตัง้ ต�ำแหน่ง พระยาจักรีในเวลาต่ อมา จึงขอใช้ปี พ.ศ. 2317 เป็ นปี ทเ่ี จ้าพระยาจักรี (หมุดหรือแขก) ถึงแก่อสัญกรรม โดยในวันฝังศพของท่านที่ สุสานของมัสยิดต้นสน สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชเสด็จด้วยพระองค์เองมาร่วมในพิธี ฝังศพ และโปรดเกล ้าฯพระราชทานทีด่ นิ เพิม่ เติมให้แก่มสั ยิดต้นสนเพือ่ ขยายขอบเขตของ สุสานเพิม่ เติมด้วย เรียบเรียงจากข้อมูลhttp://news.muslimthaipost.com/ news/24689

จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

11


ท่องโรค

ฮากีม

โรค กระเพาะอาหาร เราต่ างผ่านประสบการณ์ปวด ท้องกันมาแล ้ว ในรู ปแบบทีแ่ ตกต่างกัน ไป อาจเป็ นการปวดแน่น ปวดเกร็ง ปวด บีบ หรือปวดเบาๆ อาการปวดท้องเหล่า นี้อาจส่งสัญญาณบอกถึงปัญหาสุขภาพ ได้หลายประการ

ถ้าคุณมีอาการปวดจุกแน่ นตรงใต้ล้นิ ปี่ คลืน่ ไส้ อาเจียน เบือ่ อาหาร หรือมี อาการท้องเดินร่วมด้วย อาจเป็ นอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ โรคทีเ่ กิดจากมีการอักเสบ บวม แดง ของเยือ่ เมือก บุภายในกระเพาะอาหาร เป็ นโรคพบได้ในทุกอายุ ตัง้ แต่เด็กจนถึงผูส้ ูงอายุ และพบโรคเกิดได้ ใกล ้เคียงกันทัง้ ในผูห้ ญิงและในผูช้ าย แบ่งเป็ น 1. โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเฉียบพลัน หมายถึง โรคทีเ่ ป็ นในระยะสัน้ ๆ ไม่เกิน 1-2 สัปดาห์กห็ าย อาการส�ำคัญ คือ จะปวดท้องหรือจุกแน่นบริเวณใต้ล้นิ ปี่ มักเป็ นเวลากินอาหาร หรือ หลังอาหารเล็กน้อย คลืน่ ไส้ อาเจียน ในรายทีร่ นุ แรง จะมีอาเจียนเป็ นเลือดหรือถ่ายอุจจาระสีดำ� ได้ ซึง่ เป็ นภาวะแทรกซ้อนทีอ่ นั ตราย สาเหตุทพ่ี บบ่อย คือ จากอาหารเป็ นพิษ พิษสุรา และจาก ยาทีม่ ฤี ทธิ์ระคายเยือ่ บุกระเพาะอาหาร เช่น ยาแอสไพริน และยาแก้โรคกระดูกและข้ออักเสบ 2. โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง หมายถึง โรคทีเ่ ป็ นนานเป็ นเดือนหรือเป็ นปี ผูป้ ่ วย มักมีอาการไม่มากหรือแทบไม่มอี าการอะไรเลย นอกจากแน่นท้องเป็ นๆ หายๆ เท่านัน้ ผลแทรกซ้อน จากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ เมือ่ โรครุนแรง อาจมีเลือด ออกจากเยือ่ เมือกบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้อาเจียนเป็ นเลือด หรือ อุจจาระด�ำเหมือน ยางมะตอย แต่เมือ่ ยังรักษาควบคุมสาเหตุไม่ได้ ผลข้างเคียงทีพ่ บได้จากโรคกระเพาะ อาหารอักเสบเรื้อรัง คือ การเกิดแผลในกระเพาะอาหาร (โรคแผลเปบติค) ภาวะซีด และเป็ นปัจจัยเสีย่ งต่อการเกิดโรคมะเร็งต่อมน�ำ้ เหลืองของกระเพาะอาหาร หรือโรค มะเร็งกระเพาะอาหารได้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ เมือ่ หายแล ้ว จะกลับมาเป็ นใหม่ได้อกี ถ้าไม่ระวัง ปฏิบตั ติ วั ให้ถกู ต้อง ได้แก่ • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัตแิ ห่งชาติ) เพือ่ ป้ องกันกระเพาะอาหารติดเชื้อ ต่างๆ • รักษาสุขภาพจิต เพือ่ ลดภาวะ การสร้างกรดสูงของกระเพาะอาหาร • กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย • กินอาหารตรงตามเวลาทุกมื้อ • กินอาหารจ�ำนวนน้อยๆ แต่กนิ ให้บอ่ ยมื้อ ไม่ควรกินจนอิม่ มากในแต่ละมื้อ • หลีกเลีย่ งอาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด • งดการใช้ยาแก้ปวด แอสไพริน และยาแก้โรคกระดูกและข้ออักเสบทุกชนิด • ผ่อนคลายความเครียด คลายกังวล พักผ่อนให้เพียงพอ • กินยาลดกรด หรือยารักษาแผลกระเพาะอาหารติดต่อกันอย่างน้อย 4-8 สัปดาห์ • ไม่ซ้อื ยากินเอง • เลิก บุหรี่ เครื่องดืม่ แอลกอฮอล์ และจ�ำกัดเครื่องดืม่ กาเฟอีน • รักษา ควบคุมโรคทีเ่ ป็ นปัจจัยเสีย่ งต่อกระเพาะอาหารอักเสบ • ถ้ามีอาการของภาวะแทรกซ้อน ต้องรีบไปพบแพทย์ ทีม่ าhttp://haamor.com/th http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=359

12

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)


