หนา บาน
WWW.Muslim4health.or.th
จากมติ ค ณะรั ฐ มนตรี เมื่ อ วั น ที่ 28 มี น าคม 2560 มี ม ติ อ นุ มั ติ ใ ห ผู ป ว ยฉุ ก เฉิ น สามารถเข า รั บ การรั ก ษาได ทุ ก โรงพยาบาล ภายใน 72 ชั่วโมง กอนสงตอไปยังโรงพยาบาลที่มีสิทธิ์รักษา
หมายถึ ง ประชาชนทุ ก คนเมื่ อ เจ็บปวยฉุกเฉินวิกฤตภายใน 72 ชั่วโมง ต อ งได รั บ การรั ก ษาพยาบาลอย า ง เต็มที่ โดยไมคิดคาใชจาย เขารับการ รักษาไดทุกโรงพยาบาล ไมวาจะเปน ของรั ฐ และเอกชน จากนั้ น จะส ง ต อ ไปยั ง โรงพยาบาลตามสิ ท ธิ ที่ ผู ป ว ย มีอยู ในสวนของโรงพยาบาลภาครัฐ ขนาดใหญ ใ นกรุ ง เทพฯ หรื อ แม แ ต โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม พรอมรับผูปวยฉุกเฉินตลอดเวลา และ เมื่ อ พ น วิ ก ฤต 72 ชั่ ว โมงแล ว ก็ ต อ ง ทําการสงตอไปยังโรงพยาบาลในสิทธิ ตอไป ซึ่งจะมีผลตั้งแตวันที่ 1 เมษายน 2560 เปนตนไป สําหรับกลุมอาการฉุกเฉินวิกฤต หลักๆ มี 6 กลุม คือ 1. หมดสติ ไมรูสึกตัว ไมหายใจ 2. หายใจเร็ว หอบเหนือ่ ยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
3. ซึมลง เหงือ่ แตก ตัวเย็น หรือ มีอาการชักรวม 4. เจ็บหนาอกเฉียบพลัน รุนแรง 5. แขนขาออนแรงครึ่งซีก พูด ไมชัด แบบปจจุบันทันดวน หรือชัก ตอเนื่องไมหยุด และ
6. หรือมีอาการอื่นรวม ที่มีผล ตอการหายใจระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่อาจเปนอันตรายตอ ชีวิต เมื่ อ พ น วิ ก ฤต 72 ชั่ ว โมงแล ว หากผู ป ว ยต อ งการรั ก ษาตั ว ต อ ที่ โรงพยาบาลเอกชนก็ตองจายในอัตรา ปกติ ข องโรงพยาบาลเอกชนนั้ น ๆ เนื่องจากก็มีตนทุนที่แตกตางกัน แต หากต อ งการส ง ต อ ไปโรงพยาบาล ตามสิทธิ์ก็จะเปนไปตามระบบ ซึง่ หากทาง โรงพยาบาลใดปฏิเสธ การให ก ารรั ก ษา จะต อ งมี ค วามผิ ด ปรับ 20,000 บาท หรือถึงขั้นสั่งปด สถานพยาบาลทันที
สมาชิกสุขสาระ (สนับสนุนคาจัดสง) ที่ ไมไดรับหนังสือ หรือเปลี่ยนที่อยู กรุณาติดตอที่ suksara@yahoo.co.th จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
3
ลา คอมรฺ รุงเรือง
ทุ ก เทศกาล เรามี วั น หยุ ด ยาว ให ค นได ดื่ ม เหล า กั น อย า งเมามั น ...ไม พ อ เรายั ง ปล อ ยให พ วกเขาทํ า ตามอําเภอใจฉลองเทศกาลดวยการ เปดเพลงเสียงดัง ดังจนผูที่พักอาศัย ใกลเคียงตองอพยพ และกระจกคอนโด ราว...! บ.นํ้ า เมาอาศั ย ช อ งโหว ท าง สั ง คม จั ด กิ จ กรรมส ง เสริ ม การขาย ด ว ยการจั ด คอนเสิ ร ต ตามแหล ง ท อ งเที่ ย วต า งๆ!!! บ.เหล า เจ า ใหญ มีพื้นที่สงเสริมคนเมากวา 200 จุด สาเหตุอันดับหนึ่งของอุบัติเหตุ เจ็บตายชวงสงกรานต และชวงเทศกาล ตางๆ มาจาก “เมาสุรา” บ.เหลา ควรแสดงความรับผิดชอบ ตอสังคม วากิจกรรมสงเสริมการขาย ของตนนั้ น มี ผ ลอย า งยิ่ ง โดยตรงต อ การสรางภาระใหแกสังคม ออสเตรเลี ย มี ผู เ สี ย ชี วิ ต จาก อุบัติเหตุทางถนนปละ 1,700 คน แต ประเทศไทย ยอดคนตายบนถนน มีถึงปละ 26,000 คน
4
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
ความรับผิดชอบ ตอสังคม
อุบายการตลาดของ บ.นํ้าเมา ลึ ก ลั บ ซั บ ซ อ นยิ่ ง นั ก หลายประเทศ ในโลก รู เ ท า ทั น การตลาดของ บ.นํ้าเมา จึงควบคุมการซื้อขาย การ โฆษณาของธุ ร กิ จ นี้ ไ ด ป ญ หาจึ ง ไม รุนแรง ไมเหมือนกับบานเรา ธุ ร กิ จ นํ้ า เ ม า คือการคากําไรบนความ สูญเสีย สังคมอยากให ลดการเมา แตนายทุน นํ้ า เมากลั บ ส ง เสริ ม ให เพิ่มการดื่ม เหตุ ที่ ป ระเทศ ไทยมีปญหาอุบัติทาง ท อ งถนนสู ง จนติ ด อันดับโลก มิใชเพราะ
เราประมาท แต เ พราะเราไม ใ ส ใจ ถือวาธุระไมใช เปนเรื่องของเวรกรรม เรารู ว า แอลกอฮอล เ ป น สาเหตุ ห ลั ก ของป ญ หา แต ไ ม เ คยพยายามที่ จ ะ ควบคุม เราปลอยใหมีคนตาย เพราะ ว า เราเห็ น แก ค วามสนุ ก จึ ง ทุ ก ขนั ด เมื่อยามนับศพ! เราไมสอนใหคนรูจักเกรงใจกัน แต ส อนว า นํ้ า ขึ้ น ให รี บ ตั ก ..สอนว า มือใครยาวสาวไดสาวเอา...ทุกเทศกาล จึงเกิดกิจกรรมสงเสริมขี้เมา ทั้งทาง ตรง บ.นํ้ า เมา และทางอ อ ม บ.จั ด กิจกรรมตางๆ บานเราจึงมีแตคนที่ไมรูจักพอ ไมรูจักเกรงใจคนรอบขาง ไมละอาย ตอสังคม!
ริมคลอง สมุย
โรคนอนไม ห ลั บ ส ง ผล กระทบตอจิตใจกอใหเกิดความเครียด ตามมาดวยการรับประทานอาหารไมได ซึ่ง ลวนสงผลตอรางกายและจิตใจที่อาจทําใหเกิด ความซึ ม เศร า ต อ เนื่ อ ง จนอาจไม มี เ รี่ ย วแรงและ กําลังใจที่จะลุกขึ้นมาตอสูฝาฟนอุปสรรคปญหา กันใหม
การเยี ย วยารั ก ษาความเครี ย ด ความกั ง วลด ว ยวิ ธี ธรรมชาติ บํ า บั ด สามารถทํ า ได ห ลากหลายวิ ธี โดยเฉพาะเรื่ อ งอาหาร การเลื อ กรั บ ประทาน อาหารที่ชวยผอนคลาย ชวยระงับประสาท ชวย ใหนอนหลับ จึงเปนทางเลือกเบื้องตนที่สามารถ ทําไดงายๆ อาทิ
ÊÁعä¾Ãá¡Œ¹Í¹äÁ‹ËÅѺ ขี้เหล็ก
ขี้ เ หล็ ก เปนสมุนไพรที่
นํ า มาปรุ ง อาหารช ว ยให น อนหลั บ สบาย ขับถายสะดวก เราคุนเคยกับ แกงขี้ เ หล็ ก คนภาคเหนื อ -อี ส าน มักแกงใส ใบยานาง สวนภาคกลางภาคใต นิ ย มใส ก ะทิ ส ว นที่ นํ า มาใช ปรุ ง เป น อาหารควรเลื อ กส ว นยอด จนถึงใบออน และดอก ในใบขี้เหล็ก มีเบตาแคโรทีนสูง ทั้งดอกและใบตาง มีสรรพคุณชวยระงับประสาท บํารุง ประสาท ชวยใหนอนหลับ ชวยในการ ระบาย และบํารุงสายตาดวย ใหบอก ตอกันไปวา ถาคืนไหนอยากนอนหลับ ดี เย็นวันนั้นก็ใหกินแกงขี้เหล็ก
มะรุม การกินขี้เหล็กเปนบางครั้งบาง คราวแบบภู มิ ป ญ ญาพื้ น บ า น ไม ก อ โทษ แต ก ารหั น มากิ น ในรู ป ของยา ขี้เหล็กแคปซูลเปนประจํา กลับมีพิษ ตอตับ
มะรุม เปนพืชผักสมุนไพร
อี ก ชนิ ด ที่ อ อกฤทธิ์ ช ว ยให น อนหลั บ ชวยระบาย นิยมใชฝกออนมาแกงสม ใชยอดออนลวกจิ้มนํ้าพริกหรือแกงสม ป จ จุ บั น มี ก ารนํ า ใบมะรุ ม มาบดเป น ผงบรรจุ แ คปซู ล บริ โ ภคเป น อาหาร
เสริม และโฆษณาชวนเชื่อราวกับวา มะรุมเปนยาวิเศษ ทีเดียว อยางไรก็ตาม การบริโภคมะรุม ควรบริ โ ภคในรู ป แบบอาหารจะ ปลอดภั ย กว า แม ว า สรรพคุ ณ ของ มะรุ ม ที่ ก ล า วถึ ง จะเป น สรรพคุ ณ ที่ ดี จริง แตรูปแบบและปริมาณการใชจะ เปนตัวแปรที่บอกไดวาการใชนั้นให ผลดี ห รื อ ผลร า ย และโดยเฉพาะผู ที่ เป น โรคเรื้ อ รั ง ต า งๆ เช น มะเร็ ง เบาหวาน ที่หันไปใชมะรุมรักษาโดย หวังวาจะชวยใหหายจากโรครายได กลับตองเผชิญกับอาการที่ทรุดหนัก กวาเดิม ข อ แนะนํ า จากคุ ณ ย า คุ ณ ยาย ก็คือถาจะบริโภคมะรุมใหเลือกยอด ออนหรือใบเพสลาดเทานั้น (ใบเพสลาด หมายถึ ง ใบจวนแก ) เพราะถ า เป น ใบแกจะสะสมสารที่เปนอันตรายตอ รางกายได ใบแกสวนใหญเกษตรกร จะใชหมักกับดินระหวางเตรียมแปลง เพาะปลู ก จะช ว ยฆ า เชื้ อ ราในดิ น ได ในใบมี โ ปรตี น และแคลเซี ย มสู ง จึ ง มี จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