ห้องข่าว สสม. ชุมชนรักษ์สขุ ภาวะ 21-22 ตุลาคม 2558 นายสุรนิ ทร์ เหมนุกูล ผอ.ศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอนกลาง พร้อมด้วยคณะท�ำงาน ลงพื้นทีห่ มูบ่ ้านเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เพือ่ ติดตามผลการด�ำเนินโครงการชุมชน รักษ์สุขภาวะ- ในกิจกรรมหน้าบ้านน่ามอง จากจ�ำนวน 25 หลังคาเรือน น�ำร่องพบว่า มีการด�ำเนินการไปแล ้วบ้างบางส่วน มีการเพาะปลูกพันธุ ์ ผักปลอดสารพิษในครัวเรือนแล ้วจ�ำนวน 22 หลังคาเรือน (85%) มีการ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับบริเวณหน้าบ้านจ�ำนวน 14 หลังคาเรือน (51.9%)

ซึ่งต่ อไปจะมีการจัดระเบียบและปรับภูมทิ ศั น์ให้หน้าบ้านดู สะอาด สวยงามพร้อมกับติดป้ ายครัวเรือนให้แลว้ เสร็จ - กิจกรรมปลูกผัก ปลอดสารพิษ คณะท�ำงานจาก สสม.ภาคใต้ตอนกลาง ร่วมกับชาวบ้าน ในพื้นทีเ่ กาะลิบง ม.4 ท�ำการปลูกผักปลอดสารพิษในบริเวณของมัสยิด เพือ่ ใช้เป็ นแปลงผักสาธิตขยายต้นกล ้าผักสูช่ มุ ชน ผักทีไ่ ด้สว่ นหนึ่งจะ ขยายไปปลูกในชุมชน ใช้ประกอบอาหารเมือ่ มีกจิ กรรมของมัสยิดและ จ�ำหน่ายเพือ่ น�ำเงินมาพัฒนามัสยิดต่อไป

นายสุรินทร์ เหมนุกูล ผอ.ศูนย์กิจกรรม สสม.ภาคใต้ตอนกลาง ร่วมปรึกษาการด�ำเนินโครงการกับชาวชุมชน

ต่อมาในวันที่ 23 - 24 ตุลาคม 2558 ศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอน กลาง ร่วมกับนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จ�ำนวน 30 คน จัดกิจกรรมทาสี รณรงค์ต่อต้านยา เสพติดและสิง่ มึนเมา ปรับภูมทิ ศั น์ พัฒนา ท�ำความสะอาดรอบๆ บริเวณมัสยิด และตกแต่งห้องสมุดมัสยิดเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยในการนี้ ยังได้ร่วมกันวาดภาพรณรงค์ต่อต้านสิง่ มึนเมา ยาเสพติดและทาสีอาคารเรียน โรงเรียนคุรุสมั พันธ์ พร้อมทัง้ ท�ำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนโรงเรียนคุรุสมั พันธ์ มัสยิดเกาะลิบง 31 ตุลาคม 2558 สสม.ภาคใต้ตอนกลาง รวมกับนักศึกษาชมรม อนุ รกั ษ์ส่งิ แวดลอ้ มและธรรมชาติมหาวิทยาลัยทักษิณสงขลา และนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี รวมจัดกิจกรรมอนุรกั ษ์สง่ิ แวดล ้อม เก็บขยะริมชายหาด ปลูกป่ าชายเลน สร้างจิตอาสา สร้างคนดี สู่สงั คม

จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

13


ห้องข่าว สสม.

มัสยิดครบวงจร ศู น ย์ กิ จ กรรม สสม.ภาคใต้ต อนกลาง ร่ ว มกับ มัสยิดกุตบุตดีน (บ้านทุ่งจีน) จัดโครงการมัสยิดครบวงจร ณ มัสยิดกุตบุตดีน (บ้านทุ่งจีน) 88 หมู่ 2 ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยได้รบั ความร่วมมือจากคณะกรรมการมัสยิด และชาวบ้านเป็ นอย่างดี ศูนย์กิจกรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง ลงพื้นทีด่ ำ� เนินการ จัดโครงการมัสยิดครบวงจร ณ มัสยิดรียาฎลยั ุ นนะห์ นัดโต๊ะโมง ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา เมือ่ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 โดย ได้รบั ความร่วมมือจากผูใ้ หญ่บา้ น โต๊ะอิหม่าม ตลอดจนกรรมการ มัสยิดและชาวบ้านในพื้นทีใ่ ห้ความร่วมมือเป็ นอย่างดีในการเข้าร่วม โครงการ โครงการมัสยิดครบวงจร ณ มัสยิดนู รลุ ฮีลาล บุดฮี ลู ู ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 โดยได้รบั ความร่วม มือจากผูใ้ หญ่บา้ น โต๊ะอิหม่าม ตลอดจนกรรมการมัสยิดและชาว บ้านในต�ำบลบุดี อีกทัง้ ยังได้รบั ความร่วมมือจากนักเรียนโรงเรียน อุดมศาสน์วทิ ยา ซึง่ เป็ นโรงเรียนเอกชนสอนสามัญควบคู่ศาสนาใน พื้นทีใ่ ห้ความร่วมมือเป็ นอย่างดี

นายสุรินทร์ เหมนุกูล ผอ.ศูนย์กิจกรรม สสม.ภาคใต้ตอนกลาง มอบโปสเตอร์รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ให้กับมัสยิดที่เข้าร่วมโครงการ

นายแวยูโซ๊ะ แวหะยี ตัวแทนศูนย์กิจกรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง มอบโปสเตอร์รณรงค์ไม่สูบบุหรี่ให้กับมัสยิดที่เข้าร่วมโครงการ

ตลอดระยะเวลาการด�ำเนินโครงการมัสยิดครบวงจรนัน้ ยัง มีกิจกรรมอื่นๆ อาทิ เช่น การปรับปรุงสถานทีอ่ าบน�ำ้ ละหมาด การ รณรงค์เป็ นมัสยิดปลอดบุหรี่ ห้องสมุดประจ�ำมัสยิด วางระบบการ บริหารจัดการ ห้องน�ำ้ ส�ำหรับผูส้ ูงอายุและผูพ้ กิ าร การจัดตัง้ กลุม่ อาสา รักษาความสะอาดมัสยิด รวมไปถึงการสร้างกองทุนเพือ่ ความเข้มแข็ง และความมันคงของชุ ่ มชน

14

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)


มัสยิดปลอดบุหรี่ 10 พฤศจิกายน 2558 ศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง ร่วมกับส�ำนักงานคณะ กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดปัตตานี จัด โครงการมัสยิดปลอดบุหรี่ทงั้ อ�ำเภอในเขต พื้นทีจ่ งั หวัดปัตตานี ณ หอประชุมส�ำนักงาน คณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด ปัตตานี พร้อมตัวแทนมัสยิดที่ข้ นึ ทะเบียนอย่างถูก ต้องในเขตพื้นที่ อ�ำเภอหนองจิกและอ�ำเภอ เมืองปัตตานี ตลอดจนชาวชุมชนในพื้นทีแ่ ละ ผูส้ นใจทัว่ ไปเข้าร่วมโครงการเกือบ 300 คน โดยมี นายหะยีแวดือราแม มะมิงจิ ประธาน กรรมการอิส ลามประจ�ำจังหวัดปัตตานีให้ เกียรติเป็ นประธานในพิธเี ปิ ดและร่วมบรรยาย ในเวทีดงั กล่าว นอกจากนี้ยงั ได้รบั เกียรติจาก นพ.อหมัดมูซูลมั เปาะจิ ผู อ้ ำ� นวยการโรง พยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส บรรยาย หัวข้อ พิษภัยของบุหรี่และยาเสพติดตลอด จนแนวทางในการเลิกบุหรี่ ซึ่งได้รบั ความ สนใจจากผูเ้ ข้าร่วมกิจกรรมร่วมซักถามและ ถกประเด็นปัญหาของสุขภาพในชีวติ ประจ�ำ วันกันเป็ นจ�ำนวนมาก ศูนย์กจิ กรรม สสม.ภาคใต้ตอนบน ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด สุราษฎร์ธานี จัดโครงการ “ประกาศเจตนารมณ์ มัส ยิด ปลอดบุห รี่ท งั้ จัง หวัด สุ ร าษฎร์ธ านี ” ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้มสั ยิดเป็ นสถานที่ รณรงค์เขตปลอดบุหรี่ โดยมีกลุ่มเป้ าหมาย ที่เ ข้า ร่ ว มในกิจ กรรมครัง้ นี้ ไ ด้แ ก่ อิห ม่า ม คอเต็บ บิหลัน่ จาก 46 มัสยิดในจังหวัด สุ ราษฎร์ธานี ร่ วมด้วยภาคีเครือข่ายคณะ กรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี วัฒนธรรม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลส่งเสริมสุข ภาพต�ำบลท่าทองใหม่ อสม. องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รายละเอียดภายในงานมีการ ให้ความรูเ้ กี่ยวกับเรื่องบุหรี่และร่วมประกาศ เจตนารมณ์ในการเข้ากิจกรรม

ห้องข่าว สสม.

นายฮาซัน หะยีมะเย็ง รอง ผอ.ศูนย์กิจกรรม สสม.ภาคใต้ตอนล่าง มอบป้ายมัสยิดปลอดบุหรี่แก่มัสยิดที่เข้าร่วมโครงการ

นพ.อหมัดมูซลู มั เปาะจิ ผูอ้ ำ� นวยการโรงพยาบาลจะแนะ จ.นราธิวาส ขณะบรรยายเรื่อง พิษภัยของบุหรี่

ศูนย์กิจกรรม สสม.ภาคใต้ตอนบน ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจ�ำจั​ังหวัดสุราษฎร์านี จัดโครงการ “ประกาศเจตนารมณ์มัสยิดปลอดบุหรี่” จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

15


ห้องข่าว สสม. โครงการแยกหิ้งฯ เมือ่ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 ศูนย์กจิ กรรม สสม. ภาคกลาง พร้อมเครือข่ายสามศาสนา ร่วมกับศูนย์บริการ สาธารณสุข 31 จัดกิจกรรมการสรุปผลการด�ำเนินงานตาม โครงการสามศาสนารณรงค์หา้ งสรรพสินค้าแยกหิ้งสิง่ มึนเมา ออกจากขนมขบเคี้ยวของเยาวชน โดยได้รบั ความอนุเคราะห์ จากท่านผูอ้ ำ� นวยการศูนย์ บริการสาธารณสุข 31 มอบหมาย วิทยากรให้ความรูก้ บั เยาวชนเรือ่ ง มหันตภัยจากบุหรี่ และได้ จัดให้มกี ารระดมสมองเยาวชนจ�ำนวน 100 คนโดยแบ่งกลุม่ ออกเป็ น 4 กลุม่ กลุม่ ที ่ 1. เรือ่ งสาเหตุทท่ี ำ� ให้เยาวชนเข้าไปเกีย่ วข้อง กับสิง่ มึนเมาและบุหรี่ ผลสรุปดังนี้สาเหตุเกิดจากครอบครัว ชุมชน สังคมรอบข้างรวมถึงสือ่ ต่างๆ ในส่วนตัวเด็กอยาก รูอ้ ยากเห็น การเลียนแบบ อยากเท่ห ์ การยัว่ ยุและอยากให้ เพือ่ นยอมรับขาดความรูใ้ นเรื่องของพิษภัยของบุหรี่ กลุ่ม ที ่ 2. เรื่องแนวทางการป้ องกันเยาวชนให้ หลีกห่างจากสิ่งมึนเมาและบุหรี่ ผลสรุปให้เดินรณรงค์ติด ป้ ายประกาศ ตัง้ ชมรมป้ องกันเยาวชนจากสารเสพติด ดูแล ลูกหลานอย่างใกลช้ ิดพร้อมทัง้ ให้ความรูถ้ งึ พิษภัยของบุหรี่ ยาสูบ และสิง่ มึนเมาอืน่ ๆ กลุ่มที ่ 3. เรื่องแนวทางการรณรงค์ให้บุคคลใน ครอบครัว ลด ละ เลิก สิง่ มึนเมาและบุหรี่ ผลสรุปเมือ่ เห็น คนสูบบุหรี่ให้กล่าวตักเตือน ให้สร้างแรงบันดาลใจให้กบั คน สูบบุหรี่เลิกสูบบุหรี่เพราะการสูบอาจจะท�ำให้คนรอบข้างเสพ ติด เกิดโรคมา เช่นโรคหัวใจ มะเร็งปอด และท�ำให้ร่างกาย อ่อนแอ กลุม่ ที ่ 4. เรื่องข้อเสนอแนะต่อภาครัฐและหน่วย งานทีเ่ กี่ยวข้องเพือ่ ปกป้ องเยาวชนให้ห่างไกลจากสิง่ มีนเมา และบุหรี่ -ผลสรุปขอให้ทางกรมสรรพสามิตท�ำการเพิม่ ภาษี สินค้า ลดการน�ำเข้าสินค้าท�ำลายสุขภาพ เช่น เหล ้า บุหรี่ เพิม่ กฎหมายให้รดั กุมมากยิ่งขึ้นรวมถึงให้หน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยใช้สอ่ื ในการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับรู ้ ส�ำหรับโครงการสามศาสนารณรงค์หา้ งสรรพสินค้า แยกหิ้งสิง่ มึนเมาออกจากขนมขบเคี้ยวของเยาวชน ได้ดำ� เนิน กิจกรรมทีห่ ลากหลายดังนี้คอื 1. การจัดเสวนา เรื่อง มหันตภัยจากสิง่ มึนเมา เมือ่ วันที่ 27 สิงหาคม 2558 ณ อาคารศาลา