5
สาระสุขภาพ นูรีน
รายงานวาใชเปนยาประสะนํ้านม และ เปนอาหารเสริมสําหรับเด็กขาดสาร อาหาร สิ่ ง ที่ ผู บ ริ โ ภคควรตระหนั ก คื อ มะรุมแคปซูลนั้นเลือกใชสวนที่นํามา เปนยาถูกตองตามหลักการใชหรือไม โบราณกําหนดใหใชใบเพสลาด แตที่ บรรจุในแคปซูลนั้นเปนใบเพสลาดแท ไมเจือปนใบแกจริงหรือ หมอแผนไทยหลายทานยืนยัน วามะรุมใชไดผลดีจริงแตใชในรูปแบบ อาหารเปนยาแกงจืดยอดออน มะรุม แกงสมมะรุม หรือลวก ยอดออนมะรุมจิ้มนํ้าพริก อรอย ไดประโยชนและปลอดภัยกวา
รากบัว
รากบัว ไหลบัว รวมถึง
เกสรดอกบัว สามารถนํามาปรุงเปน อาหารและเครื่องดื่มได มีรายงานทาง วิ ช าการว า สารสกั ด จากรากบั ว ช ว ย ให น อนหลั บ สรรพคุ ณ ของรากบั ว ไหลบัวชวยบํารุงใหเจริญอาหาร ชวย ให ป ระสาทสงบ บํ า รุ ง นํ้ า ดี แก ท อ ง รวง และเกสรดอกบัว ชวยใหดวงจิต แชมชื่น บํารุงหัวใจ
สมุนไพรดังที่กลาวมานี้จะชวย ในเรื่ อ งของระบบประสาท รวมถึ ง ระบบหั ว ใจ ซึ่ ง มี อี ก หลายตั ว ที่ มี ประโยชน ต อ สุ ข ภาพ อย า งน อ ยใน ภาวะที่ เราเองเผชิ ญ กั บ ภาวะความ เครี ย ดนอนไม ห ลั บ ที่ ต ามมาคื อ ขั บ ถ า ยไม อ อก หั ว ใจอ อ นแอ แต สามารถเลือกสรรอาหารสมุนไพรที่มี ประโยชนตอรางกายได ก็จะทําใหมี แรงลุ ก มาขั บ เคลื่ อ นต อ สู ชี วิ ต ในวั น ใหมได
มะกรูด เปนสมุนไพรที่
นิ ย มใช กั น มาตั้ ง แต ใ นสมั ย โบราณ ทั้ ง ในเรื่ อ งการทํ า อาหาร และช ว ย บํารุงสุขภาพเสริมความงาม ผิวของ มะกรู ด สามารถช ว ยแก อ าการนอน ไม ห ลั บ ได โดยนํ า ผิ ว ของมะกรู ด บดรวมกับรากชะเอม ไพล เฉียงพรา ขมิ้นออย แลวนํามาตมนํ้าดื่ม หรือจะใชวิธีของคุณยาคุณยาย ใหนําใบสดไปตากแหงคั่วไฟออนๆ ใน กระทะจนเหลืองหรือกรอบใสโหลไว จากนั้นใช 1 หยิบมือชงกับนํ้ารอน 1 แกว ดื่มตางนํ้าหรืออยางนอยวันละ 3-4 แกว จะชวยทําใหนอนหลับอยาง สบายตอนกลางคืนไดอยางเหลือเชื่อ วิธีดังกลาวไดผลดีระดับหนึ่ง
ขอมูล : https://health.kapook.com/view95930.html https://health.kapook.com/view97811.html เว็บไซตไทยรัฐ
6
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
การนอนหลับเปนการพักผอน ที่ดีที่สุด เพราะการนอนหลับชวยให กล า มเนื้ อ ของเราได พั ก ผ อ นจาก การใชงานมาทั้งวันไมวาจะเปนการ นั่ ง การยื น การเดิ น หรื อ การทํ า กิ จ กรรมต า งๆ และการนอนหลั บ ช ว ยให ก ล า มเนื้ อ ของเราได ผ อ น คลาย แต ห ลายคนประสบป ญ หา เรื่องการนอนไมหลับ ที่กวาจะหลับ ได ก็ ต อ งพลิ ก ไปพลิ ก มาอยู ห ลาย ครั้ ง โดยเฉพาะอย า งยิ่ ง เมื่ อ ต อ ง เผชิญกับความเครียดตางๆ หลาย ดาน ภาวะนอนหลับยากนั้นจึงเกิด ตามมาไดงาย
การเลือกหมอน ข อ ควรปฏิ บั ติ ก อ นเข า นอน ขอหนึ่งบอกวา การเลือกอุปกรณการ นอนใหเหมาะสม เปนเรื่องที่ควรตอง ใสใจเปนพิเศษ โดยเฉพาะหมอนหนุน ศี ร ษะ เรานอนหนุ น หมอนก็ เ พราะ กระดูกสันหลังของเรามีลักษณะโคง เปนรูปตัว S โดยกระดูกชวงคอจะโคง มาทางดานหนา และกระดูกชวงอก จะโคงไปทางดานหลัง ทําใหเวลานอน จําเปนตองมีหมอนหนุนคอ เพื่อรักษา แนวกระดู ก ให เ ป น ไปตามธรรมชาติ ดั ง นั้ น ถ า คุ ณ นอนหลั บ วั น ละ 8 ชม. ก็หมายความวา คุณตองอยูกับหมอน
นานประมาณ 1 ใน 3 ของวัน การเลือกหมอนจึงไมใชเรื่องเล็กอีกตอไป เพราะ แต ล ะคนก็ มี ส รี ร ะ ท า ทางการนอน และป ญ หาการนอนที่ แ ตกต า งกั น แล ว หมอนแบบไหนเลาที่เหมาะกับเรา หมอนที่ดี ควรมีความนุมหนุนสบาย สามารถรองรับไดตั้งแตคอจนถึง ศีรษะ โดยมีความสูงของหมอนประมาณ 4-6 นิ้ว รวมไปถึงความนุม และรองรับ ศีรษะจนถึงบริเวณคอไดทั้งหมด การจะนอนใหหลับดี ตองมีองคประกอบหลายอยาง การเลือกหมอนที่ เหมาะสมกับทานอน ก็อาจจะทําใหนอนหลับดีขึ้น และยังลดอาการของอาการ ปวดหลังหรือปวดคอ
วิธีการหนุนหมอนกับทานอนแตละทา
นอนหงาย หมอนที่ใช ตองนิ่ม และไมสูง ควรใหมีการรองรับสวนเวา
ของกระดู ก คอ หน า ไม เ งยไปข า งหลั ง โดยตํ า แหน ง ที่ จ ะใช ห นุ น ได แ ก บริเวณศีรษะ คอ ไหล และเขา อาจหาหมอนเล็กๆ รองใตเขาเพื่อใหหลัง สวนเอวแบนเรียบติดกับที่นอนเพื่อความผอนคลาย นอนตะแคง มี ห มอนใบหนึ่ ง หนุ น ศี ร ษะโดยที่ ห มอนต อ งไม สู ง เกิ น ไป หมอนตองสูงเทากับระดับความสูงจากไหลมายังศีรษะ ซึ่งศีรษะตองอยู ในแนวเดี ย วกั บ กึ่ ง กลางลํ า ตั ว และมี ห มอนข า งอี ก ใบไว ร ะหว า งขา บาง ทานอาจจะใชผาขนหนูมวนหนุนขอมือดานที่ตะแคง นอนควํ่ า ไมตองใชหมอนหรือหากจะใชตองคอนขางจะแบน และอาจ จะมีหมอนใบเล็กๆ หนุนตรงบริเวณทอง จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
7
ชนิดของหมอน 1. หนุ น ที่ เข า ซึ่ ง สามารถหนุ น ไดสองรูปแบบ คือนอนหงายแลวเอา หมอนหนุ น ใต เข า หรื อ นอนตะแคง หมอนอยู ร ะหว า งขา ท า นอนและ การใช ห มอนท า นี้ จ ะช ว ยลดอาการ ปวดหลั ง เนื่ อ งจากกล า มเนื้ อ หลั ง อักเสบ หมอนที่ใชคือหมอนขาง 2. หมอนหนุ น ที่ ศี ร ษะและคอ หมอนที่ดีควรจะรองตั้งแตตนคอจรด ถึงศีรษะ ความสูงของหมอนประมาณ 4-6 นิ้ ว โดยหมอนควรจะนุ ม เพื่ อ ที่ สวนที่รองศีรษะยุบ จนกระทั่งหมอน สามารถรองรับบริเวณคอ หมอนชนิด นี้เหมาะสําหรับคนที่ปวดตนคอ หาก หมอนสู ง เกิ น ไปเมื่ อ นอนหงายหรื อ นอนตะแคง กล า มเนื้ อ คอจะถู ก ยื ด มากเกิ น ไป ทํ า ให ป วดกล า มเนื้ อ คอ และที่ สํ า คั ญ ในท า นอนหงายหาก หมอนสูงไป จะทําใหทางเดินหายใจ แคบเกิดอาการกรน 3. หมอนรูปตัว U เปนหมอน ที่ ใช สํ า หรั บ หนุ น คอ ขณะเดิ น ทาง โดยสารเพื่ อ ป อ งกั น มิ ใ ห ค อเอี ย งไป ทางดานใดดานหนึ่ง หรือหงายไปทาง ดานหลัง เหมาะสําหรับนั่งหลับขณะ โดยสารในรถหรือเครื่องบิน 4. หมอนรองหลั ง ใช สํ า หรั บ หนุนหลังสวนเอว เหมาะสําหรับคน ที่ตองทํางานนั่งนาน หรือขับรถนาน เพื่อลดอาการเกร็งของกลามเนื้อหลัง 5. หมอนรู ป โดนั ท เหมาะ สําหรับผูที่มีกระดูกกนกบหัก เวลานั่ง จะไมปวดกน 8
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