16

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

ประชาคมมัสยิดบางอ้อแห่งนี้ ซึง่ ได้รบั เกียรติจากนายธนกร ไชยศรี ผูช้ ่วย ผูอ้ ำ� นวยการเขตบางพลัด ให้เกียรติเป็ นประธานพิธเี ปิ ด มีวทิ ยากรประกอบ ด้วย พระมหาสายรุง้ ผูช้ ่วยเจ้าอาวาสวัดอาวุธวิกสิตาราม พระอารามหลวง ตัวแทนฝ่ ายพุทธ ดร.สกาวรัตน์ ธรรมภิรกั ษ์ ผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียนธรรมภิ รักษ์ ตัวแทนฝ่ ายคริสต์ และ อ.พิเชษฐ์ โพธิ์ทอง ผูช้ ่วยผูอ้ ำ� นวยการโรงเรียน ท่าอิฐศึกษา ตัวแทนฝ่ ายอิสลาม ให้ความรูก้ บั เยาวชนในเรื่องดังกล่าว โดยมี คุณอดุลย์ โยธาสมุทร เลขานุการคณะกรรมการอิสลามประจ�ำมัสยิดบางอ้อ เป็ นผูด้ ำ� เนินการ 2. การเดินรณรงค์ให้หา้ งสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อ แยกหิ้ง สิง่ มึนเมาออกจากขนมขบเคี้ยวของเยาวชน เมือ่ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 ไปยังห้างสรรพสินค้าตัง้ ฮัว่ เส็ง และมีหนังสือของความร่วมมือร้านเซเว่น อีเลฟเว่น บนถนนสิรนิ ธร จ�ำนวน 3 ร้าน และร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส บนถนนสิรนิ ธร จ�ำนวน 1 ร้าน ซึง่ ห้างสรรพสินค้าตัง้ ฮัว่ เส็ง ได้ตอบรับให้ ความร่วมมือในการแยกหิ้งสิง่ มึนเมาออกจากขนมขบเคี้ยวของเยาวชน


ต่างแดน

การเดินทางสู่ดินแดนมรดกโลกแห่งเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ อย่างหลวงพระบางนัน้ เป็ นการเดินทางสู่ความเป็ นเมืองหลวงเก่าของ ลาวมาก่อน ซึง่ แน่นอนว่าต้องมีสถาปัตยกรรมโบราณและเรือ่ งราวในอดีต มากมาย ตัวเมืองหลวงพระบางตัง้ อยู่ริมแม่นำ� ้ โขงและแม่นำ� ้ คานซึง่ ไหล มาบรรจบกัน การเดินทางในครัง้ นี้เต็มไปด้วยเรือ่ งราวของวิถชี วี ติ อันเป็ น แบบแผนของชาวหลวงพระบางทีโ่ ดดเด่น เป็ นเมืองทีม่ กี ารด�ำเนินชีวติ ที ่ เงียบสงบและน่าค้นหาจนผูเ้ ขียนอดบอกไม่ได้วา่ หลวงพระบางคือเมือง อันสงบ อบอุ่นด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี ว่ากันว่าทีแ่ ห่งนี้เป็ น Land of Smile ของลาวเลยทีเดียว ช่วงทีผ่ ูเ้ ขียนได้มโี อกาสเดินทางถึงหลวงพระบางนัน้ ซึง่ เป็ นช่วงทีแ่ ม่นำ�้ โขงและแม่นำ�้ คานน�ำ้ ลดลงไปมากท�ำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวจึงเน้นไปที่การไปเที่ยวน�ำ้ ตก และสถาน ทีพ่ กั ผ่อนอื่นๆตามธรรมชาติ เวลาเช้าทีไ่ ด้มาถึงเมืองนี้โดยรถตูจ้ อดส่งทีส่ ถานีขนส่ง เมือ่ มา ถึงก็อดใจไม่ได้ทจ่ี ะลองขึ้นรถตุก๊ ตุก๊ ของลาว พาไปเทีย่ วชมเมืองหลวงพระบาง มีวดั วาอาราม เก่าแก่มากมาย มีบา้ นเรือนอันเป็ นเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ บริเวณทีพ่ กั ของนักท่องเทีย่ ว

แบก เป้

Sara Han ก็จะเป็ นโซนเดียวกันซึ่งมีท่ีพกั หลากหลาย รูปแบบ ส่วนใหญ่แลว้ เป็ นบ้านเรือนของชาว หลวงพระบางเอง และน�ำมาปรับปรุ งเป็ น ทีพ่ กั แก่นกั ท่องเทีย่ วได้ บริเวณโซนทีพ่ กั ของ นักท่องเทีย่ วสามารถสังเกตง่ายๆคือเรียกว่า แถวร้านกาแฟโจมา ซึ่งเป็ นร้านกาแฟชื่อดัง ของเมืองนี้โดยมีขนมหวานและกาแฟหลาก หลายให้ได้เลือกชิม ชือ่ เสียงอีกอย่างหนึ่งของ หลวงพระบาง เป็ นทีเ่ ลือ่ งลือในด้านเมืองแห่ง ความงามทางวัฒนธรรมนัน่ คือ ซอยตลาด เช้าแห่งเมืองหลวงพระบาง ซึง่ เป็ นตลาดเช้า ทีม่ ขี องสด (มาก) และมีเนื้อสัตว์ทเ่ี ราไม่ค่อย คุน้ ตาอยู่มากมายเช่น เนื้อสัตว์เลื้อยคลาน เกือบทุกชนิด และทีส่ ำ� คัญคือมีพชื ผักหลาย ชนิดซึง่ หาไม่ได้ในเมืองไทย ทีต่ ลาดเช้าแห่ง นี้ ยังจะได้เห็นวิถชี วี ติ ของชาวหลวงพระบาง

เที่ยวเมืองลาว-หลวงพระบาง ล้านนาเมืองลาว

จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

17


ในยามเช้าที่ตอ้ งออกมาจับจ่ายของในตลาด กัน สินค้าทีช่ าวบ้านเอามาขาย จะเป็ นพืชผัก ท้องถิน่ และร้านทีย่ อดนิยมทีส่ ุดในหลวงพระ บางก็คงจะเป็ น ร้านประชานิยม ซึง่ เป็ นร้าน กาแฟและอาหารเช้าทีม่ ชี อ่ื เสียงมากๆ ทุกคนที่ ได้มโี อกาสมาเยือนหลวงพระบางก็คงจะต้อง ไม่พลาดแน่ สิง่ ทีท่ ำ� ให้รา้ นแห่งนี้มชี ่อื เสียงก็ คงจะเป็ นลักษณะของร้านทีเ่ ป็ นเพิงร้านเก่าๆ และรสชาติกาแฟโบราณดัง้ เดิมของลาว ท�ำให้ สร้างแรงดึงดู ดให้นกั ท่องเที่ยวอยากมาลิ้ม ลองสักครัง้ หนึ่ง ซึง่ ผูเ้ ขียนเองก็ไม่พลาดทีจ่ ะ ลิ้มรสของกาแฟโบราณของลาวกับบรรยากาศ ชิลๆ ของเมืองแห่งนี้ หลังจากที่เราได้สมั ผัสวิถชี ีวติ ชาว หลวงพระบางไปแลว้ คราวนี้ไปรู จ้ กั ความ งามทางด้านสถาปัตยกรรมของหลวงพระบาง ลา้ นนา เริ่มจากทีแ่ รก พิพธิ ภัณฑ์หลวงพระ บาง ซึ่งเป็ นพระราชวังเก่าที่สมัยเคยรุ่งเรือง ในอดีตโดยเป็ นอาคารแบบฝรัง่ แต่หลังคาเป็ น แบบทรงลาว หันหน้าเข้าสูพ่ ระธาตุพสู ี ตัวพระ ราชวังเป็ นหมู่อาคารทรงเตี้ยๆ ชัน้ เดียว ตัง้ อยู่ บ นพื้น ยกสู ง มีค วามงดงามลงตัว ของ ศิลปะยุคอาณานิคมผสมกับศิลปะแบบลา้ น ช้าง บริเวณตรงข้ามพระราชวังหลวงพระบาง มีเนินเขาพูสี เป็ นสถานทีท่ ่องเทีย่ วทีน่ กั ท่อง เที่ยวต่างชาตินิยมมาก มียอดเขาที่มคี วาม

18

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

สูงราว 150 เมตร ตัง้ อยู่ใจกลางเมืองหลวงพระบาง ถ้าเดินขึ้นไปถึงบนยอดพูสี จะได้เห็นเมือง หลวงพระบางได้โดยรอบ มีบนั ไดขึ้น 328 ขัน้ ตลอดทางขึ้นร่มรื่นไปด้วยต้นจ�ำปา (ชื่อพื้นเมือง) ซึง่ เป็ นดอกไม้ประจ�ำชาติลาว (หรือทีบ่ า้ นเราเรียกว่าต้นลันทม ่ หรือต้นลีลาวดี) สิ่ง ที่น่ า สนใจของการเป็ น เมือ งหลวงพระบาง ล า้ นนาแห่ ง ลาว คือ การคงไว้ซ่ึง ขนบธรรมเนียมดัง้ เดิมของบรรพบุรุษเฉกเช่นเดียวกับล ้านนาของไทย เมือ่ เวลาผ่านไปแล ้วเมือง แห่งนี้ยงั คงมีกลิน่ อายของวัฒนธรรมดัง้ เดิมและยังคงรับความเป็ นตะวันตก (Western Ways) เข้ามาผสมผสานได้ดดี ว้ ย เช่น ร้านค้ามากมายทีเ่ ติบโตขึ้นตามเศรษฐกิจทีเ่ จริญขึ้น มีรา้ นอาหาร สไตล์ตะวันตกเพิม่ มากขึ้น แต่กย็ งั คงรักษาอัตลักษณ์ความเป็ นหลวงพระบางได้ นี้คงเป็ นเสน่ห ์ อย่างหนึ่งทีเ่ มืองแห่งนี้รอต้อนรับแขกต่างชาติให้เป็ นเสมือนบ้านทีใ่ ห้การพักผ่อนได้ดที ส่ี ุดแห่ง หนึ่ง ดังนัน้ ก็อย่ารีรอถ้าอยากจะหาแหล่งท่องเทีย่ วสุดสงบและยังมีบรรยากาศของเมืองมรดก โลกก็ไม่ควรจะพลาดทีจ่ ะได้มาเยือน หลวงพระบาง ล ้านนาแห่งลาวทีน่ ่ี