วิธีดูแลรักษา 1. หมอนยางพารา ควรผึ่งลม เพื่ อ กํ า จั ด กลิ่ น อั บ และเลี่ ย งแดดจั ด ถามีรอยเปอนใหใชผาชุบนํ้าเช็ดแลว ผึ่งลมใหแหง 2. หมอนเมมโมรีโฟม เช็ดดวย ผาชุบนํ้าสบูออนๆ และปลอยใหแหง กรณีโฟมดานในเปยก ใชแรงกดเพื่อ รีดนํ้าออกและปลอยใหแหง ตองเลี่ยง แดดจัด 3. หมอนขนเป ด ควรผึ่ ง แดด เปนประจําครั้งละ 2-3 ชม. ตบหมอน เป น ประจํ า เพื่ อ ให ข นด า นในพองฟู เมื่อซักแลวใหอบแหงอยางนอย 5 ชม. 4. หมอนขนหาน ควรนําออก ผึ่ ง แดดสมํ่ า เสมอ ครั้ ง ละ 2-3 ชม. และหมั่ น ตบหมอนเป น ประจํ า เพื่ อ ใหขนดานในพองฟู เมื่อซักแลวใหอบ แหงอยางนอย 5 ชม. 5. หมอนใยสังเคราะห ควรตบ หมอนตามแนวทแยงทั้งสองด านทุก วั น เพื่ อ ให พ องฟู ซั ก เปน ประจํ า ทุ ก 2-3 เดือน หลังซักใหผึ่งไวในแนวนอน และไมควรบิดหมอน การทดสอบว า ถึ ง เวลาควร เปลี่ ย นหมอนหรื อ ยั ง สํ า หรั บ หมอน ธรรมชาติ นั้ น ถ า ตบแล ว ฟ น สภาพ คืนความสูง นับวายังใชได สวนหมอน สั ง เคราะห นั้ น ถ า พั บ แล ว ไม คื น ที่ หมายความว า ถึ ง เวลาต อ งเปลี่ ย น หมอนแลว
นอกจากหมอนแลว ที่นอนก็ยัง เป น อี ก องค ป ระกอบหนึ่ ง ที่ สํ า คั ญ การเลือกที่นอนนั้น ควรใหมีเนื้อแนน ไมยุบตัวงายเวลานอน ตองไมนิ่มมาก จนเกิ น ไป และต อ งทํ า ให ส ามารถ พลิกตัวไปมาไดงาย แตก็ไมใชวาแข็ง มากจนกดตามปุมกระดูกใหมีอาการ เจ็บ แตถึงอยางไรก็ตาม ที่นอนและ หมอนเปนเพียงสวนหนึ่งของหองนอน เทานั้น หองนอนที่ถูกสุขลักษณะควร โปรงสบาย อากาศถายเทได สะดวก องคประกอบในหองนอนจึงเปนสิ่งที่ ควรใสใจอีกเหมือนกัน ไมวาจะเปน แสง เสียง กลิ่น และอุณหภูมิ หลอดไฟ ในหองนอนนั้นควรใช แสงสีนวล จะ ทํ า ให รู สึ ก ผ อ นคลายและสบายตา กวาแสงสีขาว และหองนอนควรเปน ห อ งที่ เ งี ย บที่ สุ ด ไม ถู ก รบกวนจาก เสี ย งภายนอก ส ว นเรื่ อ งกลิ่ น นั้ น ใน หองนอนควรมีการระบายอากาศที่ดี อย า ให มี ก ลิ่ น อั บ ชื้ น หรื อ กลิ่ น ไม พึ ง ประสงค ซึ่ ง จะรบกวนการนอนได นอกจากนั้ น ห อ งนอนควรมี อุ ณ หภู มิ ที่เหมาะสม ไมควรหนาวหรือรอนจน เกินไป ควรมีอากาศเย็นสบายเพื่อให ผู น อนไม รู สึ ก อึ ด อั ด และนอนหลั บ ฝนดีไดตลอดคืน
ขอมูล : http://siamhealth.net/public_html/Disease/rheumatoid/bed/ pillow.htm#.WMi6lm-GOM8 http://www.pt.mahidol.ac.th/knowledge/?p=80 http://www.voathai.com/a/pillow-helps-sleep-better-nm/2742599.html
เรื1องนารูกับหมอกษิดิษ นายแพทยกษิดิษ ศรีสงา
โรคพั ง ผื ด รั ด ลํ า ไส
ดู เ ป น ชื่ อ ที่ ค อ นข า งแปลกประหลาด และคนทั่ ว ๆ ไปไม ค อ ยจะชิ น นั ก แต สําหรับศัลยแพทยแลว มันเปนโรคที่ พบไดบอยมากๆ โรคหนึ่งเลยทีเดียว การรั ก ษามั ก เริ่ ม ด ว ยการรั ก ษาแบบ ประคับประคองกอน ถาไมหายจึงจะ ผาตัดตอไป การผาตัดมีตั้งแตงายๆ ไปจนถึงยากสุดๆ
รางกายเรานั้น เมื่อเจริญเติบโต เต็มวัยแลว เซลลสวนใหญในรางกาย ก็ จ ะไม แ บ ง ตั ว เพิ่ ม จํ า นวนอี ก จะมี อยู เ ท า เดิ ม ตลอดไปจนตาย เวลาที่ รางกายเกิดแผลฉีกขาดขึ้นที่ใด หรือ อวัยวะใด ที่ขาดแหวงหายไป เราก็จะ ไมสามารถสรางอวัยวะขึ้นมาไดแบบ จิ้ ง จก หรื อ ปลาดาว ซึ่ ง มี คุ ณ สมบั ติ Regeneration อยู แตรางกายของ คนเราใช ก ารซ อ มแซมแบบ ปะผุ ร ถ นั่นก็คือ สรางเนื้อเยื่อชนิดหนึ่งขึ้นมา เพื่ อ เชื่ อ มต อ กั บ ส ว นเดิ ม เนื้ อ เยื่ อ ที่ สร า งขึ้ น มาใหม นี้ เ รี ย กว า พั ง ผื ด (fibrous tissue) ซึ่งก็คือ แผนสีขาวๆ เหนียวๆ ที่เราเคี้ย วไม เขา และต อง คายทิ้ ง เวลารั บ ประทานเนื้ อ นั่ น เอง ครับ
เราจะสังเกตเห็นไดวา ผิวหนัง ของเรานั้น เมื่อฉีกขาดออกไป ก็จะมี แผลเปนเกิดขึ้น ซึ่งไมใชเนื้อเยื่อแบบ เดิม ถาเราเอาแวนขยายสองดูจะพบ ว า บริ เ วณนั้ น มี ลั ก ษณะไม เ หมื อ น ส ว นอื่ น เช น ไม มี ข นขึ้ น ไม ยื ด หยุ น เหมื อ นเดิ ม และมั ก ฉี ก ขาดง า ย แพ งายกวาบริเวณอื่นๆ ยิ่งเปนหนังที่ปะ มาจากส ว นอื่ น เนื่ อ งจากถู ก ไฟไหม เราจะยิ่งเห็นไดชัดยิ่งขึ้น แผลเป น เหล า นี้ ไม ใช เ กิ ด ขึ้ น เฉพาะด า นนอกเท า นั้ น แม แ ต ใ น รางกายก็เปนเชนเดียวกัน โดยเฉพาะ อยางยิ่งในชองทอง หลังจากที่ถูกเปด ออกและผาตัดไปแลว จะตองเกิดเปน
แผลเปนอยูภายในทองเสมอ ตางกัน แตเพียงจะมากหรือนอยเทานั้นเอง พังผืด แผลเปนที่อยูในชองทอง นี้ มั ก จะก อ ให เ กิ ด ป ญ หาได ม ากมาย หลายประการ เนื่องจากภายในชอง ท อ งมี ลั ก ษณะพิ เ ศษกว า ส ว นอื่ น ๆ ของรางกาย ในช อ งท อ งของเรานั้ น เหมื อ น ห อ งโถงใหญ ๆ และสิ่ ง ที่ อ ยู ใ นท อ ง ส ว นใหญ ที่ สุ ด นั้ น ก็ คื อ ลํ า ไส เ ล็ ก ซึ่ ง ยาวประมาณ 6 เมตร ขดไปมาอยูเต็ม ชองทองไปหมด ลําไสเล็กนี้มีหนาที่ ดูดซึมอาหารไปเลี้ยงรางกายเรา และ ขั บ อาหารจากกระเพาะอาหารไปสู ลํ า ไส ใ หญ การขั บ ดั น อาหารนี้ จะ
จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
9
อาศัยหลักการเดียวกับ หนอน หรืองู นั่ นก็คือ มี ก ารบี บ ตัว ในด านส ว นต น ของลําไส พรอมๆ กับการคลายตัวใน สวนถัดไป ทําใหอาหารเคลื่อนไปขาง หน า ได หลั ง จากนั้ น ส ว นที่ ค ลายตั ว ก็จะบีบตัวบาง และสวนที่อยูถัดจาก มันไปก็จะคลายตัวแทน อาหารก็จะ เคลื่ อ นไปข า งหน า เรื่ อ ยๆ จนไปถึ ง ลํ า ไส ใ หญ แ ละกลายเป น อุ จ จาระใน ที่สุด การเคลื่ อ นไหวแบบนี้ ต อ งใช พื้นที่มากเพื่อที่จะบีบตัวไดคลองแคลว และจะตองไมมีสิ่งกีดขวางใดๆ ดังนั้น พื้นที่ในชองทองจึงโลงกวาง อวัยวะ อื่ น ๆ ถู ก จั ด ให อ ยู ริ ม ๆ ห อ งทั้ ง หมด เหลือตรงกลางชองทองไวใหลําไสเล็ก ไดขยับตัวอยางเต็มที่ แตเมื่อใดก็ตามที่เราตองผาตัด เข า ไปในช อ งท อ ง และไปสรา งแผล เปนขึ้น แผลเปนดังกลาวจะยื่นออก มากีดขวางการเคลื่อนไหวดังกลาวให ทําไดไมดี บางครั้งถึงกับไปบีบรัดเอา ลําไสเล็กของเราจนคอดกิ่ว หรือหนัก กว า นั้ น ก็ คื อ บี บ จนเลื อ ดไม ม าเลี้ ย ง และตายไป ซึ่งถาไมไดรับการรักษา อยางทันทวงที คนๆ นั้นก็จะเสียชีวิต อยางแนนอนที่สุด 10
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