พลังงาน

รุ่งเรือง

พลังงาน

สะอาด พลัง งานลม เป็ นพลัง งานจาก ธรรมชาติทส่ี ะอาด ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อ สภาพแวดล ้อม สามารถน�ำมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่รูจ้ กั หมดสิ้น มนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์จาก พลังงานลมในการอ�ำนวยความสะดวกสบาย แก่ชวี ติ เช่น การแล่นเรือใบขนส่งสินค้าไปได้ ไกลๆ การหมุนกังหันวิดน�ำ ้ การหมุนโม่หนิ บด เมล็ดพืชให้เป็ นแป้ ง ปัจ จุ บ นั เราให้ค วามส�ำ คัญ และ น�ำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น โดยการน�ำมาใช้ ผลิตกระแสไฟฟ้ า “กังหันลม” เป็ นอุปกรณ์ ชนิดหนึ่งทีถ่ ูกน�ำมาใช้สกัดพลังงานจลน์ของ กระแสลม และเปลีย่ นให้เป็ นพลังงานกล จาก นัน้ จึงน�ำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์ กล่าวคือ เมื่อกระแสลมพัดผ่านใบกังหัน จะเกิดการ ถ่ายทอดพลังงานจลน์ไปสู่ใบกังหัน ท�ำให้ กังหันหมุนรอบแกน สามารถน�ำพลังงานจาก การหมุนนี้ไปใช้งานได้ หลัก การท� ำ งานของกั ง หัน ลม ผลิต ไฟฟ้ านัน้ เมื่อ มีล มพัด ผ่ า นใบกัง หัน พลังงานจลน์ทเ่ี กิดจากลมจะ ท�ำให้ใบพัดของ กังหันเกิดการหมุน และได้เป็ นพลังงานกล ออกมา พลังงานกลจากแกนหมุนของกังหัน ลมจะถูกเปลีย่ นรูปไปเป็ นพลังงานไฟฟ้ า โดย เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้ าทีเ่ ชื่อมต่ออยู่กบั แกนหมุน ของกังหันลม จ่ ายกระแสไฟฟ้ าผ่านระบบ ควบคุมไฟฟ้ า และจ่ายกระแสไฟฟ้ าเข้าสูร่ ะบบ ต่อไป โดยปริมาณไฟฟ้ าทีผ่ ลิตได้จะขึ้นอยูก่ บั

ความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานทีต่ ดิ ตัง้ กังหันลม ผลการศึกษาโดย กฟผ. และกรมอุตนุ ยิ มวิทยา สรุปได้วา่ ความเร็วลมในประเทศไทย โดยเฉลีย่ จัดอยู่ในระดับปานกลาง-ต�ำ ่ คือ ต�ำ่ กว่า 4 เมตร/วินาที โดยส่วนทีค่ วามเร็วลมสูงสุด จะอยู่ในบริเวณชายฝัง่ บริเวณเกาะต่าง ๆ ในอ่าวไทยและทางภาคใต้ของประเทศ จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

19


ด้วยข้อมูลดังกล่าว กฟผ. ได้ร่วม มือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ ธนบุรี และมหาวิท ยาลัย สงขลานคริน ทร์ ในการสนับสนุ นทุนวิจยั เพื่อออกแบบสร้าง กังหันลมขึ้น และน�ำไปติดตัง้ ทดลองใช้งาน ผลปรากฏว่ า ยัง มีป ญ ั หาเกี่ย วกับ ระบบส่ ง ก�ำลัง และความแข็งแรงของใบกังหัน ขณะ เดียวกัน กฟผ. ก็ได้ออกแบบสร้างกังหันลม แบบล ้อจักรยาน น�ำไปติดตัง้ ทดสอบใช้งานที่ ชายฝัง่ ทะเล บริเวณบ้านอ่าวไผ่ อ�ำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึง่ ปรากฏว่ายังคงมีปญั หาเรื่อง ระบบส่งก�ำลังเช่นกัน ในปี พ.ศ. 2526 การไฟฟ้ าฝ่ ายผลิต แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เลือกบริเวณ แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ซึง่ เป็ นจุดที่ มีขอ้ มูลบ่งชี้ว่า มีความเร็วลมเฉลีย่ ตลอดปี

20

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)

ประมาณ 5 เมตรต่อวินาที เป็ นสถานทีต่ งั้ ของสถานีทดลองการผลิตไฟฟ้ าจากกังหันลม ใช้ช่อื ว่า สถานีพลังงานทดแทนพรหมเทพ โดยตัง้ อยู่ทางทิศเหนือของแหลมพรหมเทพ ประมาณ 1 กิโลเมตร จากการเก็บสถิตคิ วามเร็วลมทีร่ ะดับความสูง 45 เมตร ของ กฟผ. มาตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2547 พบว่า ทีบ่ ริเวณอ่างพักน�ำ้ ตอนบนโรงไฟฟ้ าล�ำตะคองชลภาวัฒนา ต�ำบลคลองไผ่ อ�ำเภอ สีค้ วิ จังหวัดนครราชสีมาแห่งนี้ มีศกั ยภาพพลังงานลมดีทส่ี ุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีลมพัด ถึง 2 ช่วง คือช่วงฤดูลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือน มีนาคม) และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนตุลาคม) มี ความเร็วลมเฉลีย่ ทัง้ ปี ประมาณ 5-6 เมตรต่อวินาที ซึง่ สามารถน�ำมาผลิตไฟฟ้ าได้ การไฟฟ้ าฝ่ ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ดำ� เนินโครงการติดตัง้ กังหันลม ขนาด ก�ำลังผลิต 1,250 กิโลวัตต์ จ�ำนวน 2 ชุด รวมก�ำลังผลิต 2,500 กิโลวัตต์ ทีบ่ ริเวณอ่างพักน�ำ้ ตอนบนโรงไฟฟ้ าล�ำตะคองชลภาวัฒนา ต�ำบลคลองไผ่ อ�ำเภอสีค้ วิ จังหวัดนครราชสีมา ติดตัง้ แล ้วเสร็จพร้อมทัง้ เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบการจ�ำหน่ายของการไฟฟ้ าส่วนภูมภิ าค (กฟภ.) ตัง้ แต่วนั ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552 เป็ นต้นมา ข้อมูลการไฟฟ้ าฝ่ ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)