เมื่อถูกบีบรัดเล็กนอย ลําไสเล็ก จะพยายามตอสูโดยการบีบตัวแรงขึ้น เพื่อใหอาหารผานไปใหได เราจึงรูสึก ปวดท อ งแบบเหมื อ นมี อ ะไรมาบิ ด ที่ ทองเปนระยะๆ ไป และเริ่มถี่มากขึ้น เรื่อยๆ ถาหากบีบจนแนน อาหารวิ่ง ไมได ก็จะมีอาการอาเจียน, ทองอืด, ปวดทอง, ไมถาย, ไมผายลม ถายัง ปลอยไวอยู ลําไสที่ถูกบีบจะเริ่มตาย ก็จะกอสารพิษออกมาและถูกดูดซึม ไปในระบบหมุนเวียนโลหิต เกลือแร ต า งๆ จะไหลออกมาอยู ใ นบริ เวณ เนื้อที่ถูกบีบรัดนั้น คนๆ นั้นก็จะเริ่ม มี ไข ขึ้ น ซึ ม ลง และถ า ไม ไ ด รั บ การ รักษาที่ถูกตองก็จะเสียชีวิตในที่สุด การรักษานั้น ธรรมดาแลว ควร รักษาที่ตนเหตุ นั่นก็คือ เมื่อพังผืดไป รั ด ลํ า ไส เราก็ ค วรเข า ไปตั ด มั น ออก แตปญหาไมไดมีอยูแคนั้น สิ่งที่สําคัญ กว า นั้ น คื อ เมื่ อ เราไปตั ด มั น ออก ก็ เทากับเราสรางแผลใหมขึ้น มันก็จะ เกิดเปนแผลเปนใหมขึ้นอีก เกิดเปน พังผืดอีก และกลับมารัดอีก มากขึ้น กวาเดิม ไมมีที่สิ้นสุด ดังนั้น การรักษาในปจจุบัน จึง ใชการรักษาแบบประคับประคองกอน โดยหวังวา เมื่อมันอยูกันมาไดอยางดี ตั้งนานแลว ถาหากไดทําการออมชอม และแก ไขดี ๆ มั น ก็ อ าจจะกลั บ มาดี เหมื อ นอย า งเดิ ม ได โ ดยไม ต อ งไป ผาตัดไปยุงกับมัน วิธีการรักษาจึงเริ่ม ดวยการใหสารนํ้าและเกลือแร เพื่อ ใหรางกายผูปวยแข็งแรง ไมออนเพลีย ใส ส ายยางเข า ไปในกระเพาะและ ลํ า ไส เพื่ อ ไปดู ด ลมออกให ม ากที่ สุ ด หวัง ใหส วนของลําไสเล็กที่ถู กบีบรัด
นั้น ยุบตัวลง และดิ้นหลุดออกมาจาก บริ เวณที่ ถู ก บี บ รั ด นั้ น ได ก็ จ ะทํ า ให หายไดในที่สุด แตถาไมดีขึ้น หรือเปนอยูบอยๆ มาก หรือมีไขขึ้น ปวดทองมากขึ้น มี อาการขาดนํ้ามากขึ้น ไมมีผายลมออก มาเลย ก็คงตองรีบนําตัวไปผาตัดให ไวที่ สุ ด เพราะถ า ยิ่ ง ช า ก็ จ ะยิ่ ง เป น ผลร า ยกั บ ลํ า ไส ที่ ถู ก บี บ รั ด นั้ น และ เป น ผลร า ยกั บ ตั ว ผู ป ว ยถึ ง ขั้ น เสี ย ชี วิ ต ได สิ่ ง เหล า นี้ จ ะต อ งขึ้ น อยู กั บ ประสบการณ ข องศั ล ยแพทย ผู ดู แ ล ยิ่งเคยผานคนไขมามากเทาไร จะยิ่ง กะเวลาไดดีมากขึ้นเทานั้นวา เมื่อไร ควรจะผาตัด เมื่อไรควรจะรอกอนได แต ทั้ ง นี้ แพทย ที่ มี ป ระสบการณนั้ น จะต อ งให เวลากั บ ผู ป ว ยได อ ย า งพอ เพียง เอาใจใสดูแลอยางใกลชิด มีทีม งานที่ ดี ร ว มกั บ ประสบการณ ที่ มี ม า ยาวนาน จึงจะสามารถชวยใหผูปวย รอดพนจากความเจ็บปวยนั้นได พั ง ผื ด รั ด ลํ า ไส จึ ง เป น โรคที่ จ ะ ตองนอนโรงพยาบาล และไดรับการ ดูแลอยางใกลชิดจากศัลยแพทย และ ตองไดรับการผาตัดทันทีเมื่อจําเปน จึงจะสามารถชวยผูปวยได วัสลามฯ
พิมพครั้งแรก เมษายน2553
เรื1องเลาโครงการ บัสมาอฺ
ถ า ใครมี โ อกาสไปเยี่ ย มเยี ย น ชุ ม ชนมั ส ยิ ด อั ต ตั ก วา อํ า เภอเมื อ ง เชี ย งใหม จั ง หวั ด เชี ย งใหม จะเห็ น สิ่ ง แวดล อ มทั้ ง ในบริ เ วณโรงเรี ย น มั ส ยิ ด และชุ ม ชน สะอาดสะอ า น เปนระเบียบเรียบรอยมากขึ้น มีการ ปรับปรุงภูมิทัศนสิ่งแวดลอมในชุมชน ใหนาดูนาชมอยูเสมอ ปากซอยมีปาย ทางเข า ชุ ม ชน บริ เ วณสวนหย อ ม หน า มั ส ยิ ด มี แ ผนที่ ตั้ ง ร า นค า ต า งๆ ในชุมชน ปายบอกทางสถานที่สําคัญ ในชุมชน ปายคําเตือนคําสอนศาสนา ติ ด อยู ทั่ ว ไปทั้ ง ในบริ เ วณโรงเรี ย น จิตตภักดี มัสยิด รานคา และอาคาร ดารุตตักวา ชุมชนมัสยิดอัตตักวามี อาคารดารุ ต ตั ก วาซึ่ ง เป น ที่ ตั้ ง ของ ศูนยขอมูลชุมชน สํานักงานองคกร ต า งๆ ในชุ ม ชน ห อ งพั ก และห อ ง ประชุมที่รองรับไดถึง 100 คน สวนริมกําแพงดานทิศตะวันตก ของมัสยิดจากที่เคยรกรางปกคลุมไป ด ว ยหญ า แปรเปลี่ ย นเป น สวนผั ก ปลอดสารพิษของชุมชน ถาใครผานไป ผ า นมาตอนเช า และตอนเย็ น จะเห็ น ผู ช ายคนหนึ่ ง ก ม ๆ เงยๆ อยู ที่ ส วน ผักชุมชนริมกําแพงมัสยิดเปนประจํา ทุกวัน ผูชายคนนั้นก็คือ อายจันหรือ คุณอนันต ใบนานา ประธานกองทุน สวัสดิการชุมชนมุสลิมมัสยิดอัตตักวา และกรรมการมัสยิด ซึ่งเปนผูรับผิดชอบ ตั้งแตเริ่มโครงการจนถึงปจจุบัน อายจัน จะมาดูแลรดนํ้าพรวนดินทุกวันทั้งเชา และเย็นไมเคยขาด มีพันธุพืชผักใหมๆ มาปลู ก หมุ น เวี ย นสั บ เปลี่ ย นกั น ไป เมื่อผลผลิตสามารถเก็บเกี่ยวไดแลว
ก็ไปชักชวนคนในชุมชนใหมาเก็บไป ประกอบอาหารในครอบครัว เมื่อถาม วา “ทําอยางนี้แลวไดอะไร” อายจัน ตอบวา “ทําแลวรูสึกสบายใจ และมี ความสุข เมื่อเห็นผลผลิตที่ปลูกดูแล มากั บ มื อ เติ บ โตงดงามและชาวบ า น ไดรับประโยชนจากการลงแรงของเรา และไม ต อ งการให ใ ครมายกย อ ง สรรเสริ ญ ใครผ า นไปผ า นมาเห็ น ก็ รู สึ ก ดี แถมตั ว เองยั ง ได อ อกกํ า ลั ง กายทั้ ง เช า ทั้ ง เย็ น รู สึ ก ว า เดี๋ ย วนี้ รางกายแข็งแรงขึ้น กระปรี้กระเปรา มากกว า เมื่ อ ก อ น เกื อ บทุ ก เย็ น ผู สู ง อายุในชุมชนที่มีกิจกรรมทานอาหาร ร ว มกั น ก็ จ ะมาเก็ บ ผั ก จากแปลงไป ประกอบอาหาร นํ า มารั บ ประทาน จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
11
สาระนารู ฮากีม
เมื่ อ มารดนํ้ า พรวนดิ น ชาวต า งชาติ เจาของบานก็ออกมาพูดคุยดวย เปน การสร า งความสั ม พั น ธ ใ นชุ ม ชนได อีกทางหนึ่ง” โครงการชุ ม ชนรั ก ษ สุ ข ภาวะ เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน ไดสิ้นสุดโครงการ ไปแลวเมื่อ ธันวาคม 2559 แตสมาชิก
ร ว มกั น ระหว า งผู สู ง อายุ กั บ เยาวชน ในชุ ม ชน เป น ภาพที่ แ สดงถึ ง ความ สามัคคี และความสุขของคนในชุมชน” อ า ยจั น เล า ต อ ว า “สิ่ ง ที่ ไ ด ม ากกว า การปลู ก ผั ก ก็ คื อ ความสั ม พั น ธ กั บ เพื่ อ นบ า น สุ ด แนวแปลงผั ก ปลอด สารพิษนี้เปนบานชาวตางชาติ ซึ่งใช กําแพงรวมกับมัสยิดอีกดานหนึ่ง เมื่อ กอนแทบไม เคยมีปฏิสัมพันธกันเลย แตพอมาทําแปลงผักตรงนี้ ตอนเชา
12
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
ในชุ ม ชนยั ง คงดํ า เนิ น กิ จ กรรมต า งๆ ที่ ริ เ ริ่ ม เมื่ อ ครั้ ง ทํ า โครงการต อ ไป ไม ใช ด ว ยการบั ง คั บ หรื อ หน า ที่ ที่ ถู ก มอบหมาย แต ม าจากจิ ต สํ า นึ ก ของ คนในชุ ม ชน นี่ เ ป น ส ว นหนึ่ ง ที่ แ สดง ให เ ห็ น ถึ ง ความต อ เนื่ อ งและความ ยั่งยืนของโครงการ เรื่องราวกิจกรรม ของโครงการชุมชนรักษสุขภาวะมัสยิด อั ต ตั ก วายั ง ไม จ บเพี ย งเท า นี้ โปรด ติดตามตอนตอไป
อาการแสบตา เคื อ งตา ตาแห ง ปวดตา หรื อ มี อ าการ ผิ ด ปกติ ท างตา หลายคนคิ ด ว า เปนเรื่องปกติและนิ่งเฉย แตความ จริงแลวอาการเหลานี้อาจนําไปสู ภาวะตาแหงได ภาวะตาแหง เปน ภาวะที่ พ บได บ อ ยและพบได ใ นทุ ก เพศทุกวัย พบบอยมากในผูหญิง วัยหลังหมดประจําเดือน
สาเหตุ ข องภาวะตาแห ง 1. ความเสื่ อ มของต อ มนํ้ า ตา ไมโบเมียน ซึ่งเปนตอมที่อยูที่เปลือก ตา ทํ า หน า ที่ ส ร า งนํ้ า ตามาหล อ ลื่ น ดวงตา 2. ความไมสมดุลของฮอรโมน ในร า งกาย โดยเฉพาะในเพศหญิ ง ทําใหคุณภาพของนํ้าตาลดลง 3. การใสคอนแทคเลนส 4. อาการภูมิแพที่ตาซึ่งอาจเกิด จากสิ่งแวดลอมที่มีฝุน ควัน มลภาวะ 5. พฤติกรรมการใชชีวิตประจํา วัน เชน การจองหนาจอคอมพิวเตอร หรือสมารทโฟนเปนเวลานานเกินไป 6. การใชยาบางประเภท เชน ยาคุมกําเนิด ยาแกแพ ยาตานซึมเศรา ยาลดความดั น โลหิ ต บางชนิ ด เป น ประจํา
อาการของภาวะตาแห ง 1. คันตา แสบตา ระคายเคือง ตา 2. มีความรูส กึ เหมือนมีสงิ่ แปลก ปลอมคลายทรายหรือฝุนอยูในตา 3. แพแสง แพลม 4. บริ เวณตาขาวมี สี แ ดงจาก การอักเสบ ขอบเปลือกตาแดง 5. ตามัวในบางขณะ 6. รูสึกไมสบายตาเมื่อตื่นนอน แมวาจะดูเหมือนไมรุนแรง หาก ปล อ ยทิ้ ง ไว โ ดยไม ทํ า การรั ก ษาจะ ทําใหอาการเคืองตารุนแรงยิ่งขึ้น จน อาจเกิดการอักเสบและการดึงรั้งของ เปลือกตาทําใหขนตาลงมาทิ่มตา ซึ่ง หากเกิดการระคายเคืองจนกระจกตา เป นแผลอาจต องทํ า การผ าตัด แก ไข ในที่สุด
มีหลายวิธีที่สามารถปฏิบัติเองไดงายๆ จนถึงตองพบจักษุแพทย วิธีการ รักษามีดังนี้ 1. ลดการระเหยของนํ้ า ตาให น อ ยลง เป น วิ ธี ที่ ง า ยและได ผ ลดี คื อ หลีกเลี่ยงการปะทะโดยตรงกับแดดและลมโดยสวมแว นกันแดดเมื่ออยูกลาง แจง ไมนั่งในที่ที่มีลมพัดหรือแอรเปาใสหนา 2. กระพริบตาถี่ๆ ในภาวะปกติคนเราจะกระพริบตานาทีละ 20-22 ครั้ง ทุกครั้งที่กระพริบตา เปลือกตาจะรีดนํ้าตาใหมาฉาบผิวกระจกตา แตถาขณะ ที่ จ อ งหรื อ เพ ง ตาจะลื ม ค า งไว น านกว า ปกติ ทํ า ให ก ระพริ บ ตาได เ พี ย ง 8-10 ครั้ง นํ้าตาก็จะระเหยออกไปมากทําใหตาแหงเพิ่มขึ้น จึงควรพักสายตา โดย การหลับตา กระพริบตา หรือลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ ประมาณ 2-3 นาที ใน ทุกครึ่งชั่วโมง 3. สําหรับผูที่ตาแหงมาก อาจใช กรอบแว นชนิดพิเศษที่มีแผนคลุมปด กันลมดานขาง แวนชนิดนี้มีคุณสมบัติชวยครอบทั้งดวงตาและปองกันลมดวย หรือจะใชแผนซิลิโคนชนิดพิเศษ ที่ใสบาง และนุม นํามาตัดใหเขากับดานขาง ของกรอบแวนตาคูเดิม ซึ่งเรียกวา Moist Chamber 4. การอุดรูระบายนํ้าตา สํ าหรับผูที่มีอาการตาแห งอย างรุนแรง จักษุ แพทยจะใชวิธีอุดรูระบายนํ้าตาเพื่อขังนํ้าตาที่มีอยูใหหลอเลี้ยงตาอยูไดนานๆ ไมปลอยใหไหลทิ้งไป เหมือนกับการสรางเขื่อนกั้นเก็บกั้นเก็บกักนํ้าไว
ตาแห ง เรื่ อ งที่ ไม ค วร มองข า ม ขอมูล : Krobkruakao3 https://www.bumrungrad.com/th/vision-eye-examination-surgerycenter-bangkok-thailand/conditions/dry-eyes http://thonburihospital.com/2015_new จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
13
ยานารู
อะหมัดซอและห
5. ใชนํ้าตาเทียม เปนยาหยอด ตาที่ใชเพื่อหลอลื่นและใหความชุมชื้น กับผูที่ตาแหง นํ้าตาเทียมมี 2 ชนิด การรักษา ด ว ยวิ ธี ใช นํ้ า ตาเที ย ม เวลาในการ หยอดตาจะขึ้ น อยู กั บ ความรุ น แรง ของอาการตาแหง หากวันใดไมถูกลม แล ว รู สึ ก สบายตา ก็ ไ ม จํ า เป น ต อ ง หยอด แตถารูสึกเคืองตามาก ก็หยอด บอยๆ ไดตามตองการ ข อ ควรระวั ง ในการใช นํ้ า ตา เทียม ผูปวยที่ตาแหงนอย หยอดตา ไมเกินวันละ 4-5 ครั้ง สามารถใชยา หยอดตาชนิดที่มีสารกันบูดได กรณี ผู ป ว ยที่ ต าแห ง มาก และหยอดตา มากกวาวันละ 6 ครั้ง จักษุแพทยจะ สั่ ง นํ้ า ตาเที ย มชนิ ด พิ เ ศษที่ ไ ม มี ส าร กั นบูด (Preservative-Free Tear) ให ใช แ ทน ซึ่ ง มี ข อ จํ า กั ด คื อ ยาจะ บรรจุในหลอดเล็ก เมื่อเปดใชแลวตอง ใชใหหมดภายใน 16 ชั่วโมง หากใช นานกวานี้อาจเกิดการปนเปอนของ เชื้อโรค
ยานอนหลับ คือ ยาที่ ออกฤทธิ์ ทํ า ให ง ว งนอน และมั ก ช ว ย บรรเทาอาการตึงเครียดได อยางดีอี กดวย ป จ จุ บั น มี ย านอนหลั บ หลายชนิ ด ด ว ยกั น ใน ทางการแพทย ถื อ ว า ยากลุ ม นี้ เ ป น กลุ ม ที่ ต อ ง ระมั ดระวัง ในการใช โดยจะต อ งอยู ใ นความดู แ ล สั่งจายโดยแพทยเทานั้น ไมสามารถซื้อไดดวย ตนเองจากรานขายยาทั่วไป
ดั งนั้นในกรณีที่มีการจําหนาย ในร า นขายยา จึ ง เป น การลั ก ลอบ จํ า หน า ยโดยไม มี ใ บสั่ ง แพทย ซึ่ ง ถื อ เป น ความผิ ด ต อ กฎหมายอย า ง รุนแรง การใชยานอนหลับอยางเหมาะ สมเทาที่จําเปนในระยะเวลาสั้นๆ ก็ จะเปนประโยชนตอผูปวย เมื่อนอน หลับสบายดีแลว ก็ไมมีความจําเปน ที่ตองใชยานอนหลับอีกตอไป
ผู ที่ ใ ช ย านอนหลั บ ติ ด ต อ กั น นานๆ ควรระวัง 4 ประการดังตอไป นี้คือ 1. ยานอนหลั บ เป น การแก อาการปลายเหตุเทานั้น ทานจะตอง ไดรับการหาสาเหตุที่แทจริงและแกไข ใหตรงจุด 2. ยานอนหลับเมื่อใชไปนานๆ จะทําใหคุณภาพการนอนแยลง และ ภายหลังตื่นนอนก็อาจไมสดชื่น มึนงง วิงเวียน เกิดการลมไดงาย
ขอมูล : http://haamor.com/th/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0% B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A/ http://www.thaihealth.or.th/Content/36042-%E0%B8%A2%E0%B8%B 2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5% E0%B8%B1%E0%B8%9A.html
14
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
3. ยานอนหลับจะลดประสิทธิภาพ ลงตามเวลาที่ใช ทําใหตองเพิ่มขนาด ยาขึ้นเรื่อยๆ จนอาจเกิดผลขางเคียง ที่อันตรายจากยาตามมาเชน การกด การหายใจ 4. อาจทําใหติดยาในที่สุด หรือ เกิดผลขางเคียงจากยา หรือกินยาเกิน ขนาดจนอาจเปนอันตรายถึงเสียชีวิต (ตาย) ได ซึ่งถาพบผูกินยานอนหลับ เกิ น ขนาดต อ งรี บ นํ า ส ง โรงพยาบาล ทันที
ขอควรระวั ง
1. ไมควรใชยานอนหลับในหญิง ตั้งครรภ และหญิงใหนมบุตร เพราะ ยาจะผานไปสูทารกได 2. การใช ย านอนหลั บ ในเด็ ก ตองเปนคําสั่งและไดรับการดูแลใกล ชิดจากแพทยเทานั้น 3. ผูสูงอายุจะเกิดผลขางเคียง จากยานอนหลั บ ได สู ง โดยทั่ ว ไปจึ ง
ควรได ย านอนหลั บ ขนาด ครึ่ ง หนึ่ ง ของผูใหญทั่วไปและควรต องใชยาที่ ออกฤทธิ์ระยะสั้น ผลขางเคียงจากยานอนหลับ ที่ ค วรทราบเชน • เกิดการดื้อยา: คือเมื่อใชยา ติ ด ต อ กั น สั ก ระยะหนึ่ ง โดยใช ย าใน ขนาดเท า เดิ ม แต จ ะได ผ ลน อ ยลงๆ ตองใชยาในขนาดที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จน อาจเกิดพิษและผลขางเคียงที่รุนแรง จากยาได คื อ การกดการหายใจจน อาจถึงขั้นเสียชีวิตได • เกิดการติดยา: คือเมื่อใชยา ติดตอกันสักระยะหนึ่งแลวหยุดไมใช ยาอาจทํ า ให น อนไม ห ลั บ จึ ง ต อ งใช ยาอยูตลอดทุกวัน เหมือนกับการติด ยาหรื อ ต อ งพึ่ ง ยาจึ ง จะช ว ยให น อน หลับได • ทําใหเซ็กซ (Sex) เสื่อม: มี รายงานวาผูที่ไดรับยานอนหลับบาง