เรื่องเล่าโครงการ กัลยานา

เลิกบุหรี่เริ่มที่บ้าน ตอน ความมุ่งมั่นของอาสาพาเลิกบุหรี่ (ปัตตานี) ฉบับนี้ขอเล่าถึงผลงานของอาสาสมัครพาเลิกบุหรี่ทมี อ�ำเภอเมือง จังหวัดปัตตานีและ อาสาสมัครพาเลิกบุหรี่ทมี อ�ำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยขอเริ่มต้นจากประธาน อสม. คนเก่ง (คุณฮาซานียะห์ หะยีเจะอาแว หรือ เจ๊ะยะห์) ซึง่ ก็ทำ� งานเป็ น อสม.มานาน ภารกิจคือ รณรงค์กบั คนในบ้านและในชุมชนมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องมะเร็ง เรื่องยาเสพติด จนกระทัง่ ทีม สสม.ทาบทามให้มาท�ำงานร่วมกัน หลังจากเข้ารับการอบรมให้ความรูเ้ กี่ยวกับการช่วยเหลือและ เป็ นทีป่ รึกษาให้กบั ผูท้ ต่ี อ้ งการเลิกบุหรี่ เจ๊ะยะห์จงึ มีแนวคิดว่าอยากจะท�ำเรื่องบุหรี่อย่างจริงจัง ดังนัน้ จึงเริ่มต้นท�ำโครงการชิ้นหนึ่งใช้งบประมาณของ อสม. โดยการรวมตัวของทีม อสม. ทัง้ ต�ำบล และมีการประชาสัมพันธ์เพือ่ ให้ผูท้ ส่ี นใจจะเลิกบุหรี่และคนทัว่ ไปในชุมชน ซึง่ เน้นกลุม่ เยาวชนเข้าร่วมโครงการดังกล่าวและจัดกระบวนการให้ความรูจ้ ากวิทยากรทีเ่ ชิญมาจากหน่วย งานข้างนอกมาให้ความรู ้ ผลจากการจัดโครงการดังกล่าวนัน้ มีผูท้ ่ตี อ้ งการจะเลิกบุหรี่ดว้ ยตัวเองมาแจ้งกับ เจ๊ะยะห์จำ� นวน 2 ราย ซึง่ เจ๊ะยะห์จะเป็ นผูท้ ด่ี ูแลและพาไปรับยาทีโ่ รงพยาบาลด้วยตัวเองพร้อม ทัง้ ไปฟังค�ำแนะน�ำเพิม่ เติมจากเจ้าหน้าทีข่ องโรงพยาบาลอีกครัง้ นอกจากการให้คำ� แนะน�ำเรื่อง วิธเี ลิกโดยการใช้ยาจากโรงพยาบาลแลว้ เจ๊ะยะห์ยงั แนะน�ำวิธกี ารเลิกโดยใช้สมุนไพร ซึง่ เป็ น สมุนไพรทีห่ มอแนะน�ำคือว่านรางจืด วิธกี ารคือ ต้ม 3 ส่วน ดืม่ กิน 2 ส่วน ฤทธิ์ของยาจะท�ำให้ ผูส้ ูบไม่อยากจะสูบบุหรีเ่ พราะพอดืม่ เข้าไปแล ้วเวลามาสูบบุหรีท่ ำ� ให้รสชาติของบุหรีเ่ ปลีย่ นไป ซึง่ ถ้าใครทีอ่ ยากจะได้สมุนไพรดังกล่าวสามารถแจ้งความจ�ำนงทีเ่ จ๊ะยะห์ได้แล ้วเจ๊ะยะห์จะประสาน กับทางหมอเพือ่ น�ำเอาสมุนไพรนัน้ มาให้ ทัง้ นี้ เจ๊ะยะห์กล่าวทิ้งท้ายไว้วา่

คุณฮาซานียะห์ หะยีเจะอาแว

คุณปาลิตา หิรัญพิจิตร

“การเลิกบุหรีม่ แี ต่คนพูดว่าเลิกบุหรี่ อยู่ทใ่ี จ แต่จริงๆ แล ้วมีตวั แปรส�ำคัญทีอ่ ยู่ใน ครอบครัว นัน่ คือ..ก�ำลังใจ” อาสาสมัครคนทีส่ องของอ�ำเภอเมือง จังหวัดปัตตานีคอื คุณปาลิตา หิรญั พิจติ ร เล่า ประสบการณ์การรณรงค์เกี่ยวกับบุหรี่ โดย เริ่มแรกหลังจากอบรมให้ความรูเ้ กี่ยวกับการ ช่วยเหลือและเป็ นทีป่ รึกษาให้กบั ผูท้ ต่ี อ้ งการ เลิกบุหรี่ สิง่ แรกทีค่ ดิ จะท�ำคือ สามีตอ้ งเลิก สู บบุหรี่ให้ได้ก่อน เธอใช้วธิ ีการพูดกับสามี ทุกวันๆ จนสามีของเธอเลิกสูบบุหรีไ่ ด้ในทีส่ ุด หลังจากสามีเลิกได้แลว้ ก็มคี นรูจ้ กั ทีส่ นใจจะ เลิกบุหรี่ เข้ามาคุย มาบอกว่าอยากจะเลิก สูบบุหรี่เหมือนกัน แต่ไม่ชอบไปโรงพยาบาล เพือ่ บ�ำบัด เพราะเบือ่ ไปนัง่ ฟัง ซึง่ เป็ นโจทย์ท่ี ท�ำให้กะปาลิตาอยากจะท�ำงานเชิงรุก โดยให้ ผูท้ ต่ี อ้ งการเลิกบุหรีม่ ารวมกลุม่ กันและ อสม. ในพื้นทีป่ ระสานกับกลุม่ อสม.ในต�ำบลอืน่ ที่