ชนิ ด เป น ระยะเวลานาน อาจทํ า ให เสื่อมสมรรถภาพทางเพศโดยเฉพาะ ในผูชายได • ความจําเสื่อม: ยานอนหลับ อาจส ง ผลต อ ระบบความจํ า ในระยะ ยาวได ทําใหไมสามารถจําเหตุการณ หรือเรื่องราวตางๆ ไดยาวนานเหมือน คนปกติทั่วไป • การไดยาเกินขนาด: จะเกิด การกดการหายใจจนถึงขั้นหยุดหายใจ และเสียชีวิตได ซึ่งถาพบผูกินยานอน หลับเกินขนาดตองรีบนําสงโรงพยาบาล ทันที ผลขางเคียงอื่นๆ ที่อาจพบได เชน มึนงง วิงเวียน อาจทองผูกหรือ ทองเสีย อาจเบื่ออาหารหรือหิวบอย ปากแหง คอแหง เกิดอันตรายในการ ทํางานกับเครื่องจักรและในการขับขี่ ยวดยานพาหนะจากการงวงนอน
ยานอนหลั บ จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
15
คนแกขี้บน คนรีมน้ํา
นอกจากนี้ยังมีมิจฉาชีพบางประเภท มีการนํายานอนหลับไปใชมอมยาเหยื่อ เพื่อ การละเมิดหรือลักทรัพยของเหยื่อได ดังที่ เปนขาวในหนังสือพิมพบอยๆ อนึ่ง ยากลุมแกแพ (antihistamines) เป น ยากลุ ม ที่ บ รรเทาอาการในโรคภู มิ แ พ ชนิ ด ต า งๆ เช น แพ อ ากาศ ผื่ น คั น ลมพิ ษ เปนตน ยากลุมนี้เมื่อใชแลว มักทําใหเกิด ผลข า งเคี ย ง คื อ มี อ าการง ว งนอนได จึ ง ไม ค วรใช ข ณะที่ ทํ า งานกั บ เครื่ อ งจั ก รกล หรือขับขี่ยานพาหนะ เพราะอาจทําใหเกิด อุบัติเหตุได แตมีบางคนที่มีปญหาการนอน ไมหลับไดทดลองนํายากลุมนี้มาใชเพื่อชวย ให น อนหลั บ จากผลข า งเคี ย งที่ ทํ า ให ง ว ง นอน ซึ่งหลายคนก็ไดผลดี ทําใหนอนหลับ ได โดยยากลุมนี้เปนยาที่สามารถหาซื้อได ดวยตนเองที่ ร า นขายยาโดยไม ต องมีใบสั่ง แพทย ในกรณีที่มีความจําเปน เปนครั้งเปน คราวก็อาจใชยากลุมนี้ได ควรระมัดระวังเรื่องการใชยานอนหลับ ไมควรใชยานอนหลับอยางตอเนื่องดวยตนเอง โดยไมปรึกษาแพทย เพราะการใชยานอน หลั บ อย า งต อ เนื่ อ งในระยะหนึ่ ง นั้ น จะไปมี ผลรบกวนตอการนอนหลับของเราเองได ในกรณี ที่ น อนไม ห ลั บ ติ ด ต อ กั น นาน กวา 2 สัปดาห และสงผลตอการทํางานตาม ปกติ ควรปรึกษาแพทย
16
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
มาตรการห า มนั่ ง กระบะหลั ง นั บ เป น มาตรการที่ ดี แต ข าด การรอบคอบในการออกมาตรการนี้ เพราะเป น มาตรการที่ แ ก ป ญ หา เฉพาะหน า เพื่ อ ลดการบาดเจ็ บ และเสี ย ชี วิ ต ในช ว งสงกรานต เ ท า นั้ น อั น ที่ จ ริ ง มาตรการดี ๆ เช น นี้ ค วรศึ ก ษาให ร อบคอบและครอบคลุ ม การใชงานรถกระบะทั้งหมด
ตํ า น า น กระบะหลั ง
รถกระบะถูกออกแบบมาเพื่อใชขนสัมภาระ ไมใชเปนรถนั่งสวน บุ ค คลหรื อ รถโดยสาร แต บ า นเรามั ก จะปล อ ยปละละเลยให ก ารทํ า สิ่งผิดกฎหมายแพรกระจายไปเปนจํานวนมาก พอจะแกไขก็เกิดการ ตอตานโดยคนหมูมากจนในที่สุดก็แกกฎหมายรองรับการกระทําผิด ใหกลายเปนถูก ไมวาจะเปนรถกระบะ รถตู การบุกรุกทําลายปาเพื่อ ทํารีสอรท ฯลฯ แตวันนี้จะขอพูดเรื่องรถกระบะ ในอดีตรถกระบะจะตีทะเบียน เปนรถนั่ งไมได ตองเป นรถบรรทุกเทานั้น ซึ่งจะบรรทุกคนได เพียง สองคน คือคนขับและคนชวยยกของอีก 1 คน ถานั่งเกินจากนั้นถือวา ผิดกฎหมาย และรถกระบะก็วิ่งเลนสขวาไมได ตองวิ่งเลนสซายและ เลนสกลางเทานั้น เพราะถือเปนรถบรรทุกเชนเดียวกับรถ 6 ลอและ รถ 10 ลอ และดูเหมือนจะถูกจํากัดเวลาในการวิ่งเชนรถบรรทุกใหญ ดวย
ต อ มาบริ ษั ท รถยนต ก็ นํ า รถ Spacecab มาจําหนาย ทําใหคนนั่ง มีเกินกวาสองคน ก็มีการเรียกรองให แกกฎหมาย ใหตีทะเบียนเปนรถนั่ง ต อ มาทางบริ ษั ท รถยนต ก็ อ อกรถ กระบะ 4 ประตูมาอีก ในที่สุดภาครัฐ ก็แกกฎหมายใหรถประเภทนี้เปนรถ อเนกประสงค ตองเสียภาษีแพงกวา รถนั่ ง ส ว นบุ ค คลทั่ ว ไป และให ร ถ กระบะเป น รถโดยสารป า ยเหลื อ ง สามารถวิ่งรับผูโดยสารตามทองถนนได ซึ่งขาดความปลอดภัยและผูโดยสาร ตองสูดเอาไอเสียเขาสูรางกายเกือบ ตลอดการโดยสาร ต อ มาภาครั ฐ ไมอนุญาตใหรถกระบะโดยสารออก มาวิ่ ง บนถนนใหญ แต ใ ห วิ่ ง รั บ ส ง ผูโดยสารไดตามซอยเทานั้น บรรดา เจ า ของรถกระบะก็ เ ปลี่ ย นเป น รถ Minibus / Microbus เพื่อสามารถ ออกมาวิ่งบนถนนใหญได ต อ มาซอยต า งๆ ถู ก ขยายจน เท า หรื อ ใหญ ก ว า ถนนใหญ มี ร ถ
ประจํ า ทางวิ่ ง หลายสาย มี อ าคาร พาณิ ช ย และหมู บ า นมากมาย จึ ง ทําใหภาครัฐเกิดความลําบากใจที่จะ หามมิใหรถกระบะโดยสารวิ่ง เพราะ เขาวิ่งมากอนนานแลว จึงปลอยเลย ตามเลย เมื่ อ เป น เช น นั้ น จึ ง ทํ า ให ปจจุบันมีรถกระบะโดยสารบางสาย ไม วิ่ ง เฉพาะในซอย แต อ อกมาวิ่ ง
รับสงผูโดยสารบนถนนใหญ ซึ่งไมรู วาผิดกฎหมายหรือไม เพราะไมมีการ จับกุมใดๆ วิธีแกมีวิธีเดียวคือ แกกฎหมาย ให ร ถกระบะเป น รถบรรทุ ก เท า นั้ น และบริษัทรถตางๆ ตองทําตูใสสินคา สําเร็จรูปจากโรงงานมาเลย โดยภาค รัฐกําหนดสวนสูงไมเกินกี่เมตร มิใช ออกเปนกระบะเปลือยๆ เชนปจจุบัน สวนที่มีอยูเดิมไมวาจะเปนรถนั่ง หรือ รถโดยสารต อ งกํ า หนดให มี ร ะบบ ปองกันอุบัติเหตุที่รัดกุมกวาที่เปนอยู ในปจจุบัน คงมี ข อ เสนอแนะเพี ย งเท า นี้ เพราะคนไทยชอบทําอะไรตามใจชอบ และชอบตามแกปญหามากกวาการ ปองกันในระยะยาว
จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
17
เรื1องเลานักเรียนทุน
¤ÇÒÁ½˜¹¢Í§©Ñ¹ นางสาวมลิดา ดารากัย ชั้นปที่ 4 สาขาเคมีประยุกต คณะวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีฯ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จ.ปตตานี ในวัยเด็ก ฉันฝนอยากเปนคุณ ครูสอนคณิตศาสตร สาเหตุคงมาจาก การที่ เราได เ ห็ น บทบาทหน า ที่ และ อยูใกลชิดบทบาทนั้นมากที่สุด และ ดวยกับความชอบวิชานี้ ครูสอนเขาใจ และฉั น สามารถทํ า แบบฝ ก หั ด ได อย า งสบาย จึ ง ทํ า ให ฉั น มี จิ ต นาการ และฝ น อยากเป น “คุ ณ ครู ” สอน หนั ง สื อ ให กั บ เด็ ก ๆ จะเน น เด็ ก ๆ ที่ เขาใจชากวาเพื่อนคนอื่นๆ เนื่องจาก ประสบการณ ณ ตอนนั้นฉันไมเขาใจ ในเนื้ อ หาที่ ค รู ส อน ไม ก ล า ที่ จ ะถาม และครู ก็ ไ ม ส นใจ จนทํ า ให ฉั น รู สึ ก ไมอยากเรียน ฉันไมอยากใหลูกศิษย รู สึ ก เหมื อ นฉั น ณ ตอนนั้ น เช น กั น ฉันรักที่จะสอนหนังสือ และอยากสอน ใหกับเด็กๆ ที่ดอยโอกาส ฉันเองก็เกิด มาในครอบครัวที่มีฐานะพออยูพอกิน อยากมอบโอกาสใหพวกเขาได เรียน และสามารถสรางอาชีพได แตเมื่อโต ขึ้ น ทํ า ให ค วามฝ น ฉั น เปลี่ ย นไปตาม ความคิ ด และสภาพแวดล อ มที่ ไ ด สัมผัส พอฉันไดลมปวยลงในขณะที่ ฉันกําลังศึกษาอยูชั้น ป.3 18
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
ฉันมีพี่นอง 7 คน ฉันเปนพี่คน โต ฉันเห็นความลําบากของแมตั้งแต เด็กๆ ที่ตองดูแลพอ ตองกรีดยาง ทํา สวนสงลูกเรียนทุกคน รับผิดชอบแทน พ อ ทั้ ง หมดทั้ ง เรื่ อ งภายในบา น และ นอกบาน ขณะนั้นฉันกําลังศึกษาอยู ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 พอก็ไดถูกสงตัว ไปผ า ตั ด หั ว ใจที่ โรงพยาบาลศิ ริ ร าช (พอเปนคนปวยในพระราชานุเคราะห ของสมเด็ จ พระเจ า ลู ก เธอ เจ า ฟ า จุฬ าภรณวลัยลักษณ อัครราชกุมารี พ.ศ.2553) ทําใหนองชาย ซึ่งกําลัง ศึกษาอยูชั้น ม.3 ตองหยุดเรียน เพื่อ ดูแลพอ ชวงเวลานั้นฉันก็ถามแมอยู ตลอดวา จะใหฉันหยุดเรียนไปทํางาน ดีไหม เพื่อที่จะไดแบงเบาภาระจาก แมบาง แตแมกลับปฏิเสธ แมบอกวา “แม ยั ง ไหวที่ จ ะส ง ลู ก เรี ย น” ฉั น คิ ด อย า งเดี ย วว า ฉั น ต อ งรี บ เรี ย นให จ บ เพื่อที่จะหางานทํา จนกระทั่งฉันเรียน จบ ม.6 ทุกๆ ปดเทอมตั้งแต ม.3 ฉัน ไมไดอยูบาน ฉันไดออกไปทําคายจิต อาสา (ค า ยอบรมจริ ย ธรรมเยาวชน ภาคฤดูรอน) บางก็ทํางานหาเงินไป
ดวย ฉันเรียนจบ ม.6 ความคิดเปลี่ยน ฉันอยากเรียนตอในระดับปริญญาตรี เพื่อที่จะไดเงินเยอะๆ มาชวยครอบครัว ฉั น สมั ค รเรี ย นต อ ไว ใ นรอบโควตา ของมหาวิ ท ยาลั ย ฟาฏอนี สาขาเคมี ประยุกต ซึ่งเปนมหาวิทยาลัยในฝน ของฉัน และฉันไดติดในรอบโควตานั้น แต แ ม ไ ด บ อกว า แม ส ง ไหวแค ม.6 นะ แมตองสงนองๆ เรียนอีก ถาลูก อยากจะเรี ย นต อ ลู ก ต อ งหางานทํ า หาเงิ น ส ง ตั ว เองเรี ย น ในขณะที่ ฉั น ทํางาน เพื่อหาเงินเรียนตอ ในตอนนั้น ฉันตัดสินใจที่จะทํางานแบงเบาภาระ แม โดยคิดจะทํางานกอน 1 ป คอย เรียนตอ แต ใ นเวลานั้ น ญาติ ท างบ า น ได แ นะนํ า ทุ น การศึ ก ษาของมู ล นิ ธิ สร า งสุ ข มุ ส ลิ ม ไทย (สสม.) เป น ทุ น ต อ เนื่ อ ง โดยประกาศผ า นทางช อ ง TMTV ฉันก็ลองสมัครขอรับทุนจาก มูลนิธิฯ ฉันมั่นใจวาฉันตองได (โดยที่ ไม รู เ ลยว า เราจะผ า นเกณฑ ที่ มู ล นิ ธิ ตั้ ง ไว ห รื อ เปล า ) ฉั น เริ่ ม มี ค วามหวั ง ที่ จ ะเรี ย นต อ ทั น ที ฉั น ตั้ ง ใจทํ า งาน
หาเงิน เพื่อเก็บเงินเรียนตอภายในชวง ป ด เทอม ถึ ง แม ฉั น ไม มี กํ า ลั ง ทรั พ ย มากมายแต ห ากเราทํ า ด ว ยใจ สิ่ ง ที่ ตอบกลั บ มามั น คุ ม ยิ่ ง กวา คุ ม อิ น ชา อัลลอฮฺ ฉันเชื่อแบบนั้น และฉันตั้งใจ จะพิ สู จ น ใ ห ทุ ก คนได เ ห็ น ว า คนที่ มี ฐานะพออยู พ อกิ น อย า งครอบครั ว ของฉั น ก็ ส ามารถส ง ลู ก เรี ย นระดั บ ปริญญาได ฉันกาวเขารั้วมหาวิทยาลัย ฟาฏอนีดวยเงินที่ฉันหามาไดจากการ ทํางาน และดวยแมยื่นให 1,000 บาท ซึ่ ง มั น มากมายนั ก สํ า หรั บ ฉั น ที่ แ ม มอบให ถึงแมแมไมคอยสนับสนุนให เรี ย นต อ เพราะกลั ว ลู ก เรี ย นไม จ บ เนื่องจากไมมีเงินใหฉัน ฉันเริ่มเขาศึกษาในมหาวิทยาลัย ฉันไดยืมเงินเรียน (กยศ.) และฉันก็ได ผานการคัดเลือกรับทุนการศึกษาของ มู ล นิ ธิ ส ร า งสุ ข มุ ส ลิ ม ไทย (สสม.) อัลฮัมดุลิลละฮฺ ฉันเริ่มมีกําลังใจเพิ่ม ขึ้นอีก หลังจากไดรับทุนของมูลนิธิฯ ฉันก็ไดใชจายทางดานการเรียนทั้งหมด บางก็สงใหนองทางบาน ในระยะเกื อบสี่ ป ที่ ฉั น ได เรี ยน ในรั้วมหาวิทยาลัยมา ฉันเคยทอ เคยถอย และเกือบจะลาออกจากมหาวิทยาลัย ด ว ยกั บ บททดสอบด า นการเงิ น ฉั น
ต อ งใช ค วามอดทน ดิ้ น รนต อ สู กั บ อุปสรรคมากมาย ฉันไมมีรถใชเหมือน คนอื่น มีโนตบุคใชในชวงปสี่ แตฉัน มี แรงบั น ดาลใจจากครอบครั ว คนที่ ไมมีโอกาสเรียนเหมือนเรา การใชชีวิต ในรั้ ว มหาวิ ท ยาลั ย แห ง นี้ ฉั น รู สึ ก ไดรับความอบอุนจากพี่นอง เพื่อนๆ เจาหนาที่ อาจารย คณบดี ตลอดจน อธิการบดีมหาวิทยาลัย ที่หาจากที่อื่น ไม ไ ด ฉั น ก า วมาในรั้ ว มหาวิ ท ยาลั ย แห ง นี้ ไ ม ใช เ พี ย งการเรี ย นรู ใ นห อ ง เรียนเพียงอยางเดียว ฉันไดเรียนรูจากประสบการณ รอบๆ ตัว สิ่งแวดลอม สังคม ความ เปนอยู และอีกมากมาย ฉันมีโอกาส เขารวมและจัดกิจกรรมตางๆ ไมวา จะเป น ทางด า นวิ ช าการ ตลอดจน กิจกรรมจิตอาสา มันทําใหฉันมีความสุข แมจะเหนื่อยไปบาง แตก็สุขใจทุกครั้ง ที่ ไ ด ทํ า จนฉั น เกิ ด ความฝ น อี ก ครั้ ง ที่จะทํางานองคกรที่เกี่ยวกับทางดาน วิทยาศาสตร และสามารถทํางานเพื่อ สังคมได และฉันก็จะทําใหไดดีที่สุด เทาที่จะทําได เมื่อถึงเวลานั้นที่ฉันได ไปถึงจุดนั้นของสิ่งที่ฉันสามารถทําได เพี ย งแค นั้ น ฉั น คิ ด ว า มั น คงเป น สิ่ ง ที่ น า ภู มิ ใจ และพอใจแล ว สํ า หรั บ ฉั น
และอยากทํ า ให ค รอบครั ว และคน อื่ น ๆ เห็ น ความสํ า เร็ จ ของฉั น ที่ ดื้ อ อยากจะเรียน พิสูจนใหเห็นวาคนจน ก็สามารถเรียนจบระดับปริญญาตรีได เหมือนกัน ขอใหตั้งใจ และพยายาม ใหถึงที่สุด ถึงแมวันนี้ความฝนของฉันนั้น ยั ง ไม เ ป น จริ ง แต ฉั น ก็ ไ ม ล ะความ พยายาม เพื่ อ สั ก วั น จะสามารถทํ า ความฝ น ของตนเองให เ ป น จริ ง ใน เมื่ อ ต า งคนต า งก็ มี ค วามฝ น ไปตาม จิ น ตนาการของตนเองนั้ น ไม ว า จะ สามารถเปนจริงหรือไมเปนจริงก็ตามที แตเมื่อเราอยากใหความฝนของเราเปน จริงตามฝน เราก็ตองมีความพยายาม มุ ง มั่ น ในการทํ า ความฝ น ให สํ า เร็ จ ดั่งที่ใจปรารถนา เพราะเมื่อความฝน นั้ น เป น จริ ง ขึ้ น มา สิ่ ง ที่ เราจะได รั บ ก็คือ ความภาคภูมิใจในตนเอง อีกทั้ง ยั ง สามารถนํ า ความฝ น ที่ สํ า เร็ จ ของ ตนเองนั้ น ไปเล า เป น ประสบการณ ใหแกผูอื่นไดอีกดวย “ความลํ า บากสอนให ค น อดทน ความลําบากสอนใหคนเกิด ความพยายาม ความลํ า บากสอน ให ค นมี เ ป า หมายในชี วิ ต ถ า คุ ณ ไม เ คยลํ า บากคุ ณ ก็ ไ ม เจอสิ่ ง นั้ น # ดร.กุลชาติ จุลเพ็ญ” สุดทายนี้ตองขอกลาวขอบคุณ มู ล นิ ธิ ส ร า งสุ ข มุ ส ลิ ม ไทย (สสม.) ที่ มอบโอกาสใหฉันไดเรียนตอในระดับ ปริญญาตรี และหากทางมูลนิธิฯ ให ฉันชวยเหลืองาน ฉันยินดีที่จะชวยให เต็มที่เชนกัน อินชาอัลลอฮฺ ขออัลลอฮฺ ตอบแทนความดีทุกทานที่เกี่ยวของคะ วั ส ลามุ อ าลั ย กุ ม วะเราะฮฺ ม าตุ ล ลอฮฺ ฮิวะบารอกาตุฮฺ จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
19
หองขาว แผนงานพัฒนาปจจัยสรางเสริม สุขภาวะมุสลิมไทย
ตลอดเดื อ นมี น าคม 2560 ที่ ผ า นมา ศู น ย กิ จ กรรม สสม.ภาคเหนื อ จั ด โครงการมั ส ยิ ด ปลอดบุ ห รี่ โดยมั ส ยิ ด เข า ร ว มโครงการฯประกอบด ว ย มัสยิดญามีอาตุลอิสลาม อําเภอแมสะเรียง มัสยิดนูรุลตักวา (นานา) อําเภอ เมือง แมฮองสอน และ มัสยิดอัล-อิศรออฺ อําเภอปาย