คุณนิสารีหย๊ะ นิโซะ จดหมายข่าววารสารสุขสาระ

21


มีศกั ยภาพเพื่อช่วยประสานเรื่องวิทยากรที่ จะมาให้ความรูแ้ ละบ�ำบัดกลุม่ ทีต่ อ้ งการเลิก บุหรี่ต่อไป เป้ าหมายจะเริ่มต้นจากในหมูบ่ า้ น ก่อน โดยตัง้ ใจจะท�ำงานให้มผี ูท้ ่เี ลิกบุหรี่ได้ บ้านละหนึ่งคน ทัง้ นี้ จะท�ำไปเรื่อยๆ จนเลิกได้หมด ทัง้ หมู่บา้ น นี้คือความตัง้ ใจของ กะปาลิตา หิรญั พิจติ ร ปิ ดท้ายด้วยอาสาสมัครพาเลิกบุหรี่ จากอ�ำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี (คุณนิสา รีหย๊ะ นิโซะ) ก่อนหน้านี้ได้เล่าประสบการณ์ ของกะยะห์แล ้วทีส่ ามารถท�ำให้พอ่ ของตัวเอง เลิกบุหรี่ได้ ซึ่งเคยเล่าไว้แลว้ ในวารสารสุข

สาระฉบับเดือนตุลาคม 2558 แต่กะยะห์กไ็ ม่หยุดแค่นนั ่ หลังจากมาอบรมกับทาง สสม. ยังมี เคสที่ 2 ทีก่ ะยะห์สามารถท�ำให้เขาเลิกบุหรี่ได้ในทีส่ ุด นัน่ ก็คอื คนใกล ้บ้าน อายุประมาณ 90 ปี ชื่อ แบปอ ผูส้ ูงอายุท่านนี้ มีแรงบันดาลใจจากพ่อของกะยะห์ทส่ี ามารถเลิกบุหรี่ได้ เมือ่ ได้เห็น ว่าการเลิกสูบบุหรี่มผี ลท�ำให้สุขภาพของพ่อกะยะห์เปลีย่ นไปในทางทีด่ ี แบปอก็เข้ามาพูดคุย ตลอดและพยายามเอาชนะใจตัวเองเพือ่ ให้สามารถเลิกบุหรี่ได้ โดยกะยะห์เองก็มสี ่วนในการ ไปช่วยพูดช่วยแนะน�ำต่างๆ นานา จนสุดท้ายแล ้วแบปอก็สามารถเลิกบุหรี่ได้ในทีส่ ุด ปัจจุบนั แบปอคนนี้กลายเป็ นเคสตัวอย่างของผูส้ ูงอายุทม่ี สี ุขภาพแข็งแรงและสามารถเลิกบุหรี่ได้ เป็ น ตัวอย่างให้คนในชุมชนต่อไป ยังมีอกี หลายเคส หลายตัวอย่างทีส่ ามารถท�ำให้ผูท้ ต่ี ดิ บุหรี่ เลิกบุหรี่ได้ โดยความ พยายามของทีมอาสาสมัครพาเลิกบุหรี่ในสามจังหวัด อยากให้ผูอ้ ่านติดตามกันต่อว่าฉบับหน้า กลุม่ คนเหล่านี้เขามีกระบวนการหรือวิธกี ารทีเ่ ขาตัง้ ใจจะท�ำเพือ่ สังคมอย่างไรกันบ้างเพือ่ ให้ชุมชน ของเขาปลอดจากบุหรี่ ติดตามกันต่อฉบับหน้านะคะ

อานสุขสาระที่บาน งายๆ งทานสนับสนุน พีย

โดย โอนเงินเขาบัญชี “วารสารสุขสาระ” บัญชีเลขที่ 403-514520-1 ธนาคารไทยพาณิชย สาขา จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พรอมสำเนาใบโอน มาที่ มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) เลขที่ 1 หมู 13 แขวง/เขตมีนบุรี กทม.10510

คาจัดสง ท า บ ปละ

200

สมาชิกที่ชำระคาจัดสงแลว หากยังไม ไดรับหนังสือ กรุณาแจงที่อยู ใหมพรอมรายละเอียด มาที่ โทรศัพท. 02-218-6193

พื้นที่

โฆษณา

ธนาคารอิสลาม สาขารามค�ำแหง 87 บัญชีเลขที่ 109-1-03034-0

ติดต่อ 08-7290-2680 e-mail : hidayahdesign@gmail.com www.facebook.com/hidayahdesignHD Line id : ar-ie-cha

สนับสนุ น “สุขสาระ” โดยการลงโฆษณา 22

มูลนิธิสร้างสุขมุสลิมไทย (สสม.)



59

มหกรรม อาหาร และ

วัฒนธรรม มุสลิมไทย เต็มอิ่ม กับการแสดงทางวัฒนธรรม 4 ภาค เลือกซื้อ อาหารฮาลาล 4 ภาค สินคา OTOP รวมฟง การเสวนาทางวิชาการ สนุกสนาน กับกิจกรรมดานสุขภาวะ แลว ชม การประกวดอนาชีด บริจาค ทุนการศึกษาใหเด็กยากจน

23-24 มกราคม 2559 ณ อาคารมูลนิธิ เพื่อศูนยกลางอิสลาม แหงประเทศไทย

รวมรณรงค สังคมปลอดบุหรี่ โดยการไมสูบ ไมซื้อ ไมขาย บุหรี่และผลิตภัณฑยาสูบ


Turn static files into dynamic content formats.

Create a flipbook
Issuu converts static files into: digital portfolios, online yearbooks, online catalogs, digital photo albums and more. Sign up and create your flipbook.