จากซาย นายปกรณ จีนาคํา นายกเทศมนตรีเมืองแมฮองสอน เปนประธาน เปดโครงการฯ ณ มัสยิดนูรุลตักวา (นานา) และ น.ท.สมคิด ลัทธิศักดิ์ ผอ.ศูนย กิจกรรมฯ มอบปายหามสูบบุหรี่แก ฮัจญีสุริยา อรามวงค ปธ.กอจ.แมฮองสอน และอิหมามสมชาย บุษกร อิหมามมัสยิดอัล-อิสรออฺ อ.ปาย
โครงการ “มัสยิดปลอดบุหรี่” เปนโครงการที่สรางความเขาใจ ใหความรู ในเรื่องของพิษภัยของบุหรี่ และขอบังคับทางกฎหมายที่ระบุวา สถานที่ปลอด บุหรี่ประเภทที่ 1 เปนสถานที่ที่ตองปลอดบุหรี่ทั้งหมด ไดแก 1. สถานบริการสาธารณสุขและสงเสริมสุขภาพทุกประเภท เชน สถานี อนามัย โรงพยาบาล คลินิก สถานอบไอนํ้า อบสมุนไพร สปา นวดแผนไทย 2. สถานศึกษาระดับตํ่ากวาอุดมศึกษา 3. สถานที่ ส าธารณะที่ ใช ป ระโยชน ร ว มกั น ทั้ ง ภาครั ฐ และเอกชน เช น โรงงาน สํานักงาน ตลาด เปนตน 4. ยานพาหนะและสถานที่ ข นส ง สาธารณะ เช น TAXI รถโดยสาร ประจําทาง เปนตน 5. ศาสนสถาน ความรับผิดชอบของเจาของสถานที่ที่ ใหมีการคุมครองสุขภาพของผูไม สูบบุหรี่ 1. ตองติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่ตามที่กฎหมายกําหนด 2. ตองดูแลไมใหมีการสูบบุหรี่ในพื้นที่ ที่เปนเขตปลอดบุหรี่ 20
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
เมื่อเร็วๆ นี้ศูนยกิจกรรม สสม. ภาคกลาง ร ว มกั บ คณะกรรมการ อิ ส ลามประจํ า กรุ ง เทพมหานครจั ด โครงการจัดตั้งกองทุนซะกาตตนแบบ ประจํ า มั ส ยิ ด ในกรุ ง เทพมหานคร โดยมี นายคณี โยธาสมุทร ผอ.ศูนย บทกําหนดโทษ 1. สูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ มี โทษปรับไมเกิน 2,000 บาท 2. เจาของสถานที่ไมติดเครื่องหมายเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ มีโทษปรับไมเกิน 2,000 บาท 3. เจาของสถานที่ไมจัดสถาน ที่เปนเขตปลอดบุหรี่หรือเขตสูบบุหรี่ มีโทษปรับไมเกิน 20,000 บาท ทั้ ง นี้ สํ า นั ก งานสาธารณสุ ข อําเภอแมสะเรียง อําเภอเมือง อําเภอ ปาย และสาธารณสุขจังหวัดแมฮอ งสอน ได จั ด ส ง วิ ท ยากร ร ว มบรรยายให ความรู ทั้ ง ในเรื่ อ งสุ ข ภาพ และ กฎหมาย
ดําเนินงานโดย มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) สนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.)
กิจกรรม สสม.ภาคกลาง กลาวรายงาน และ ศ.ดร.อิศรา ศานติศาสน ประธาน มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) เปน ประธานเปดโครงการฯ พรอมอภิปราย ตอบข อ ซั ก ถามร ว มกั บ นายสมั ย เจริญชาง ประธานฝายนโยบายและ
ยุทธศาสตรองคกร คณะกรรมการอิสลามประจํากรุงเทพมหานคร พรอมดวย นายอดุลย โยธาสมุทร กรรมการมัสยิดบางออ เปนวิทยากรรับเชิญ บอกเลา ประสบการณกองทุนซะกาตมัสยิดบางออ ทั้งนี้มีมัสยิดที่สนใจรวมโครงการจัดตั้งกองทุนซะกาตจํานวน 15 มัสยิด ดังนี้ มัสยิดบางอุทิศ มัสยิดอัสสละฟยะฮ มัสยิดยามีอุลค็อยรียะห มัสยิดยามิอุล อิบาดะห (ทางควาย) มัสยิดดารุลมุหซีนีน (บานดอน) มัสยิดยามิอุลอิสลาม (รามคําแหง) มัสยิดนูรุลอิบาดะห (คลองตรง) มัสยิดซีรอยุลอิบาดะห (พระรามเกา) มัสยิดอิมารอตุดดีน (คลองลาดพราว) มั ส ยิ ด กมาลุ น อี ม าน (วั ง ตะหนวด) มัสยิดนูรุลอิสลาม (คูคต) มัสยิดกมาลุล เอี๊ ย ะห ซ าน มั ส ยิ ด ดารุ น นาซี ฮ ะห (ลําแขก) มัสยิดคอลิดีน มัสยิดยามิอุล อิสลาม (คลองตัน) และจะเริ่มโครงการฯ ในเดือนเมษายน 2560 เปนตนไป โดยมี ค ณะกรรมการอิ ส ลาม ประจํ า กรุ ง เทพมหานคร กรรมการ มัสยิดบางออและมูลนิธิสรางสุขมุสลิม ไทย สสม.ร ว มเป น ที่ ป รึ ก ษา ให คํ า แนะนําในการจัดตั้งกองทุนตอไป
เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนยกิจกรรม สสม.ภาคใตตอนบน ลงพื้นที่ ชุมชนรักษสุขภาวะบานหวยปลิง ต.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง พบความก า วหน า ในส ว นของกองทุ น ขยะชุ ม ชนมั ส ยิ ด ดะวะตุ ล มุ ส ลิ มี น บ า นห ว ยปลิ ง จ.ระนอง ทั้ ง นี้ ท างคณะ กรรมการกองทุ น ได มี ก ารจั ด เก็ บ ขยะตามบ า นและช ว ยกั น คั ด แยกขยะเพื่ อ นํ า ไปขาย โดยนํ า เงิ น ที่ ไ ด จ ากการขายขยะ เข า กองทุ น ทํ า ให ย อดเงิ น ในกองทุ น ป จ จุ บั น มี จํ า นวนเงิ น เพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 กวาบาท สวนกิจกรรมสงเสริมปลูกผักปลอดสารพิษในครัวเรือน ได รั บ การตอบรั บ อย า งดี ชาวชุ ม ชนให ค วามสนใจปลู ก ผั ก กั น มากขึ้ น สมาชิ ก ที่ เข า ร ว มโครงการรู ส นุ ก กั บ การปลู ก ผั ก ซึ่งในชวงแรกถือวาการปลูกผักเปนงานอดิเรกยามวางเทานั้น แต ป จ จุ บั น เริ่ ม จริ ง จั ง กั บ การปลู ก ผั ก เพราะนอกจากจะลด คาใชจายแลวยังทําใหมีรายไดเพิ่มขึ้น ทําใหมีการขยายแปลง ผักเพิ่มมากขึ้น
เบื้องตน ไดมีการเสนอใหสรางลานสําหรับปลูก ผักปลอดสารพิษของชุมชน โดยสมาชิก 30 ครัวเรือน เมื่อไดผลผลิตใหนํามาวางขายที่ตลาดนัดลานผักปลอด สารพิษในชุมชนตอไป
จดหมายขาว...วารสารสุขสาระ
21
ดําเนินงานโดย มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.) สนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสรางเสริมสุขภาพ (สสส.)
อบรมผูนํายุวชนสรางสุข รุนที่ 3 ระดับอุดมศึกษา ระหวางวันที่ 7-10 เมษายน 2560 ณ สนามกี ฬ าเมื อ ง หลักภาคใต (พรุคางคาว) อ.หาดใหญ จ.สงขลา แผนงานพัฒนาปจจัยสราง เสริมสุขภาวะมุสลิมไทย จัดโครงการ อบรมผู นํ า ยุ ว ชนสร า งสุ ข รุ น ที่ 3 ระดั บ อุ ด มศึ ก ษา โดยมี แ กนนํ า นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยตางๆ ใน 4 จั ง หวั ด ภาคใต เข า ร ว มโครงการ เปนชาย 6 คนหญิง 19 คน รวม 25 คน ตลอดระยะเวลาอบรมผูเขารวม อบรมไดแสดงศักยภาพและภาวะผูนํา ไดอยางนาชื่นชม
ชุ ม ชนรั ก ษ สุ ข ภาวะบ า นทอนตรน ได รั บ เกี ย รติ บั ต รเพื่ อ แสดงว า บานทอนตรน หมูที่ 5 ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง เปน “หมูบาน ตนแบบในการจัดการขยะ” ประจําปงบประมาณ พ.ศ.2560 โดยมี นายหรูน เส็นบัตร ผูใหญบาน หมูที่ 5 และคณะกรรมการหมูบาน เปนตัวแทนรับมอบ 22
มูลนิธิสรางสุขมุสลิมไทย (สสม.)
นอกจากนี้ ยั ง ได รั บ การสนั บ สนุนจากกองทุนหลักประกัน สุขภาพ ตําบลคลองทรายขาว เทศบาลตําบลคลองทรายขาว โดยได มี ก ารเป ด ตั ว กลุ ม แอโรบิ ค อย า งเป น ทางการ ในโครงการ แอโรบิ ค เพื่ อ สุ ข ภาพ ณ โรงเรี ย นบ า นทอนตรน หมู ที่ 5 บานทอนตรน ในเดือนมีนาคม 2560 ที่ผานมา